ทำความรู้จักกับระบบพิมพ์ต่าง ๆ ในงานพิมพ์

การพิมพ์งานพิมพ์ มีอยู่หลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทการพิมพ์จะมีลักษณะของการพิมพ์ที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ในการทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ให้ออกมาดูสวยงาม มีคุณภาพ จึงต้องเลือกประเภทการพิมพ์ให้เหมาะกับงานพิมพ์นั้น ๆ ซึ่งในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับระบบพิมพ์ต่าง ๆ ในงานพิมพ์กันค่ะ

ทำความรู้จักกับระบบงานพิมพ์ต่าง ๆ

การพิมพ์ออฟเซ็ท (Offset Printing)

การพิมพ์แบบออฟเซ็ท เป็นการพิมพ์พื้นราบ ที่สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษหรือวัสดุอื่น ๆ ได้หลากหลาย เหมาะสำหรับการพิมพ์ครั้งละมาก ๆ วิธีการ คือใช้ระบบ และหลักการน้ำกับน้ำมันไม่รวมตัวกัน โดยสร้างเยื่อน้ำไปเกาะอยู่บนบริเวณไร้ภาพของแผ่นแม่พิมพ์ เมื่อรับหมึก หมึกจะไม่เกาะน้ำแต่จะไปเกาะบริเวณที่เป็นภาพแล้วถูกถ่ายลงบนผ้ายางและกระดาษพิมพ์ต่อไป ซึ่งเป็นการพิมพ์ที่เน้นรายละเอียดการพิมพ์สูงมาก มีเครื่องพิมพ์หลายขนาด โดยงานที่เหมาะกับงานพิมพ์ออฟเซ็ท เช่น นามบัตร ใบปลิว แผ่นพับ โบรชัวร์ โปสเตอร์ โปสการ์ด บัตรเชิญ หนังสือ วารสาร นิตยสาร แคตตาล็อก งานพิมพ์ใช้ในสำนักงาน ฯลฯ

 

การพิมพ์ดิจิตอล (Digital Printing)

การพิมพ์ดิจิตอล เป็นการพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ หรือพริ้นเตอร์ต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยสามารถสั่งพิมพ์ได้โดยตรงจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งงานพิมพ์ประเภทนี้ เป็นงานพิมพ์ที่มีปริมาณไม่มาก พิมพ์ครั้งละจำนวนน้อย ๆ นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนภาพ หรือแก้ไขข้อความได้บ่อย ๆ ที่สำคัญยังเหมาะกับงานที่ต้องการความรวดเร็วอีกด้วย ซึ่งงานที่เหมาะกับงานพิมพ์ดิจิตอล ได้แก่ นามบัตร แผ่นพับ ใบปลิว หนังสือ รายงาน ปริญญานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ เป็นต้น

 

การพิมพ์อิงค์เจ็ท (Inkjet)

การพิมพ์อิงค์เจ็ท จะใช้เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก โดยการพ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็ก ๆ ลงบนกระดาษ เมื่อสั่งพิมพ์ตัวเครื่องจะคำนวณตำแหน่งจุดของภาพรวม และพ่นสีหมึกที่ประมวลผลไว้อย่างแม่นยำตามรูปแบบไฟล์งานที่ใส่เข้าไป ทำให้ภาพออกมาชัดเจน และคมชัด ซึ่งงานพิมพ์ประเภทนี้สามารถสั่งพิมพ์ได้ทั้งงานขนาดเล็ก และงานขนาดใหญ่ ไม่จำกัดขนาดบนกระดาษ เหมาะสำหรับนำมาใช้ทั้งงานภายใน และงานภายนอกอาคาร โดยงานที่เหมาะกับงานพิมพ์อิงค์เจ็ท เช่น ป้ายแบนเนอร์ โปสเตอร์ ป้ายโฆษณา บิลบอร์ด โฆษณาติดข้างรถต่าง ๆ ตลอดจนงานพิมพ์ตกแต่งตามอีเว้นท์ต่าง ๆ

สรุป

การเลือกระบบพิมพ์ให้เหมาะกับงานพิมพ์ จะช่วยทำให้งานพิมพ์ออกมาดี มีคุณภาพ และสวยงามตามที่ต้องการ ดังนั้น สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร แผ่นพับ ฉลาก โปสเตอร์ ใบปลิว โบรชัวร์ สติกเกอร์ นิตยสาร หนังสือ บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ  โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ทำความรู้จักการเคลือบแบบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าในงานพิมพ์

งานพิมพ์ นอกจากการออกแบบให้ดูสวยงาม น่าสนใจแล้ว การเคลือบงานพิมพ์ก็เป็นการเพิ่มความสวยงาม เพิ่มความโดดเด่น สะดุดตา และเพิ่มความคงทนให้กับงานพิมพ์ได้เช่นกัน ซึ่งการเคลือบงานพิมพ์นั้นมีหลายประเภทเลย แต่ละแบบเองก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ในบทความนี้เราจะเราจะพาไปทำความรู้จักการเคลือบงานพิมพ์แบบต่าง ๆ ว่ามีอะไรบ้างแล้วต่างกันยังไง เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถเลือกการเคลือบที่เหมาะกับงานพิมพ์ของคุณได้ค่ะ

ทำความรู้จักการเคลือบแบบต่าง ๆ

การเคลือบวานิช

การเคลือบวานิช เป็นการเคลือบผิวกระดาษด้วยน้ำมันวานิช เพื่อปัองกันหมึกพิมพ์จากการขัดถู และเสียดสี แต่ทั้งนี้การเคลือบวานิชให้ความเงาไม่สูงมาก โดยการเคลือบประเภทนี้จะมี 2 แบบ คือ การเคลือบวานิชเงา (glossy coating) และการเคลือบวานิชด้าน (matt coating) ซึ่งงานที่นิยมการเคลือบประเภทนี้ เช่น นามบัตร แผ่นพับ ปกนิตยสาร หนังสือ บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

การเคลือบพีวีซี (PVC)

การเคลือบ PVC เป็นการเคลือบผิวชิ้นงานพิมพ์ด้วยแผ่นฟิล์ม PVC และจะมีให้เลือกใช้งาน 2 แบบ คือ การเคลือบ PVC ด้าน และการเคลือบ PVC เงา ทั้งนี้การเคลือบชนิดนี้สามารถป้องกันการเสียดสี และความชื้นได้ดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้งานพิมพ์มีความคงทน รวมไปถึงความเรียบ และความเงามากกว่าการเคลือบประเภทอื่น ซึ่งงานที่นิยมการเคลือบประเภทนี้ เช่น สติกเกอร์ ปกนิตยสาร บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

การเคลือบยูวี (UV COATING)

การเคลือบ UV เป็นการเคลือบด้วยน้ำยาที่ผ่านกระบวนการแห้งตัวด้วยแสงอุลตร้าไวโอเล็ต ซึ่งการเคลือบ UV จะช่วยเพิ่มความเงางาม และป้องกันรอยขีดข่วนให้งานพิมพ์ ที่สำคัญสามารถเคลือบลงบนวัสดุได้หลากหลาย และมีความทนต่อแสงแดด ทั้งยังมีความเงากว่าการเคลือบด้วยน้ำมันวานิช โดยการเคลือบประเภทนี้เหมาะสำหรับปกนิตยสาร แผ่นพับ ฉลาก โปสเตอร์ ใบปลิว โบรชัวร์ เป็นต้น

การเคลือบเฉพาะจุด (SPOT UV COATING)

การเคลือบเฉพาะจุด เป็นการเคลือบ UV เฉพาะจุด ซึ่งต่างจากการเคลือบ UV ทั้งแผ่น โดยการเคลือบเฉพาะจุด จะเน้นส่วนที่สำคัญหรือส่วนที่ต้องการให้โดดเด่น เช่น โลโก้ ตัวอักษร รูปภาพที่อยากให้โดดเด่นเป็นพิเศษ ทั้งนี้นอกจากการเคลือบเฉพาะจุดแบบเพิ่มความเงาแล้ว ยังมีการเคลือบเฉพาะจุดแบบเพิ่มความด้านอีกด้วย โดยการเคลือบประเภทนี้เหมาะสำหรับนามบัตร แผ่นพับ ปกนิตยสาร หนังสือ บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

การเคลือบวอเตอร์เบส (WATER BASED COATING)

การเคลือบ Water Base เป็นการเคลือบผิวงานให้เกิดความเงาด้วยน้ำมันวานิช โดยมีน้ำเป็นตัวทำละลาย เป็นการเคลือบผิวกระดาษ เพื่อปัองกันการขัดถู และเสียดสี ให้ความเงาดูเป็นธรรมชาติ ต่างจากการเคลือบวานิชตรงที่การเคลือบประเภทนี้จะมีความเหลืองน้อยกว่า และแห้งเร็วกว่า ซึ่งการเคลือบประเภทนี้เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับใส่อาหาร และบรรจุภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์

สรุป

การเคลือบแบบต่าง ๆ ก็จะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับงานพิมพ์ของตัวเองได้เลยค่ะ และ สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร แผ่นพับ ฉลาก โปสเตอร์ ใบปลิว โบรชัวร์ สติกเกอร์ นิตยสาร หนังสือ บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ  โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

สีพิเศษในงานพิมพ์คืออะไร? ต่างจากสีปกติยังไง?

ในการทำงานพิมพ์ต่าง ๆ จะใช้ระบบสี CMYK ซึ่งจะถูกนำไปผสมตามระบบงานพิมพ์ต่าง ๆ ให้เกิดสีตามไฟล์ Artwork ที่เราทำ แต่นอกจากงานพิมพ์ 4 สีปกติแล้ว ยังมีสีพิเศษ ซึ่งสีพิเศษในงานพิมพ์คืออะไร ต่างจากสีปกติยังไง วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ

สีพิเศษในงานพิมพ์คืออะไร?

สีพิเศษ หรือ สี Pantone เป็นการอ้างอิงค่าสีจากมาตรฐาน Pantone เป็นหลัก เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสีที่ตรงความต้องการ และงานพิมพ์ออกมาตรงที่สุด เพราะสีพิเศษ หรือ สี Pantone จะมีรหัสสีจำแนกไว้อย่างชัดเจน เพื่อความถูกต้อง และแม่นยำต่อการนำไปใช้ ซึ่งรหัสจะเป็นตัวเลข และตัวอักษรภาษาอังกฤษที่แบ่งหมวดหมู่สี เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกใช้งาน รวมถึงมีชื่อเรียกของแต่ละสีเฉพาะด้วย เช่น สี Rose Quartz รหัส 13-1520, สี Cactus 18-0130, สี Horizon Blue 16-4427 หรืออาจเป็นสีเหลืองรหัส 116 U เป็นต้น

สำหรับสีพิเศษที่นิยมใช้ คือ สี Pantone ต่าง ๆ โดยเลือกใช้สีที่ตรงกับโลโก้ของแบรนด์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร และสี Metallic เช่น สีทอง สีเงิน สีทองแดง สะท้อนแสง และสีเมทัลลิค มีทั้งแบบที่เป็นมันวาว มีความเงาของสี และแบบด้าน ซึ่งสีเหล่านี้เป็นสีที่พิมพ์ออกมาให้ตรงกับหน้าจอค่อนข้างยาก แต่การใช้สีพิเศษช่วยในการพิมพ์นั้น ทำให้งานพิมพ์ออกมาใกล้เคียงกับ Artwork ที่สุด และส่วนมากจะนิยมเน้นสีของโลโก้สินค้าหรือแบรนด์

สีพิเศษต่างจากสีปกติยังไง?

สีพิเศษ หรือ สี Pantone จะใช้หลักการที่ต่างจากการผสม 4 สีหลัก CMYK ที่ย่อมาจาก Cyan (สีฟ้า) Magenta (สีแดงอมม่วง) Yellow (สีเหลือง) และ Key (สีดำ) แต่ Pantone สีพิเศษในงานพิมพ์ ที่มีค่าสีเฉพาะตัว ต้องพิมพ์แยกโดยใช้แท่นพิมพ์เฉพาะ ทำให้กลายเป็นสีที่ 5 ในการพิมพ์ ซึ่งสีพิเศษ หรือ สี Pantone จะได้รับความนิยมจากลูกค้า เจ้าของธุรกิจ เจ้าของแบรนด์ต่าง ๆ เพราะช่วยสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับงานพิมพ์ได้ดีเลยทีเดียว และยังช่วยให้งานพิมพ์ของคุณดูพรีเมี่ยม มีมูลค่า และไม่ซ้ำใคร

งานพิมพ์ที่นิยมใช้สีพิเศษ

เนื่องจากสีพิเศษ หรือ สี Pantone เป็นสีที่มีความแม่นยำสูง ได้สีตรงตามต้องการ และสีไม่เพี้ยน จึงนิยมใช้ในงานที่ต้องการความแม่นยำได้เป็นอย่างดี เช่น สีของโลโก้บริษัท, สีขององค์กร, การกำหนดสีของธงชาติ เป็นต้น ดังนั้น สีพิเศษ หรือ สี Pantone จะอยู่ในงานพิมพ์ประเภท นามบัตร หนังสือ เมนูอาหาร การ์ดแต่งงาน กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ

สรุป

สีพิเศษ หรือ สี Pantone เป็นสีที่งานพิมพ์ออกมาตรงที่สุด และสี Metallic ไม่ว่าจะเป็นสีทอง สีเงิน สีทองแดง ส่วนมากจะนิยมใช้เน้นสีของโลโก้สินค้าหรือแบรนด์ ดังนั้น สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร แผ่นพับ โปสเตอร์ คูปอง การ์ดเชิญ ปฏิทิน เมนูอาหาร หนังสือ กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รูปภาพ: ecoenclose.com และ behance.net

3 รูปแบบ การตัดสติ๊กเกอร์ในงานพิมพ์

สติ๊กเกอร์ เป็นสิ่งพิมพ์ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย และง่ายต่อการเข้าถึง โดยนิยมใช้ในการโฆษณา โปรโมท แนะนำ ทั้งสินค้า บริการ เพราะสะดวกต่อการใช้งาน และรวดเร็ว เพียงลอกสติ๊กเกอร์แล้วติดลงสิ่งที่ต้องการจะใช้ได้เลย ทั้งนี้สติ๊กเกอร์ ยังมีอยู่หลายชนิด ทั้งแบบเงา แบบด้าน แบบใส แบบฉีกไม่ขาด กันน้ำ กันความชื้น และทนทานต่อความร้อน รวมไปถึงสติ๊กเกอร์ยังทำได้หลากหลายรูปแบบอีกด้วย

การทำสติ๊กเกอร์ โดยการใช้มีดไดคัท หรือบล๊อคปั๊ม ตัดให้เป็นวงกลม วงรี สี่เหลี่ยม หรืออาจมีรูปร่างพิเศษ เช่น รูปดาว ดอกไม้ ลายไทย หรือเจาะรูเป็นรูปทรง กล่องบรรจุภัณฑ์ กระดาษโน้ต เป็นต้น นอกจากนี้การตัดสติ๊กเกอร์ในงานพิมพ์ ก็มีหลายรูปแบบให้คุณเลือกตัด ซึ่งในบทความนี้เราจะพาคุณไปดู 3 รูปแบบของการตัดสติ๊กเกอร์ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ

3 รูปแบบของการตัดสติ๊กเกอร์

แผ่นสติ๊กเกอร์ เป็นงานพิมพ์ที่จะพิมพ์มาบนแผ่นสติ๊กเกอร์ ตามขนาดที่ลูกค้าต้องการ ออกมาเป็นแผ่นใหญ่ เช่น ขนาด A3 ซึ่งเวลาใช้งานจะต้องตัดตามขอบเอง เหมาะสำหรับงานที่ไม่เน้นรายละเอียดมาก ไม่เร่งรีบในการใช้งาน และใช้จำนวนน้อย

ปั๊มไดคัทสติ๊กเกอร์ 50% เป็นการตัดขอบสติ๊กเกอร์ตามรูปทรงต่าง ๆ จะหยักจะโค้งอย่างไรก็ได้ โดยใช้ใบมีดดัดโค้งงอเป็นแม่แบบ (บล็อค) แล้วปั๊มตามรูปทรงที่ต้องการ แต่ไม่ให้กระดาษแตกหรือฉีกขาด ส่วนกระดาษหลังจะไม่ขาด เวลาปั๊มจะเป็นใบพิมพ์ปั๊ม เมื่อเสร็จแล้วก็จะสามารถลอกสติ๊กเกอร์ออกมาใช้งานได้ โดย 1 ใบพิมพ์จะประกอบด้วยสติ๊กเกอร์หลาย ๆ ดวง

ปั๊มไดคัทสติ๊กเกอร์ 100% เป็นการตัดสติ๊กเกอร์เป็นชิ้น ๆ โดยใช้การปั๊มไดคัทแบบ 100 % นั้นคือ การปั๊มขาดแบบเป็นชิ้น ๆ ออกมา ให้พร้อมใช้งาน เช่น งานสติ๊กเกอร์ดวงใหญ่ ๆ งานสติ๊กเกอร์สำหรับแจกเป็นดวง งานกระดาษต่าง ๆ และงานฉลากสินค้าต่าง ๆ งานกล่องบรรจุภัณฑ์ งานแผ่นพลาสติก เป็นต้น

สรุป

การตัดสติ๊กเกอร์ในงานพิมพ์มีอยู่ 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบ ก็จะเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างออกไป ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการใช้งานควรเลือกรูปแบบของการตัดสติ๊กเกอร์ให้เหมาะกับงานนั้น ๆ นะคะ และสำหรับใครที่ต้องการทำแผ่นพับ การรู้รูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับ จะช่วยทำให้คุณออกแบบ และเลือกรูปแบบของแผ่นพับให้เหมาะสมกับงานของคุณได้อีกด้วย และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานแผ่นพับ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตสติ๊กเกอร์ต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ทำความรู้จักกับรูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับ

แผ่นพับ (Brochure) เป็นสื่อโฆษณา ที่แจกตามสถานที่ต่าง ๆ หรือส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งแผ่นพับ เป็นสิ่งพิมพ์ที่มีขนาดเล็ก หยิบง่าย ให้ข้อมูลรายละเอียดได้กระชับ ซึ่งการออกแบบ ก็มีเทคนิคการออกแบบตามอิสระ หลากหลาย ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำกว่าสิ่งพิมพ์ชนิดอื่น ๆ อีกด้วย นอกจากนี้แผ่นพับยังมีหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือก และการพับในแต่ละแบบนั้นจะส่งผลต่อการจัดวางเนื้อหาในแผ่นพับของคุณด้วย ซึ่งในบทความนี้เราจึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับรูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับให้มากขึ้นค่ะ

รูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับ

พับครึ่ง (Half Fold) เป็นการพับ 1 ทบ โดยการพับครึ่งกระดาษ ซึ่งเป็นการแบ่งกระดาษออกเป็น 2 ส่วน และสามารถออกแบบใช้ได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน โดยจะเป็นเนื้อหา 2 ส่วน และพับ 1 ทบ

พับแบบ 2 ทบ 3 ตอน (Tri Fold Tri Fold) เป็นการพับแบบจดหมาย คือ การพับ 2 ครั้ง และแบ่งกระดาษออกเป็น 3 ส่วน เหมือนกับการพับกระดาษใส่ซองจดหมาย ซึ่งการพบแบบนี้ใช้งานง่ายที่สุด และนิยมใช้ที่สุด

พับแบบ ตัว Z ( Z Fold )  เป็นการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน และพับ 2 ทบ ซึ่งจะเหมือนกับกำลังเปิด และปิดหีบเพลง นอกจากนี้รูปร่างของกระดาษที่พับแบบนี้เมื่อมองจากด้านบนมีลักษณะเป็นซิกแซกอีกดด้วย

พับขนาน 3 ทบ 4 ตอน (Accordion Fold) เป็นการพับที่คล้าย ๆ กับแบบ Z Fold แต่จะพับเพิ่มขึ้น 1 ครั้ง ทำให้แผ่นพับแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนั้น จะต้องใช้กระดาษที่ใหญ่มากขึ้น และต้องคำนึงถึงความหนา และความยากง่ายในการพับกระดาษด้วย

พับขนาน (Double Parallel Fold) เป็นการพับ 3 ทบ และแบ่งกระดาษออกเป็น 4 ส่วน โดยริ่มแรกเราจะพับครึ่งกระดาษ พับ 1 ทบ จากนั้นก็พับครึ่งกระดาษอีกครั้ง ซึ่งเหมาะสำหรับการทำแผ่นพับที่มีเนื้อหาเยอะ ๆ

พับแบบหน้าต่าง (Gate Fold) เป็นการพับกระดาษที่มีลักษณะเหมือนหน้าต่าง ซึ่งการพับแบบนี้เป็นการพับ 2 ทบ ทำให้แบ่งกระดาษออกเป็น 3 ส่วน

สรุป

แผ่นพับ เป็นสื่อโฆษณาที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อย ๆ ดังนั้น สำหรับใครที่ต้องการทำแผ่นพับ การรู้รูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับ จะช่วยทำให้คุณออกแบบ และเลือกรูปแบบของแผ่นพับให้เหมาะสมกับงานของคุณได้อีกด้วย และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานแผ่นพับ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตแผ่นพับต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ทำความรู้จักกับงาน SPOT UV คืออะไร มีความพิเศษอย่างไร ?

การเคลือบงานพิมพ์ เป็นขั้นตอนยอดนิยมหลังจากที่คุณพิมพ์งานเสร็จแล้ว และต้องการให้งานพิมพ์ของคุณมีความแตกต่างไปจากเดิม ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความสวยงาม ความหรูหรา และป้องกันการขีดข่วนที่อาจจะเกิดขึ้นกับงานพิมพ์ได้ แต่การเคลือบงานพิมพ์ก็มีอยู่หลากหลายประเภท ซึ่งในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับการเคลือบ SPOT UV หรือ เคลือบเงาเฉพาะจุด ว่าคืออะไร มีความพิเศษอย่างไรบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

ทำความรู้จักกับงาน SPOT UV

Spot UV หรือ เคลือบเงาเฉพาะจุด เป็นเทคนิคหลังการพิมพ์ ที่นำฟิล์มโพสสิทีฟถ่ายลงบล็อคของงานสกรีนไป โดยการเคลือบแบบนี้จะช่วยเพิ่มความนูนให้กับพื้นผิววัสดุพิมพ์ เพื่อเพิ่มความโดดเด่นของโลโก้ เน้นข้อความ เน้นรูปภาพ หรือการออกแบบดีไซน์เพื่อนำเสนอลูกเล่นต่าง ๆ โดยพื้นผิวของบริเวณที่ทำ Spot UV จะมีลักษณะเรียบลื่นเป็นมันเงา คล้ายถูกเคลือบไว้ ทำให้ดูหรูหรา และด้วยลักษณะผิวที่ค่อนข้างโปร่งใส ทำให้สามารถขับให้ภาพมีจุดสนใจ เพิ่มความหรูหรา หรือความโดดเด่นกับชิ้นงาน

คุณสมบัติของ Spot UV ช่วยทำให้ชิ้นงานมีความโดดเด่นในบางบริเวณ สามารถมองเห็นความมันเงา และเมื่อสัมผัสจะรู้สึกถึงความเรียบลื่น เพราะมีความนูนขึ้นมาอย่างเด่นชัด ทั้งนี้ Spot UV นอกจากคุณสมบัติเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังช่วยกันพื้นผิววัสดุพิมพ์จากความชื้น และรอยขีดข่วนได้เช่นกัน นอกจากนี้การเคลือบแบบนี้ก็ยังสามารถที่จะช่วยป้องกันแสงแดดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยน้ำยาที่นำมาใช้ในการเคลือบนั้นก็มีอยู่มากมายหลากหลายแบบด้วยกันเช่นกัน ทั้งแบบเงาพิเศษ และแบบด้าน โดยแต่ละแบบนั้นก็จะให้ความสวยงามที่แตกต่างกัน

งานพิมพ์ที่นิยมทำ Spot UV สามารถพบได้บนนามบัตร และบนปกหนังสือที่ต้องการความนูนของพื้นผิวแเพื่อเน้นผิวสัมผัส และดีไซน์ที่หรู นอกจากนี้ยังสามารถทำได้บนโบรชัวร์ แผ่นพับต่าง ๆ และจะทำควบคู่กับการเคลือบด้านเสมอ ทั้งนี้การทำ Spot UV ก็สามารถออกแบบชิ้นงานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นรูปหยดน้ำ เคลือบทับตัวอักษร และโลโก้ สร้างลวดลายบนพื้นผิว หรือแม้แต่ทำเป็นอักษรเบรลล์ก็ได้เช่นกัน

สรุป

การทำ Spot UV หรือ การเคลือบสปอตยูวี นอกจากจะช่วยให้ชิ้นงานดูหรูหรา และโดดเด่นแล้ว ยังช่วยกันพื้นผิววัสดุพิมพ์จากความชื้น และรอยขีดข่วนได้อีกด้วย แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันให้กับคุณค่าของผลงาน และบรรจุภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง ดังนั้น สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนามบัตร ใบปลิว คูปอง การ์ด เมนู ปฏิทิน นิตยสาร แคตตาล็อก กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รูปภาพ : behance.net

มาทำความรู้จักกับงานพิมพ์คูปอง ขนาดของคูปอง กระดาษที่นำมาใช้พิมพ์คูปอง

คูปอง เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการทำการตลาดให้กับแบรนด์หรือสินค้า และคูปองบางชนิดยังถูกนำมาสร้างมูลค่าให้กับสินค้าได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งคูปองก็มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น คูปองส่วนลดสินค้า/บริการ, คูปอง Gift Voucher, บัตรกำนัล, บัตรคอนเสิร์ต, คูปองชิงโชค, คูปองบัตรสะสมคะแนน ฯลฯ ซึ่งคูปองเหล่านี้ล้วนเป็นการส่งเสริมการขาย และช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดี ดังนั้น สำหรับใครที่สนใจที่อยากจะทำคูปอง ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับงานพิมพ์คูปอง ขนาดของคูปอง กระดาษที่นำมาใช้พิมพ์คูปอง เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจในการทำคูปองของร้านค้าหรือแบรนด์ของคุณได้ค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปทำความรู้จักกับคูปองให้มากขึ้นกันค่ะ

ทำความรู้จักกับงานพิมพ์คูปอง

คูปอง (Coupon) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการตลาดที่สามารถส่งเสริมการขาย และช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดี เพราะคูปองสามารถนำเสนอโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ หรือแนะนำสินค้าใหม่ ๆ ซึ่งเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ระบุในคูปองจะถูกกำหนดโดยร้านค้าหรือแบรนด์ นอกจากนี้คูปองยังมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละธุรกิจอีกด้วย ทั้งนี้คูปองของแต่ละร้านหรือแบรนด์นั้นมีรูปแบบหรือการออกแบบที่ไม่เหมือนกัน รวมไปถึงขนาด และชนิดของกระดาษที่ใช้ในการทำคูปองก็ต่างกันด้วย ซึ่งการเลือกขนาด และกระดาษสำหรับทำคูปองถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะหากเลือกไม่เหมาะสมกับการใช้งานจะทำให้คูปองเสียหายหรือฉีกขาดง่าย และทำให้คูปองดูไม่น่าสนใจ ดังนั้น เราจะพาไปดูขนาดของคูปอง และกระดาษที่นำมาใช้พิมพ์คูปองกันค่ะ

ขนาดของคูปองที่นิยมใช้

  • ขนาด 2.5 x 6 นิ้ว และ 3 x 7 นิ้ว นิยมใช้สำหรับ คูปอง Gift Voucher, บัตรของขวัญ, บัตรกำนัล, คูปองสำหรับเข้างานต่าง ๆ, นิทรรศการ และบัตรคอนเสิร์ต
  • ขนาด 9 x 5.5 ซม. และ 8.7 x 5.3 ซม. นิยมใช้สำหรับ บัตรส่วนลด, คูปองส่วนลด และคูปองบัตรสะสมคะแนน

ขนาดของคูปองข้างต้น เป็นขนาดมาตรฐานที่คนนิยมใช้กัน แต่ทั้งนี้ลูกค้าก็เลือกผลิตได้ตามความเหมาะสม หรือตามขนาดที่กำหนดเองได้

กระดาษที่นำมาใช้พิมพ์คูปอง

  • กระดาษปอนด์ เป็นกระดาษที่ไม่ได้เคลือบผิวเพื่อให้เกิดความมันหรือด้าน เนื้อกระดาษมีสีขาว ผิวไม่เรียบ สามารถใช้พิมพ์ได้หลายสี หรือจะพิมพ์สีเดียวก็ได้ ซึ่งกระดาษปอนด์ที่มีความหนา 80-120 แกรม จะเหมาะกับงานที่ใช้แล้วทิ้งหรือหมดไป เช่น คูปองส่วนลด คูปองชิงโชค เป็นต้น
  • กระดาษอาร์ตมัน/ด้าน เป็นกระดาษเคลือบผิวที่จะมีการเคลือบผิวให้เกิดความมันหรือด้าน เนื้อกระดาษเรียบ มีทั้งแบบไม่มัน และลื่นมันวาว เมื่อนำไปใช้พิมพ์กระดาษอาร์ตด้านจะซีดลงเล็กน้อย แต่กระดาษอาร์ตมัน จะได้สีที่คมชัดใกล้เคียงกับสีจริง ซึ่งกระดาษอาร์ตจะมีความหนาเริ่มต้นที่ 105-300 แกรม สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม และกระดาษที่หนาขึ้นจะช่วยให้สินค้า และแบรนด์ดูมีมูลค่ามากขึ้น

กระดาษแต่ละชนิดที่นำมาทำคูปอง ก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้น ลูกค้าก็สามารถเลือกผลิตได้ตามความเหมาะสม และการใช้งาน ทั้งนี้ในการพิมพ์คูปอง สามารถพิมพ์ 1-2 หน้า และ 1-4 สี บางชนิดอาจมีสีพิเศษหรือสีที่ 5 นอกจากนี้การพิมพ์คูปอง ยังมีเทคนิคงานพิมพ์อื่น ๆ ที่จะช่วยสร้างมูลค่าให้กับคูปองได้ เช่น การเคลือบ, การปั๊มฟอยล์, ปั๊มนูน/จม เป็นต้น

สรุป

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำคูปอง ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบและผลิตคูปองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคูปองส่วนลด คูปองบัตรสะสมคะแนน Gift Voucher บัตรคอนเสิร์ต บัตรกำนัล ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ผลงานพิมพ์ บัตรสะสมแต้ม แช่บซู้ดดด

รายละเอียดงาน

  • ขนาด 5.5 x 9 cm.
  • การ์ดขาว 250 g
  • 4 สี 1 หน้า
  • ตัดปลิว

ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์บัตรสะสมแต้มของเรา
รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ
สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณอีฟ)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

Exit mobile version