ไขข้อสงสัย! กระดาษผ้าแคนวาส VS กระดาษโฟโต้ ต่างกันยังไง? เลือกพิมพ์แบบไหนดี?

ในงานพิมพ์ภาพถ่าย และสื่อประชาสัมพันธ์ วัสดุที่เลือกใช้มีผลโดยตรงต่อความสวยงาม ความคมชัดของรายละเอียด ไปจนถึงอายุการใช้งานของชิ้นงาน หลายคนจึงอาจลังเลระหว่างการใช้ “กระดาษผ้าแคนวาส” หรือ “กระดาษโฟโต้” เพราะวัสดุทั้งสองชนิดต่างให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่มีคุณสมบัติ และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

โดยกระดาษผ้าแคนวาส จะโดดเด่นด้วยพื้นผิวที่มีลายเส้นใย ช่วยเพิ่มมิติ และให้ความรู้สึกคล้ายงานศิลปะ เหมาะกับงานตกแต่งที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่น ในขณะที่กระดาษโฟโต้ จะเน้นความคมชัดเป็นหลัก สามารถถ่ายทอดสีได้แม่นยำ และแสดงรายละเอียดได้ครบถ้วน เหมาะกับงานที่ต้องการความชัดเจนของภาพในระดับสูง

ในบทความนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจความแตกต่างของวัสดุทั้งสองประเภท พร้อมแนวทางเลือกใช้งานให้เหมาะสม เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ผลงานพิมพ์ ทั้งในด้านความสวยงาม และความคุ้มค่าไปพร้อมกันค่ะ

กระดาษผ้าแคนวาส (Canvas Paper)

กระดาษผ้าแคนวาสสำหรับงานพิมพ์ คือวัสดุที่ผลิตให้มีพื้นผิวคล้ายผ้าใบวาดภาพศิลปะ โครงสร้างมักทำจากเส้นใยสังเคราะห์ หรือเส้นใยฝ้าย แล้วเคลือบชั้นรองรับหมึกพิเศษเพื่อช่วยให้หมึกยึดเกาะได้ดี ลดการกระจายตัวของสี และถ่ายทอดรายละเอียดของภาพได้อย่างสวยงาม จุดเด่นอยู่ที่พื้นผิวซึ่งมีลายเส้นใยผ้า ช่วยเพิ่มมิติ และความลึกให้กับภาพ ทำให้ภาพถ่าย หรือภาพกราฟิกดูนุ่มนวล มีบรรยากาศอบอุ่น และให้ความรู้สึกคล้ายงานศิลปะที่จัดแสดงในหอศิลป์

ในด้านการใช้งาน กระดาษผ้าแคนวาสมีผิวด้านที่ช่วยลดแสงสะท้อนจากหลอดไฟ หรือแสงธรรมชาติ ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนแม้ติดตั้งในบริเวณที่มีแสงมาก ตัววัสดุมีความหนา และเหนียว รองรับการขึงกับโครงไม้โดยไม่เสียรูปทรงง่าย ทั้งยังสามารถเคลือบผิวเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความทนทานต่อความชื้น และรอยขีดข่วนได้ โดยทั่วไปหากพิมพ์ด้วยหมึกคุณภาพสูง และติดตั้งภายในอาคาร งานพิมพ์บนกระดาษผ้าแคนวาสจะสามารถคงสภาพสีได้สวยงามยาวนานหลายปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

คุณสมบัติเด่นของผ้าแคนวาส

  • พื้นผิวมีลายเส้นใยผ้า ช่วยเพิ่มมิติ และให้ความรู้สึกคล้ายงานศิลปะ
  • ผิวด้านลดแสงสะท้อน มองเห็นภาพได้ชัดในหลายสภาพแสง
  • โทนสีดูนุ่มลึก เหมาะกับภาพที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่น
  • วัสดุมีความหนาและเหนียว รองรับการขึงโครงไม้ได้ดี
  • สามารถเคลือบผิวเพิ่มความทนทาน ต่อความชื้นและรอยขีดข่วน

งานที่เหมาะกับผ้าแคนวาส

  • ภาพถ่ายงานแต่งงาน และภาพครอบครัว
  • ภาพสำหรับตกแต่งบ้าน คอนโด หรือห้องรับแขก
  • งานศิลปะดิจิทัล และภาพวาดเสมือนจริง
  • งานตกแต่งร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือสำนักงาน
  • ภาพสำหรับจัดแสดงในนิทรรศการ

 

กระดาษโฟโต้ (Photo Paper)

กระดาษโฟโต้ คือกระดาษที่ผ่านการเคลือบผิวพิเศษเพื่อรองรับการพิมพ์ภาพถ่ายคุณภาพสูงโดยเฉพาะ โครงสร้างของกระดาษประกอบด้วยชั้นเคลือบหลายชั้นที่ช่วยดูดซับหมึกได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ ช่วยลดการกระจายตัวของสี ทำให้ภาพที่ออกมามีความคมชัด และมีมิติของแสงเงาที่ชัดเจน กระดาษโฟโต้มีให้เลือกหลายลักษณะผิว เช่น ผิวมันที่ให้สีสันสดใส ผิวด้านที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ผิวกึ่งมันกึ่งด้านที่ช่วยลดรอยนิ้วมือ และผิวเนื้อมุกที่ให้ความละเอียดของภาพดีพร้อมความรู้สึกเรียบหรู โดยแต่ละประเภทจะให้ผลลัพธ์ด้านความอิ่มตัวของสี และการสะท้อนแสงแตกต่างกันไป

ในด้านการใช้งาน กระดาษโฟโต้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความคมชัด และความถูกต้องของสีในระดับสูง เช่น รายละเอียดใบหน้า เส้นผม พื้นผิวสินค้า หรือองค์ประกอบที่มีความซับซ้อน นอกจากนี้ ยังมีความหนาให้เลือกหลายระดับตามลักษณะงาน และงบประมาณ โดยทั่วไป งานพิมพ์บนกระดาษโฟโต้มักใส่กรอบกระจก หรือเคลือบผิวเพิ่มเติม เพื่อช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ความชื้น และการสัมผัสโดยตรง ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของภาพ ทั้งนี้กระดาษโฟโต้ชนิดผิวมันอาจเกิดแสงสะท้อนในบริเวณที่มีแสงส่องตรง และอาจเห็นรอยนิ้วมือได้ง่ายกว่าผิวด้าน จึงควรเลือกประเภทผิวให้เหมาะกับสถานที่ติดตั้ง และลักษณะงาน

คุณสมบัติเด่นของกระดาษโฟโต้

  • สีสันสด และแม่นยำ ถ่ายทอดค่าสีได้ใกล้เคียงต้นฉบับ
  • เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการความละเอียดสูง
  • มีลักษณะผิวให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบเงาเพื่อความเด่นชัด หรือแบบด้านเพื่อความคลาสสิก
  • ความเอนกประสงค์ มีความหนาหลายระดับ รองรับทั้งงานเอกสารคุณภาพสูงไปจนถึงภาพถ่ายอัดกรอบพรีเมียม

งานที่เหมาะกับกระดาษโฟโต้

  • ภาพถ่ายบุคคล และภาพพอร์ตโฟลิโอ
  • โปสเตอร์โฆษณา และงานโปรโมตแบรนด์
  • เมนูอาหาร และภาพถ่ายสินค้า
  • ป้ายประชาสัมพันธ์ภายในอาคาร
  • ภาพถ่ายอัดกรอบเพื่อการตกแต่ง หรือมอบเป็นของขวัญ

 

เลือกพิมพ์แบบไหนดี?

การเลือกใช้กระดาษผ้าแคนวาส หรือกระดาษโฟโต้ ควรพิจารณาจากลักษณะงาน วัตถุประสงค์ และสภาพแวดล้อมในการติดตั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมทั้งด้านความสวยงาม และอายุการใช้งาน

1. จุดประสงค์ของงานพิมพ์

  • เน้นบรรยากาศ และความหรูหรา กระดาษผ้าแคนวาส เหมาะกับงานตกแต่ง เพราะพื้นผิวมีลายเส้นใย ช่วยเพิ่มมิติ และให้ความรู้สึกคล้ายงานศิลปะ
  • เน้นความคมชัด และความถูกต้องของสี กระดาษโฟโต้ เหมาะกับงานที่ต้องการรายละเอียดชัดเจน สีใกล้เคียงต้นฉบับ และแสดงภาพสินค้าได้ครบถ้วน

2. สถานที่ติดตั้ง

  • พื้นที่มีแสงสะท้อนมาก การใช้กระดาษผ้าแคนวาส หรือกระดาษโฟโต้ผิวด้าน จะช่วยลดแสงสะท้อน ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น
  • พื้นที่ที่ควบคุมแสงได้ การใช้ กระดาษโฟโต้ผิวมัน จะช่วยให้สีสันดูสด และดูโดดเด่นมากขึ้น

3. ระยะเวลาการใช้งาน

  • ตกแต่งระยะยาว กระดาษผ้าแคนวาส ที่มีการเคลือบผิวจะช่วยเพิ่มความทนทาน เหมาะกับการจัดแสดงต่อเนื่องภายในอาคาร
  • งานประชาสัมพันธ์ หรือโปรโมชั่น กระดาษโฟโต้ ให้ความคมชัดสูงในงบประมาณที่เหมาะสม และสามารถผลิตได้รวดเร็ว

 

สรุป 

กระดาษผ้าแคนวาส และกระดาษโฟโต้ต่างมีจุดเด่นเฉพาะตัว ดังนั้น การเลือกใช้งานควรพิจารณาจากจุดประสงค์ของงาน สถานที่ติดตั้ง และระยะเวลาการจัดแสดงเป็นสำคัญ หากคุณต้องการงานตกแต่งที่ให้ความรู้สึกคล้ายงานศิลปะ และช่วยลดแสงสะท้อน กระดาษผ้าแคนวาส คือทางเลือกที่เหมาะสม แต่หากต้องการความคมชัดของรายละเอียด และสีสันที่แม่นยำ กระดาษโฟโต้ จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า

การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้คุณเลือกวัสดุได้เหมาะกับลักษณะงานจริง ทั้งในด้านคุณภาพ และงบประมาณที่ตั้งไว้ หากคุณกำลังมองหาบริการพิมพ์ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัสดุที่คัดสรรมาอย่างดี คุณภาพหมึกพิมพ์ที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมืออาชีพ ทีมงานของโรงพิมพ์ Thaidigitalprint พร้อมให้คำแนะนำ และดูแลทุกงานพิมพ์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นงานโปสเตอร์โฆษณา เมนูอาหาร ป้ายประชาสัมพันธ์ หรือชิ้นงานรูปแบบอื่น ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงการผลิต เพื่อให้ผลงานของคุณออกมาสวยงาม คมชัด และคุ้มค่าที่สุดในทุกการใช้งานค่ะ

ประโยชน์ของกระดาษถนอมสายตา (Green Read) ที่หลายคนยังไม่รู้

ในยุคที่คนต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือ และแท็บเล็ตเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ปัญหาสุขภาพตา เช่น อาการล้าตา ตาแห้ง หรือปวดศีรษะจากการใช้สายตาอย่างหนัก กลายเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยขึ้น แม้แต่การอ่านหนังสือหรือเอกสารบน “กระดาษ” ที่ดูเหมือนไม่เป็นพิษภัย ก็อาจกระทบกับสายตาได้เช่นกัน โดยเฉพาะหากใช้กระดาษสีขาวสว่างจัด ที่สะท้อนแสงมากเกินไป นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ “กระดาษถนอมสายตา” หรือที่รู้จักกันในชื่อ Green Read ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นทางเลือกที่ช่วยลดการระคายเคืองต่อดวงตา โดยเฉพาะในงานอ่านหรืองานเขียนที่ต้องใช้เวลาเป็นเวลานาน

ซึ่งในบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับคุณสมบัติเด่นของกระดาษถนอมสายตา พร้อมทั้งประโยชน์ และประเภทงานพิมพ์ที่เหมาะกับการเลือกใช้กระดาษชนิดนี้กันค่ะ

กระดาษถนอมสายตา (Green Read)

กระดาษถนอมสายตา เป็นกระดาษสีเหลืองนวลอ่อน ๆ ที่ผิวของกระดาษดูดกลืนแสงได้ดี ทำให้ลดการสะท้อนแสงที่เป็นการรบกวนสายตาได้ ช่วยถนอมสายตาขณะอ่านหนังสือ ทำให้ผู้อ่านอ่านหนังสือได้อย่างสบายตา และอ่านได้นานขึ้น โดยไม่รู้สึกเมื่อยล้าบริเวณดวงตา นอกจากนี้ กระดาษถนอมสายตา ยังสามารถเก็บรักษาได้นาน โดยที่กระดาษ และสีจะดูไม่เก่า ไม่เปลี่ยนสีอีกด้วย โดยความหนามาตรฐานของกระดาษถนอมสายตาที่นิยมนำมาใช้จะอยู่ที่ 65 – 75 แกรม ซึ่งเนื้อกระดาษสามารถรองรับสีได้ดีเมื่อพิมพ์ภาพลงไปแล้ว สีจะดูสดใส และนวล ราคาจะสูงกว่ากระดาษปอนด์เล็กน้อย

คุณลักษณะพิเศษของกระดาษถนอมสายตา

  • กระดาษมีสีเหลืองนวลโทนครีมอ่อน ๆ ซึ่งเป็นสีที่ช่วยลดแสงสะท้อนเข้าสู่ดวงตาได้ดี
  • กระดาษมีผิวสัมผัสเรียบด้าน ช่วยให้เขียนด้วยปากกาหรือดินสอได้ลื่น และไม่สะท้อนแสงเวลาพิมพ์หรือถ่ายเอกสาร
  • กระดาษมีความแข็งแรง ทำให้พิมพ์ภาพแล้วสวยงาม จะพิมพ์เพียงสีเดียวหรือหลายสีก็ได้
  • สีของกระดาษมีความคงทน บริเวณขอบหนังสือจะไม่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง สามารถเก็บไว้ได้นานโดยที่หนังสือยังดูใหม่อยู่เสมอ
  • กระดาษมีความหนากำลังดี บางพอให้พกพาสะดวก แต่ไม่บางจนทะลุ ช่วยให้พิมพ์สองหน้าได้สบาย ๆ

ข้อดีของกระดาษถนอมสายตา

  • ช่วยลดแสงสะท้อนที่เป็นการรบกวนสายตา
  • ลดอาการตาล้า และปวดตาเมื่อต้องอ่านนาน ๆ
  • อ่านหนังสือได้นานขึ้น ทำให้ความเข้าใจในเนื้อหาดีขึ้น
  • สีของกระดาษคงทน ไม่เปลี่ยนสี ทำให้หนังสือไม่ดูเก่า
  • กระดาษมีน้ำหนักเบา ทำให้หนังสือไม่หนักเวลาพกพา หรือยกขึ้นมาอ่านก็ไม่เมื่อยมือ
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยกระบวนการผลิตที่ลดการใช้สารเคมี และการฟอกขาว ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตกระดาษ

กระดาษถนอมสายตาเหมาะกับงานพิมพ์ประเภทใด

  • เนื้อในสมุด/หนังสือ
  • ตำราเรียน
  • ไดอารี่
  • หนังสือพิมพ์
  • นิตยสาร
  • แผ่นพับ

สรุป

กระดาษถนอมสายตา (Green Read) ไม่ใช่แค่กระดาษที่สีนวลเท่านั้น แต่คือทางเลือกที่ใส่ใจต่อสุขภาพดวงตา และประสบการณ์การใช้งานของผู้อ่าน และผู้เขียน เหมาะกับทุกคนที่ใช้กระดาษเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน คนทำงาน หรือผู้ที่รักการอ่าน ลองเปลี่ยนมาใช้กระดาษถนอมสายตา แล้วคุณจะรู้ว่า…การ “อ่านเอกสารนาน ๆ” ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยอาการล้าตาอีกต่อไป

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำหนังสือแบบต่าง ๆ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตหนังสือแบบต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

กระดาษพิเศษ (Fancy Paper) คืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง?

ในโลกของการพิมพ์ และงานออกแบบ นอกเหนือจากกระดาษทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันดี ยังมีกระดาษอีกประเภทที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อเพิ่มความพิเศษ และความโดดเด่นให้กับชิ้นงาน นั่นก็คือ “กระดาษพิเศษ (Fancy Paper)” ที่มีผิวสัมผัส รูปลักษณ์ และคุณสมบัติที่แตกต่าง จึงทำให้กระดาษพิเศษเป็นเหมือนอาวุธลับของนักออกแบบ และผู้ที่ต้องการสร้างความประทับใจ และต้องการให้งานพิมพ์ของตนเองโดดเด่นมากขึ้น ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกระดาษพิเศษ (Fancy Paper) คืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

กระดาษพิเศษ (Fancy Paper) คืออะไร?

กระดาษพิเศษ เป็นกระดาษที่มีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งเนื้อกระดาษ เยื่อกระดาษ และผิวสัมผัสของกระดาษ ที่ต่างออกไปจากกระดาษทั่วไป ซึ่งกระดาษพิเศษ จะมีทั้งกระดาษที่มีหลายเฉดสี รวมถึงสีพิเศษ อย่างสีทอง และสีเงิน กระดาษที่มี Texture ผิวสัมผัส และกระดาษที่เคลือบผิวพิเศษ ซึ่งจะทำให้งานพิมพ์ที่ทำด้วยกระดาษพิเศษดูสวยงาม และโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

หมวดหมู่ของกระดาษพิเศษ

กระดาษผิวเรียบ เป็นกระดาษเนื้อแกร่งพิเศษ สีสด มีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย หรือมีความยืดหยุ่นกว่าปกติ

กระดาษผิวลาย เช่น ผิวลายขรุขระ (texture) หรือผิวลายริ้ว (laid paper) ที่เกิดจากลายของเนื้อกระดาษ มักใช้ในงานพิมพ์ประเภทเอกสารกันการปลอมแปลง เช่น ตราสารหนี้ เช็ค โฉนดที่ดิน เป็นต้น

กระดาษลายน้ำ (Water mark) มีความพิเศษ คือ เมื่อส่องแสงไฟใส่เนื้อกระดาษจะพบเป็นลายน้ำในเนื้อกระดาษ ซึ่งเป็นที่นิยมในงานพิมพ์ประเภทธนบัตร

งานพิมพ์ที่เหมาะกับการใช้กระดาษพิเศษ

  • นามบัตร
  • การ์ดต่าง ๆ เช่น การ์ดแต่งงาน การ์ดปีใหม่ การ์ดอวยพร เป็นต้น
  • ปกหนังสือ
  • โบรชัวร์
  • ป้ายแท็กสินค้า
  • คูปอง
  • ที่คั่นหนังสือ
  • กล่องบรรจุภัณฑ์

สรุป

กระดาษพิเศษ เป็นมากกว่าแค่กระดาษพิมพ์งานทั่วไป ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย และโดดเด่น ทำให้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานที่พิเศษ และน่าจดจำ การทำความรู้จักกับประเภทต่าง ๆ ของกระดาษพิเศษ จะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้กระดาษได้อย่างชาญฉลาด และยกระดับทุกงานพิมพ์ของคุณให้เหนือกว่าได้อีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร การ์ดแต่งงาน โบรชัวร์ ป้ายแท็กสินค้า คูปอง ที่คั่นหนังสือ และกล่องบรรจุภัณฑ์ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ทำความรู้จักกับแกรมกระดาษ และแกรมกระดาษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ต่าง ๆ

กระดาษมีอยู่หลายประเภท แต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การเลือกกระดาษที่เหมาะสมสำหรับงานพิมพ์หรืองานออกแบบ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผลงานของเราออกมาดูดี มีคุณภาพ นอกจากนี้ การรู้จักกับน้ำหนัก และแกรมของกระดาษ จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกกระดาษได้เหมาะกับการใช้งานอีกด้วย ซึ่งสำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ แต่ยังไม่เข้าใจว่าแกรมของกระดาษมีผลอย่างไรกับงานพิมพ์ ในบทความนี้เราก็จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแกรมกระดาษ และแกรมกระดาษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ต่าง ๆ มาฝากกันค่ะ

ทำความรู้จักกับแกรมกระดาษ

แกรม (GSM: Gram Per Square Metre) คือ น้ำหนักกระดาษ แต่เป็นน้ำหนักความหนาของกระดาษ โดยมีหน่วยวัดเป็น กรัม : กระดาษขนาด 1 ตารางเมตร หรือ แกรม ก็คือ หน่วยที่ใช้วัดมวลของกระดาษ ซึ่งทำให้ทราบว่ากระดาษที่มีพื้นที่ 1 x 1 ตารางเมตรของกระดาษชนิดนั้น ๆ เมื่อนำมาชั่ง จะมีน้ำหนักกี่กรัมแกรม โดยตัวเลขที่สูงขึ้นแสดงถึงกระดาษที่มีความหนา และหนักมากขึ้น

แกรมกระดาษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ต่าง ๆ

กระดาษที่ใช้ในงานพิมพ์ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ตั้งแต่ 80 – 350 แกรม ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของงาน และชนิดเครื่องพิมพ์ที่ใช้ เพราะเครื่องพิมพ์บางเครื่องอาจไม่รองรับกระดาษแกรมบางชนิดได้ ซึ่งแกรมกระดาษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ต่าง ๆ มีดังนี้

  • กระดาษรองแก้ว / กระดาษรองจาน นิยมใช้กระดาษปอนด์ ไม่เกิน 80 แกรม หรือกระดาษซับขาว 210 แกรม
  • หนังสือ นิยมใช้กระดาษอาร์ตมันหรือกระดาษอาร์ตด้านหรือกระดาษถนอมสายตา 80 – 120 แกรม (ไม่รวมปก)
  • คูปอง ตั๋ว บัตรเข้างาน นิยมใช้กระดาษปอนด์ กระดาษอาร์ตมันหรือกระดาษอาร์ตด้าน ตั้งแต่ 80 – 160 แกรม
  • ใบปลิว นิยมใช้กระดาษอาร์ตมันหรือกระดาษอาร์ตด้าน 80 – 160 แกรม
  • แผ่นพับ / โปสเตอร์ นิยมใช้กระดาษอาร์ตมันหรือกระดาษอาร์ตการ์ดเคลือบมัน/ด้าน ตั้งแต่ 160 – 250 แกรม
  • ปฏิทิน นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ดหรือกระดาษการ์ดขาว ตั้งแต่ 200 แกรมขึ้นไป (ไม่รวมฐาน)
  • เมนูอาหาร / โฟโต้บุ๊ค นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด 200 – 350 แกรม
  • ป้ายแท็ก นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด ตั้งแต่ 250 ขึ้นไป
  • นามบัตร / การ์ดเชิญ นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด 250 – 350 แกรม

สรุป

แกรม เป็นหน่วยที่บอกถึงขนาดความหนา และน้ำหนักของกระดาษ ซึ่งจะวัดหน่วยเป็นพื้นที่ของกระดาษเท่ากับ 1×1 ตารางเมตร ก็จะเหมือนกับการนำเอากระดาษไปวางบนตาชั่ง ได้น้ำหนักเท่าไร ผลที่ออกมาก็คือค่าจำนวนที่ออกมาเป็น แกรม ดังนั้น กระดาษขนาด 60 แกรม หมายถึงกระดาษที่มีน้ำหนัก 60 แกรมต่อตารางเมตรนั่นเอง ซึ่งการเลือกกระดาษมาทำงานพิมพ์ นอกจากจะดูคุณสมบัติของกระดาษแต่ละชนิดแล้ว ก็ต้องดูความหนาของกระดาษแต่ละชนิดด้วย เพื่อให้เลือกได้เหมาะกับการนำมาใช้งาน อีกทั้งยังทำให้งานพิมพ์ออกมาดูดี และมีคุณภาพอีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นพับ โบว์ชัวร์ โปสเตอร์ นามบัตร คูปอง การ์ดเชิญ เมนูอาหาร ปฏิทิน หนังสือ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แนะนำชนิดของกระดาษที่นิยมใช้ในการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์

กล่องบรรจุภัณฑ์ ถือว่ามีความสำคัญต่อตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากใช้ห่อหุ้มหรือใช้บรรจุผลิตภัณฑ์ รวมถึงเป็นภาชนะที่ใช้สำหรับขนส่งสินค้าจากผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภคอย่างปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยปกป้องรักษาคุณภาพสินค้า ช่วยในการเก็บรักษา และป้องกันไม่ให้สินค้าเกิดความเสียหายจากการเคลื่อนย้าย นอกจากนี้กล่องบรรจุภัณฑ์ ยังเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่า และส่งเสริมด้านการตลาดอีกด้วย

ในส่วนของการทำกล่องบรรจุภัณฑ์ สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่สำคัญ และต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก คือ การเลือกใช้กระดาษที่มีความเหมาะสมกับสินค้า เพราะกระดาษแต่ละชนิด แต่ละประเภทมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หากเลือกประเภทกระดาษไม่เหมาะกับการเป็นบรรจุภัณฑ์สินค้าของเรา สินค้าก็อาจเกิดความเสียหายได้ ดังนั้น ต้องเลือกกระดาษที่สามารถตอบโจทย์กับความต้องการในการใช้งานให้ได้ ซึ่งในบทความนี้เราก็จะมาแนะนำชนิดของกระดาษที่นิยมใช้ในการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ ว่าแต่จะมีกระดาษอะไรบ้าง และแต่ละประเภทมีความพิเศษ และเหมาะกับการทำกล่องบรรจุภัณฑ์แบบใดบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

กระดาษอาร์ตการ์ด

กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นกระดาษที่มีคุณลักษณะพิเศษกว่ากระดาษชนิดอื่น ๆ มีเนื้อสัมผัสที่เรียบ และมีการพิมพ์สีสันที่สดใส ทำให้เหมาะสำหรับงานออกแบบที่สะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นกล่องขนม กล่องเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการกล่องสีสดใส ซึ่งกระดาษอาร์ตการ์ด จะทำให้บรรจุภัณฑ์มีพื้นผิวมันเงา ช่วยเพิ่มความสวยงามโดดเด่น ที่จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้

 

กระดาษคราฟท์

กระดาษคราฟท์ เป็นกระดาษเนื้อสีน้ำตาล ที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลมาแล้ว ทำให้มีพื้นผิวหยาบ มีความเหนียวทนทานเป็นพิเศษ และมีความฟูกว่ากระดาษชนิดอื่น ๆ จึงนิยมใช้ในงานที่เป็นงานกล่องพิมพ์สีเดียว และยังเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ไม่ว่าคุณจะกล่องสบู่แฮนด์เมด กล่องชาออร์แกนิก หรือกล่องขนมปังโฮมเมด ซึ่งกระดาษคราฟท์ จะทำให้บรรจุภัณฑ์ดูมีสไตล์ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย

 

กระดาษแป้งหลังขาว

กระดาษแป้งหลังขาว มีลักษณะเป็นสีขาวมันทั้งสองด้าน แต่มีการเคลือบผิวเพียงด้านเดียว ซึ่งด้านที่เคลือบผิวจะมีความเรียบ และขาวกว่าผิวอีกด้านหนึ่ง เพื่อใช้สำหรับการพิมพ์กราฟิก และข้อมูลผลิตภัณฑ์ ทำให้เหมาะสำหรับใช้ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการเน้นภาพลักษณ์ที่สะอาด มีความโดดเด่น และสวยงามมากยิ่งขึ้น เช่น สินค้าประเภทยา กล่องเครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

 

กระดาษแป้งหลังเทา

กระดาษแป้งหลังเทา ด้านหนึ่งของกระดาษจะเคลือบแป้งให้ดูขาว ๆ มัน ๆ และมีผิวเรียบ เพื่อใช้สำหรับการพิมพ์กราฟิก และข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนอีกด้านก็จะเป็นกระดาษสีเทา ซึ่งมีความคงทนมาก จึงเหมาะสำหรับการใช้งานด้านบรรจุภัณฑ์ทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการความหรูหรามากนัก เช่น กล่องเครื่องเขียน กล่องของใช้ในบ้าน กล่องของเล่น กล่องยาสีฟัน กล่องขนม เป็นต้น

 

สรุป

กระดาษที่นิยมใช้ในการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ คือ กระดาษอาร์ตการ์ด กระดาษคราฟท์ กระดาษแป้งหลังขาว และกระดาษแป้งหลังเทา ซึ่งกระดาษแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ในการทำกล่องบรรจุภัณฑ์ ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ และการใช้งานด้วย เพื่อให้กล่องบรรจุภัณฑ์ของคุณ เป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ และตอบโจทย์กับความต้องการต่าง ๆ ของลูกค้าด้วย นอกจากนี้กล่องบรรจุภัณฑ์ ยังเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่า ส่งเสริมด้านการตลาด และทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่สนใจได้อีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำกล่องบรรจุภัณฑ์ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ทำความรู้จักกระดาษอาร์ตการ์ด 1 หน้า กับกระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า และความแตกต่างของกระดาษทั้งสอง

กระดาษอาร์ต เป็นกระดาษเนื้อแน่นที่ผ่านการเคลือบผิวให้เรียบ มีทั้งแบบผิวเรียบด้านเดียว และแบบผิวเรียบทั้งสองด้าน สามารถแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีกหลายประเภท ทั้งกระดาษอาร์ตมัน กระดาษอาร์ตด้าน กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นต้น ซึ่งกระดาษอาร์ต แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ในบทความนี้เราก็อยากจะพาทุกคนไป ทำความรู้จักกระดาษอาร์ตการ์ด 1 หน้า กับกระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า และความแตกต่างของกระดาษทั้งสอง เพื่อให้คุณสามารถเลือกใช้กระดาษได้เหมาะสมกับงานพิมพ์ และตรงกับความต้องการมากที่สุดค่ะ

กระดาษอาร์ตการ์ด คืออะไร?

กระดาษอาร์ตการ์ด (Art Card Paper) เป็นกระดาษเนื้อแน่น มีพื้นผิวที่สามารถทำให้เรียบเนียนทั้งสองด้าน หรือด้านเดียวก็ได้โดยถือเป็นกระดาษที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะในตัวเอง และมีลักษณะผิวหน้าคล้ายกระดาษอาร์ต แต่มีความหนาเพิ่มขึ้น โดยกระดาษอาร์ตการ์ดจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ กระดาษอาร์ตการ์ด 1 หน้า และกระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า ซึ่งเหมาะสำหรับงานพิมพ์ 4 สี ที่เน้นความสวยงาม และเน้นสีสันเยอะ ๆ

โดยกระดาษอาร์ตการ์ดเหมาะกับงานพิมพ์ประเภท นามบัตร โปสเตอร์ การ์ดต่าง ๆ เมนูอาหาร เมนูเครื่องดื่ม นิตยสาร แค็ตตาล็อก โฟโต้บุ๊ค และกล่องบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นงานพิมพ์สีหรืองานพิมพ์ที่เน้นความสวยงาม

ความแตกต่างของกระดาษอาร์ตการ์ด 1 หน้า และกระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า

กระดาษอาร์ตการ์ด 1 หน้า (C1S:Coated One Side) เป็นกระดาษผิวด้านหน้าเรียบเป็นมันเงา ส่วนด้านหลังจะมีผิวด้าน และหยาบเล็กน้อย มีความแกร่ง และขึ้นรูปได้ดี โดยมีน้ำหนักตั้งแต่ 190 – 400 แกรม ซึ่งเหมาะสำหรับพิมพ์งานประเภท กล่องใส่เครื่องสำอางค์ กล่องใส่สินค้าต่าง ๆ ที่ต้องการความแข็งแรง และยังให้ความสวยงามเป็นพิเศษ รวมถึงผิวสัมผัสของเนื้อกระดาษที่เรียบเนียน และให้สีดูสดใส

กระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า (C2S:Coated Two Sides) เป็นกระดาษผิวเรียบ และมันเงาเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน เนื้อกระดาษสามารถทนต่อการหัก หรือการพับได้เป็นอย่างดี โดยมีน้ำหนักตั้งแต่ 190 – 350 แกรม ซึ่งเหมาะสำหรับพิมพ์งานประเภท โปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือ แฟ้มเอกสาร หรืองานต่าง ๆ ที่ต้องการความสวยงาม และให้สีดูสดใส

สรุป

กระดาษอาร์ตการ์ด แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ กระดาษอาร์ตการ์ด 1 หน้า เป็นกระดาษผิวด้านหน้าเรียบเป็นมันเงา ส่วนด้านหลังจะมีผิวด้าน และหยาบเล็กน้อย มีความแกร่ง และขึ้นรูปได้ดี เหมาะสำหรับพิมพ์งานประเภท กล่องใส่เครื่องสำอางค์ กล่องใส่สินค้าต่าง ๆ ที่ต้องการความแข็งแรง ส่วนกระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า เป็นกระดาษผิวเรียบ และมันเงาเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน เนื้อกระดาษสามารถทนต่อการหัก หรือการพับได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับพิมพ์งานประเภท โปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือ และแฟ้มเอกสาร ซึ่งกระดาษประเภทนี้จะเหมาะสำหรับงานพิมพ์ 4 สี ที่เน้นความสวยงาม และเน้นสีสันเยอะ ๆ ค่ะ

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร โปสเตอร์ การ์ดต่าง ๆ เมนูอาหาร เมนูเครื่องดื่ม นิตยสาร แค็ตตาล็อก โฟโต้บุ๊ค กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ไขความลับของกระดาษคราฟท์ที่น้อยคนจะรู้

กระดาษคราฟท์ เป็นอีกหนึ่งในวัสดุทางเลือกใหม่ ๆ ที่ผู้ผลิตหลาย ๆ แบรนด์ หันมาใช้แทนการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากกระดาษคราฟท์ เป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และยังสามารถนำมากลับมาใช้ซ้ำได้ นอกจากนี้กระดาษคราฟต์ ยังมีอีกหลายประเภท จึงทำให้กระดาษชนิดนี้นำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ดังนั้น ในบทความนี้เราก็จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก และไขความลับของกระดาษคราฟท์ที่น้อยคนจะรู้กันค่ะ

ทำความรู้จัก และไขความลับของกระดาษคราฟท์ที่น้อยคนจะรู้

กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) คืออะไร ?

กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) คือ กระดาษที่มีกระบวนการผลิตผ่านกรรมวิธีทางเคมี หรือที่เรียกกันว่า เยื่อเคมี ซึ่งผลิตโดยการนำเยื่อจากธรรมชาติ หรือการนำเนื้อไม้จากต้นไผ่ ต้นปอ ต้นยูคาลิปตัส และต้นสน โดยใช้สารเคมี และความร้อนในการแยกเยื่อออกจากกัน เมื่อนำเข้าไปผลิตแล้ว ก็จะได้เป็นกระดาษคราฟท์ โดยสีที่ได้จะเป็นสีน้ำตาลตามเนื้อไม้ที่ใช้ผลิต นอกจากนี้กระดาษคราฟท์จะมีความแข็งแรง และเหนียวกว่ากระดาษชนิดอื่นอีกด้วย

ประเภทของกระดาษคราฟท์

KW – กระดาษคราฟท์สีขาว ผิวมีความเรียบ สวย และมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ จึงเหมาะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความแข็งแรง และยังเหมาะสำหรับงานพิมพ์ต่าง ๆ เช่น กล่องของเล่น หุ่นฟิคเกอร์ ไปจนถึงเครื่องสำอางชนิดต่าง ๆ น้ำหนักมาตราฐาน :170g. กรัม/ตารางเมตร

KA – กระดาษคราฟท์สีเหลืองทอง มีคุณสมบัติสามารถทนต่อความชื้นได้ดี ทั้งยังสามารถพิมพ์งานลวดลายต่าง ๆ ได้สวย ทนทาน รับน้ำหนักได้มาก จึงเหมาะสำหรับพัสดุสินค้าอะไหล่ยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ กล่องเฟอร์นิเจอร์ ที่ต้องเน้น และมีความมั่นใจในเรื่องความแข็งแรงทุกรูปแบบ น้ำหนักมาตราฐาน : 125, 150, 185, 230 กรัม/ตารางเมตร

KT – กระดาษคราฟท์สีน้ำตาล ผลิตจากเยื่อ Recycled 100% เมื่อนำมาออกแบบผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ นอกจากสวยงามแล้วยังแข็งแรงคงทน ยังสามารถรองรับการกดทับจากวางเรียงซ้อนได้ เหมาะสำหรับสินค้าหลากหลายชนิด เพื่อใช้ในการขนส่ง และเพื่อส่งเสริมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม น้ำหนักมาตราฐาน : 125, 150 กรัม/ตารางเมตร

KI – กระดาษคราฟท์สีน้ำตาลอ่อน มีความสามารถในการจัดเรียง วางซ้อนได้ง่าย และยังทนต่อความชื้นของอากาศได้ เหมาะกับกล่องสินค้าขนาดเล็กที่บรรจุภัณฑ์ไม่ต้องมีความแข็งแรงมากนัก ใช้กับงานพิมพ์ภาพหรือพิมพ์ตัวหนังสือได้อย่างสวยงาม เช่น กล่องอาหารสำเร็จรูป กล่องเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการพิมพ์เป็นภาพสี กล่องเครื่องสำอางขนาดเล็ก น้ำหนักมาตรฐานของกระดาษ : 125, 150, 185 กรัม/ตารางเมตร

KK – กระดาษคราฟท์สีเหลืองอ่อนธรรมชาติ เป็นกระดาษคราฟท์เกรดต่ำ แต่มีความแข็งแรง ทนทานใช้ได้ ทั้งยังเหมาะสำหรับการวางเรียงซ้อน นิยมนำไปใช้กับพัสดุต่าง ๆ เช่น กล่องลังเบียร์ กล่องใส่มาม่า เป็นต้น  น้ำหนักมาตราฐาน : 125, 150,185 กรัม/ตารางเมตร

งานพิมพ์ที่นิยมทำมาจากกระดาษคราฟท์

เนื่องจากกระดาษคราฟท์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เพราะมีคุณสมบัติทนทาน แข็งแรง แถมเนื้อกระดาษมีความเรียบ ช่วยให้สามารถนำไปใช้กับงานพิมพ์ต่าง ๆ ได้สวยกว่ากระดาษชนิดอื่น ๆ และกระดาษคราฟท์ยังมีหลายชนิด และหลายสี สามารถนำไปดัดแปลง พับ ตัด หรือติดปะเข้ากับสิ่งไหนก็ได้ รวมถึงนำไปใช้ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ และสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น กล่องบรรจุภัณฑ์ ถุงกระดาษ ซอง สติ๊กเกอร์ สายคาดสินค้า โปสการ์ด นามบัตร เมนูอาหาร ไปจนกระทั่งงานฝีมือต่าง ๆ อีกมากมาย

ข้อดีของกระดาษคราฟท์

  • แข็งแรง ทนทานสูง เหมาะนำไปใช้เป็นบรรจุภัณฑ์
  • น้ำหนักเบา แต่สามารถรองรับสิ่งของหนัก ๆ ได้
  • พื้นผิวเรียบ ทำให้เหมาะแก่การงานพิมพ์ ช่วยเพิ่มความสวยงาม
  • นำกลับมารีไซเคิล ใช้งานได้ใหม่ ช่วยลดปัญหามลภาวะจากขยะ
  • เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายตามธรรมชาติได้
  • ดัดแปลง และใช้งานได้หลากหลาย
  • ราคาถูก ช่วยลดต้นทุนให้กับบริษัทได้

ข้อเสียของกระดาษคราฟท์

  • ทนต่อแรงเจาะทะลุได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับวัสดุชนิดอื่น
  • ไม่สามารถป้องกันการซึมของน้ำ และการเปียก หากโดนแช่อยู่ในน้ำ
  • ไม่สามารถป้องกันความชื้น และความมันได้สูงนัก

สรุป

ในปัจจุบันคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และใช้สิ่งของจากธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จึงทำให้กระดาษคราฟท์ ที่เป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และยังสามารถนำมากลับมาใช้ซ้ำได้ ทำให้ผู้ผลิตหลาย ๆ แบรนด์ หันมาใช้แทนการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้กระดาษคราฟท์ ก็ยังมีหลากหลายประเภท จึงทำให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลายอีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กล่องบรรจุภัณฑ์ ถุงกระดาษ ซอง สติ๊กเกอร์ สายคาดสินค้า โปสการ์ด นามบัตร เมนูอาหาร ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รูปภาพ: https://www.behance.net/

ทำความรู้จักกับขนาดต่าง ๆ ของกระดาษ

กระดาษเป็นสิ่งที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะใช้ในด้านการเรียน หรือใช้ในด้านการทำงาน ซึ่งกระดาษที่เราใช้งานกันบ่อย ๆ และพบเจอได้ทั่วไป คือ กระดาษ A4 ขนาด 210 x 297 มม. หรือ 8.27 x 11.69 นิ้ว และกระดาษ A3 และ A5 แต่ทั้งนี้กระดาษก็มีหลายขนาดให้ได้เลือกใช้กัน ซึ่งงานพิมพ์แต่ละประเภท ก็จำเป็นจะต้องเลือกใช้กระดาษที่มีขนาดเหมาะสมกับงานพิมพ์นั้น ๆ เพื่อให้งานพิมพ์ออกมาสวยงาม อีกทั้งยังเป็นการประหยัดกระดาษ เพราะเมื่อเลือกได้ถูกต้อง ก็จะไม่มีกระดาษเหลือทิ้ง ซึ่งในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับขนาดต่าง ๆ ของกระดาษกันค่ะ

ทำความรู้จักกับขนาดต่าง ๆ ของกระดาษ

ขนาดกระดาษ มาตรฐานชุด A เป็นกระดาษที่หลายคนคุ้นเคย และถูกใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุด โดยเฉพาะขนาด A4 ซึ่งมีขนาด 210 × 297 มิลลิเมตร เป็นขนาดที่นิยมนำมาใช้กับงานพิมพ์หลายประเภท เช่น กระดาษหัวจดหมาย หนังสือ นิตยสาร ฯลฯ ซึ่งกระดาษชุดนี้ เริ่มด้วย AO มีความกว้าง x ความยาว เท่ากับ 1 ตารางเมตรพอดี ทำให้คิดน้ำหนักง่าย

  • ขนาด A0 คือ 841 x 1189 มม. หรือ 33.11 x 46.81 นิ้ว
  • ขนาด A1 คือ 594 x 841 มม. หรือ 23.39 x 33.11 นิ้ว
  • ขนาด A2 คือ 420 x 594 มม. หรือ 16.54 x 23.39 นิ้ว
  • ขนาด A3 คือ 297 x 420 มม. หรือ 11.69 x 16.54 นิ้ว
  • ขนาด A4 คือ 210 x 297 มม. หรือ 8.27 x 11.69 นิ้ว
  • ขนาด A5 คือ 148 x 210 มม. หรือ 5.83 x 8.27 นิ้ว
  • ขนาด A6 คือ 105 x 148 มม. หรือ 4.13 x 5.83 นิ้ว
  • ขนาด A7 คือ 74 x 105 มม. หรือ 2.91 x 4.13 นิ้ว
  • ขนาด A8 คือ 52 x 74 มม. หรือ 2.05 x 2.91 นิ้ว
  • ขนาด A9 คือ 37 x 52 มม. หรือ 1.46 x 2.05 นิ้ว
  • ขนาด A10 คือ 26 x 37 มม. หรือ 1.02 x 1.46 นิ้ว

 

ขนาดกระดาษ มาตรฐานชุด B เป็นขนาดที่คุ้นเคยกันน้อยกว่ากระดาษชุด A แต่ก็สามารถนำไปใช้แทนขนาดกระดาษชนิด A ได้ และยังนิยมใช้กันในสายงานดีไซน์หรืองานพิมพ์ เช่น ใบปิดโฆษณา ป้ายประกาศ โปสเตอร์ หนังสือ พาสปอร์ต ซองเอกสาร ฯลฯ ซึ่งกระดาษ B1 ยังมีขนาดอยู่ระหว่าง A0 กับ A1 อีกด้วย

  • ขนาด B0 คือ 1000 x 1414 มม. หรือ 39.37 x 55.67 นิ้ว
  • ขนาด B1 คือ 707 x 1000 มม. หรือ 27.83 x 39.37 นิ้ว
  • ขนาด B2 คือ 500 x 707 มม. หรือ 19.68 x 27.83 นิ้ว
  • ขนาด B3 คือ 353 x 500 มม. หรือ 13.90 x 19.68 นิ้ว
  • ขนาด B4 คือ 250 x 353 มม. หรือ 9.84 x 13.90 นิ้ว
  • ขนาด B5 คือ 176 x 250 มม. หรือ 6.93 x 9.84 นิ้ว
  • ขนาด B6 คือ 125 x 176 มม. หรือ 4.92 x 6.93 นิ้ว
  • ขนาด B7 คือ 88 x 125 มม. หรือ 3.46 x 4.92 นิ้ว
  • ขนาด B8 คือ 62 x 88 มม. หรือ 2.44 x 3.46 นิ้ว
  • ขนาด B9 คือ 44 x 62 มม. หรือ 1.73 x 2.44 นิ้ว
  • ขนาด B10 คือ 31 x 44 มม. หรือ 1.22 x 1.73 นิ้ว

 

ขนาดกระดาษ มาตรฐานชุด C เป็นขนาดกระดาษที่มีไว้ใช้กำหนดขนาดของซองใส่เอกสาร ที่เลขเดียวกัน ซึ่งกระดาษชนิด C จะใหญ่กว่าขนาดกระดาษชนิด A แต่จะเล็กกว่าขนาดกระดาษชนิด B โดยกระดาษจดหมายขนาด A4 จะสามารถใส่ลงในซองขนาด C4 ได้ และซองขนาด C4 ก็จะสามารถใส่ลงในซองขนาด B4 ได้พอดี

  • ขนาด C0 คือ 917 x 1297 มม. หรือ 36.10 x 51.06 นิ้ว
  • ขนาด C1 คือ 648 x 917 มม. หรือ 25.51 x 36.10 นิ้ว
  • ขนาด C2 คือ 458 x 648 มม. หรือ 18.03 x 25.51 นิ้ว
  • ขนาด C3 คือ 324 x 458 มม. หรือ 12.76 x 18.03 นิ้ว
  • ขนาด C4 คือ 229 x 324 มม. หรือ 9.02 x 12.76 นิ้ว
  • ขนาด C5 คือ 162 x 229 มม. หรือ 6.38 x 9.02 นิ้ว
  • ขนาด C6 คือ 114 x 162 มม. หรือ 4.49 x 6.38 นิ้ว
  • ขนาด C7 คือ 81 x 114 มม. หรือ 3.19 x 4.49 นิ้ว
  • ขนาด C8 คือ 57 x 81 มม. หรือ 2.24 x 3.19 นิ้ว
  • ขนาด C9 คือ 40 x 57 มม. หรือ 1.57 x 2.24 นิ้ว
  • ขนาด C10 คือ 28 x 40 มม. หรือ 1.10 x 1.57 นิ้ว

สรุป

ขนาดมาตรฐานของกระดาษแต่ละชนิด ก็เหมาะสมกับงานพิมพ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น การเลือกใช้กระดาษได้ถูกต้องกับงานพิมพ์ ก็จะช่วยให้งานพิมพ์ออกมาสวยงาม อีกทั้งยังเป็นการประหยัดกระดาษได้อีกด้วย และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร คูปอง ใบปลิว แผ่นพับ เมนูอาหาร หนังสือ ปฏิทิน กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ประเภทกระดาษที่นิยมใช้ทำกล่องบรรจุภัณฑ์

กล่องบรรจุภัณฑ์ นอกจากจะสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ และมีการออกแบบที่สวยงามแล้ว การเลือกใช้กระดาษสำหรับนำมาจัดทำกล่องบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ นั้น ก็ต้องเลือกกระดาษที่สามารถตอบโจทย์กับความต้องการในการใช้งานให้ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้เราก็จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประเภทกระดาษที่นิยมใช้ทำกล่องบรรจุภัณฑ์ ว่ากระดาษแต่ละประเภทมีความพิเศษ และเหมาะกับการทำกล่องบรรจุภัณฑ์แบบใดบ้าง ถ้าอยากรู้แล้ว ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

ประเภทกระดาษที่ใช้ทำกล่องบรรจุภัณฑ์

กระดาษอาร์ตการ์ด

กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นกระดาษที่มีคุณลักษณะพิเศษกว่ากระดาษชนิดอื่น ๆ เพราะสีที่พิมพ์ออกมานั้นจะได้สีที่สดกว่า จึงทำให้กระดาษชนิดนี้มีราคาสูงไปด้วย ซึ่งกระดาษอาร์ตการ์ดจะเหมาะกับกล่องขนม ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการกล่องสีสดใส

กระดาษแป้งหลังเทา

กระดาษแป้งหลังเทา เป็นกระดาษทำกล่องที่พบเห็นได้บ่อย ซึ่งลักษณะของกระดาษด้านหนึ่งจะเคลือบแป้งให้ดูขาว ๆ มัน ๆ ส่วนอีกด้านก็จะมีเป็นกระดาษสีเทา ๆ นอกจากนี้กระดาษแป้งหลังเทา เป็นกระดาษที่มีต้นทุนต่ำสุด แต่มีความคงทนมาก จึงเหมาะจะทำกล่องบรรจุภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

กระดาษแป้งหลังขาว

กระดาษแป้งหลังขาว เป็นกระดาษที่มีความคล้ายคลึงกันกับกระดาษแป้งหลังเทา แต่แตกต่างกันที่ลักษณะด้านในจะเป็นสีขาว ๆ มัน ๆ ซึ่งเมื่อนำกระดาษแป้งหลังขาวทำเป็นบรรจุภัณฑ์ ทำให้มีความสวยงาม โดดเด่นเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังดูดีกว่ากระดาษแป้งเทา แถมยังมีราคาถูก และหาซื้อได้ง่ายอีกด้วย

กระดาษคราฟท์น้ำตาล

กระดาษคราฟท์น้ำตาล เป็นกระดาษเนื้อสีน้ำตาล ที่สามารถแบ่งชนิด และสีเป็น KA, KI ,KP ซึ่งกระดาษชนิดนี้เนื้อกระดาษจะดูหนา และมีความฟูกว่ากระดาษชนิดอื่น ๆ จึงนิยมใช้กับงานที่เป็นงานกล่องพิมพ์สีเดียว ทำให้ดูมีสไตล์ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สำคัญกระดาษชนิดนี้ยังมีความแข็งแรงมากอีกด้วย

กระดาษฟอยล์

กระดาษฟอยล์ เป็นกระดาษสีขาว แต่อีกด้านหนึ่งนั้นก็จะมีลักษณะเป็นฟอยล์สีเงิน ซึ่งการใช้กระดาษชนิดนี้จะช่วยทำให้กล่องออกมาดูดี และมีความหรูหราสามารถที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าได้เป็นอย่างดี แต่กระดาษชนิดนี้ก็จะมีราคาที่แพงเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน

สรุป

กระดาษแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ในการทำกล่องบรรจุภัณฑ์ ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ และการใช้งานด้วย เพื่อให้กล่องบรรจุภัณฑ์ของคุณ เป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ และตอบโจทย์กับความต้องการต่าง ๆ ของลูกค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำกล่องบรรจุภัณฑ์แบบต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์แบบต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท  โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

กระดาษอาร์ตการ์ดคืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง

กระดาษ เป็นอีกสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานพิมพ์เช่นเดียวกัน เพราะกระดาษก็มีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ในการทำงานพิมพ์จึงต้องเลือกกระดาษให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน แต่เนื่องจากกระดาษมีอยู่หลายชนิด วันนี้เราจึงจะพาคุณไปทำความรู้จักกับกระดาษอาร์ตการ์ด ซึ่งเป็นกระดาษที่มีคุณสมบัติที่หลากหลาย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายทาง ถ้าอยากรู้แล้วว่ากระดาษอาร์ตการ์ด มีคุณสมบัติอย่างไร เหมาะกับงานพิมพ์ประเภทใดบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

ทำความรู้จักกระดาษอาร์ตการ์ด

กระดาษอาร์ตการ์ด คืออะไร?

กระดาษอาร์ต เป็นกระดาษเนื้อแน่นที่ผ่านการเคลือบผิวให้เรียบ มีทั้งแบบผิวเรียบด้านเดียว และแบบผิวเรียบทั้งสองด้าน สามารถแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีกหลายประเภท ทั้งกระดาษอาร์ตมัน กระดาษอาร์ตด้าน กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นต้น ซึ่งกระดาษอาร์ตเหมาะกับการพิมพ์สีหรืองานพิมพ์ที่เน้นความสวยงาม เช่น งานพิมพ์โปสเตอร์ โปสต์การ์ด ปกหนังสือ ใบปลิว บรรจุภัณฑ์ และแผ่นพับ เป็นต้น

กระดาษอาร์ตการ์ด (Art Card Paper) เป็นกระดาษเนื้อแน่น มีพื้นผิวที่สามารถทำให้เรียบเนียนทั้งสองด้าน หรือด้านเดียวก็ได้โดยถือเป็นกระดาษที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะในตัวเองและสีที่ได้ออกมานั้นจะมีความสด สีสวย กว่ากระดาษชนิดอื่น ทั้งนี้กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นกระดาษที่มีลักษณะผิวหน้าคล้ายกระดาษอาร์ต แต่มีความหนาเพิ่มขึ้น โดยจะแบ่งได้อีกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • กระดาษอาร์ตการ์ดมัน 2 หน้า เป็นกระดาษผิวเรียบ และมันเงาเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน โดยมีน้ำหนักตั้งแต่ 190-360 แกรม ทั่วไปจะใช้สำหรับงานพิมพ์ประเภท โปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือ แฟ้มเอกสาร ซึ่งสามารถเลือกใช้แกรมได้ตามความชอบ แต่ที่มักนิยมใช้กันจะอยู่ที่ประมาณ 230-260 แกรม
  • กระดาษอาร์ตการ์ดมัน 1 หน้า  เป็นกระดาษผิวด้านหน้าเรียบเป็นมันเงา ส่วนด้านหลังจะมีผิวด้าน และหยาบเล็กน้อย โดยมีน้ำหนักตั้งแต่ 190-400 แกรม ซึ่งกระดาษชนิดนี้จึงเหมาะสำหรับพิมพ์งานประเภทกล่องใส่เครื่องสำอางค์ กล่องใส่สินค้าต่าง ๆ ที่ต้องการความแข็งแรง และยังให้ความสวยงามเป็นพิเศษ รวมถึงผิวสัมผัสของเนื้อกระดาษที่เรียบเนียน และให้สีดูสดใส

กระดาษอาร์ตการ์ดเหมาะกับงานพิมพ์แบบไหนบ้าง?

นามบัตร 

นามบัตร นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ดหรือกระดาษการ์ดขาว ที่มีความหนาระหว่าง 210–300 แกรม และนามบัตร ไม่ควรบางหรือหนาเกินไป จะทำให้จัดเก็บลำบาก หรือหักงอง่าย แต่สามารถเคลือบ PVC เพิ่มได้

โปสเตอร์ 

โปสเตอร์ นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด แบบหนาที่มีความหนาระหว่าง 190–350 แกรม และยังสามารถเคลือบเพิ่มได้ นอกจากนี้โปสเตอร์ ยังสามารถใช้กระดาษอาร์ตด้าน และกระดาษอาร์ตมัน แบบบางที่มีความหนาระหว่าง 120-157 แกรมได้อีกด้วย

การ์ดต่าง ๆ

การ์ดต่าง ๆ นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ดหรือกระดาษการ์ดขาว ที่มีความหนาตั้งแต่ 250 แกรมขึ้นไป เพราะกระดาษอาร์ตการ์ดมีผิวกึ่งเงา และมีความหนาให้เลือกหลายระดับ อีกทั้งยังสามารถเคลือบ PVC เพิ่มเพื่อความสวยงาม หรือทำเทคนิคพิเศษอื่น ๆ

เมนูอาหาร

เมนูอาหาร เมนูเครื่องดื่ม นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด ที่ความหนาตั้งแต่ 250-350 แกรม โดยใช้ความหนาเท่ากันทั้งเล่ม เพื่อความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน และเคลือบ PVC เพิ่ม ที่สามารถกันน้ำได้ ทั้งนี้ยังมีการเข้าเล่มให้เลือกหลากหลายรูปแบบอีกด้วย

นิตยสาร, แค็ตตาล็อก และโฟโต้บุ๊ค

นิตยสาร, แค็ตตาล็อก และโฟโต้บุ๊ค นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด ที่มีความหนาตั้งแต่ 190–300 แกรม และเคลือบ PVC เพิ่ม ส่วนเนื้อในชนิดกระดาษที่นิยมจะเน้นผิวเงา และผิวด้าน ได้แก่ กระดาษอาร์ตมัน และกระดาษอาร์ตด้าน ความหนาตั้งแต่ 105-157 แกรม ผิวกระดาษเนียนสวย พิมพ์ออกมาแล้วได้สีสันสวยงามโดยที่ไม่ต้องเคลือบเพิ่ม

กล่องบรรจุภัณฑ์

กล่องบรรจุภัณฑ์ นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด 300-350 แกรม เมื่อขึ้นรูปประกอบเป็นกล่องแล้วจะได้รูปทรงที่ดูแข็งแรงสวยงาม ไม่บุบหรือฉีกขาดง่าย และควรเคลือบ PVC ด้านนอกกล่องเพิ่มด้วย เพื่อกันรอยแตกบริเวณเส้นพับของกล่อง ซึ่งเหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใส่สินค้าหรือของใช้ทั่วไปที่มีน้ำหนักไม่มาก

สรุป

กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นกระดาษอีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาทำงานพิมพ์ได้หลากหลายประเภท ดังนั้น สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบและผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร โปสเตอร์ การ์ดต่าง ๆ เมนูอาหาร นิตยสาร แค็ตตาล็อก โฟโต้บุ๊ค กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Exit mobile version