ทริคออมเงิน ให้เป็นเศรษฐีตั้งแต่ต้นปี!
เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาบางคนอาจต้องใช้เงินเก็บทั้งปีเพื่อท่องเที่ยว ฉลอง และพักผ่อนร่างกายที่แสนเหนื่อยล้าตลอดปีที่ผ่านมา แต่เมื่อการฉลองจบลง ก็ถึงช่วงเวลาที่ต้องเริ่มกลับมาวางแผนการเก็บเงินอีกครั้ง เพื่อจะได้ใช้ในอนาคต และได้มีเงินเพิ่มไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น ซึ่งในวันนี้เราได้มีทริคออมเงินง่าย ๆ ที่คนเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ก็สามารถเก็บได้ มาฝากกันค่ะ
ตั้งเป้าหมาย
การตั้งเป้าหมาย จะทำให้เราเห็นถึงความต้องการของตัวเองได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้สามารถคาดคะเนระยะเวลาที่จะต้องเก็บออม เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งทุกคนต่างมีเป้าหมายการเก็บเงินแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะเก็บเงินไปซื้อโทรศัพท์ เก็บเงินให้พ่อแม่ เก็บเงินซื้อกองทุน หรืออื่น ๆ แต่ไม่ว่าจะมีความต้องการแบบไหน ก็จะช่วยให้มีกำลังใจในการเก็บเงินตามแผนได้ดีขึ้น
เก็บก่อนใช้
การเก็บเงินที่ดี คือ ต้องเก็บเงินก่อนใช้ ไม่ใช่ใช้ก่อนเก็บ เหลือเก็บค่อยนำมาใช้ เหลือจ่ายค่อยนำมาเก็บ ถือเป็นเคล็ดลับการเก็บเงินที่หลาย ๆ คนมักจะทำกัน สมมติมีเงินเดือน 15,000 บาท ให้กันเงินไว้ 10% จากเงินเดือน คือ 1,500 บาท ใน 1 ปี ก็จะมีเงินเก็บถึง 18,000 บาท ซึ่งการเก็บแบบนี้จะทำให้คุณมีเงินเก็บอย่างแน่นอน
ทำบัญชีรายรับรายจ่าย
การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เป็นการสร้างนิสัยการออมเงินที่ดี เพราะจะทำให้เราได้รู้ว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้างในแต่ละวัน ทั้งยังช่วยให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของการใช้จ่ายของตัวเอง และยังได้รู้ว่าเราสุรุ่ยสุร่าย ใช้จ่ายเกินวงเงินหรือเปล่า และเมื่อเห็นช่องโหว่ของตัวเอง จะได้อุดรูช่องว่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นได้ทัน
เปิดบัญชีเงินฝากประจำ
การเปิดบัญชีเงินฝากประจำ ถือเป็นตัวช่วยที่ดี ในการเก็บเงินในจำนวนเท่ากันทุกเดือน ตามระยะเวลาที่กำหนด อาจจะเป็น 3 เดือน, 6 เดือน, 12 เดือน, 24 เดือน หรือ 36 เดือน โดยเงินจำนวนนี้ไม่สามารถถอนออกก่อนกำหนดได้ เหมาะสำหรับผู้ที่เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ เพราะจะได้ทั้งเงินออม และผลตอบแทนจากดอกเบี้ย ทั้งนี้นอกจากจะช่วยให้เราออมเงินได้ดีแล้ว ยังสามารถใช้บัญชีเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคารได้อีกด้วย
พกเงินแค่พอใช้จ่ายรายวัน
เมื่อคุณกดเงินออกมาแล้ว ให้นำมาแบ่งใส่กระเป๋าสตางค์ไปแค่พอใช้จ่ายรายวัน สมมุติเวลาไปทำงานคุณใช้จ่ายวันละ 250 บาท ก็ใส่เงินไว้ในกระเป๋าแค่ 250 บาท ซึ่งวิธีนี้จะช่วยคุมงบบานปลายได้ดีมาก หรือจะแบ่งเงินใส่ซองซิป 30-31 ซอง เพื่อความสะดวกสบายในการหยิบใช้มากยิ่งขึ้นก็ได้
หยอดกระปุกทุกวัน
การเก็บเงินโดยการหยอดกระปุกทุกวัน เป็นการเก็บสะสมทีละเล็กละน้อยไม่ต้องคิดมาก วิธีการ คือทุกครั้งหลังจากที่ซื้อของหรือใช้บริการต่าง ๆ แล้วได้เงินทอนเป็นเศษเหรียญ จะไม่แตะต้องเหรียญเหล่านั้นเด็ดขาด เพราะจะต้องนำเหรียญทั้งหมดที่ได้มาแต่ละวัน ไปหยอดกระปุกที่บ้าน แล้วลองมาเปิดกระปุกดูช่วงสั้นเดือน หรือ 1 ปี จะพบว่าวิธีนี้ช่วยเซฟเงินไว้ได้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
เก็บแบงก์ 50 บาท
การเก็บแบงก์ 50 บาท วิธีการก็คือ ทุกครั้งที่ใช้จ่ายในการซื้อของหรือบริการต่าง ๆ หากได้ทอนเป็นแบงก์ 50 ก็จะต้องเก็บ และห้ามยุ่งกับแบงก์ดังกล่าวเด็ดขาด โดยนำไปเก็บใส่กล่อง หรือกระปุกทันที พร้อมกำหนดระยะเวลาการเก็บ อาจเป็น 6 เดือน หรือ 1 ปี เมื่อถึงเวลานับ จะมีเงินมากขึ้นแบบคาดไม่ถึง ซึ่งวิธีออมเงินแบบนี้มีข้อดีคือ เป็นวิธีออมเงินที่ง่าย สามารถทำได้ทันทีเมื่อได้เงินทอน อีกทั้งการออมเงินด้วยแบงก์ 50 ก็ถือว่าไม่มาก และไม่น้อยเกินไป
การเริ่มเก็บเงินจากเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถทำให้เรามีเงินเป็นก้อนได้ ซึ่งเราก็ต้องมีวินัยในการออม รวมทั้งการวางแผนการเงินที่ดี เพราะการที่มีเงินออมไว้นั้น ถือเป็นหลักประกันไว้ใช้ในชีวิตยามฉุกเฉินได้ สำหรับบางคนที่ยังไม่เริ่มเก็บเงิน ก็สามารถเริ่มเก็บได้เลย โดยทริคข้างต้นที่เราได้บอกไปนั้น สามารถทำตามได้ง่าย ๆ โดยคุณสามารถเลือกเก็บเงินได้ตามความสะดวกได้เลยค่ะ
ผลงานพิมพ์ “Gift Voucher 3 แบบ”
สิ่งพิมพ์ที่ใช้เป็นของที่ระลึกได้ในทุกโอกาส
ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เรามักจะหาของขวัญหรือของที่ระลึกให้กับครอบครัว เพื่อน คนรัก เจ้านาย หรือลูกค้า ซึ่งในบางครั้งเราก็ไม่รู้จะให้อะไรเป็นของที่ระลึกดี ดังนั้นวันนี้เราจึงนำสิ่งพิมพ์ที่ใช้เป็นของที่ระลึกได้ในทุกโอกาส ที่ประกอบไปด้วย โปสการ์ด สมุดโน้ต โฟโต้บุ๊ค และปฏิทิน ซึ่งแต่ละสิ่งพิมพ์จะมีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ
โปสการ์ด (Postcard)
อาจเป็นบัตรที่จำหน่ายเป็นที่ระลึก บัตรเชิญ หรือแม้กระทั่งเป็นไปรษณียบัตรสำหรับส่งให้กับลูกค้า นอกจากนี้โปสการ์ด ยังเป็นสิ่งพิมพ์ที่แทนความรู้สึกจากข้อความผู้ให้ถึงผู้รับด้วยการให้โปสการ์ด ซึ่งสามารถระบุข้อความถึงผู้รับได้ ทั้งนี้โปสการ์ด ยังเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะเน้นความสวยงามเป็นหลัก กระดาษที่ใช้เป็นกระดาษหนาดูดี น่าเก็บสะสมไว้เป็นที่ระลึก จึงเหมาะที่จะให้ได้ในทุกโอกาส
สมุดโน้ต (Notebook)
เป็นสมุดที่ใช้จดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะจดเป็นเรื่องงาน หรือจดเป็นไดอารี่เขียนเรื่องราวประจำวันก็ได้เช่นกัน ซึ่งสมุดโน้ต ก็เป็นสิ่งพิมพ์อีกชิ้นที่จะให้เป็นของที่ระลึกได้ในทุกโอกาสเนื่องจากหน้าปกสมุดโน้ตสามารถเลือกรูปใส่ได้ แถมมีขนาดรูปเล่มให้เลือกหลายขนาด ทั้งนี้ยังสามารถระบุชื่อเจ้าของ ชื่อผู้รับ เพื่อช่วยเพิ่มความประทับใจให้แก่ผู้รับได้ดีอีกด้วย
โฟโต้บุ๊ค (Photobook)
โฟโต้บุ๊ค หรือ สมุดภาพ คือการรวบรวมภาพถ่ายที่ประทับใจจากกล้องดิจิตอล, สมาร์ทโฟน หรืออื่น ๆ มาจัดหน้า เรียบเรียงเรื่องราว และเหตุการณ์เป็นรูปเล่ม ในรูปแบบของสมุดภาพ เพื่อเก็บบันทึกภาพเรื่องราว เตือนความทรงจำกับเหตุการณ์ ในรูปแบบของคุณเอง อาจจะเป็นรูปภาพจากการท่องเที่ยว, งานเลี้ยง, งานครบรอบ, ภาพครอบครัว, เพื่อน หรือรูปภาพส่วนตัว ก็สามารถนำมาจัดรวมภาพทำเป็นโฟโต้บุ๊คได้ทั้งหมด เป็นสิ่งพิมพ์ที่ใช้เป็นของที่ระลึกได้ในทุกโอกาสจริง ๆ
ปฏิทิน (Calendar)
คือระบบที่ใช้ในการเรียกชื่อช่วงระยะเวลา เช่น วัน เดือน ปี เป็นต้น วันเป็นที่รู้จักในฐานะ วันปฏิทิน ซึ่งวันจะขึ้นอยู่กับการเคลื่อนที่วัตถุทางดาราศาสตร์ เราสามารถแสดงปฏิทินได้ในหลายรูปแบบ ส่วนมากมักเป็นกระดาษ เช่น แบบฉีก แบบแขวน แบบตั้งโต๊ะ ฯลฯ ทั้งนี้ปฏิทินยังสามารถทำเป็นปฏิทินส่วนตัวเฉพาะบุคคล หรือเฉพาะกลุ่มได้ สามารถใส่รูปได้, ระบุวันเกิด, วันครบรอบ หรือวันสำคัญต่าง ๆ ได้ จึงเหมาะที่จะให้ในช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้
หากท่านใดสนใจ ThaiDigitalPrint.com เรารับพิมพ์สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก ทั้งนี้เรายังรับออกแบบและพิมพ์โปสการ์ด สมุดโน้ต โฟโต้บุ๊ค ปฏิทิน ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ซึ่งลูกค้าสามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบขาวดำ หรือ 4 สี หรือแม้แต่การพิมพ์สีพิเศษ ต่าง ๆ พิมพ์ 1 หน้า หรือ 2 หน้า แล้วแต่ลูกค้าออกแบบ นอกจากนั้นการพิมพ์นามบัตรสามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความน่าสนใจได้หลากหลาย อาทิ เคลือบ PVC แบบมัน/ด้าน, Spot UV , ปั๊มเคเงิน/ทอง, ปั๊มนูน/จม เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด
ผลงานพิมพ์ “หนังสือผจญภัยดินแดนไดโนเสาร์”
ผลงานพิมพ์ “Galette Des Rois Card “
ผลงานพิมพ์ “เมนูอาหารร้าน Arawan”
จัดโต๊ะทำงานสุดปัง! ตามฮวงจุ้ยรับปี 64
เมื่อปีใหม่มาถึง หลาย ๆ คนก็อยากที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ว่าจะซื้อของใหม่ จัดห้องใหม่ รวมไปถึงการจัดโต๊ะทำงานใหม่ด้วย ซึ่งสำหรับบางคนที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว หรือ บางคนต้องกลับมา Work from Home เนื่องจากสถาการณ์โควิด-19 ที่กลับมาระบาดอีกครั้ง ดังนั้นการจัดโต๊ะทำงานที่บ้าน ก็สามารถทำให้คุณจัดได้เต็ม แต่ถ้าจะจัดโต๊ะทำงานทั้งที เราก็จะมาจัดโต๊ะทำงานตามฮวงจุ้ย ที่จะช่วยเสริมบารมี และเสริมดวงการทำงานให้กับคุณมากยิ่งขึ้น ซึ่งวันนี้เราได้นำการจัดโต๊ะทำงานสุดปัง ตามฮวงจุ้ยรับปี 64 มาฝากกันด้วยค่ะ
ตำแหน่งโต๊ะทำงาน
ในการจัดตำแหน่งโต๊ะทำงานให้ดี ควรตั้งโต๊ะทำงานให้อยู่ในมุมที่มองเห็นสภาพแวดล้อมห้องได้หมด ด้านหลังของเราควรเป็นผนัง ตั้งโต๊ะให้เยื้องกับประตู และควรหันหลังให้กับมุมห้อง เพราะมุมห้อง จะช่วยเสริมอำนาจ ความหนักแน่น และบารมีให้กับเรา ถ้าไม่มีผนังข้างหลัง ควรหาตู้ โต๊ะ หรือกระถางต้นไม้มาวางไว้ อย่าปล่อยให้ข้างหลังของเราว่าง และควรจัดโต๊ะให้ด้านหน้าโล่ง ปลอดโปร่ง
แผนผังปากัว
แผนผังปากัว (Bagua) เป็นแผนผังเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับการทำงานของจักรวาล โดยจะใช้หลัก 8 ทิศของแผนผังปากัวสำหรับการจัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน แผนผังปากัวจะแบ่งเป็น 8 ทิศ โดยไล่จากทางซ้ายไปขวา และวนรอบทิศ เลือกจัดโต๊ะได้ตามทิศที่ต้องการได้ ซึ่งการจัดโต๊ะตามแผนผังปากัวจะทำให้เจ้าของโต๊ะเกิดพลังแห่งปัญญา และประสบผลสำเร็จอย่างง่ายดาย โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้
- ทิศด้านความอุดมสมบูรณ์ ควรวางเครื่องคิดเลข และต้นไม้
- ทิศด้านชื่อเสียง ควรวางโคมไฟ
- ทิศด้านความสัมพันธ์ ควรวางภาพคู่รัก หรือวางแจกันใส่ดอกกุหลาบแดง 2 ดอก
- ทิศด้านความคิดสร้างสรรค์ ควรวางกล่องใส่อุปกรณ์เครื่องเขียน
- ทิศด้านผู้ช่วย ควรวางโทรศัพท์
- ทิศด้านการงาน และอาชีพ ควรวางคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊ก
- ทิศด้านความรู้ ควรวางหนังสือ
- ทิศด้านครอบครัว ควรวางกล่องพัสดุลายดอกไม้
รูปทรงโต๊ะทำงาน
ไม่ว่าจะเป็นขนาด และรูปทรง ก็สอดคล้องกับหลักฮวงจุยโต๊ะทำงานเช่นกัน ซึ่งสิ่งแรกควรเลือกโต๊ะทำงานที่มีขนาดใหญ่ไว้ก่อน แต่ต้องอิงหลักที่ว่า สามารถหยิบของได้ง่ายจากทุกจุดบนโต๊ะ ใช้งานได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่กว้างไปจนหยิบของอีกฝั่งไม่ถึง การเลือกโต๊ะได้เหมาะสม จะช่วยแสดงให้เห็นถึงผลผลิต หรือผลงานที่งอกเงย และการควบคุมผลผลิตได้ ถ้าหากเลือกโต๊ะที่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป จะทำให้เราเสียการควบคุมในการจัดการต่าง ๆ ทั้งนี้รูปทรงโต๊ะยังช่วยส่งเสริมในด้านต่าง ๆ ด้วย อย่างโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้มีสมาธิจดจ่อกับการทำงานได้ดี ส่วนโต๊ะกลม เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์ การระดมไอเดีย และความคิดเห็น ด้านโต๊ะโค้ง จะช่วยสร้างสมาธิในการทำงาน และโต๊ะเปิดด้านหน้า ทำให้รู้สึกสบาย ผู้ที่เข้ามาหารู้สึกเป็นกันเอง ใครทำงานแนวไหน หรือชอบโต๊ะแบบไหน ก็สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อได้
การเลือกสี
สีของโต๊ะทำงานก็สามารถสร้างอิทธิพล และส่งผลต่อเจ้าของโต๊ะได้ ซึ่งแต่ละสีก็จะให้ความทรงพลังที่แตกต่างกัน ดังนี้
สีดำ ปรับพลังงานให้ช้าลง เพื่อกระตุ้นความคิด และช่วยให้มีความรอบคอบมากขึ้น
สีน้ำตาล เสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี น่าเชื่อถือ
สีขาว กระตุ้นความคิดจากภายใน และทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย
สีเทา เน้นความสร้างสรรค์จากภายใน และทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
สีเขียว สร้างสมดุลระหว่างร่างกาย และจิตใจในระยะยาว
สีสว่าง กระตุ้นการมองเห็น ทำให้ร่างกาย และสมองผ่อนคลาย
วัสดุของโต๊ะทำงาน
วัสดุของโต๊ะทำงานที่ถูกต้อง ก็ส่งเสริมให้ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานของเรามีพลังที่ถูกหลัก และตรงกับความต้องการของเราได้เช่นกัน อย่างการเลือกใช้ ไม้ ทำให้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี ส่วนโลหะ มีเหลี่ยมในตัว ช่วยเสริมพลังทางด้านจิตใจ และสร้างสมาธิ ต่อมากระจก เป็นวัสดุที่เปิดเผย ฉะนั้นพลังงานจะเคลื่อนที่เร็วมาก ให้ปรับสมดุลด้วยการหาสิ่งของที่เป็นไม้หรือต้นไม้มาวางไว้ สุดท้ายลามิเนต พลังงานจะคงที่พอดิบพอดี ไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป
สำหรับคนที่ทำงานในออฟฟิศ ซึ่งไม่สามารถจะเคลื่อนย้ายอะไรได้มากนัก เราก็มีวิธีการจัดโต๊ะทำงาน ที่จะช่วยเพิ่มพลังฮวงจุ้ยให้กับโต๊ะทำงานมากขึ้นอีกด้วย 1. ห้ามปล่อยให้โต๊ะทำงานรกรุงรัง 2. เลือกของแต่งโต๊ะทำงานอย่างต้นไม้ฟอกอากาศต้นจิ๋ว แต่ไม่ควรตั้งต้นกระบองเพชรบนโต๊ะทำงาน 3. อะไรไม่ใช้แล้วให้ทิ้ง ของที่ใช้ซ้ำจนสีลอก พังแหล่มิพังแหล่ โละทิ้งให้หมด 4. หาแก้วน้ำ และหินไว้ดูดซับพลังงานดี ๆ มาวางไว้ที่ด้านหน้าของโต๊ะ ซึ่งเป็นจุดที่พลังต่าง ๆ จะไหลเข้ามาหาเราโดยตรง 5. นำหนังสือ หรือเอกสารวางไว้ด้านซ้ายมือ เพราะฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน ฝั่งซ้ายมือ จะช่วยส่งเสริมให้เจ้าของโต๊ะพัฒนาความรู้ และความสามารถได้ดียิ่งขึ้น
