11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีแห่งความสดใส ที่จะทำให้คนอ่านได้รับแสงสว่างในหัวใจ

หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เป็นหนังสือที่รวมเอาเคล็ดลับ และทฤษฎีในการใช้ชีวิต การเรียน และการทำงาน มาถ่ายทอดเป็นตัวอักษรที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น และนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ซึ่งหนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง ก็มีรูปแบบการเขียนที่หลากหลาย ทั้งมีภาพประกอบ ที่เป็นแบบภาพถ่าย และรูปวาดการ์ตูน เพื่อให้น่าอ่านมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการเลือกสีสันของหน้าปก ที่สามารถช่วยดึงดูดให้คนสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้เราก็มี 11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีแห่งความสดใส ที่จะทำให้คนอ่านได้รับแสงสว่างในหัวใจ มาแนะนำกันค่ะ จะมีเล่มไหนน่าอ่านบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข

ผู้เขียน : Vex King

ผู้แปล : กิษรา รัตนาภิรัต คุโด

เนื้อหาโดยสังเขป : ความลับของการบรรลุในสิ่งยิ่งใหญ่คือการเข้าใจ กฎแห่งแรงสั่นสะเทือนที่กล่าวว่า “ทุกอย่างในจักรวาลล้วนเกิดจากแรงสั่นสะเทือน ทุกแรงสั่นสะเทือนที่มีความถี่ตรงกัน สามารถดึงดูดกันได้” อย่าเผลอไผลไปตามสมองที่ติดนิสัยชอบผลักไสโชค และสิ่งดี ๆ ด้วยพลังลบ ยิ่งคุณส่งคลื่นพลังบวกออกสู่ภายนอก จักรวาลจะยิ่งสะท้อนคลื่นความสุขกลับมาเท่าทวีคูณ ทุกคำพูด อารมณ์ และการกระทำของคุณเปลี่ยนชีวิตคุณได้ทันที “ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข” เล่มนี้ เป็นผลงานเล่มเยี่ยมที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก โดย “เว็กซ์ คิงส์” ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณแก่คนรุ่นใหม่ จะเปลี่ยนคลื่นความถี่ทางอารมณ์ของคุณ ให้ตรงกับพลังงานบวกทั้งหลาย เพื่อดึงดูดความสุข และความสำเร็จอย่างที่คุณอาจไม่เคยคิดฝัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรักตัวเองมากกว่าเดิม และไม่ยอมให้ใครมาพรากความสุขไปจากคุณอีกต่อไป

ราคา : 245 บาท

 

เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวเองมาเป็นไลฟ์โค้ช

ผู้เขียน : Stephane Garnier

ผู้แปล : อรณี อรุณีกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : นึกถึงตัวเองเป็นอันดับแรก ไม่เคยเปรียบเทียบตัวเองกับใคร ไม่มานั่งกังวลเรื่องอดีตหรืออนาคต ไม่ปล่อยให้เรื่องแย่ ๆ มาทำลายวันดี ๆ ใช้ชีวิตง่าย ๆ สบาย ๆ แบบนี้เห็นจะมีแต่ “แมว” เท่านั้น! “เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวเองมาเป็นไลฟ์โค้ช” เล่มนี้ จะพาคุณไปพบกับ 40 คำแนะนำ ที่จะทำให้ชีวิตคุณเบาสบายขึ้นในทุก ๆ ด้าน จากไลฟ์โค้ชขนฟูที่อยู่เคียงข้างคุณมาตลอด ชวนคุณมาพบกับเคล็ดลับอันเรียบง่ายของ “แมว” เพื่อให้คุณได้ถอยออกจากชีวิตประจำวันที่วุ่นวาย ค้นพบความสุขกายสบายใจ รวมถึงรอยยิ้มของคุณอีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งใดล่ะที่แมวทำได้อย่างถูกต้อง ถ้ายกตำแหน่งให้แมวเป็นไลฟ์โค้ช มันจะมอบแรงบันดาลใจ และสอนสิ่งใดให้กับเรา นับจากวันนี้เป็นต้นไป ลองจินตนาการถึงวิธีมองชีวิตแบบใหม่ด้วยการใช้ชีวิตอย่างแมวของคุณ!

ราคา : 175 บาท

 

สัญญานะ ว่าจะยิ้มให้กับตัวเอง

ผู้เขียน : Whenimfeeeling

เนื้อหาโดยสังเขป : แค่ยิ้ม ทุกอย่างจะง่ายขึ้นจริงหรือ…ทุกครั้งเมื่อเจอปัญหา ในความคิดแรกคือ “ใครจะไปยิ้มออก” แต่รู้อะไรไหม หากเธอมองว่าปัญหาเป็นเพียงบทเรียนหนึ่ง ที่เข้ามาเพื่อทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น เธอก็จะยิ้มให้กับปัญหาเหล่านั้นได้ และพบว่าทุกอย่าง “ก็แค่นี้เอง” “สัญญานะ ว่าจะยิ้มให้กับตัวเอง” เล่มนี้ เขียนขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนรู้ว่า จริง ๆ แล้วการมีชีวิตที่มีความสุข อาจจะไม่ใช่เรื่องยากสักนิดเลย โดยเนื้อหามุ่งเน้นถึงการให้กำลังใจ ให้รัก และภูมิใจในความเป็นตัวเองเป็นเหมือนคำพูดดี ๆ ที่ส่งต่อให้กันได้ พร้อมกับภาพประกอบที่ดูอบอุ่นใจเป็นกันเอง หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนที่หยิบขึ้นมาอ่าน มีความสุขกับความเรียบง่ายในชีวิตที่เกิดขึ้นทุกวัน และก้าวข้ามปัญหาในวันที่ยากได้อย่างง่ายดาย

ราคา : 245 บาท

 

จงเป็นดั่งดอกทานตะวันที่หันหาเพียงแสงอาทิตย์อยู่เสมอ

ผู้เขียน : ปานตะวัน

เนื้อหาโดยสังเขป : แม้คุณจะไม่ใช่ผู้ถูกเลือก มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณบกพร่อง แม้คุณจะถูกมองข้ามจากใครคนหนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าการมีอยู่ของคุณมันไร้คุณค่า แม้ท้ายที่สุด คุณจะเป็นเพียงดอกไม้ดอกเดียวที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ ฉันก็ขอให้คุณรู้เอาไว้ว่า คุณยังมีค่า และคงงดงามในแบบของคุณเสมอ หนังสือ “จงเป็นดั่งดอกทานตะวันที่หันหาเพียงแสงอาทิตย์อยู่เสมอ” เล่มนี้ เป็นความเรียงที่จะช่วยสร้างกำลังใจเกี่ยวกับชีวิต ความฝัน ความสัมพันธ์ และความรัก ซึ่งได้นำเสนอผ่านความหมายของดอกทานตะวัน ในเล่มประกอบไปด้วยสองบทหลัก ได้แก่ บทที่หนึ่ง Sun ดึงกิมมิมิกของดวงอาทิตย์มาเปรียบเทียบกับชีวิตของคนเรา และบทที่สอง Flower ดึงกิมมิกเรื่องดอกไม้มาเชื่อมโยงกับความรัก และความสัมพัมพันธ์ สุดท้ายแล้ว เราอาจจะเป็นเพียงดอกทานตะวันที่รอคอยแสงอาทิตย์ เพื่อมีชีวิตต่อไปอย่างสวยงาม

ราคา : 245 บาท

 

อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น

ผู้เขียน : Tadashi Yasuda

ผู้แปล : ช่อลดา เจียมวิจักษณ์

เนื้อหาโดยสังเขป : ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ประกอบอาชีพไหน เมื่อถึงจุดหนึ่งจะมี “บางสิ่ง” ที่สำคัญแซงหน้าความรู้ความสามารถ หากขาดมันไป ต่อให้คุณพยายามทุ่มเทมากเพียงใด คุณก็จะประสบความสำเร็จแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไปได้ไม่ไกลอย่างที่คาดหวังไว้ สิ่งนั้นคือ “ทักษะคุยเล่น” หนังสือ “อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น” เล่มนี้ จะเผยทักษะคุยเล่นของคนชั้นแนวหน้าในทุกวงการ ซึ่งช่วยให้พวกเขาก้าวสู่จุดสูงสุดของอาชีพได้ ทั้งที่หลายคนไม่ใช่คนที่คุยเก่งมาตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็น พูดโดยใช้เสียงในระดับ “ฟา” หรือ “ซอล” , หัดเล่าถึงความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเอง, ฝึกชมแบบ “พึมพำ” , ทำไมการถามว่า “ทำไมล่ะ” ถึงดูสิ้นคิด และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังได้อธิบายเกี่ยวกับเทคนิคในการพัฒนาทักษะการคุยเล่น โดยหยิบยกวิธีการที่นำไปทดลองปฏิบัติจริง แล้วได้ผลมาสรุปเป็นคำแนะนำที่ละเอียดชัดเจน เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ราคา : 220 บาท

 

Mini Habits “นิสัยจิ๋ว” ของคนที่ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน : Satoh Den

ผู้แปล : ณัฐกฤตา เพ็ญกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : ทุกความสำเร็จล้วนเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลง แต่ใครบอกว่าต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กันล่ะ “จริง ๆ แล้วแค่เปลี่ยนวันละ 0.1% ก็พอ” ไม่ว่าจะเรื่องงาน เงิน หรือชีวิต ถึงแม้จะเป็นกิจวัตรเล็ก ๆ ง่าย ๆ แต่กลับมีพลังมหาศาล และสามารถนำพาคุณไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้ดังใจ อาทิ หมั่นขยับมือข้างที่ไม่ถนัด, ฟัง 80% พูด 20%, พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่รู้สึกดี, พูดความฝันที่ปรารถนาออกมาระหว่างอาบน้ำ, ทำงานที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกดี, เชื่อในลางสังหรณ์ ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน และอีกมากมาย มาเริ่มสร้าง “นิสัยจิ๋ว” กันเถอะ!

ราคา : 200 บาท

 

เป็นเราในเวอร์ชั่นที่มีความสุข

ผู้เขียน : คิดมาก

เนื้อหาโดยสังเขป : ถึง ตัวฉันเอง… ในวันที่ “โลกใจร้าย” ฉันจะ “ใจดี” กับตัวเอง ในวันที่ความรักของบางคน “หมดลง” ฉันจะ “รักตัวเอง” ให้มากขึ้น ในวันที่ “ผิดพลาด” ฉันจะ “ให้อภัยตัวเอง” ในวันที่ “ทุกข์ใจ” ฉันจะ “เติบโตขึ้น” ไม่สัญญาว่าจะเป็นคนสมบูรณ์แบบ แต่ฉันสัญญาว่า “จะเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกวัน” “เป็นเราในเวอร์ชั่นที่มีความสุข” เล่มนี้ เป็นผลงานอีกเล่มของ “คิดมาก” นำเสนอบทความ ข้อความเกี่ยวกับการมองโลกในแง่ดีในสถานการณ์ต่าง ๆ ของชีวิต เพื่อสร้างพลังบวกให้กับตัวเอง พร้อมบอกเล่าแนวคิด Manifest กฎแห่งแรงดึงดูด สังเกต และมองให้เห็นสิ่งดี ๆ รอบตัว เพราะผลลัพธ์ของการเป็นคนมองโลกในแง่ดี จะเปลี่ยนชีวิตของเราไปในทิศทางที่มีความสุขมากขึ้น

ราคา : 255 บาท

 

วิถีคนปานกลาง

ผู้เขียน : ธนา เธียรอัจฉริยะ

เนื้อหาโดยสังเขป : ในยุคสมัยที่ใคร ๆ ต่างบอกว่าเป็นยุคอวสานของคนปานกลาง แต่คนปานกลางที่รู้ตัวเอง ยอมรับตัวเองว่ามีทักษะปานกลาง และมีทัศนคติไม่ยอมอยู่กับความปานกลางไปชั่วชีวิตย่อมมีหนทางอยู่ “ธนา เรียรอัจฉริยะ” รวบรวมปัญญา และประสบการณ์มาแบ่งปันว่า “คนปานกลาง” ควรทำอย่างไร และทำอะไรบ้างในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ เพื่อพาตัวเองไปสู่จุดที่เหนือกว่าคนปานกลางทั่วไป ภูมิใจกับตัวเองได้ และโดดเด่นในวิถีของเรา… วิถีคนปานกลาง

ราคา : 340 บาท

 

ควบคุมอารมณ์ได้ เป็นนายชีวิต

ผู้เขียน : Song Xiaodong

ผู้แปล : กัญญรัตน์ จิราสวัสดิ์

เนื้อหาโดยสังเขป : หนังสือเล่มนี้จะมาบอกให้คุณรู้วิธีควบคุมอารมณ์เพื่อพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ โดย “อาจารย์ซ้ง” นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง จะใช้วิชาความรู้เฉพาะทาง และกรณีตัวอย่างมาแนะนำให้คุณรู้จักควบคุมอารมณ์ โดยผ่านวิธีสื่อสาร รูปแบบความคิด และการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา เพื่อนำไปใช้เอาชนะข้อบกพร่องต่าง ๆ ของตัวเอง เปิดช่องทางพัฒนาตัวเองให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ราคา : 245 บาท

 

แค่ใช้เวลาเป็น ไม่ต้องเก่งก็ไปได้ไกลกว่า

ผู้เขียน : Kevin Kruse

ผู้แปล : กนกกาญจน์ เวชชวิศิษฏ์

เนื้อหาโดยสังเขป : ทุกคนมีเวลาเท่ากันวันละ 24 ชั่วโมง แต่ทำไมบางคนจึงทำงานได้มากกว่าคนอื่นถึง 10 เท่า พวกเขารู้บางอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้หรือเปล่า? “Kevin Kruse” นักเขียนขายดี New York Times ได้ศึกษาเคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐี นักกีฬาโอลิมปิก นักเรียนหัวกะทิ และนักธุรกิจชั้นนำรวมกว่า 200 คน พบว่ามี “ความลับ” ที่รู้กันเฉพาะในหมู่พวกเขา ซึ่งช่วยให้มีเวลาเหลือเฟือ และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมได้ หนังสือ “แค่ใช้เวลาเป็น ไม่ต้องเก่งก็ไปได้ไกลกว่า” เล่มนี้ จะเผยความลับเหล่านั้นแบบหมดเปลือก พร้อมแนะวิธีนำมันมาใช้กับตัวคุณให้ได้ผล เช่น สุดยอดเทคนิค 3 ข้อจากฮาร์วาร์ด แค่นำมาใช้ ก็ประหยัดเวลาทำงานไปได้ 8 ชั่วโมง, วิธีที่ผู้บริหารเฟซบุ๊ก กูเกิล และแอปเปิลใช้สร้างผลงานขั้นสูงสุด, เคล็ดลับที่ทำให้ประธานาธิบดีอเมริกาอ่านหนังสือได้เกือบ 100 เล่มต่อปี, วิธีเรียนเก่งสไตล์คนขี้เกียจ อ่านหนังสือแค่ 20% ก็รู้เรื่อง 80%, เทคนิคค้นหาเศษเวลาที่ทำหายไป เปลี่ยนวัยรุ่นจน ๆ ให้กลายเป็นนักธุรกิจชื่อดัง เป็นต้น การบริหารเวลาเป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกของชีวิต ถ้าคุณกลัดถูก ความสำเร็จก็จะตามมาอย่างง่ายดาย!

ราคา : 245 บาท

 

ฉันจะผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง

ผู้เขียน : Rapport Mi

ผู้แปล : วิลาสินี ชวาลรติกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : “ทุกชีวิตย่อมมีช่วงเวลาที่เฉิดฉายแม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ทว่าไม่เคยหายไปไหน เพียงแต่แอบซ่อนอยู่ในซอกหลืบของจิตใจ และสักวันจะกลับมาพบกันใหม่ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว” หนังสือ “ฉันจะผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง” เล่มนี้ ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต และความรู้สึกในช่วงเวลาที่หลากหลาย ผ่านตัวละครชายหญิงที่แตกต่างกัน และมีหมู่มวลดอกไม้ที่แสดงความสดใสในทุก ๆ ภาพ รวมถึงแมวน้อยที่มีชีวิตชีวาของเธอ ในเนื้อหาเป็นความเรียงที่ช่วยให้กำลังใจ อ่านง่าย ที่มาพร้อมกับภาพประกอบลายเส้นน่ารักสดใส 4 สีสวยงามตลอดทั้งเล่ม และจะช่วยเป็นกำลังใจให้คุณในยามที่ใจหม่นให้กลับมามีความหวัง และมีรอยยิ้มอีกครั้ง เนื้อหาอัดแน่นไปด้วยความห่วงใยทุกบรรทัด เป็นเหมือนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเข้าใจ และคอยตบไหล่คุณเบา ๆ ว่า “เราทุกคนต่างผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง”

ราคา : 345 บาท

 

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับ 11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีที่แสดงถึงความสดใส กระตือรือร้น และมองโลกในแง่ดี ที่เมื่อคุณได้อ่านหนังสือเหล่านี้จบแล้ว คุณจะพบกับความสว่างในหัวใจ ที่จะช่วยเพิ่มทักษะความรู้ ความสุข พร้อมสู้กับปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ ดังนั้น ใครสนใจเล่มไหน ก็ไปเลือกอ่านกันได้ตามชอบเลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.se-ed.com/

30 ไอเดียแต่งหน้าเค้กวันเกิดทรงสี่เหลี่ยมน่ารัก ๆ แบบต่าง ๆ

เค้ก ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง และยังเป็นตัวแทนของความรัก ความสามัคคี และความสุขที่ถูกรายล้อมไปด้วยคนที่รัก จึงทำให้วันสำคัญ หรือโอกาสพิเศษ อย่างวันเกิด วันครบรอบ และวันแห่งความสำเร็จต่าง ๆ ก็มักจะมีเค้กอยู่ด้วย และยิ่งในปัจจุบันเค้กก็มีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งรูปร่าง รสชาติ รสสัมผัส และการแต่งหน้าเค้ก ทำให้เหมาะเป็นทั้งของขวัญ และพร็อพถ่ายรูปที่สามารถทานได้ ซึ่งในบทความนี้เราก็มี 30 ไอเดียแต่งหน้าเค้กวันเกิดทรงสี่เหลี่ยมน่ารัก ๆ แบบต่าง ๆ มาฝากกันค่ะ

30 ไอเดียแต่งหน้าเค้กวันเกิดทรงสี่เหลี่ยมแบบต่าง ๆ

สรุป

สำหรับใครที่อยากสั่งเค้กวันเกิดเซอร์ไพรส์คนที่คุณรัก แต่ไม่อยากได้เค้กแบบทรงกลม เค้กทรงสี่เหลี่ยม ก็เป็นเค้กอีกทรงที่นิยม และสามารถนำมาตกแต่งได้หลากหลายเช่นเดียวกัน แต่ถ้าคิดไม่ออกว่าจะแต่งหน้าเค้กแบบไหนดี ก็เลือกดูไอเดียที่เราได้นำมาฝากกันได้เลยค่ะ ถ้าชอบแบบไหน ก็เซฟรูปแล้วเอาไปให้ทางร้านดูเป็นตัวอย่างได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pinterest.com/

ความรู้เกี่ยวกับสติกเกอร์ ที่คนอยากทำสติกเกอร์ควรรู้ ก่อนสั่งพิมพ์กับโรงงาน

สติกเกอร์ (Sticker) เป็นอีกหนึ่งสิ่งพิมพ์ที่เรามักจะพบเห็นได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่จะติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์หรือสินค้าต่าง ๆ ซึ่งการใช้สติกเกอร์ นอกจากจะบอกรายละเอียดสินค้าหรือข้อมูลผลิตภัณฑ์แล้ว ยังสามารถใช้ในการโฆษณา โปรโมท และแนะนำสินค้าได้ ดังนั้น ถ้าคุณออกแบบสติกเกอร์ให้มีความสวยงามโดดเด่น ก็จะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้า และยังสามารถดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจสินค้าของคุณได้อีกด้วย

นอกจากนี้สติกเกอร์ ก็ยังมีหลากหลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้น สำหรับใครที่ต้องการทำสติกเกอร์ติดบนบรรจุภัณฑ์หรือสินค้าต่าง ๆ ก็ต้องเลือกใช้สติกเกอร์ให้เหมาะกับประเภทงาน เพื่อความถูกต้อง ลดความเสียหาย ลดค่าใช้จ่ายบานปลายในการสั่งผลิตสติกเกอร์ผิดประเภท และสุดท้ายเพื่อให้งานออกมาสวยงาม และได้คุณภาพตามที่ต้องการ ซึ่งในบทความนี้เราก็มีความรู้เกี่ยวกับสติกเกอร์ ที่คนอยากทำสติกเกอร์ควรรู้ ก่อนสั่งพิมพ์กับโรงงาน มาฝากกันค่ะ

ชนิดของสติกเกอร์

สติกเกอร์กระดาษ (Paper Sticker)

สติกเกอร์กระดาษ มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์กระดาษขาวเงา สติกเกอร์กระดาษขาวด้าน สติกเกอร์คราฟน้ำตาล และสติกเกอร์กระดาษอื่น ๆ อีกหลายชนิด ซึ่งสติกเกอร์กระดาษ มีคุณสมบัติสามารถเปียกหรือโดนน้ำได้ประมาณ 40% และทนความร้อนได้ประมาณ 90 องศาเซลเซียส จึงเหมาะนำไปใช้งานประเภทที่ไม่ต้องระวังการโดนน้ำ และใช้ติดฉลากสินค้าทั่ว ๆ ไป เช่น สติกเกอร์บาร์โคด สติกเกอร์บอกวันหมดอายุ สติกเกอร์ติดผลไม้ เป็นต้น นอกจากนี้สติกเกอร์กระดาษ ที่มีการเคลือบเงา หรือเคลือบด้าน สามารถกันรอย และกันน้ำได้ถึง 70% เพราะมีการเคลือบผิวหน้ากันน้ำ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสวยงามหรูหราให้กับงานพิมพ์ได้อีกด้วย

 

สติกเกอร์พีพี (PP Sticker)

สติกเกอร์พีพี ที่นิยมใช้มีอยู่ 3 ชนิด คือ สติกเกอร์พีพีใส สติกเกอร์พีพีขาวเงา และสติกเกอร์พีพีด้าน ซึ่งสติกเกอร์พีพี มีคุณสมบัติเปียกน้ำได้ และยังทนต่อความร้อนได้มากถึง 90 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถยึดติดกับพื้นผิวของวัตถุที่มีรูปทรงซับซ้อนได้ดี ทั้งนี้ตัวสติกเกอร์มีความเรียบเนียน และมีความแวววาว จึงเหมาะนำไปใช้งานประเภทติดฉลากสินค้าที่ต้องการงานคุณภาพ เช่น สติกเกอร์ติดขวดโลชั่น สติกเกอร์ติดขวดแชมพู สติกเกอร์ติดสบู่ สติกเกอร์ติดขวดน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้สติกเกอร์พีพี ที่มีการเคลือบเงา หรือเคลือบด้าน สามารถช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ลดปัญหาสีหลุดลอกออกจากงานพิมพ์ และยังช่วยให้งานพิมพ์มีความหรูหรามากขึ้นด้วย

 

สติกเกอร์พีวีซี (PVC Sticker)

สติกเกอร์พีวีซี มีอยู่ด้วยกันหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สติกเกอร์พีวิซีใส สติกเกอร์พีวีซีขาวเงา สติกเกอร์พีวีซีกาวเหนียวพิเศษ สติกเกอร์พีวีซีหลังเทา และสติกเกอร์พีวีซีอื่น ๆ อีกหลายชนิด ซึ่งสติกเกอร์พีวีซี มีคุณสมบัติสามารถโดนน้ำ และทนความร้อนได้ประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่น และคงรูป ทำให้สามารถปรับรูป ปรับขนาดได้ตามต้องการ และมีความคงทนต่อสารเคมีต่าง ๆ จึงเหมาะนำไปใช้งานประเภทฉลากสินค้าที่ต้องการความทนทาน เช่น สติกเกอร์โลโก้ สติกเกอร์เครื่องใช้ไฟฟ้า สติกเกอร์ติดแก้วน้ำ สติกเกอร์ติดกระจกรถยนต์  สติกเกอร์ติดโฆษณาอื่น ๆ เป็นต้น

 

ข้อดี และข้อเสีย ของสติกเกอร์แต่ละชนิด

ข้อดี และข้อเสีย สติกเกอร์กระดาษ

ข้อดี

  • สามารถโดนน้ำได้ 40%
  • ทนความร้อนได้
  • แกะใช้หรือลอกใช้ง่าย
  • ราคาถูกที่สุดในบรรดาสติกเกอร์ทั้งหมด

ข้อเสีย

  • ฉีกขาดง่ายเมื่อเทียบกับเนื้อสติกเกอร์แบบอื่น ๆ
  • ไม่สามารถนำไปใช้กับงานที่โดนน้ำโดยตรงได้
  • ไม่สามารถใช้กับขวดที่มีความโค้ง หรือนูนได้ เนื่องจากอาจเกิดรอยยับ
  • สีหลุดลอกจากรอยข่วน
  • มีอายุการใช้งานสั้น

 

ข้อดี และข้อเสีย สติกเกอร์ PP

ข้อดี

  • กันน้ำได้ 100%
  • ทนความร้อนได้
  • มีความคงทน
  • มีความยืดหยุ่น
  • ไม่ฉีกขาดง่าย
  • มีความเรียบเนียน และมีสวยงาม

ข้อเสีย

  • เกิดรอยขีดข่วน
  • สีหลุดลอกจากรอยข่วน
  • สีหลุดเปื้อนเลอะมือจากการโดนน้ำยาหรือตัวทำละลายบางชนิด
  • ไม่เหมาะกับขวดบรรจุภัณฑ์ที่มีความ โค้งหรือนูนมาก ๆ เนื่องจากอาจเกิดรอยยับ

 

ข้อดี และข้อเสีย สติกเกอร์ PVC

ข้อดี

  • กันน้ำได้ 100%
  • ทนความร้อนได้
  • มีความยืดหยุ่น และคงรูป
  • ไม่ฉีกขาดง่าย
  • สีไม่หลุดลอกหรือเลือนหาย
  • ใช้งานร่วมกับขวดที่มีความโค้งหรือนูนมาก ๆ ได้

ข้อเสีย

  • ในการสั่งพิมพ์ หากตัวหนังสือมีขนาดเล็กมาก อาจทำให้ความคมชัดน้อยลง
  • หากเก็บในห้องที่มีอากาศร้อนนาน ๆ อาจเกิดการหดตัวได้

 

สรุป

การทำสติกเกอร์มาใช้ได้ถูกกับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการจะใช้กับผลิตภัณฑ์หรือสินค้าประเภทไหน จะทำให้ช่วยลดความเสียหาย และค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของเราดูดี มีคุณภาพ และยังเป็นการเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และผลิตภัณฑ์ของเราได้อีกด้วย ยิ่งถ้ามีการออกแบบที่สวยงาม บนสติกเกอร์มีโลโก้แบรนด์ และรายละเอียดสินค้าอย่างชัดเจน ก็จะยิ่งทำให้สินค้าน่าสนใจ และเป็นที่จดจำมากขึ้นด้วยค่ะ

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำสติกเกอร์ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตสติกเกอร์ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ต่างกันยังไง? ที่นี่มีคำตอบ

สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ล้วนเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใช้ในการโฆษณา และช่วยในการประชาสัมพันธ์สินค้า และบริการต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จัก รวมไปถึงยังสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งสิ่งพิมพ์ทั้ง 3 อย่างนี้ ถึงแม้จะมีความเหมือน แต่ก็มีความต่างกัน ดังนั้น เพื่อให้คุณเข้าใจ และเลือกใช้สิ่งพิมพ์เหล่านี้ให้เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจคุณ ในบทความนี้เราจะพาไปดูกันว่า สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ต่างกันยังไง ถ้าอยากรู้แล้ว ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

โบรชัวร์

โบรชัวร์ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มักจะมีเนื้อหา และรายละเอียดต่าง ๆ เยอะมาก ทั้งนี้ยังรวมไปถึงภาพประกอบ และการเสนอข่าวสารเป็นการเฉพาะ เพราะใช้ในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ร้านค้าเปิดใหม่ ประชาสัมพันธ์โปรโมชั่น ส่วนลด หรือเชิญชวนไป event

การทำโบรชัวร์ ส่วนใหญ่มักจะทำออกมาตั้งแต่ขนาด A5 – A4 – A3 และรูปแบบของโบรชัวร์ อาจจะเป็นตั้งแต่แบบแผ่นพับขึ้นไป จนถึงแบบที่เย็บเล่มหลาย ๆ หน้า ก็สามารถเรียกรวม ๆ ว่า โบรชัวร์ ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างโบรชัวร์ เช่น โบรชัวร์ธุรกิจ โบรชัวร์บริษัท โบรชัวร์สินค้า เป็นต้น

 

แผ่นพับ

แผ่นพับ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่พิมพ์ข้อมูลลงไปในกระดาษ มีลักษณะเป็นใบที่สามารถพับได้ ส่วนมากใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลในเชิงความรู้ หรือทางการขายสินค้า หรือจะเป็นการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ

โดยรูปแบบของแผ่นพับสามารถพิมพ์ 1 ด้าน หรือ 2 ด้านก็ได้ นอกจากนี้แผ่นพับสามารถพับได้หลายแบบ ทั้งพับแบบ 2 พับ 3 พับหรือ 4 พับก็ได้ ยกตัวอย่างแผ่นพับ เช่น แผ่นพับร้านอาหาร แผ่นพับร้านกาแฟ แผ่นพับแนะนำโรงเรียน แผ่นพับสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น

 

ใบปลิว

ใบปลิว เป็นสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาสาระเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ส่วนมากข้อความมักจะเป็นการให้ข้อมูล เพื่อแจกจ่ายไปยังกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ แนะนำสินค้า หรือส่งเสริมการขายแบบ ลด แลก แจก นอกจากนี้ใบปลิวยังเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะหยิบจับได้ง่ายอีกด้วย

การทำใบปลิว ส่วนใหญ่มักจะทำออกมาเป็นแผ่นที่ไม่ใหญ่มาก ประมาณ A5 – A4 และเป็นแผ่นเรียบ ๆ ไม่ได้มีการพับกระดาษ ทั้งนี้ในการแจกใบปลิว สามารถที่จะเจาะถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นอย่างดี หรือบางทีอาจจะวางไว้ตามจุดประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างใบปลิว เช่น ใบปลิวสินค้า ใบปลิวโปรโมชั่น ใบปลิวแนะนำองค์กร ใบปลิวโครงการหมู่บ้าน เป็นต้น

 

สรุป

สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ต่างก็เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้รับความนิยม ซึ่งทั้งหมดล้วนใช้ในการโฆษณา และช่วยประชาสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ โดยความแตกต่างของทั้ง 3 สิ่งพิมพ์ มีทั้งข้อมูลที่ใส่ลงไป รูปแบบของการใช้งาน หรือการเข้าเล่มที่แตกต่างกัน ดังนั้น เมื่อคุณทราบแล้วว่าสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละแบบมีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างไร ก็จะสามารถทำให้คุณเลือกสื่อสิ่งพิมพ์ไปใช้กับงานของคุณได้อย่างเหมาะสมค่ะ

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แนะนำชนิดของกระดาษที่นิยมใช้ในการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์

กล่องบรรจุภัณฑ์ ถือว่ามีความสำคัญต่อตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากใช้ห่อหุ้มหรือใช้บรรจุผลิตภัณฑ์ รวมถึงเป็นภาชนะที่ใช้สำหรับขนส่งสินค้าจากผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภคอย่างปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยปกป้องรักษาคุณภาพสินค้า ช่วยในการเก็บรักษา และป้องกันไม่ให้สินค้าเกิดความเสียหายจากการเคลื่อนย้าย นอกจากนี้กล่องบรรจุภัณฑ์ ยังเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่า และส่งเสริมด้านการตลาดอีกด้วย

ในส่วนของการทำกล่องบรรจุภัณฑ์ สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่สำคัญ และต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก คือ การเลือกใช้กระดาษที่มีความเหมาะสมกับสินค้า เพราะกระดาษแต่ละชนิด แต่ละประเภทมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หากเลือกประเภทกระดาษไม่เหมาะกับการเป็นบรรจุภัณฑ์สินค้าของเรา สินค้าก็อาจเกิดความเสียหายได้ ดังนั้น ต้องเลือกกระดาษที่สามารถตอบโจทย์กับความต้องการในการใช้งานให้ได้ ซึ่งในบทความนี้เราก็จะมาแนะนำชนิดของกระดาษที่นิยมใช้ในการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ ว่าแต่จะมีกระดาษอะไรบ้าง และแต่ละประเภทมีความพิเศษ และเหมาะกับการทำกล่องบรรจุภัณฑ์แบบใดบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

กระดาษอาร์ตการ์ด

กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นกระดาษที่มีคุณลักษณะพิเศษกว่ากระดาษชนิดอื่น ๆ มีเนื้อสัมผัสที่เรียบ และมีการพิมพ์สีสันที่สดใส ทำให้เหมาะสำหรับงานออกแบบที่สะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นกล่องขนม กล่องเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการกล่องสีสดใส ซึ่งกระดาษอาร์ตการ์ด จะทำให้บรรจุภัณฑ์มีพื้นผิวมันเงา ช่วยเพิ่มความสวยงามโดดเด่น ที่จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้

 

กระดาษคราฟท์

กระดาษคราฟท์ เป็นกระดาษเนื้อสีน้ำตาล ที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลมาแล้ว ทำให้มีพื้นผิวหยาบ มีความเหนียวทนทานเป็นพิเศษ และมีความฟูกว่ากระดาษชนิดอื่น ๆ จึงนิยมใช้ในงานที่เป็นงานกล่องพิมพ์สีเดียว และยังเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ไม่ว่าคุณจะกล่องสบู่แฮนด์เมด กล่องชาออร์แกนิก หรือกล่องขนมปังโฮมเมด ซึ่งกระดาษคราฟท์ จะทำให้บรรจุภัณฑ์ดูมีสไตล์ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย

 

กระดาษแป้งหลังขาว

กระดาษแป้งหลังขาว มีลักษณะเป็นสีขาวมันทั้งสองด้าน แต่มีการเคลือบผิวเพียงด้านเดียว ซึ่งด้านที่เคลือบผิวจะมีความเรียบ และขาวกว่าผิวอีกด้านหนึ่ง เพื่อใช้สำหรับการพิมพ์กราฟิก และข้อมูลผลิตภัณฑ์ ทำให้เหมาะสำหรับใช้ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการเน้นภาพลักษณ์ที่สะอาด มีความโดดเด่น และสวยงามมากยิ่งขึ้น เช่น สินค้าประเภทยา กล่องเครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

 

กระดาษแป้งหลังเทา

กระดาษแป้งหลังเทา ด้านหนึ่งของกระดาษจะเคลือบแป้งให้ดูขาว ๆ มัน ๆ และมีผิวเรียบ เพื่อใช้สำหรับการพิมพ์กราฟิก และข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนอีกด้านก็จะเป็นกระดาษสีเทา ซึ่งมีความคงทนมาก จึงเหมาะสำหรับการใช้งานด้านบรรจุภัณฑ์ทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการความหรูหรามากนัก เช่น กล่องเครื่องเขียน กล่องของใช้ในบ้าน กล่องของเล่น กล่องยาสีฟัน กล่องขนม เป็นต้น

 

สรุป

กระดาษที่นิยมใช้ในการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ คือ กระดาษอาร์ตการ์ด กระดาษคราฟท์ กระดาษแป้งหลังขาว และกระดาษแป้งหลังเทา ซึ่งกระดาษแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ในการทำกล่องบรรจุภัณฑ์ ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ และการใช้งานด้วย เพื่อให้กล่องบรรจุภัณฑ์ของคุณ เป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ และตอบโจทย์กับความต้องการต่าง ๆ ของลูกค้าด้วย นอกจากนี้กล่องบรรจุภัณฑ์ ยังเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่า ส่งเสริมด้านการตลาด และทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่สนใจได้อีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำกล่องบรรจุภัณฑ์ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

นั่งทำงานอย่างไรให้สบาย ไม่ปวดหลัง ปวดไหล่ ไม่เป็นออฟฟิศซินโดรม

เชื่อว่าพนักงานออฟฟิศหลาย ๆ คน ต้องเคยมีอาการปวดหลัง เนื่องจากการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน ๆ นั่งท่าผิด รวมถึงความเครียด ทำให้คอ บ่า ไหล่ ตึงร้าวไปจนถึงหลังได้ แต่อาการปวดหลังที่เกิดขึ้น จะสามารถดีขึ้นได้ ถ้าคุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมท่านั่งให้ถูกต้อง ซึ่งในบทความนี้เราก็มีท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง และพฤติกรรมท่านั่งทำงานที่ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากปวดหลัง มาให้ทุกคนได้รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมท่านั่งของเราในออฟฟิศให้ดีขึ้นกันค่ะ

นั่งทำงานอย่างไรให้สบาย ไม่ปวดหลัง ปวดไหล่

1. นั่งให้หลังตรง เต็มก้น ให้สะโพก และหลังพิงไปกับพนักเก้าอี้ ให้พนักเก้าอี้รองรับน้ำหนัก ไม่ให้กล้ามเนื้อคอ ไหล่ และหลัง ทำงานหนักจนเกินไป

2. เก้าอี้ทำงาน ควรเป็นเก้าอี้ที่ปรับระดับได้ โดยควรปรับให้บริเวณข้อศอกอยู่ระดับเดียวกับโต๊ะ ให้มือวางบนคีย์บอร์ดได้ และมีหมอนรองบริเวณหลัง เพื่อลดอาการการเกร็งกล้ามเนื้อบ่า ศอก และหลังส่วนล่าง

3. เท้าควรวางราบไปกับพื้น ถ้าเก้าอี้สูงแล้วเท้าลอย ให้หากล่อง เก้าอี้ หรือกระดาษรีมมารองเท้า ให้เท้าของเราวางราบได้ เพื่อกระจายน้ำหนักตัวให้สม่ำเสมอ

4. ตำแหน่งคีย์บอร์ด เลื่อนให้อยู่ในระดับเดียวกันกับข้อมือ และข้อศอก ไม่ต้องยกไหล่หรือเอื้อมไปไกล เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อทำงานหนักมากเกินไป

5. ตำแหน่งเม้าส์ ไม่ควรวางไว้ไกลจากตัวเรา ควรวางให้ใกล้ตัวไว้ ไม่ต้องยื่นแขน หรือมีหมอนรองข้อมือไม่ให้เส้นยึด และป้องกันพังผืดกดทับของเส้นประสาทที่ข้อมือ

6. หน้าจอคอม ควรวางจอให้ห่างจากตัวเรา 1 ช่วงแขน และขอบบนสุดของจอ ควรอยู่ระดับสายตาของเรา จะได้ไม่ต้องนั่งก้มหรือแหงนขึ้นให้กล้ามเนื้อคอบ่าของเราเกร็ง

7. ระหว่างทำงาน พยายามเปลี่ยนท่า ขยับร่างกายบ่อย ๆ และลุกขึ้นเดินทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อยืดร่างกาย อาจไปเข้าห้องน้ำ หรือเดินไปดื่มน้ำ

 

พฤติกรรมท่านั่งทำงานที่ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากปวดหลัง

1. หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง เพราะการนั่งไขว่ห้างทำให้หลัง และกระดูกสันหลังงอหรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง รวมถึงทำให้สะโพกข้างหนึ่งยกขึ้น ส่งผลให้ปวดหลังได้

2. ไม่นั่งยื่นคอไปด้านหน้า หรือยื่นหน้าใกล้จอคอมพิวเตอร์มากเกินไป จะเป็นการเพิ่มแรงกดไปยังกระดูกสันหลังโดยไม่รู้ตัว

3. ไม่นั่งหลังค่อม ไหล่ห่อเป็นเวลานาน ๆ เพราะนอกจากจะปวดไหล่ และสะบักแล้ว อาจส่งผลไปถึงหลัง กลายเป็นความปวดไปทั่วร่างกาย

4. อย่าใช้เก้าอี้ที่ไม่มีพนัก นอกจากจะไม่สามารถพิงหลังเพื่อผ่อนคลาย หรือขยับร่างกายเปลี่ยนท่าได้สะดวกแล้ว ยังต้องนั่งเกร็งหลังตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้

5. อย่ารับโทรศัพท์ด้วยการยกไหล่เพื่อหนีบโทรศัพท์ ขณะที่ต้องใช้มือพิมพ์งานไปด้วย จะทำให้เกิดการเกร็งบริเวณไหล่ และคอ ส่งผลให้กระดูกสันหลังผิดรูป หากทำเป็นเวลานานหรือบ่อย ๆ อาจทำให้ปวดหลังได้

สรุป

ถ้าตอนนี้คุณนั่งทำงานอยู่ และรู้สึกปวดไหล่ ปวดหลัง หรือเจ็บข้อมือแสดงว่าเริ่มมีอาการเป็นออฟฟิศซินโดรมแล้ว ต้องรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมท่านั่งของเราในออฟฟิศให้ดีขึ้น ซึ่งสามารถทำตามวิธีด้านบนที่เรานำมาฝากกันได้เลยค่ะ รับรองว่าจะช่วยให้อาการปวดหลังของคุณดีขึ้นได้ แต่ถ้าใครที่มีอาการปวดหลังหนักมาก ๆ จนทนไม่ไหว พยายามปรับพฤติกรรมแล้ว แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร แนะนำให้ไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาตามความเหมาะสมค่ะ แต่ถ้าใครมีอาการปวดหลังเป็น ๆ หาย ๆ หรือยังไม่มีอาการปวดหลัง อยากแนะนำว่าให้ปรับเปลี่ยนท่านั่งให้เป็นท่าที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอาการปวดหลัง และการเป็นออฟฟิศซินโดรมค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แนะนำ 5 ร้านเสื้อ Baby Tee น่ารัก ๆ ทรงสวย ใส่ง่าย ใส่สบาย ที่สาว ๆ ควรมี!

เสื้อยืดทรง Baby Tee เป็นเสื้อยืดที่กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นเสื้อยืดตัวจิ๋วสุดน่ารัก ที่มีทั้งแบบสั้นเหนือเอว และแบบยาวปิดเอว รวมถึงทรงเสื้อจะค่อนข้างพอดีตัวไปจนถึงรัดรูป แขนเสื้อไม่กว้าง ตัวเล็ก ๆ คล้าย ๆ เสื้อเด็กนั่นเอง ซึ่งทำให้เสื้อยืดทรง Baby Tee สามารถนำมาแมตช์ได้หลากหลายอีกด้วย ทั้งใส่กับกางเกงเอวต่ำ กระโปรง หรือยีนส์เท่ ๆ สักตัวก็พร้อมออกจากบ้าน หรือจะใส่เป็นเอเวอรี่เดย์ลุคก็ได้เช่นกัน ดังนั้น สาว ๆ คนไหนที่กำลังหาร้านเสื้อ Baby Tee ใส่อยู่ล่ะก็ ในบทความนี้เราก็มี 5 ร้านเสื้อ Baby Tee น่ารัก ๆ ทรงสวย ใส่ง่าย ใส่สบาย ที่สาว ๆ ควรมี มาแนะนำกันค่ะ

Stylist_Shop

Stylist_Shop เป็นร้านที่มีเสื้อ Baby Tee ให้เลือกแบบหลากหลาย ลายน่ารัก และมีสีให้เลือกเยอะมาก ๆ แถมยังมีคอลเลกชันใหม่ ๆ ออกมาตลอด ที่สำคัญเสื้อ Baby Tee ของร้านนี้ ทรงสวย เข้ารูป แต่ไม่รัดเกินไป ใส่แล้วตัวเล็กตัวน้อยสุด ๆ เนื้อผ้าใส่สบาย ไม่ร้อนเหมาะกับอากาศประเทศไทย ใส่ได้ทุกวัน เป็นอีกร้านที่อยากแนะนำว่าคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอนค่ะ

ราคา : 350 – 390 บาท

สั่งซื้อได้ที่ : Shopee

 

Beming.bkk

Beming.bkk เป็นอีกร้านที่มีเสื้อ Baby Tee ลายน่ารัก สไตล์มินิมอลสาวหวาน ใส่แล้วดูตัวเล็กสุด ๆ โดยเสื้อ Baby Tee ของทางร้าน เป็นผ้าคอตตอน นุ่มเด้ง ทรงสวย ไม่สั้น ไม่ยาว มีความเข้ารูปแบบพอดี แถมยังระบายอากาศได้ดี เหมาะกับใส่ในเมืองร้อนแบบบ้านเราแน่นอน อีกทั้งยังใส่ง่าย ใส่ได้ทุกงานทุกโอกาสเลยค่ะ เป็นอีกร้านที่อยากแนะนำสาว ๆ ให้มาลองกันค่ะ

ราคา : 285 – 310 บาท

สั่งซื้อได้ที่ : Shopee

 

Geschwisters

Geschwisters เป็นอีกร้านที่มีเสื้อ Baby Tee สไตล์มินิมอล ทรงสวย ที่มีสีให้เลือกเยอะมาก ๆ ซึ่งเสื้อ Baby Tee ของทางร้าน เป็นผ้าที่มีความนุ่ม ใส่สบาย ยืดหยุ่นได้เยอะมาก ทรงสวยไม่ย้วย ใส่ง่ายหยิบแมตช์ได้ตลอด และคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน เป็นอีกร้านที่อยากแนะนำสาว ๆ ที่ชอบความเรียบง่าย แต่ดูดี ต้องลองค่ะ

ราคา : 259 – 350 บาท

สั่งซื้อได้ที่ : Shopee

 

V.G.H. BKK

V.G.H. BKK เป็นร้านที่มีเสื้อ Baby Tee ดีไซน์ดูชิคไม่เหมือนใคร มีความ Y2K ที่เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนมาก ๆ โดยเสื้อ Baby Tee ของทางร้าน มีสีสันสดใส ลายเก๋ และทรงสวยแมตช์ง่าย ความยาวกำลังพอดี ผ้าไม่หนาไม่บางจนเกินไป ทำให้ใส่สบาย ดังนั้น สำหรับสาว ๆ ที่ชอบความ Y2K และมีเอกลักษณ์ แนะนำร้านนี้เลยค่ะ

ราคา : 350 – 390 บาท

สั่งซื้อได้ที่ : Shopee

 

PREY

PREY เป็นร้านที่มีเสื้อ Baby Tee ให้เลือกแบบหลากหลาย ลายน่ารักเยอะมาก ๆ สีเสื้อส่วนใหญ่จะเป็นสีอ่อน ใส่ง่าย ซึ่งเสื้อ Baby Tee ของทางร้าน เป็นผ้า Cotton Spandex ที่มีความนุ่ม ยืดได้เยอะ ใส่สบาย ไม่ร้อนเหมาะกับอากาศประเทศไทย ดังนั้น สาว ๆ ที่ชอบความน่ารัก แมตช์สนุก แนะนำให้ลองร้านนี้ค่ะ

ราคา : 390 บาท

สั่งซื้อได้ที่ : Shopee

 

สรุป

ทั้งหมดก็เป็น 5 ร้านเสื้อ Baby Tee ที่เราได้นำมาฝากสาว ๆ กันค่ะ ต้องบอกเลยว่าแต่ละร้าน เสื้อ Baby Tee ทรงสวยมาก ๆ แถมยังมีลายน่ารัก ๆ เก๋ ๆ ให้สาว ๆ ได้เลือกกันเยอะมาก ๆ ใครชอบเสื้อของร้านไหนก็ไปสั่งซื้อกันได้เลยค่ะ รับรองว่าคุ้มค่าคุ้มราคา ใส่แล้วออกมาสวยแน่นอนค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แนะนำ 5 ภาพยนตร์การ์ตูนผี ที่จะทำให้ความน่ากลัว กลายเป็นความน่ารัก และอบอุ่น

สำหรับใครที่อยากดูหนังผี แต่ก็กลัวจนไม่กล้าจะดู ภาพยนตร์การ์ตูนผี หรือภาพยนตร์แอนิเมชันผี สามารถช่วยให้คุณดูเรื่องผีได้ง่ายขึ้น เพราะนอกจากตัวละครจะออกไปทางน่ารักมากกว่าน่ากลัวแล้ว เนื้อเรื่องยังมีทั้งความตลก ขบขัน และชวนอบอุ่นหัวใจ จนอาจจะทำให้คุณต้องเสียน้ำตาได้เลยค่ะ ที่สำคัญสามารถดูพร้อมกันได้ทั้งครอบครัวอีกด้วย ซึ่งในบทความนี้เราก็มี 5 ภาพยนตร์การ์ตูนผี ที่จะทำให้ความน่ากลัว กลายเป็นความน่ารัก และอบอุ่น มาแนะนำกัน ว่าแต่จะมีเรื่องไหนน่าดูบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

Coco วันอลวน วิญญาณอลเวง (2017)

เรื่องย่อ “มิเกล” เด็กชายชาวเม็กซิโกวัย 12 ที่ฝันอยากเป็นนักดนตรี แม้ความฝันของเขาอาจเป็นการแหกกฎของครอบครัวก็ตาม โดยสมาชิกในครอบครัวของเขาถูกห้ามไม่ยุ่งกับดนตรีมานานหลายรุ่น แต่หนุ่มน้อยอย่าง มิเกล ฝันอยากเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จตามรอยไอดอลอย่าง “เออร์เนสโต เดอลา ครูซ” ซึ่งระหว่างที่เขากำลังหมดหนทางในการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง เหตุการณ์ประหลาดบางอย่างนำพาเขาสู่ดินแดนแห่งความตาย จนทำให้เขาได้พบกับนักต้มตุ๋นนามว่า “เฮคเดอร์” ซึ่งทั้งสองคนกลายเป็นคู่หู และออกผจญภัยร่วมกันเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับครอบครัวของมิเกล

ช่องทางการรับชม Disney+ Hotstar

ตัวอย่าง Coco วันอลวน วิญญาณอลเวง 

 

Hotel Transylvania โรงแรมผี หนีไปพักร้อน (2012)

เรื่องย่อ ยินดีต้อนรับสู่ โรงแรม HOTEL TRANSYLVANIA รีสอร์ทสุดหรูที่บรรดาผี ๆ และครอบครัวของพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างอิสระ โดยที่ไม่อนุญาตให้มนุษย์คนใดเข้าไป ในสุดสัปดาห์ที่แสนพิเศษวันหนึ่ง แดรกคูล่า เชิญเพื่อนสนิทของเขาทั้งหมด ทั้งแฟรงเกนสไตน์ และภรรยาของเขา มัมมี่ มนุษย์ล่องหน ครอบครัวมนุษย์หมาป่า และอีกมากมาย เพื่อฉลองครบรอบวันเกิด 118 ปีของ Mavis ลูกสาวสุดที่รักของเขา งานเลี้ยงดูจะเป็นไปด้วยดี ปาร์ตี้กำลังเริ่มขึ้น แต่เมื่อมีชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งบังเอิญเข้ามา ณ โรงแรมแห่งนี้ ก็ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

ช่องทางการรับชม Netflix

ตัวอย่าง Hotel Transylvania โรงแรมผี หนีไปพักร้อน

 

Spirited Away มิติวิญญาณมหัศจรรย์ (2001)

เรื่องย่อ เรื่องราวของ ชิฮิโระ (Chihiro) เด็กหญิงวัย 10 ขวบ และพ่อแม่ของเธอที่หลงเข้าไปในมิติวิญญาณมหัศจรรย์ระหว่างเดินทางย้ายบ้านใหม่ การก้าวผ่านวัยของชิฮิโระในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต การจากลา และการเติบโตจากทำงานที่โรงอาบน้ำของเหล่าทวยเทพในโลกวิญญาณ ระหว่างที่เธอกำลังหาหนทางช่วยพ่อแม่ที่ถูกสาปให้กลายเป็นหมู หลังจากไปกินอาหารของเหล่าทวยเทพ และหาทางกลับสู่โลกของมนุษย์

ช่องทางการรับชม Netflix

ตัวอย่าง Spirited Away มิติวิญญาณมหัศจรรย์

 

Corpse Bride เจ้าสาวศพสวย (2005)

เรื่องย่อ เรื่องของวิกเตอร์ที่กำลังจะแต่งงานกับคู่หมั้น และเจ้าสาวที่พ่อแม่เตรียมให้ แต่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน จึงท่องคำปฏิญาณขอแต่งงานไม่ถูกต้อง จึงถูกปฏิเสธจากพ่อแม่ของฝ่ายหญิง ทำให้เขาไปซ้อมพูดคำขอแต่งงานในป่าช้า และมอบแหวนให้กระดูกของศพ โดยคิดว่าเป็นเจ้าสาวคู่หมั้นของตัวเองไปด้วย จนกระทั่งไปปลุกเจ้าสาวผีในโลงศพให้ตื่นขึ้นมาเพื่อยอมเป็นภรรยาของวิกเตอร์ ทำให้ชีวิตของวิคเตอร์นั้นได้เปลี่ยนไป

ช่องทางการรับชม Apple TV

ตัวอย่าง Corpse Bride เจ้าสาวศพสวย

 

Monster House บ้านผีสิง (2006)

เรื่องย่อ “ดีเจ” คือเด็กน้อยวัย 12 ขวบ ที่สงสัยว่าบ้านร้างเก่าซอมซ่อของชายชรา “เน็บเบอร์แคร็กเกอร์” ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มีอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล เขาจึงตัดสินใจชวน “โชว์เดอร์” เพื่อนสนิท และ “เจนนี่” สหายคนใหม่ ไปพิสูจน์ความจริงด้วยการฝ่าฝืนทุกข้อห้ามและเข้าไปสำรวจบ้านที่เขาคิดว่าเป็น “บ้านผีสิง” หลังนี้ แต่สิ่งใดกันแน่ ที่จะรอพวกเขาอยู่ภายใน!

ช่องทางการรับชม Netflix

ตัวอย่าง Monster House บ้านผีสิง

สรุป

ทั้งหมดก็เป็น 5 ภาพยนตร์การ์ตูนผี ที่แต่ละเรื่องก็มีเนื้อเรื่อง และความสนุกแตกต่างกันไป ยิ่งดูกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ก็ยิ่งดูเพลิน ดูสนุก ที่สำคัญแต่ละเรื่องยังมีความตลก ขบขัน และอบอุ่นหัวใจมากจริง ๆ ค่ะ ใครดูตัวอย่างเรื่องไหนแล้วอยากดูต่อ ก็ดูตามบริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ ได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.freepik.com/

อาการปวดฝ่าเท้า เจ็บส้นเท้า อาจเป็นสัญญาณเตือนโรครองช้ำ

อาการปวดฝ่าเท้า เจ็บส้นเท้า ปวดอุ้งเท้า หรือบริเวณฝ่าเท้า เวลาเดิน หรือตอนลุกจากการนั่งนาน ๆ แต่สักพักอาการปวดก็จะดีขึ้น และหายไปในที่สุด อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรครองช้ำ เพราะโรครองช้ำ มักจะมีอาการเจ็บที่ส้นเท้า หรือฝ่าเท้าเวลาลุกขึ้นยืน โดยอาการเจ็บมักจะเป็น ๆ หาย ๆ และเจ็บมากขึ้นตามการใช้งาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ดังนั้น ในบทความนี้เราอยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรครองช้ำให้มากขึ้น เพื่อให้รู้เท่าทัน และป้องกันการเกิดโรครองช้ำกันค่ะ

โรครองช้ำ

โรครองช้ำ (Plantar Fasciitis) หรือ โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ หรือ พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ เป็นภาวะที่มีอาการอักเสบของเส้นเอ็นใต้ฝ่าเท้า โดยผู้ป่วยรองช้ำจะรู้สึกเจ็บฝ่าเท้าบริเวณฝั่งที่เหยียบลงบนพื้น ซึ่งอาการมักจะมาเป็น ๆ หาย ๆ และเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามลักษณะการใช้งาน ในบางรายที่เป็นมานาน หรือไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาการจะเรื้อรังมากขึ้น อาจจะส่งผลร้ายแรงทำเส้นเอ็นฉีกขาดได้

สาเหตุ

โรครองช้ำ มักมาจากการใช้งานฝ่าเท้าหนักมากเกินไป จนทำให้เกิดการตึงตัวที่มากเกินของเส้นเอ็นฝ่าเท้า และอุ้งเท้าที่ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกขณะที่เราลงน้ำหนัก จนเกิดเป็นพังผืด และเกิดการอักเสบเรื้อรังสะสมมาเรื่อย ๆ

อาการ

โรครองช้ำ จะมีอาการปวดฝ่าเท้ารอบ ๆ ส้นเท้าไปถึงเอ็นร้อยหวายในช่วงแรกที่เริ่มใช้งาน เช่น ตอนตื่นนอน ตอนลุกจากการนั่งนาน ๆ ขับรถนาน ๆ หรือ เวลาที่เราไม่ได้ใช้เท้าเดินนาน ๆ และเมื่อเราทำการเดินหลังจากไม่ได้เดินเป็นเวลานาน ก็จะรู้สึกเจ็บ เป็นต้น โดยจะมีอาการปวดเหมือนมีเข็มมาแทงหรือโดนของร้อน อาการจะดีขึ้นเมื่อมีการใช้งานไปสักระยะ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาการปวดจะเรื้อรัง และรุนแรงมากขึ้นจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้

ปัจจัยเสี่ยง

  • ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรครองช้ำมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากเอ็น กล้ามเนื้อ ไขมันส้นเท้าจะบางกว่า และฝ่าเท้าไม่แข็งแรงเท้าผู้ชาย
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ทำให้ฝ่าเท้าต้องรองรับน้ำหนัก และแรงกระแทกมากขึ้น
  • ผู้สูงอายุ เนื่องจากเส้นเอ็นเสื่อมและพังผืดฝ่าเท้ามีความยืดหยุ่นน้อยลง
  • ผู้ที่มีฝ่าเท้าแบน หรือส่วนโค้งของเท้ามากผิดปกติ
  • ผู้ที่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ
  • ผู้ที่ใส่รองเท้าพื้นแข็งหรือพื้นบางเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีอาชีพยืนหรือเดินมาก ทำให้พังผืดฝ่าเท้าตึง
  • นักกีฬา และผู้ที่ประกอบอาชีพที่จำเป็นต้องใช้งานข้อเท้าหนัก ต้องยืน และเดินเป็นเวลานาน ตลอดทั้งวัน

การรักษา

วิธีการรักษาโรครองช้ำจะขึ้นอยู่กับอาการความรุนแรงของโรค โดยจะเริ่มจากการใช้ยาไปพร้อม ๆ กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากยังไม่หาย จะเริ่มมีการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาช่วย ซึ่งวิธีรักษารองช้ำมีดังนี้

  • ลดการเดิน ลดการใช้งาน เช่น การใช้ไม้เท้าช่วยเดิน การประคบควานเย็นหรือน้ำแข็งปรงประมาณ 20 นาที 3-4 ครั้งวัน ในตอนเย็นจะช่วยลดอาการเจ็บปวดได้ดี
  • การรับประทานยา เช่น ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด เป็นต้น แต่ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และระยะเวลาการรับประทานยาไม่ควรนานจนเกินไป
  • การใช้เฝือกอ่อน จะช่วยลดการเคลื่อนไหวที่ข้อเท้า โดยจะใช้ในช่วงแรกเพื่อลดอาการอักเสบ
  • การใช้แผ่นรองเท้า ที่มีลักษณะนิ่ม หรือสวมรองเท้าที่เหมาะสม
  • การทำกายภาพบำบัด โดยแพทย์จะแนะนำการออกกำลังกายที่เป็นวิธีแก้อาการรองช้ำด้วยตัวเอง ที่สามารถช่วยลดการอักเสบของเส้นเอ็น และบรรเทาอาการปวด
  • การรักษาด้วยคลื่นกระแทก มักทำในกรณีที่ทานยา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังไม่หาย หรือต้องการให้อาการหายเร็วขึ้น
  • การผ่าตัด ใช้ในกรณีที่การรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นระยะเวลาหนึ่งไม่สำเร็จ โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดเอาพังผืดที่บริเวรฝ่าเท้าบางส่วนออก เพื่อช่วยลดความตึงของเส้นเอ็นลง

การป้องกัน

  • เลือกรองเท้าที่เหมาะสม ได้แก่ รองเท้าที่ไม่รัดจนเกินไป มีส้นที่นิ่ม มีแผ่นรองรองเท้า โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่น้ำหนักเยอะ หรือใช้งานเท้าเยอะ
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อช่วยลดแรงกระแทก และแรงกดบริเวณฝ่าเท้า
  • หากจำเป็นต้องสวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน แนะนำให้หาเวลาพักเพื่อถอดรองเท้าและยึดกล้ามเนื้อน่อง และยืดพังผืดใต้ฝ่าเท้าบ่อย ๆ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้ฝ่าเท้าเป็นเวลานาน ๆ หรือกีฬาบางประเภทที่ทำให้ฝ่าเท้ารับแรงกระแทกมาก ๆ เช่น การวิ่ง หรือการปั่นจักรยาน
  • หากมีการออกกำลังโดยการวิ่งอยู่ประจำ ควรปรับท่าวิ่งให้เหมาะสม ได้แก่ ก้าวให้สั้นลง และลงน้ำหนักให้เต็มเท้า
  • สำหรับผู้ที่มีฝ่าเท้าผิดรูป แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ และสั่งตัดรองเท้าพิเศษขึ้นมา เพื่อให้รองเท้าสามารถรองรับสระรี และน้ำหนักได้ดีขึ้น

สรุป

โรครองช้ำ เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ดังนั้น ทุกคนจึงควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายตัวเองอยู่เสมอ และสำหรับผู้ที่มีอาการรองช้ำ เจ็บส้นเท้า ปวดอุ้งเท้า หรือบริเวณฝ่าเท้า เมื่อลงน้ำหนักเท้า และอาการเจ็บเหล่านั้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมได้สะดวกเหมือนเดิม แนะนำให้รีบไปปรึกษาแพทย์ และตรวจร่างกาย เพื่อหาสาเหตุ และเข้ารับการรักษาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บให้เร็วที่สุดค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.siphhospital.com/ , https://www.synphaet.co.th/ และ https://samitivejchinatown.com/

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.freepik.com/

แนะนำ 6 ซีรีส์วาย วัยมัธยม สนุกครบรส ทั้งเขิน ทั้งเศร้า ที่ควรดู!

ซีรีส์วายแนววัยเรียน วัยมัธยม เป็นซีรีส์อีกแนวที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นซีรีส์วายอีกแนวที่ดูง่าย และจะทำให้คุณได้กลับไปนึกถึงช่วงเวลาในวัยเรียนได้เป็นอย่างดี ทั้งมิตรภาพของเพื่อน ๆ ความรักอันแสนสดใส รวมไปถึงความฝันในช่วงวัยเรียน ซึ่งในช่วงเวลานั้น เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะมีความทรงจำดี ๆ มากมาย ดังนั้น สำหรับใครที่อยากดูซีรีส์วายแนววัยเรียน วัยมัธยม ในบทความนี้เราก็มี 6 ซีรีส์วาย วัยมัธยม สนุกครบรส ทั้งเขิน ทั้งเศร้า ที่ควรดู มาแนะนำคนชอบดูซีรีส์วายกันค่ะ จะมีเรื่องไหนที่ถูกใจคุณบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ครั้งหนึ่งที่รัก The Best Story

เรื่องย่อ: เบส หนุ่มสุดเห่ยที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็เห่ยไปซะหมด ซึ่งตรงข้ามกับชื่อตัวเองโดยสิ้นเชิง แต่เขาดันไปแอบชอบดิว เพื่อนสุดหล่อของชั้นปี แถมดีกรีความฮ็อตจัดได้ว่าป็อปสุดของโรงเรียน เดือดร้อนถึงสองหนุ่มเพื่อนซี้อย่างไบร์ท และเรย์ ที่ต้องหาทางช่วยเพื่อนรักให้สมหวัง เบสได้แต่แอบมองดิวอยู่ในมุมห่าง ๆ โดยไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกของตัวเอง แต่เหมือนโชคจะเข้าข้างให้เบสมารู้จักกับเพื่อนซี้ของดิว อย่างเดฟ และต้าร์ จนต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าชมรมดนตรีไปแบบงง ๆ เรื่องราวความแอบรักวุ่น ๆของเบสจึงเริ่มต้นขึ้น…

นักแสดงนำ: หยิ่น อานันท์, วอร์ วนรัตน์, ปรัชญ์ อิทธิชัยเจริญ, วิน ธนาคม, บอนซ์ ณดล, บีเวอร์ พรรษพล

ช่องทางการรับชม: Youtube Rookie Thailand

รับชมตัวอย่างคลิกที่นี่

 

แปลรักฉันด้วยใจเธอ

เรื่องย่อ: ท่ามกลางบรรยากาศสายลม และแสงแดดของเมืองภูเก็ต เพื่อนสมัยเด็กที่ห่างหายกันไปหลายปีอย่าง “เต๋” และ “โอ้เอ๋ว” โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งที่โรงเรียนกวดวิชาภาษาจีน เพื่อเตรียมสอบแอดมิชชันเข้ามหาวิทยาลัย แต่ในเมื่อต่างฝ่ายต่างมุ่งมั่น จะสอบเข้าคณะนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพื่อนรักที่เคยร่วมฝัน จึงกลับกลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญ เมื่อยิ่งสำคัญ ก็ยิ่งอยู่ในสายตา… การที่เต๋ และโอ้เอ๋วได้กลับมาใกล้กันอีกครั้ง ทำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน และกันมากขึ้น จนได้นำพาไปสู่ความรู้สึกใหม่ ที่ต่างก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ในวันที่พวกเขายังเด็ก สนามสอบที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเด็ก ม.6 ครั้งนี้ จึงมีทั้งความฝัน และความผูกพันของเด็กหนุ่มสองคนเป็นเดิมพัน

นักแสดงนำ: บิวกิ้น พุฒิพงศ์, พีพี อำนวยเดชกร, ณัฏฐ์ กิจจริต, ขุนพล ปองพล

ช่องทางการรับชม: Netflix

รับชมตัวอย่างคลิกที่นี่

 

แฟนผมเป็นประธานนักเรียน My School President

เรื่องย่อ: เมื่อชมรมดนตรีกำลังจะถูกยุบ แต่ความฝันของพวกเขา คือ ชนะการประกวด Hot Wave “กันต์” หัวหน้าชมรมดนตรี เลยต้องขอให้ “ติณณ์” ประธานนักเรียนรูปหล่อ เรียนดี มีดีกรีแม่เป็นถึงผอ.โรงเรียนเข้ามาช่วย หัวหน้าชมรมมาขอความช่วยเหลือทั้งที แถมพ่วงตำแหน่งเป็นคนที่เขาแอบชอบมาตั้งนาน งานนี้ติณณ์เลยต้องช่วยกันต์ให้ชนะการประกวดเพื่อที่เขาจะได้ขอกันต์เป็นแฟนสักที!

นักแสดงนำ: เจมีไนน์ นรวิชญ์, โฟร์ท ณัฐวรรธน์, วินนี่ ธนวินท์, สตางค์ กิตติภพ, ฟอร์ด อรัญญ์, พร้อม ทีปกร, กัปตัน พีระวิชญ์, มาร์ค ภาคิน

ช่องทางการรับชม: Youtube GMMTV OFFICIAL​​ และ Viu

รับชมตัวอย่างคลิกที่นี่

 

คาธ The Eclipse

เรื่องย่อ: “โรงเรียนคือบ้านหลังที่ 2” ที่จะหล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตต่อไปในสังคม แต่ถ้ากฎระเบียบในโรงเรียน กลายเป็น ปัญหา นักเรียนเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะต่อสู้ เรียกร้องสิ่งที่พวกเขาโดนขโมยไปหรือ? ในโรงเรียนเมื่อมีผู้คุมกฎ ก็ย่อมมีผู้ที่จ้องจะแหกกฎ ความต่างกันที่ดันทำให้เกิดความรักระหว่างคนสองคนขึ้น “คาธ The Eclipse” ซีรีส์ที่จะทำให้คุณได้ตั้งคำถาม ได้เรียนรู้ ได้เติบโตเพื่อที่จะใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเอง และเรียนรู้ที่จะรักใครสักคน

นักแสดงนำ: เฟิร์ส คณพันธ์, ข้าวตัง ธนวัฒน์, นีโอ ตรัย, หลุยส์ ธณวิน, เอเจ ชยพล, ภวิน ภวินท์, พลอยภัช ภัชธร

ช่องทางการรับชม: Youtube GMMTV OFFICIAL​​ และ Viu

รับชมตัวอย่างคลิกที่นี่

 

เพื่อนายแค่หนึ่งเดียว Never Let Me Go

เรื่องย่อ: “หนึ่งเดียว” และแม่กำลังตกอยู่ในอันตราย หลังจากที่พ่อของเขาถูกลอบยิงจนเสียชีวิต “ปาล์ม” จับพลัดจับผลูต้องมาดูแลคุณหนูหนึ่งเดียว เมื่อหน้าที่กับหัวใจกลายเป็นเรื่องเดียวกัน มาตามลุ้นกันว่า ชีวิตของทั้งสองคนจะเปลี่ยนไปอย่างไร และความสัมพันธ์ของพวกเขาจะพัฒนาไปแค่ไหน? ติดตาม เรื่องราวความรักข้ามชนชั้น ท่ามกลางบรรยากาศของควันปืนได้ใน “เพื่อนายแค่หนึ่งเดียว Never Let Me Go”

นักแสดงนำ: ปอนด์ ณราวิชญ์, ภูวิน ภูวินทร์, ออร์แกน ราศี, ณัฐ ศักดาทร, เพิร์ธ ธนพนธ์, ชิม่อน วชิรวิชญ์

ช่องทางการรับชม: Youtube GMMTV OFFICIAL​​

รับชมตัวอย่างคลิกที่นี่

 

My Love Mix-Up! เขียนรักด้วยยางลบ

เรื่องย่อ: เมื่ออะตอม หนุ่ม ม.ปลาย ขี้กลัวได้ยืมยางลบของมัดหมี่ เพื่อนร่วมห้องสาวที่เค้าแอบรัก ทำให้ได้เห็นว่ามัดหมี่แอบเขียนชื่อของ กองทัพ หนุ่มนักบาสสุดหล่อลงในยางลบ! และด้วยความโก๊ะของอะตอมดันเผลอทำยางลบตกจนทำให้กองทัพเห็นว่ายางลบก้อนนั้นมีชื่อของตัวเอง จนนำมาสู่ความเข้าใจผิดว่าอะตอมแอบชอบเขาอยู่ เรื่องราวสุดวุ่นในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร

นักแสดงนำ: เจมีไนน์ นรวิชญ์, โฟร์ท ณัฐวรรธน์, โชกุน พุทธิพงษ์, ป่าน ปทิตตา

ช่องทางการรับชม: ทุกวันศุกร์ เวลา 20:30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังทาง Viu เวลา 22:30 น.

รับชมตัวอย่างคลิกที่นี่

 

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับ 6 ซีรีส์วาย วัยมัธยม ที่ได้เราได้นำมาฝากกันค่ะ ต้องบอกเลยว่าแต่ละเรื่องน่าดูมาก ๆ ซึ่งมีทั้งแนวรักโรแมนติก และแนวรักดราม่า แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะดูเรื่องไหนก่อนดี เราก็ได้นำเรื่องย่อ และตัวอย่างของทั้ง 6 เรื่องมาให้ได้รับชมกันก่อน เพื่อที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะแต่ละเรื่องก็จะมีเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันไป ใครชอบแนวไหน ชอบนักแสดงคนไหน เลือกดูได้ตามความสนใจเลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

 

Exit mobile version