การ์ดแต่งงานแบบไหนที่เหมาะกับคุณ ?

 

การ์ดแต่งงาน ถือเป็นหน้าตาแรกของงานแต่งานที่คู่บ่าวสาวต้องให้ความสำคัญอย่างมากซึ่งเป็นการกำหนดรูปแบบหน้าตา
ของงานแต่งงานกันเลยทีเดียวปัจจุบันที่ให้เลือกมากมายหลายรุปแบบ การใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่เริ่ม ย่อมส่งผลต่อ
ภาพลักษณ์ที่ชวนให้แขกผู้ร่วมงาน ตราตรึงจิตในความหวานไปนานแสนนานเลยทีเดียว

 

 

สำหรับประเภทของการ์ดแต่งงาน

1. สำเร็จรูป

เป็นการ์ดงานแต่ง ที่มีรูปแบบ ออกมาให้เป็นตัวเลือก ไม่ต้องเสียเวลาออกแบบ หรือคิดลวดลายให้ปวดหัวในการเลือก
รูปแบบตั้งแต่ต้น
ลักษณะการ์ดแบบสำเร็จรูปนั้น ข้อดี ที่เห็นอย่างเด่นชัด ที่สุดเลยคือ ราคาถูก ประหยัดงบประมาณใน
การจ้างกราฟิกออกแบบ
ราคาก็จะลดหย่อนลงมาและประหยัดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับความนิยม ในกรณีไม่เน้นความ
สวยงามมากนัก เรียบง่าย
และช่วยประหยดงบประมาณไปในตัวอีกด้วย ซึ่งรูปแบบ ทั่วไปนั้น มีลายดอกไม้ ลายเส้น
กรอบตกแต่ง สีเดิม หวาน
สีส่วนใหญ่จะเน้นไปทาง ชมพู ฟ้า ที่ออกแบบไว้แล้ว รวมถึง บางร้าน อาจจะมีจัดเป็นชุดซอง
พร้อมการ์ดงานแต่งกันเลยทีเดียว
สะดวก รวดเร็ว เบ็ดเสร็จที่เดียวจบ สรุปส่งท้ายแค่ แจ้ง ชื่อคู่บ่าวสาว เวลา สถานที่
จัดงาน ซองใส่การ์ดแบบธรรมดา เป็นอันเสร็จสิ้น

2. รูปแบบที่ชัดเจน

การออกแบบการ์ดแต่งงาให้ไปในทิศทางที่กำหนดนั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าของงาน ความเรียบหรู ภายใต้ข้อจำกัดที่ทางร้านผลิต
มีตามรูปแบบที่กำหนด 
ข้อดี มีความพิเศษมากขึ้นกว่าการ์ดสำเร็จรูป เพราะทางเจ้าของงาน สามารถเลือกไปในทิศทางไหน
เช่น วินเทจ โมเดิร์น ไทย จีน ยุโรป 
โทนสีที่มีการกำหนดในตัวเลือกมากขึ้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ การคุยกับร้านและรูปแบบของ
ทางร้านผลิต ที่มีกำหนดให้
ในส่วนนี้ จะมีเพิ่มรายละเอียด เช่น พิมพ์ลายที่ซองใส่การ์ดมีการใส่ชื่อแขกคนสำคัญ เป็นต้น

3. ปรับเปลี่ยนได้ในรูปแบบนี้ เริ่มมีการคิด รูปแบบ หรือ คอนเซ็ป ของงานให้ออกไปทิศทางไหน กำหนดสีคอนเซ็ปของงาน
ซึ่งมีการตอบโจทย์
ความต้องการเจ้าของงานได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจมีการเลือกรูปแบบที่รายละเอียดมากขึ้นกำหนด สีของการ์ด
รูปแบบของการ์ด เพิ่มลูกเล่นเข้าไป
รูปทรง รวมถึง ซองที่ใส่ อาจมีเพิ่มเติม เช่น ติดโบว์ หรือ มีกลิ่นหอมซึ่ง ทางเจ้าของงาน
สามารถจับส่วนเพิ่มเติมเหล่านี้มารวมกัน ภายใต้
ตัวเลือกที่ทางร้านแนะนำ หรือ สามารถผลิตได้แน่นอนว่า ราคางบประมาณ
ก็จะเพิ่มขึ้นมาในอีกระดับปานกลาง ยิ่งถ้าเพิ่มรายละเอียดมากเท่าไรราคาก็จะสูงเพิ่มขึ้นไปอีกใช่เวลา ในการผลิต ออกแบบ
มากกว่า แบบสำเร็จรูป แต่ก็ตรงตามที่เจ้าของงานต้องการ ขั้นตอนการผลิตที่เพิ่มขึ้น เช่น พิมพ์ ปั้มชื่อสีทอง สีเงิน ปั้มนูน
พับครึ่ง ตัดมุม เป็นต้น

4. กำหนดเองทั้งหมด

เรียกได้ว่า เป็นแบบฉบับส่วนบุคคล ดึงเอกลักษณ์จุดเด่น รูปแบบ ของงานออกได้อย่างชัดเจน นอกกรอบ แหวกแนว
ตั้งแต่แรกเห็น ของการ์ดงานแต่ง
ทำให้งานออกมา มีความเป็นตัวของตัวเอง ของเจ้าของงานให้มากที่สุด และนี้คือยุคสมัย
ของอินเตอร์เนตแชร์ลงโซเชียล
ไว้สำหรับถ่ายรูปก็เป็นเรื่องที่ต้องตราตรึง เป็นที่น่าจดจำของแขกผู้มาร่วมงานกันเลย
ในแบบที่ตัวเองชอบลงบนการ์ดงานแต่งได้เลย 
ซึ่งการ์ดประเภทนี้ จะมีราคาแพงและต้องใช้เวลาในการออกแบบ
ผลิตที่นาน เช่น การ์ดเชิญแนวตั๋วรถไฟ การ์ดพิเศษ
ตัวการ์ตูนเฉพาะคู่บ่าวสาว เป็นต้น แต่ก็ได้รับนิยมอยู่เช่นกัน