คนที่คอเลสเตอรอลสูง ควรกินอาหารแบบไหนให้ช่วยลดไขมัน

คอเลสเตอรอลในเลือดสูง หรือไขมันในเลือดสูง ส่วนใหญ่จะเป็นกันโดยไม่รู้ตัว เพราะจะไม่มีอาการแสดงของโรคให้เห็น แต่จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อไปตรวจร่างกาย และมีการเจาะเลือดตรวจเท่านั้น ซึ่งการที่ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักในการก่อโรคหลอดเลือดแดงแข็ง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน เป็นต้น ซึ่งการเกิดภาวะนี้ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ควบคุมปริมาณ และชนิดของไขมันในอาหาร จะสามารถช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดได้

ซึ่งในบทความนี้เราก็จะมาแนะนำอาหารที่คนเป็นคอเลสเตอรอลสูง รับประทานได้ และช่วยลดไขมัน มาฝากกันค่ะ แต่ก่อนที่จะไปดูว่ามีอาหารอะไรบ้าง เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับคอเลสเตอรอล ประเภทของคอเลสเตอรอล และสาเหตุที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูงกันก่อนค่ะ

คอเลสเตอรอล คืออะไร?

คอเลสเตอรอล เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย มีประโยชน์ในการสร้างกรดน้ำดีสำหรับย่อยไขมันในอาหาร สร้างวิตามินดี และฮอร์โมนบางชนิด รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ต่าง ๆ โดยส่วนหนึ่งของคอเลสเตอรอลนั้นร่างกายสร้างได้เอง และอีกส่วนหนึ่งมาจากอาหารที่รับประทาน ซึ่งการที่เรามีคอเลสเตอรองสูงจะเป็นปัจจัยสำคัญอันนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้

ประเภทของคอเลสเตอรอล

LDL (Low Density Lipoprotein) คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือไขมันเลว หากมีไขมันชนิดนี้สูงจะทำให้มีการสะสมที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ หลอดเลือดเปราะ เสี่ยงต่อการแตก และตีบตัน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด

HDL (High Density Lipoprotein) คอเลสเตอรอลชนิดที่ดีหรือไขมันดี ทำหน้าที่นำคอเลสเตอรอลที่สะสมตามผนังหลอดเลือด และตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ ไปทำลายที่ตับ ช่วยลดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด และยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตันอีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูง

  • เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ หรืออาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง
  • เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม และถ่ายทอดในครอบครัว
  • เกิดจากโรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ไตวาย หรือยาบางชนิด
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ฮอร์โมนหรือยาคุมกำเนิด ยาสเตียรอยด์ ยาต้านไวรัส HIV เป็นต้น
  • การดื่มสุราหรือสูบบุหรี่เป็นประจำ
  • การขาดการออกกำลังกาย

อาหารที่คนคอเลสเตอรอลสูงควรรับประทาน

  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไม่ติดหนัง
  • อาหารประเภทเนื้อปลา โดยเฉพาะปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาโอ ปลาทูน่า ปลาซาบะ ปลาแซลมอน ควรรับประทานอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์
  • ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เป็นต้น และผลิตภัณฑ์ถั่วแทนเนื้อสัตว์ เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร เป็นต้น
  • ไข่ขาวของไข่ไก่ และไข่เป็ด เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดี ไม่มีไขมัน และมีแคลอรีต่ำ ถ้าต้องการรับประทานทั้งฟอง ควรรับประทานอาทิตย์ละไม่เกิน 3 ฟอง
  • อาหารประเภทผักใบต่าง ๆ และผลไม้บางชนิด รวมไปถึงอาหารที่มีกากใยสูง เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ส้ม ผักใบเขียว ข้าวกล้อง และธัญพืชต่าง ๆ
  • ดื่นนม และผลิตภัณฑ์จากนมชนิดพร่องไขมันหรือขาดไขมัน แทนชนิดไขมันครบส่วน
  • เลือกใช้น้ำมันถั่วเหลือง ดอกทานตะวัน มะกอก ข้าวโพด รำข้าว เมล็ดดอกคำฝอย แทนน้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว
  • เลือกวิธีการปรุงอาหารโดยใช้การนึ่ง ย่าง อบ ยำ แทนการทอด

สรุป

สำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง นอกจากควบคุมอาหารแล้ว การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ ลดความเครียด รับประทานยาลดไขมันตามแพทย์สั่ง ตรวจเช็คระดับไขมันในเลือดสูงเป็นระยะตามนัด ก็จะช่วยให้ไขมันในเลือกเข้าสู่เกณฑ์ปกติได้ และที่สำคัญทุกคนควรตรวจสุขภาพประจำปีสม่ำเสมอ เพื่อตรวจหาความเสี่ยงร่วม และตรวจติดตามระดับไขมันในเลือดกันด้วยนะคะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

เมื่อคุณรู้สึกอิจฉาคนอื่น ต้องจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไร

อารมณ์ความรู้สึกอิจฉา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์ทุกคน ซึ่งเกิดจากสัญชาตญาณของมนุษย์ที่พยายามปกป้องตัวเอง ด้วยการฝังกลบความบกพร่อง ความรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคงทางใจ และความอ่อนแอในตัวเอง ไว้ภายในจิตใจ แต่ถ้าเกิดความรู้สึกอิจฉาที่มีมากเกินไป จนอยากทำร้ายความสำเร็จของผู้อื่น เพราะความสำเร็จของผู้อื่นอาจทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด และอาจสร้างความสะเทือนใจต่อคนที่อิจฉาได้นั้น เราควรให้ความสำคัญ และทำความเข้าใจกับความรู้สึกอิจฉานี้ เพื่อให้ได้รู้เท่านั้นอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง และไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่จะส่งผลเสียทั้งกับตัวเอง และผู้อื่น ซึ่งในบทความนี้เราก็มีวิธีการรับมือกับความรู้สึกอิจฉาคนอื่น ให้เปลี่ยนเป็นการเข้าใจตนเอง และเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น มาฝากกันค่ะ

ยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา

ยอมรับความรู้สึกอิจฉาที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา โดยปล่อยให้ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างที่มันควรเป็น ไม่รีบเร่งที่จะแก้ไข ให้เวลา เพราะสมองส่วนอารมณ์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องค่อย ๆ ลำดับการผ่อนคลายตามกระบวนการ เมื่อถึงจุดที่มีสติมากกว่าอารมณ์ จะทำให้เราหาคำตอบว่าทำไมความรู้สึกนี้ถึงเกิดขึ้นกับเรา และหาวิธีแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ค้นหาสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกนี้

ถามตัวเอง และค้นหาว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกอิจฉาคนนี้ และกำลังอิจฉาเรื่องอะไร เพราะถ้าเรารู้สาเหตุที่เราอิจฉา เราก็จะสามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ง่าย นอกจากนี้เมื่อเราเข้าใจ และยอมรับในตนเองแล้ว เราจะไม่กังวลกับคำพูดด้านลบของคนอื่น ไม่คิดเปรียบเทียบ เพราะอาจจะยิ่งทำให้มีอารมณ์อิจฉาที่อยู่ในจิตใจเพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้น ยิ่งเราเข้าใจอารมณ์ และความรู้สึกของตัวเองได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เราควบคุมความรู้สึกนี้ได้ และรู้จักปล่อยวางได้มากขึ้นด้วย

เลิกเปรียบเทียบ

การเปรียบเทียบชีวิตตัวเอง ไม่ว่าจะกับเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านาย มีแต่ยิ่งสร้างบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรให้เกิดขึ้น และยิ่งเป็นการสร้างความคิดลบว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม และในยุคนี้การใช้ Social media เข้ามาเกี่ยวข้อ งและง่ายมากที่จะส่องชีวิตคนรู้จัก เห็นชีวิตที่หรูหรา มีความสุข มีเงินทองมากมาย ไปท่องเที่ยวบ่อย ๆ สุขภาพดี และหน้าตาสวยงามดูดี อาจยิ่งกระตุ้นความรู้สึกขี้อิจฉาให้เพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้น จึงควรหยุดเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

เปลี่ยนความคิดใหม่

ความอิจฉา อาจเป็นรากฐานที่มาจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก ซึ่งเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ ความทุกข์ยากในวัยเด็ก ปมบาดแผลทางใจ ปัญหาสุขภาพ ความไม่มั่นคงทางการเงิน และบาดแผลที่อาจเป็นอุปสรรคต่อเส้นทางสู่ความสำเร็จในปัจจุบัน ซึ่งการทำให้ความรู้สึกอิจฉานี้เปลี่ยนไป คือ การเปลี่ยนความคิดใหม่ โดยนำพลังงานจากความอิจฉาเปลี่ยนเป็นการพัฒนา และพลักดันตนเองไปสู่จุดหมายที่ต้องการให้สำเร็จ

มองให้เห็นภาพความเป็นจริง

ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครเกิดมาสมบรูณ์แบบ ความสำเร็จของผู้อื่นที่เราได้เห็น และมีคนชื่นชม เบื้องหลังนั้นเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายกว่าจะมาถึงจุดนี้ ดังนั้น ความสำเร็จที่เรามีแม้จะเล็กน้อยก็อย่าลืมที่จะชื่นชมตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง และควรเห็นคุณค่า รู้ซึ้งชื่นชมในการกระทำของตนเองให้ได้โดยไม่ต้องรอการชื่นชมจากผู้อื่น เมื่อเรามองเห็นภาพความเป็นจริง อาจจะทำให้ความรู้สึกอิจฉาคนอื่นลดน้อยลงได้

สร้างนิยามความสำเร็จของตัวเองแบบง่าย ๆ

การเอาความสำเร็จของผู้อื่นมาเปรียบกับตัวเอง จะทำให้เราเกิดความรู้สึกอิจฉาแบบไม่รู้จบ แต่การชื่นชมยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น และมองว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้เป็นแบบอย่างมากกว่าจะไปแข่งขัน โดยเราควรกำหนดนิยามความสำเร็จของตัวเองแบบง่าย ๆ โฟกัสที่เป้าหมายของตัวเอง และทำมันให้เต็มที่ ซึ่งคนเดียวเท่านั้นที่เราควรเปรียบเทียบคือตัวเราเองในเมื่อวาน และพยายามทำหน้าที่ในวันนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกวัน การที่เรามีการพัฒนาเพิ่มขี้นในทุกวันจะสามารถนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จในอนาคตได้อย่างแน่นอน

สรุป

ความอิจฉา หรือมองคนอื่นเป็นคู่แข่ง เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์เมื่อมาอยู่ร่วมกัน แต่หากปล่อยให้สมองติดอยู่กับกลไกการคิดแบบติดลบไปเรื่อย ๆ คงไม่เป็นผลดีกับการใช้ชีวิตในสังคม ซึ่งการเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น และลองถอยออกมาจากสิ่งกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่องโซเชียลมีเดีย หรือการเสพย์ข้อมูลมุมใดมุมหนึ่งที่มากเกินไป สามารถช่วยให้สมองของคุณได้พัก และกลับมาตั้งหลักกับตัวเองใหม่อีกครั้ง แต่หากไม่สามารถกำจัดความคิดลบหรือมีความคิดที่เป็นผลร้ายต่อตัวเอง และการใช้ชีวิต ควรรีบไปปรึกษา และนัดหมายผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำจิตบำบัดโดยเร็วที่สุดค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

การใช้หูฟังอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ป้องกันหูเสื่อมก่อนวัย ที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

หูฟัง เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่หลายคนพกพาติดตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเวลาเดินทางไปท่องเที่ยว เดินทางไปทำงาน หรือนั่งทำการบ้าน นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอม ก็มักจะมีหูฟังอยู่ด้วยเสมอ เพราะการใส่หูฟัง ช่วยให้ฟังเสียง และดื่มด่ำกับความบันเทิงตรงหน้าโดยไม่รบกวนผู้อื่น แต่การใช้หูฟังติดต่อกันเป็นเวลานานหรือการปรับระดับเสียงให้ดังจนเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการได้ยิน และอาจร้ายแรงจนทำให้หูหนวกได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้หูของเราเป็นอันตราย ในบทความนี้เราก็มีวิธีการใช้หูฟังอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ป้องกันหูเสื่อมก่อนวัย ที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ มาฝากกันค่ะ

ผลกระทบของการใส่หูฟังนาน ๆ และเปิดเสียงดัง

การฟังเสียงที่ดังเกิน 90 เดซิเบล อาจส่งผลกระทบต่อระบบการได้ยินในระยะยาวได้ โดยการใช้หูฟัง และปรับระดับเสียงให้อยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของระดับเสียงดังสุดอาจทำให้เกิดเสียงดังประมาน 85 เดซิเบล และหากปรับระดับเสียงให้สูงขึ้นก็อาจให้เสียงดังถึง 104 เดซิเบล ซึ่งเมื่อฟังเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานานก็อาจเสี่ยงต่อภาวะประสาทหูเสื่อมจากเสียง และอาจทำให้สูญเสียการได้ยินอย่างถาวรหรือหูหนวกได้ เนื่องจากคนทั่วไปมีเซลล์ขนประมาณ 16,000 เซลล์อยู่ในหูชั้นในส่วนที่เรียกว่า cochlea เสียงดังทำให้เซลล์ และเยื่อหุ้มเซลล์ภายใน cochlea ถูกทำลาย การฟังเสียงดังเป็นระยะเวลานานทำให้เซลล์ขนเหล่านี้ทำงานหนักมากเกินไป และตายไปในที่สุดนั่นเอง

ระดับเสียงที่ไม่เป็นอันตรายต่อหู

การฟังอย่างปลอดภัยขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 อย่างคือ ความดังของเสียง ระยะเวลาในการฟัง และความถี่ในการฟัง ดังนั้น การฟังเสียงไม่ดังมาก แต่ฟังเป็นระยะเวลานานมีอันตรายพอ ๆ กับการฟังเสียงดังในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งการฟังสำหรับผู้ใหญ่ สามารถฟังระดับเสียงไม่เกิน 80 เดซิเบลเอได้ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับเด็กสามารถฟังระดับเสียงไม่เกิน 75 เดซิเบลได้ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากเสียงดังกว่านั้น เวลาที่แนะนำจะลดน้อยลง เช่น ไม่ควรฟังระดับเสียง 100 เดซิเบลเอเกิน 15 นาที

การใช้หูฟังอย่างถูกต้อง และปลอดภัย

  • ปรับระดับเสียงให้ดังไม่เกิน 60% ของระดับเสียงที่ดังสุด
  • ไม่ควรใช้หูฟังติดต่อกันนานเกิน 1 ชั่วโมง โดยควรหยุดใช้ประมาณ 5 นาทีเมื่อฟังครบ 1 ชั่วโมง
  • เลือกใช้หูฟังที่ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก เพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงดังกล่าว

วิธีป้องกันสุขภาพหูพังจากการใช้หูฟัง

ลดระดับเสียง ปรับระดับเสียงให้อยู่ที่ 60% จากระดับเสียงสูงสุด และเลือกใช้หูฟังที่มีขนาดพอดีกับหู และสามารถตัดเสียงรบกวนได้ (noise cancelling headphones)

ลดเวลาการฟัง ไม่ควรใช้หูฟังตลอดเวลา และลดระดับความดังของเสียง โดยใช้หูฟังด้วยระดับเสียงไม่เกิน 80 เดซิเบล ไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

จำกัดระดับความดังของเสียง เช่น ใช้แอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ ช่วยจำกัดระดับความดังของเสียง (volume limit) ในระหว่างที่ใช้หูฟังเพื่อให้อยู่ในระดับที่ไม่ดังมากจนเป็นอันตราย

ตรวจสอบการได้ยิน โดยการตรวจเช็คระดับการได้ยินของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากรู้สึกว่ามีปัญหาการได้ยิน อย่างการได้ยินแย่ลง เสียงในหูผิดปกติ เข้าใจคำพูดได้แย่ลง ไม่ควรนิ่งนอนใจ รีบพบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก

สรุป

การใส่หูฟังอย่างถูกต้อง และปลอดภัย ควรปรับระดับเสียงให้ดังไม่เกิน 60% ของระดับเสียงที่ดังสุด โดยใช้หูฟังด้วยระดับเสียงไม่เกิน 80 เดซิเบล ไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่ควรใช้หูฟังติดต่อกันนานเกิน 1 ชั่วโมง โดยควรหยุดใช้ประมาณ 5 นาทีเมื่อฟังครบ 1 ชั่วโมง และที่สำคัญไม่ควรใช้หูฟังตลอดเวลา และลดระดับความดังของเสียง รวมไปถึงตรวจเช็คระดับการได้ยินของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการได้ยินเสียงหวีด เสียงหึ่ง หรือเสียงดังก้อง หลังจากฟังเสียงดัง หรือที่เรียกว่าอาการหูอื้อ และได้ยินเสียงเบาหรือเพี้ยนไปจากปกติ และคนในครอบครัวหรือเพื่อนบอกว่าคุณมีปัญหาทางการได้ยิน และการสื่อสารกับพวกเขา ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูกทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบการได้ยินเกิดความผิดปกติได้ค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

5 สายพันธุ์ สุนัขต้อนแกะ สุดน่ารัก ที่จะมาเป็นเพื่อนซี้ของคุณ

สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ เนื่องจากสุนัขมีความน่ารัก ขี้อ้อน อีกทั้งยังมีหลากหลายสายพันธุ์ และยังมีความฉลาดมาก ๆ ทำให้หลาย ๆ คนเลือกเลี้ยงสุนัขนั่นเอง นอกจากนี้สุนัขยังถูกเลี้ยงไว้ เพื่อเฝ้ายามตามสถานที่ต่าง ๆ และเลี้ยงไว้เป็นสุนัขสำหรับต้อนฝูงปศุสัตว์ได้อีกด้วย ซึ่งไม่ใช่สุนัขทุกสายพันธุ์ที่จะต้อนฝูงสัตว์ได้ดี แต่สุนัขที่ใช้สำหรับต้อนสัตว์หลายสายพันธุ์ก็สามารถเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดี ภายในบ้านของคุณได้เช่นกัน ดังนั้น ในบทความนี้เราก็อยากจะพาทุกคนไปดู 5 สายพันธุ์ สุนัขต้อนแกะ สุดน่ารัก ที่จะมาเป็นเพื่อนซี้ของคุณ ว่าแต่จะมีสายพันธุ์ไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

บอร์เดอร์ คอลลี่ (Border Collie)

บอร์เดอร์ คอลลี่ เป็นสุนัขต้อนฝูงสัตว์ และได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาเพื่อการทำงานกับแกะ แต่ก็สามารถต้อนฝูงสัตว์ได้ทุกชนิดหรือแม้กระทั่งการต้อนเด็ก ๆ ในครอบครัว โดยลักษณะนิสัยของบอร์เดอร์ คอลลี่ มีความฉลาด และความขยันในการทำงาน รวมถึงมีลักษณะกระตือรือร้น ตื่นตัว ว่องไว และชอบมีส่วนร่วมกับเจ้าของ อีกทั้งยังมีกระบวนการคิด และการซึมซับข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ถ้าได้รับการฝึกฝน และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ก็จะสามารถเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ได้ โดยมีลักษณะที่ซื่อสัตว์ รักอิสระ และตอบสนองได้ดี ทั้งนี้ยังสามารถล่วงรู้ได้ถึงอารมณ์ของเจ้าของด้วยสัญชาตญาณที่เฉียบคมอีกด้วย

 

เชทแลนด์ ชีพด็อก (Shetland Sheepdog)

เชทแลนด์ ชีพด็อก แต่ก่อนถูกใช้เพื่อต้อน และปกป้องฝูงแกะ พวกมันจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเกษตรกร และคนเลี้ยงสัตว์ ต่อมาเชื่อกันว่าเชทแลนด์ ชีพด็อกเป็นลูกผสมระหว่างสุนัขพันธุ์คอลลี่กับสุนัขขนาดเล็กบางชนิด เนื่องจากมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันหลายอย่าง ในส่วนลักษณะนิสัยของเชทแลนด์ ชีพด็อก มีความกระตือรือร้น แข็งแรง และอ่อนโยน สุภาพ น่ารัก ช่างประจบ ขี้เล่น และมีความฉาด จึงเหมาะสำหรับการฝึกฝนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เชทแลนด์ ชีพด็อกยังมีสัญชาตญาณในการปกป้องคนในครอบครัว และยังเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี พร้อมที่จะบอกให้คนในครอบครัวรู้ในทันทีเมื่อมีผู้บุกรุก

 

ออสเตรเลียน เชพเพิร์ด (Australian Shepherd)

ออสเตรเลียน เชพเพิร์ด ถูกเพาะพันธุ์เพื่อต้อนแกะ และเชื่อว่าสุนัขพันธุ์นี้จะมีสายพันธุ์คอลลี่ผสมอยู่ก็เป็นได้ ทั้งนี้นอกจากการใช้งานเพื่อต้อนฝูงสัตว์แล้ว ยังเป็นสุนัขตำรวจ ช่วยด้านการตรวจหายาเสพติด และควบคุมนักโทษ และยังเป็นสุนัขที่เหมาะกับการเลี้ยงในครอบครัวอีกด้วย โดยลักษณะนิสัยของออสเตรเลียน เชพเพิร์ด มีความกระตือลือล้น กล้าหาญ ร่าเริง เป็นมิตร รักเด็ก ชอบทำกิจกรรม สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์อื่น ๆ ได้ อีกทั้งยังเป็นสายพันธุ์ที่มีความฉลาดสูง และง่ายต่อการฝึกฝนด้วย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ปกป้องครอบครัว และพื้นที่ได้เป็นอย่างดี โดยเขาจะคอยเห่าให้รู้ถ้ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในเขต

 

โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก (Old English Sheepdog)

โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก ถูกนำมาใช้เป็นสุนัขทำงาน เช่น ใช้เพื่อต้อนฝูงโค กระบือ ฝูงแกะ รวมไปถึงการขับไล่นักล่า อย่างหมาป่าด้วย โดยลักษณะนิสัยของโอลด์ อิงลิช ชีพด็อก เป็นสุนัขที่มีความอ่อนโยน เป็นมิตร ขี้เล่น เชื่อฟัง ฉลาด ปรับตัวง่าย ไม่ก้าวร้าว สุขุม และไม่แสดงพฤติกรรมทำลายข้าวของ สามารถเข้ากับเด็ก ๆ ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ได้ดี นอกจากนี้โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก ยังเป็นที่รู้กันดีว่าฉลาด และฝึกง่าย แม้ว่าจะดื้อรั้นบ้างในบางครั้ง แต่ก็มีความกระตือรือร้นที่จะทำให้เจ้าของพอใจ และตอบสนองได้ดีต่อวิธีการฝึกการเสริมแรงเชิงบวก พวกเขาสามารถฝึกได้ และสามารถเรียนรู้เทคนิค และคำสั่งที่หลากหลายอีกด้วย

 

ออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก (Australian Cattle Dog)

ออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก เป็นสุนัขที่นำมาใช้งานต้อนฝูงปศุสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดยลักษณะนิสัยของออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก มีความขี้เล่น ซุกชน และพลังงานสูงเป็นอย่างมาก จึงต้องการการวิ่งเล่นออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากนี้ยังเป็นสุนัขที่มีความซื่อสัตย์ กล้าหาญ ตื่นตัว ฉลาด เฝ้าระวัง และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่สูง จึงสามารถเชื่อถือ และไว้วางใจได้ อีกทั้งยังมีความจงรักภักดีต่อเจ้าของ แถมยังมีความสามารถในการเฝ้าบ้านที่ดีด้วย

 

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับ 5 สายพันธุ์ สุนัขต้อนแกะ ที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตาน้อง ๆ เหล่านี้กันมาบ้าง ซึ่งสายพันธุ์สุนัขต้อนแกะ ส่วนใหญ่จะมีความขี้เล่น ซุกชน และฉลาดเฉลียวมากกว่าสุนัขหลาย ๆ ตัวอีกด้วย จึงทำให้สายพันธุ์สุนัขสุดน่ารักเหล่านี้ สามารถจะมาเป็นเพื่อนซี้ของคุณได้ไม่ยากเลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

20 ไอเดียท่าโพสถ่ายรูปผู้ชาย หล่อ ๆ เท่ ๆ ที่ใครเห็นก็ต้องกดไลก์ให้รัว ๆ

สำหรับผู้ชายหลาย ๆ คน การโพสท่าถ่ายรูป ถือเป็นเรื่องยาก เพราะไม่รู้ว่าจะโพสท่าไหน ทำให้ส่วนใหญ่ก็จะยืนนิ่ง ๆ ไม่ค่อยมีท่าโพสอะไรมากมาย แล้วสุดท้ายภาพที่ได้ก็ออกมาดูไม่ค่อยธรรมชาติสักเท่าไหร่ ทำให้บางครั้งหนุ่ม ๆ ก็ไม่อยากจะถ่ายรูปสักเท่าไหร่ เพราะถ่ายออกมาดูเก้ ๆ กัง ๆ ไปหมด แต่ช้าก่อนค่ะหนุ่ม ๆ เพราะในบทความนี้เราจะช่วยให้หนุ่ม ๆ มีท่าถ่ายรูปที่ทำตามได้ง่าย ๆ และได้รูปหล่อ ๆ มาไว้ลงโซเชียล กับ 20 ไอเดียท่าโพสถ่ายรูปผู้ชาย หล่อ ๆ เท่ ๆ ที่ใครเห็นก็ต้องกดไลก์ให้รัว ๆ มาฝากกันค่ะ รับรองว่าทำตามได้ง่าย ๆ ถ่ายออกมาดูเป็นธรรมชาติแน่นอนค่ะ

20 ไอเดียท่าโพสถ่ายรูปผู้ชาย หล่อ ๆ เท่ ๆ

สรุป

ทั้งหมดก็เป็น 20 ไอเดียท่าโพสถ่ายรูปผู้ชาย ที่รับรองว่าท่าโพสเหล่านี้คุณผู้ชายสามารถโพสตามได้ทุกคน และผลลัพธ์จะออกมาดูดีในทุกรูปอย่างแน่นอนค่ะ ใครชอบท่าโพสไหนก็เซฟรูปไว้ได้เลย หรือจะซ้อมท่าโพสหน้ากระจกก่อนออกไปเที่ยว ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจในการถ่ายรูปได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pinterest.com/

11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีแห่งความสดใส ที่จะทำให้คนอ่านได้รับแสงสว่างในหัวใจ

หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เป็นหนังสือที่รวมเอาเคล็ดลับ และทฤษฎีในการใช้ชีวิต การเรียน และการทำงาน มาถ่ายทอดเป็นตัวอักษรที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น และนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ซึ่งหนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง ก็มีรูปแบบการเขียนที่หลากหลาย ทั้งมีภาพประกอบ ที่เป็นแบบภาพถ่าย และรูปวาดการ์ตูน เพื่อให้น่าอ่านมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการเลือกสีสันของหน้าปก ที่สามารถช่วยดึงดูดให้คนสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้เราก็มี 11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีแห่งความสดใส ที่จะทำให้คนอ่านได้รับแสงสว่างในหัวใจ มาแนะนำกันค่ะ จะมีเล่มไหนน่าอ่านบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข

ผู้เขียน : Vex King

ผู้แปล : กิษรา รัตนาภิรัต คุโด

เนื้อหาโดยสังเขป : ความลับของการบรรลุในสิ่งยิ่งใหญ่คือการเข้าใจ กฎแห่งแรงสั่นสะเทือนที่กล่าวว่า “ทุกอย่างในจักรวาลล้วนเกิดจากแรงสั่นสะเทือน ทุกแรงสั่นสะเทือนที่มีความถี่ตรงกัน สามารถดึงดูดกันได้” อย่าเผลอไผลไปตามสมองที่ติดนิสัยชอบผลักไสโชค และสิ่งดี ๆ ด้วยพลังลบ ยิ่งคุณส่งคลื่นพลังบวกออกสู่ภายนอก จักรวาลจะยิ่งสะท้อนคลื่นความสุขกลับมาเท่าทวีคูณ ทุกคำพูด อารมณ์ และการกระทำของคุณเปลี่ยนชีวิตคุณได้ทันที “ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข” เล่มนี้ เป็นผลงานเล่มเยี่ยมที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก โดย “เว็กซ์ คิงส์” ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณแก่คนรุ่นใหม่ จะเปลี่ยนคลื่นความถี่ทางอารมณ์ของคุณ ให้ตรงกับพลังงานบวกทั้งหลาย เพื่อดึงดูดความสุข และความสำเร็จอย่างที่คุณอาจไม่เคยคิดฝัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรักตัวเองมากกว่าเดิม และไม่ยอมให้ใครมาพรากความสุขไปจากคุณอีกต่อไป

ราคา : 245 บาท

 

เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวเองมาเป็นไลฟ์โค้ช

ผู้เขียน : Stephane Garnier

ผู้แปล : อรณี อรุณีกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : นึกถึงตัวเองเป็นอันดับแรก ไม่เคยเปรียบเทียบตัวเองกับใคร ไม่มานั่งกังวลเรื่องอดีตหรืออนาคต ไม่ปล่อยให้เรื่องแย่ ๆ มาทำลายวันดี ๆ ใช้ชีวิตง่าย ๆ สบาย ๆ แบบนี้เห็นจะมีแต่ “แมว” เท่านั้น! “เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวเองมาเป็นไลฟ์โค้ช” เล่มนี้ จะพาคุณไปพบกับ 40 คำแนะนำ ที่จะทำให้ชีวิตคุณเบาสบายขึ้นในทุก ๆ ด้าน จากไลฟ์โค้ชขนฟูที่อยู่เคียงข้างคุณมาตลอด ชวนคุณมาพบกับเคล็ดลับอันเรียบง่ายของ “แมว” เพื่อให้คุณได้ถอยออกจากชีวิตประจำวันที่วุ่นวาย ค้นพบความสุขกายสบายใจ รวมถึงรอยยิ้มของคุณอีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งใดล่ะที่แมวทำได้อย่างถูกต้อง ถ้ายกตำแหน่งให้แมวเป็นไลฟ์โค้ช มันจะมอบแรงบันดาลใจ และสอนสิ่งใดให้กับเรา นับจากวันนี้เป็นต้นไป ลองจินตนาการถึงวิธีมองชีวิตแบบใหม่ด้วยการใช้ชีวิตอย่างแมวของคุณ!

ราคา : 175 บาท

 

สัญญานะ ว่าจะยิ้มให้กับตัวเอง

ผู้เขียน : Whenimfeeeling

เนื้อหาโดยสังเขป : แค่ยิ้ม ทุกอย่างจะง่ายขึ้นจริงหรือ…ทุกครั้งเมื่อเจอปัญหา ในความคิดแรกคือ “ใครจะไปยิ้มออก” แต่รู้อะไรไหม หากเธอมองว่าปัญหาเป็นเพียงบทเรียนหนึ่ง ที่เข้ามาเพื่อทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น เธอก็จะยิ้มให้กับปัญหาเหล่านั้นได้ และพบว่าทุกอย่าง “ก็แค่นี้เอง” “สัญญานะ ว่าจะยิ้มให้กับตัวเอง” เล่มนี้ เขียนขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนรู้ว่า จริง ๆ แล้วการมีชีวิตที่มีความสุข อาจจะไม่ใช่เรื่องยากสักนิดเลย โดยเนื้อหามุ่งเน้นถึงการให้กำลังใจ ให้รัก และภูมิใจในความเป็นตัวเองเป็นเหมือนคำพูดดี ๆ ที่ส่งต่อให้กันได้ พร้อมกับภาพประกอบที่ดูอบอุ่นใจเป็นกันเอง หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนที่หยิบขึ้นมาอ่าน มีความสุขกับความเรียบง่ายในชีวิตที่เกิดขึ้นทุกวัน และก้าวข้ามปัญหาในวันที่ยากได้อย่างง่ายดาย

ราคา : 245 บาท

 

จงเป็นดั่งดอกทานตะวันที่หันหาเพียงแสงอาทิตย์อยู่เสมอ

ผู้เขียน : ปานตะวัน

เนื้อหาโดยสังเขป : แม้คุณจะไม่ใช่ผู้ถูกเลือก มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณบกพร่อง แม้คุณจะถูกมองข้ามจากใครคนหนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าการมีอยู่ของคุณมันไร้คุณค่า แม้ท้ายที่สุด คุณจะเป็นเพียงดอกไม้ดอกเดียวที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ ฉันก็ขอให้คุณรู้เอาไว้ว่า คุณยังมีค่า และคงงดงามในแบบของคุณเสมอ หนังสือ “จงเป็นดั่งดอกทานตะวันที่หันหาเพียงแสงอาทิตย์อยู่เสมอ” เล่มนี้ เป็นความเรียงที่จะช่วยสร้างกำลังใจเกี่ยวกับชีวิต ความฝัน ความสัมพันธ์ และความรัก ซึ่งได้นำเสนอผ่านความหมายของดอกทานตะวัน ในเล่มประกอบไปด้วยสองบทหลัก ได้แก่ บทที่หนึ่ง Sun ดึงกิมมิมิกของดวงอาทิตย์มาเปรียบเทียบกับชีวิตของคนเรา และบทที่สอง Flower ดึงกิมมิกเรื่องดอกไม้มาเชื่อมโยงกับความรัก และความสัมพัมพันธ์ สุดท้ายแล้ว เราอาจจะเป็นเพียงดอกทานตะวันที่รอคอยแสงอาทิตย์ เพื่อมีชีวิตต่อไปอย่างสวยงาม

ราคา : 245 บาท

 

อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น

ผู้เขียน : Tadashi Yasuda

ผู้แปล : ช่อลดา เจียมวิจักษณ์

เนื้อหาโดยสังเขป : ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ประกอบอาชีพไหน เมื่อถึงจุดหนึ่งจะมี “บางสิ่ง” ที่สำคัญแซงหน้าความรู้ความสามารถ หากขาดมันไป ต่อให้คุณพยายามทุ่มเทมากเพียงใด คุณก็จะประสบความสำเร็จแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไปได้ไม่ไกลอย่างที่คาดหวังไว้ สิ่งนั้นคือ “ทักษะคุยเล่น” หนังสือ “อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น” เล่มนี้ จะเผยทักษะคุยเล่นของคนชั้นแนวหน้าในทุกวงการ ซึ่งช่วยให้พวกเขาก้าวสู่จุดสูงสุดของอาชีพได้ ทั้งที่หลายคนไม่ใช่คนที่คุยเก่งมาตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็น พูดโดยใช้เสียงในระดับ “ฟา” หรือ “ซอล” , หัดเล่าถึงความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเอง, ฝึกชมแบบ “พึมพำ” , ทำไมการถามว่า “ทำไมล่ะ” ถึงดูสิ้นคิด และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังได้อธิบายเกี่ยวกับเทคนิคในการพัฒนาทักษะการคุยเล่น โดยหยิบยกวิธีการที่นำไปทดลองปฏิบัติจริง แล้วได้ผลมาสรุปเป็นคำแนะนำที่ละเอียดชัดเจน เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ราคา : 220 บาท

 

Mini Habits “นิสัยจิ๋ว” ของคนที่ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน : Satoh Den

ผู้แปล : ณัฐกฤตา เพ็ญกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : ทุกความสำเร็จล้วนเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลง แต่ใครบอกว่าต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กันล่ะ “จริง ๆ แล้วแค่เปลี่ยนวันละ 0.1% ก็พอ” ไม่ว่าจะเรื่องงาน เงิน หรือชีวิต ถึงแม้จะเป็นกิจวัตรเล็ก ๆ ง่าย ๆ แต่กลับมีพลังมหาศาล และสามารถนำพาคุณไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้ดังใจ อาทิ หมั่นขยับมือข้างที่ไม่ถนัด, ฟัง 80% พูด 20%, พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่รู้สึกดี, พูดความฝันที่ปรารถนาออกมาระหว่างอาบน้ำ, ทำงานที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกดี, เชื่อในลางสังหรณ์ ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน และอีกมากมาย มาเริ่มสร้าง “นิสัยจิ๋ว” กันเถอะ!

ราคา : 200 บาท

 

เป็นเราในเวอร์ชั่นที่มีความสุข

ผู้เขียน : คิดมาก

เนื้อหาโดยสังเขป : ถึง ตัวฉันเอง… ในวันที่ “โลกใจร้าย” ฉันจะ “ใจดี” กับตัวเอง ในวันที่ความรักของบางคน “หมดลง” ฉันจะ “รักตัวเอง” ให้มากขึ้น ในวันที่ “ผิดพลาด” ฉันจะ “ให้อภัยตัวเอง” ในวันที่ “ทุกข์ใจ” ฉันจะ “เติบโตขึ้น” ไม่สัญญาว่าจะเป็นคนสมบูรณ์แบบ แต่ฉันสัญญาว่า “จะเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกวัน” “เป็นเราในเวอร์ชั่นที่มีความสุข” เล่มนี้ เป็นผลงานอีกเล่มของ “คิดมาก” นำเสนอบทความ ข้อความเกี่ยวกับการมองโลกในแง่ดีในสถานการณ์ต่าง ๆ ของชีวิต เพื่อสร้างพลังบวกให้กับตัวเอง พร้อมบอกเล่าแนวคิด Manifest กฎแห่งแรงดึงดูด สังเกต และมองให้เห็นสิ่งดี ๆ รอบตัว เพราะผลลัพธ์ของการเป็นคนมองโลกในแง่ดี จะเปลี่ยนชีวิตของเราไปในทิศทางที่มีความสุขมากขึ้น

ราคา : 255 บาท

 

วิถีคนปานกลาง

ผู้เขียน : ธนา เธียรอัจฉริยะ

เนื้อหาโดยสังเขป : ในยุคสมัยที่ใคร ๆ ต่างบอกว่าเป็นยุคอวสานของคนปานกลาง แต่คนปานกลางที่รู้ตัวเอง ยอมรับตัวเองว่ามีทักษะปานกลาง และมีทัศนคติไม่ยอมอยู่กับความปานกลางไปชั่วชีวิตย่อมมีหนทางอยู่ “ธนา เรียรอัจฉริยะ” รวบรวมปัญญา และประสบการณ์มาแบ่งปันว่า “คนปานกลาง” ควรทำอย่างไร และทำอะไรบ้างในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ เพื่อพาตัวเองไปสู่จุดที่เหนือกว่าคนปานกลางทั่วไป ภูมิใจกับตัวเองได้ และโดดเด่นในวิถีของเรา… วิถีคนปานกลาง

ราคา : 340 บาท

 

ควบคุมอารมณ์ได้ เป็นนายชีวิต

ผู้เขียน : Song Xiaodong

ผู้แปล : กัญญรัตน์ จิราสวัสดิ์

เนื้อหาโดยสังเขป : หนังสือเล่มนี้จะมาบอกให้คุณรู้วิธีควบคุมอารมณ์เพื่อพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ โดย “อาจารย์ซ้ง” นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง จะใช้วิชาความรู้เฉพาะทาง และกรณีตัวอย่างมาแนะนำให้คุณรู้จักควบคุมอารมณ์ โดยผ่านวิธีสื่อสาร รูปแบบความคิด และการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา เพื่อนำไปใช้เอาชนะข้อบกพร่องต่าง ๆ ของตัวเอง เปิดช่องทางพัฒนาตัวเองให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ราคา : 245 บาท

 

แค่ใช้เวลาเป็น ไม่ต้องเก่งก็ไปได้ไกลกว่า

ผู้เขียน : Kevin Kruse

ผู้แปล : กนกกาญจน์ เวชชวิศิษฏ์

เนื้อหาโดยสังเขป : ทุกคนมีเวลาเท่ากันวันละ 24 ชั่วโมง แต่ทำไมบางคนจึงทำงานได้มากกว่าคนอื่นถึง 10 เท่า พวกเขารู้บางอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้หรือเปล่า? “Kevin Kruse” นักเขียนขายดี New York Times ได้ศึกษาเคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐี นักกีฬาโอลิมปิก นักเรียนหัวกะทิ และนักธุรกิจชั้นนำรวมกว่า 200 คน พบว่ามี “ความลับ” ที่รู้กันเฉพาะในหมู่พวกเขา ซึ่งช่วยให้มีเวลาเหลือเฟือ และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมได้ หนังสือ “แค่ใช้เวลาเป็น ไม่ต้องเก่งก็ไปได้ไกลกว่า” เล่มนี้ จะเผยความลับเหล่านั้นแบบหมดเปลือก พร้อมแนะวิธีนำมันมาใช้กับตัวคุณให้ได้ผล เช่น สุดยอดเทคนิค 3 ข้อจากฮาร์วาร์ด แค่นำมาใช้ ก็ประหยัดเวลาทำงานไปได้ 8 ชั่วโมง, วิธีที่ผู้บริหารเฟซบุ๊ก กูเกิล และแอปเปิลใช้สร้างผลงานขั้นสูงสุด, เคล็ดลับที่ทำให้ประธานาธิบดีอเมริกาอ่านหนังสือได้เกือบ 100 เล่มต่อปี, วิธีเรียนเก่งสไตล์คนขี้เกียจ อ่านหนังสือแค่ 20% ก็รู้เรื่อง 80%, เทคนิคค้นหาเศษเวลาที่ทำหายไป เปลี่ยนวัยรุ่นจน ๆ ให้กลายเป็นนักธุรกิจชื่อดัง เป็นต้น การบริหารเวลาเป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกของชีวิต ถ้าคุณกลัดถูก ความสำเร็จก็จะตามมาอย่างง่ายดาย!

ราคา : 245 บาท

 

ฉันจะผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง

ผู้เขียน : Rapport Mi

ผู้แปล : วิลาสินี ชวาลรติกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : “ทุกชีวิตย่อมมีช่วงเวลาที่เฉิดฉายแม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ทว่าไม่เคยหายไปไหน เพียงแต่แอบซ่อนอยู่ในซอกหลืบของจิตใจ และสักวันจะกลับมาพบกันใหม่ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว” หนังสือ “ฉันจะผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง” เล่มนี้ ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต และความรู้สึกในช่วงเวลาที่หลากหลาย ผ่านตัวละครชายหญิงที่แตกต่างกัน และมีหมู่มวลดอกไม้ที่แสดงความสดใสในทุก ๆ ภาพ รวมถึงแมวน้อยที่มีชีวิตชีวาของเธอ ในเนื้อหาเป็นความเรียงที่ช่วยให้กำลังใจ อ่านง่าย ที่มาพร้อมกับภาพประกอบลายเส้นน่ารักสดใส 4 สีสวยงามตลอดทั้งเล่ม และจะช่วยเป็นกำลังใจให้คุณในยามที่ใจหม่นให้กลับมามีความหวัง และมีรอยยิ้มอีกครั้ง เนื้อหาอัดแน่นไปด้วยความห่วงใยทุกบรรทัด เป็นเหมือนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเข้าใจ และคอยตบไหล่คุณเบา ๆ ว่า “เราทุกคนต่างผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง”

ราคา : 345 บาท

 

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับ 11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีที่แสดงถึงความสดใส กระตือรือร้น และมองโลกในแง่ดี ที่เมื่อคุณได้อ่านหนังสือเหล่านี้จบแล้ว คุณจะพบกับความสว่างในหัวใจ ที่จะช่วยเพิ่มทักษะความรู้ ความสุข พร้อมสู้กับปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ ดังนั้น ใครสนใจเล่มไหน ก็ไปเลือกอ่านกันได้ตามชอบเลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.se-ed.com/

30 ไอเดียแต่งหน้าเค้กวันเกิดทรงสี่เหลี่ยมน่ารัก ๆ แบบต่าง ๆ

เค้ก ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง และยังเป็นตัวแทนของความรัก ความสามัคคี และความสุขที่ถูกรายล้อมไปด้วยคนที่รัก จึงทำให้วันสำคัญ หรือโอกาสพิเศษ อย่างวันเกิด วันครบรอบ และวันแห่งความสำเร็จต่าง ๆ ก็มักจะมีเค้กอยู่ด้วย และยิ่งในปัจจุบันเค้กก็มีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งรูปร่าง รสชาติ รสสัมผัส และการแต่งหน้าเค้ก ทำให้เหมาะเป็นทั้งของขวัญ และพร็อพถ่ายรูปที่สามารถทานได้ ซึ่งในบทความนี้เราก็มี 30 ไอเดียแต่งหน้าเค้กวันเกิดทรงสี่เหลี่ยมน่ารัก ๆ แบบต่าง ๆ มาฝากกันค่ะ

30 ไอเดียแต่งหน้าเค้กวันเกิดทรงสี่เหลี่ยมแบบต่าง ๆ

สรุป

สำหรับใครที่อยากสั่งเค้กวันเกิดเซอร์ไพรส์คนที่คุณรัก แต่ไม่อยากได้เค้กแบบทรงกลม เค้กทรงสี่เหลี่ยม ก็เป็นเค้กอีกทรงที่นิยม และสามารถนำมาตกแต่งได้หลากหลายเช่นเดียวกัน แต่ถ้าคิดไม่ออกว่าจะแต่งหน้าเค้กแบบไหนดี ก็เลือกดูไอเดียที่เราได้นำมาฝากกันได้เลยค่ะ ถ้าชอบแบบไหน ก็เซฟรูปแล้วเอาไปให้ทางร้านดูเป็นตัวอย่างได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pinterest.com/

ความรู้เกี่ยวกับสติกเกอร์ ที่คนอยากทำสติกเกอร์ควรรู้ ก่อนสั่งพิมพ์กับโรงงาน

สติกเกอร์ (Sticker) เป็นอีกหนึ่งสิ่งพิมพ์ที่เรามักจะพบเห็นได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่จะติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์หรือสินค้าต่าง ๆ ซึ่งการใช้สติกเกอร์ นอกจากจะบอกรายละเอียดสินค้าหรือข้อมูลผลิตภัณฑ์แล้ว ยังสามารถใช้ในการโฆษณา โปรโมท และแนะนำสินค้าได้ ดังนั้น ถ้าคุณออกแบบสติกเกอร์ให้มีความสวยงามโดดเด่น ก็จะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้า และยังสามารถดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจสินค้าของคุณได้อีกด้วย

นอกจากนี้สติกเกอร์ ก็ยังมีหลากหลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้น สำหรับใครที่ต้องการทำสติกเกอร์ติดบนบรรจุภัณฑ์หรือสินค้าต่าง ๆ ก็ต้องเลือกใช้สติกเกอร์ให้เหมาะกับประเภทงาน เพื่อความถูกต้อง ลดความเสียหาย ลดค่าใช้จ่ายบานปลายในการสั่งผลิตสติกเกอร์ผิดประเภท และสุดท้ายเพื่อให้งานออกมาสวยงาม และได้คุณภาพตามที่ต้องการ ซึ่งในบทความนี้เราก็มีความรู้เกี่ยวกับสติกเกอร์ ที่คนอยากทำสติกเกอร์ควรรู้ ก่อนสั่งพิมพ์กับโรงงาน มาฝากกันค่ะ

ชนิดของสติกเกอร์

สติกเกอร์กระดาษ (Paper Sticker)

สติกเกอร์กระดาษ มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์กระดาษขาวเงา สติกเกอร์กระดาษขาวด้าน สติกเกอร์คราฟน้ำตาล และสติกเกอร์กระดาษอื่น ๆ อีกหลายชนิด ซึ่งสติกเกอร์กระดาษ มีคุณสมบัติสามารถเปียกหรือโดนน้ำได้ประมาณ 40% และทนความร้อนได้ประมาณ 90 องศาเซลเซียส จึงเหมาะนำไปใช้งานประเภทที่ไม่ต้องระวังการโดนน้ำ และใช้ติดฉลากสินค้าทั่ว ๆ ไป เช่น สติกเกอร์บาร์โคด สติกเกอร์บอกวันหมดอายุ สติกเกอร์ติดผลไม้ เป็นต้น นอกจากนี้สติกเกอร์กระดาษ ที่มีการเคลือบเงา หรือเคลือบด้าน สามารถกันรอย และกันน้ำได้ถึง 70% เพราะมีการเคลือบผิวหน้ากันน้ำ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสวยงามหรูหราให้กับงานพิมพ์ได้อีกด้วย

 

สติกเกอร์พีพี (PP Sticker)

สติกเกอร์พีพี ที่นิยมใช้มีอยู่ 3 ชนิด คือ สติกเกอร์พีพีใส สติกเกอร์พีพีขาวเงา และสติกเกอร์พีพีด้าน ซึ่งสติกเกอร์พีพี มีคุณสมบัติเปียกน้ำได้ และยังทนต่อความร้อนได้มากถึง 90 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถยึดติดกับพื้นผิวของวัตถุที่มีรูปทรงซับซ้อนได้ดี ทั้งนี้ตัวสติกเกอร์มีความเรียบเนียน และมีความแวววาว จึงเหมาะนำไปใช้งานประเภทติดฉลากสินค้าที่ต้องการงานคุณภาพ เช่น สติกเกอร์ติดขวดโลชั่น สติกเกอร์ติดขวดแชมพู สติกเกอร์ติดสบู่ สติกเกอร์ติดขวดน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้สติกเกอร์พีพี ที่มีการเคลือบเงา หรือเคลือบด้าน สามารถช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ลดปัญหาสีหลุดลอกออกจากงานพิมพ์ และยังช่วยให้งานพิมพ์มีความหรูหรามากขึ้นด้วย

 

สติกเกอร์พีวีซี (PVC Sticker)

สติกเกอร์พีวีซี มีอยู่ด้วยกันหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สติกเกอร์พีวิซีใส สติกเกอร์พีวีซีขาวเงา สติกเกอร์พีวีซีกาวเหนียวพิเศษ สติกเกอร์พีวีซีหลังเทา และสติกเกอร์พีวีซีอื่น ๆ อีกหลายชนิด ซึ่งสติกเกอร์พีวีซี มีคุณสมบัติสามารถโดนน้ำ และทนความร้อนได้ประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่น และคงรูป ทำให้สามารถปรับรูป ปรับขนาดได้ตามต้องการ และมีความคงทนต่อสารเคมีต่าง ๆ จึงเหมาะนำไปใช้งานประเภทฉลากสินค้าที่ต้องการความทนทาน เช่น สติกเกอร์โลโก้ สติกเกอร์เครื่องใช้ไฟฟ้า สติกเกอร์ติดแก้วน้ำ สติกเกอร์ติดกระจกรถยนต์  สติกเกอร์ติดโฆษณาอื่น ๆ เป็นต้น

 

ข้อดี และข้อเสีย ของสติกเกอร์แต่ละชนิด

ข้อดี และข้อเสีย สติกเกอร์กระดาษ

ข้อดี

  • สามารถโดนน้ำได้ 40%
  • ทนความร้อนได้
  • แกะใช้หรือลอกใช้ง่าย
  • ราคาถูกที่สุดในบรรดาสติกเกอร์ทั้งหมด

ข้อเสีย

  • ฉีกขาดง่ายเมื่อเทียบกับเนื้อสติกเกอร์แบบอื่น ๆ
  • ไม่สามารถนำไปใช้กับงานที่โดนน้ำโดยตรงได้
  • ไม่สามารถใช้กับขวดที่มีความโค้ง หรือนูนได้ เนื่องจากอาจเกิดรอยยับ
  • สีหลุดลอกจากรอยข่วน
  • มีอายุการใช้งานสั้น

 

ข้อดี และข้อเสีย สติกเกอร์ PP

ข้อดี

  • กันน้ำได้ 100%
  • ทนความร้อนได้
  • มีความคงทน
  • มีความยืดหยุ่น
  • ไม่ฉีกขาดง่าย
  • มีความเรียบเนียน และมีสวยงาม

ข้อเสีย

  • เกิดรอยขีดข่วน
  • สีหลุดลอกจากรอยข่วน
  • สีหลุดเปื้อนเลอะมือจากการโดนน้ำยาหรือตัวทำละลายบางชนิด
  • ไม่เหมาะกับขวดบรรจุภัณฑ์ที่มีความ โค้งหรือนูนมาก ๆ เนื่องจากอาจเกิดรอยยับ

 

ข้อดี และข้อเสีย สติกเกอร์ PVC

ข้อดี

  • กันน้ำได้ 100%
  • ทนความร้อนได้
  • มีความยืดหยุ่น และคงรูป
  • ไม่ฉีกขาดง่าย
  • สีไม่หลุดลอกหรือเลือนหาย
  • ใช้งานร่วมกับขวดที่มีความโค้งหรือนูนมาก ๆ ได้

ข้อเสีย

  • ในการสั่งพิมพ์ หากตัวหนังสือมีขนาดเล็กมาก อาจทำให้ความคมชัดน้อยลง
  • หากเก็บในห้องที่มีอากาศร้อนนาน ๆ อาจเกิดการหดตัวได้

 

สรุป

การทำสติกเกอร์มาใช้ได้ถูกกับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการจะใช้กับผลิตภัณฑ์หรือสินค้าประเภทไหน จะทำให้ช่วยลดความเสียหาย และค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของเราดูดี มีคุณภาพ และยังเป็นการเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และผลิตภัณฑ์ของเราได้อีกด้วย ยิ่งถ้ามีการออกแบบที่สวยงาม บนสติกเกอร์มีโลโก้แบรนด์ และรายละเอียดสินค้าอย่างชัดเจน ก็จะยิ่งทำให้สินค้าน่าสนใจ และเป็นที่จดจำมากขึ้นด้วยค่ะ

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำสติกเกอร์ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตสติกเกอร์ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ต่างกันยังไง? ที่นี่มีคำตอบ

สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ล้วนเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใช้ในการโฆษณา และช่วยในการประชาสัมพันธ์สินค้า และบริการต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จัก รวมไปถึงยังสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งสิ่งพิมพ์ทั้ง 3 อย่างนี้ ถึงแม้จะมีความเหมือน แต่ก็มีความต่างกัน ดังนั้น เพื่อให้คุณเข้าใจ และเลือกใช้สิ่งพิมพ์เหล่านี้ให้เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจคุณ ในบทความนี้เราจะพาไปดูกันว่า สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ต่างกันยังไง ถ้าอยากรู้แล้ว ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

โบรชัวร์

โบรชัวร์ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มักจะมีเนื้อหา และรายละเอียดต่าง ๆ เยอะมาก ทั้งนี้ยังรวมไปถึงภาพประกอบ และการเสนอข่าวสารเป็นการเฉพาะ เพราะใช้ในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ร้านค้าเปิดใหม่ ประชาสัมพันธ์โปรโมชั่น ส่วนลด หรือเชิญชวนไป event

การทำโบรชัวร์ ส่วนใหญ่มักจะทำออกมาตั้งแต่ขนาด A5 – A4 – A3 และรูปแบบของโบรชัวร์ อาจจะเป็นตั้งแต่แบบแผ่นพับขึ้นไป จนถึงแบบที่เย็บเล่มหลาย ๆ หน้า ก็สามารถเรียกรวม ๆ ว่า โบรชัวร์ ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างโบรชัวร์ เช่น โบรชัวร์ธุรกิจ โบรชัวร์บริษัท โบรชัวร์สินค้า เป็นต้น

 

แผ่นพับ

แผ่นพับ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่พิมพ์ข้อมูลลงไปในกระดาษ มีลักษณะเป็นใบที่สามารถพับได้ ส่วนมากใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลในเชิงความรู้ หรือทางการขายสินค้า หรือจะเป็นการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ

โดยรูปแบบของแผ่นพับสามารถพิมพ์ 1 ด้าน หรือ 2 ด้านก็ได้ นอกจากนี้แผ่นพับสามารถพับได้หลายแบบ ทั้งพับแบบ 2 พับ 3 พับหรือ 4 พับก็ได้ ยกตัวอย่างแผ่นพับ เช่น แผ่นพับร้านอาหาร แผ่นพับร้านกาแฟ แผ่นพับแนะนำโรงเรียน แผ่นพับสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น

 

ใบปลิว

ใบปลิว เป็นสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาสาระเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ส่วนมากข้อความมักจะเป็นการให้ข้อมูล เพื่อแจกจ่ายไปยังกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ แนะนำสินค้า หรือส่งเสริมการขายแบบ ลด แลก แจก นอกจากนี้ใบปลิวยังเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะหยิบจับได้ง่ายอีกด้วย

การทำใบปลิว ส่วนใหญ่มักจะทำออกมาเป็นแผ่นที่ไม่ใหญ่มาก ประมาณ A5 – A4 และเป็นแผ่นเรียบ ๆ ไม่ได้มีการพับกระดาษ ทั้งนี้ในการแจกใบปลิว สามารถที่จะเจาะถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นอย่างดี หรือบางทีอาจจะวางไว้ตามจุดประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างใบปลิว เช่น ใบปลิวสินค้า ใบปลิวโปรโมชั่น ใบปลิวแนะนำองค์กร ใบปลิวโครงการหมู่บ้าน เป็นต้น

 

สรุป

สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ต่างก็เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้รับความนิยม ซึ่งทั้งหมดล้วนใช้ในการโฆษณา และช่วยประชาสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ โดยความแตกต่างของทั้ง 3 สิ่งพิมพ์ มีทั้งข้อมูลที่ใส่ลงไป รูปแบบของการใช้งาน หรือการเข้าเล่มที่แตกต่างกัน ดังนั้น เมื่อคุณทราบแล้วว่าสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละแบบมีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างไร ก็จะสามารถทำให้คุณเลือกสื่อสิ่งพิมพ์ไปใช้กับงานของคุณได้อย่างเหมาะสมค่ะ

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แนะนำชนิดของกระดาษที่นิยมใช้ในการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์

กล่องบรรจุภัณฑ์ ถือว่ามีความสำคัญต่อตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากใช้ห่อหุ้มหรือใช้บรรจุผลิตภัณฑ์ รวมถึงเป็นภาชนะที่ใช้สำหรับขนส่งสินค้าจากผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภคอย่างปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยปกป้องรักษาคุณภาพสินค้า ช่วยในการเก็บรักษา และป้องกันไม่ให้สินค้าเกิดความเสียหายจากการเคลื่อนย้าย นอกจากนี้กล่องบรรจุภัณฑ์ ยังเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่า และส่งเสริมด้านการตลาดอีกด้วย

ในส่วนของการทำกล่องบรรจุภัณฑ์ สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่สำคัญ และต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก คือ การเลือกใช้กระดาษที่มีความเหมาะสมกับสินค้า เพราะกระดาษแต่ละชนิด แต่ละประเภทมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หากเลือกประเภทกระดาษไม่เหมาะกับการเป็นบรรจุภัณฑ์สินค้าของเรา สินค้าก็อาจเกิดความเสียหายได้ ดังนั้น ต้องเลือกกระดาษที่สามารถตอบโจทย์กับความต้องการในการใช้งานให้ได้ ซึ่งในบทความนี้เราก็จะมาแนะนำชนิดของกระดาษที่นิยมใช้ในการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ ว่าแต่จะมีกระดาษอะไรบ้าง และแต่ละประเภทมีความพิเศษ และเหมาะกับการทำกล่องบรรจุภัณฑ์แบบใดบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

กระดาษอาร์ตการ์ด

กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นกระดาษที่มีคุณลักษณะพิเศษกว่ากระดาษชนิดอื่น ๆ มีเนื้อสัมผัสที่เรียบ และมีการพิมพ์สีสันที่สดใส ทำให้เหมาะสำหรับงานออกแบบที่สะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นกล่องขนม กล่องเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการกล่องสีสดใส ซึ่งกระดาษอาร์ตการ์ด จะทำให้บรรจุภัณฑ์มีพื้นผิวมันเงา ช่วยเพิ่มความสวยงามโดดเด่น ที่จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้

 

กระดาษคราฟท์

กระดาษคราฟท์ เป็นกระดาษเนื้อสีน้ำตาล ที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลมาแล้ว ทำให้มีพื้นผิวหยาบ มีความเหนียวทนทานเป็นพิเศษ และมีความฟูกว่ากระดาษชนิดอื่น ๆ จึงนิยมใช้ในงานที่เป็นงานกล่องพิมพ์สีเดียว และยังเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ไม่ว่าคุณจะกล่องสบู่แฮนด์เมด กล่องชาออร์แกนิก หรือกล่องขนมปังโฮมเมด ซึ่งกระดาษคราฟท์ จะทำให้บรรจุภัณฑ์ดูมีสไตล์ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย

 

กระดาษแป้งหลังขาว

กระดาษแป้งหลังขาว มีลักษณะเป็นสีขาวมันทั้งสองด้าน แต่มีการเคลือบผิวเพียงด้านเดียว ซึ่งด้านที่เคลือบผิวจะมีความเรียบ และขาวกว่าผิวอีกด้านหนึ่ง เพื่อใช้สำหรับการพิมพ์กราฟิก และข้อมูลผลิตภัณฑ์ ทำให้เหมาะสำหรับใช้ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการเน้นภาพลักษณ์ที่สะอาด มีความโดดเด่น และสวยงามมากยิ่งขึ้น เช่น สินค้าประเภทยา กล่องเครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

 

กระดาษแป้งหลังเทา

กระดาษแป้งหลังเทา ด้านหนึ่งของกระดาษจะเคลือบแป้งให้ดูขาว ๆ มัน ๆ และมีผิวเรียบ เพื่อใช้สำหรับการพิมพ์กราฟิก และข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนอีกด้านก็จะเป็นกระดาษสีเทา ซึ่งมีความคงทนมาก จึงเหมาะสำหรับการใช้งานด้านบรรจุภัณฑ์ทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการความหรูหรามากนัก เช่น กล่องเครื่องเขียน กล่องของใช้ในบ้าน กล่องของเล่น กล่องยาสีฟัน กล่องขนม เป็นต้น

 

สรุป

กระดาษที่นิยมใช้ในการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ คือ กระดาษอาร์ตการ์ด กระดาษคราฟท์ กระดาษแป้งหลังขาว และกระดาษแป้งหลังเทา ซึ่งกระดาษแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ในการทำกล่องบรรจุภัณฑ์ ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ และการใช้งานด้วย เพื่อให้กล่องบรรจุภัณฑ์ของคุณ เป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ และตอบโจทย์กับความต้องการต่าง ๆ ของลูกค้าด้วย นอกจากนี้กล่องบรรจุภัณฑ์ ยังเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่า ส่งเสริมด้านการตลาด และทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่สนใจได้อีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำกล่องบรรจุภัณฑ์ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Exit mobile version