รวมบ้านพัก ริมทะเล บรรยากาศดี น่าไปพักผ่อน

ทะเล เป็นอีกหนึ่งในสถานที่พักผ่อนยอดนิยม เหมาะสมสำหรับทุกเพศทุกวัย ซึ่งใครที่กำลังวางแผนที่จะไปเที่ยวทะเลใกล้ ๆ กรุงเทพฯ และอยากได้ที่พักเป็นแบบบ้านพัก ฟีลเหมือนบ้านพักตากอากาศริมทะเล ตื่นมาชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงทะเล ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวมบ้านพัก ริมทะเล บรรยากาศดี น่าไปพักผ่อน มาฝากทุกคนกันค่ะ ซึ่งไม่ว่าจะไปกับเพื่อนสนิท ไปกับแฟน หรือไปกับครอบครัว รับรองว่าจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และมีแต่ความประทับใจแน่นอนค่ะ

รวมบ้านพัก ริมทะเล บรรยากาศดี

Koh Kood Resort

Koh Kood Resort รีสอร์ทที่ลักษณะที่พักเป็นแบบบังกะโล ตกแต่งด้วยวัสดุไม้ ให้ความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติ และห้องพักของที่นี่อยู่ท่ามกลางต้นไม้ให้ความร่มรื่น ไม่ร้อน แถมแต่ละหลังก็อยู่ห่างกันให้ความเป็นส่วนตัวสุด ๆ อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นแอร์คอนดิชั่น พัดลมเพดาน ห้องน้ำส่วนตัว ห้องแต่งตัว และห้องอาบน้ำแบบเปิดเพดาน ซึ่งมีทั้งน้ำเย็น และน้ำอุ่น ด้านหน้ารีสอร์ทมองเห็นวิวทะเลสวยงาม มีคาเฟ่ชิค ๆ ไว้นั่งชิลชมวิวทะเล และชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นได้อีกด้วย

ที่ตั้ง: 45 หมู่ 5 อ่าวบางเบ้า ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

เฟซบุ๊ก: Koh Kood Resort

เว็บไซต์: https://www.kokoodresort.com/

 

To The Sea The Resort Koh Kood

To The Sea The Resort Koh Kood รีสอร์ทสไตล์ทรอปิคอลบีช ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ ห้องพักมีให้เลือก 4 รูปแบบ ทั้งโซนติดหาดมองจากภายในห้องพักก็เห็นวิวทะเล โซนสวนห่างจากชายหาดไม่ไกล ให้อารมณ์แบบบ้านสวนริมทะเล ซึ่งภายในห้องพักนั้นดีไซน์ด้วยสีเรียบง่าย เน้นความเป็นธรรมชาติ โดยใช้วัสดุจากไม้เป็นหลัก ทั้งนี้ที่นี่ยังมีจุดเด่นอยู่ที่สะพานไม้ทอดยาวหน้ารีสอร์ทให้ไปถ่ายรูปสวย ๆ กันอีกด้วย

ที่ตั้ง: 6/1 หมู่ 5 อ่าวบางเบ้า ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

เฟซบุ๊ก: To The Sea The Resort Koh Kood

เว็บไซต์: https://totheseakohkood.com/

 

Aleenta Hua Hin – Pranburi Resort & Spa

Aleenta Hua Hin – Pranburi Resort & Spa รีสอร์ทสไตล์บูทีคสุดหรูริมทะเลปราณบุรี บรรยากาศส่วนตัว เงียบสงบ การตกแต่งให้กลิ่นอายของบาหลี และห้องมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยส่วนใหญ่มีสระส่วนตัว และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งนี้แต่ละห้องตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาด ทำให้มองเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม ทำให้รู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม และได้สัมผัสธรรมชาติแบบจริง ๆ นอกจากนี้ที่นี่ก็มีร้านอาหาร และร้านเบเกอรี่สุดอร่อยให้ได้ไปนั่งดื่มกาแฟ นั่งทานขนมกันอีกด้วย

ที่ตั้ง: 183 หมู่ 4 ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เฟซบุ๊ก: Aleenta Hua Hin – Pranburi

เว็บไซต์: https://www.aleenta.com/huahin/

 

Regent Chalet Hua Hin

Regent Chalet Hua Hin รีสอร์ทบนชายหาดหัวหิน ตัวรีสอร์ทหันหน้าสู่อ่าวไทย ทางทิศตะวันออก ให้ผู้เข้าพักได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ได้สัมผัสกับธรรมชาติอันร่มรื่น ในส่วนของโซนที่พักแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ๆ ซึ่งแต่ละโซนล้วนมีความเชื่อมโยงและถูกจัดวางไว้ในที่ทางอย่างเหมาะสม โดยมีโซนสระว่ายน้ำเป็นเหมือนศูนย์กลางของรีสอร์ท ที่เปิดพื้นที่ให้แขกที่มาพักแต่ละโซนได้มาเล่นน้ำ พักผ่อนหย่อนใจบริเวณริมสระได้สะดวก ทั้งนี้ห้องพักได้รับการออกแบบผสมผสานความทันสมัย ความเป็นไทย และธรรมชาติไว้อย่างลงตัว

ที่ตั้ง: 849/21 ถนนเพชรเกษม ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

เฟซบุ๊ก: Regent Chalet Hua Hin

เว็บไซต์: https://www.regentchaletchaam.com/th/

 

Resto Sea Resort

Resto Sea Resort รีสอร์ทสไตล์มินิมอลผสมบาหลี ตั้งอยู่ติดริมทะเลบ้านกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มาพร้อมกับห้องพักสไตล์วิลล่า ให้เราได้มาพักผ่อนกันในบรรยากาศเป็นส่วนตัวกับห้องพักที่มีให้เลือกหลายสไตล์ ซึ่งบ้านพักแต่ละหลังก็มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกจัดเต็ม เหมือนเป็นบ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมทะเลจริง ๆ นอกจากนี้ ทางรีสอร์ทยังมีคาเฟ่ และร้านอาหารริมทะเล พร้อมสระว่ายน้ำส่วนกลางให้เราได้มานั่งพักผ่อน และโพสต์ท่า จิบกาแฟ ถ่ายรูปสวย ๆ กันได้เลยค่ะ

ที่ตั้ง: 44/1 ม.9 บ้านกรูด ตำบล ธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เฟซบุ๊ก: Resto Sea Resort

เว็บไซต์: https://www.restosearesort.com/th/index.html

 

Kept Bangsaray Hotel Pattaya

Kept Bangsaray Hotel Pattaya รีสอร์ทที่มีสไตล์การตกแต่งเหมือนบาหลี ให้บรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ ท้องฟ้า และน้ำทะเลที่สวยสดงดงาม ซึ่งที่พักนั้นก็มีให้เลือกทั้งแบบห้องพัก และวิลลาส่วนตัว นอกจากนี้ห้องพัก และวิลลา ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน ฟรีอินเทอร์เน็ต Wi-Fi สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องอาหารก็มีให้บริการอยู่ตลอด และยังมีมุมให้สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนริมทะเลอีกด้วย เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก ๆ

ที่ตั้ง: 4/2 หมู่ 5 ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เฟซบุ๊ก: Kept Bangsaray Hotel Pattaya

เว็บไซต์: https://keptbangsaray.com/th/

สรุป

ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวทะเลใกล้ ๆ กรุงเทพฯ และกำลังมองหาห้องพักแบบบ้านพักเป็นหลัง ๆ เพื่อต้องการความเป็นส่วนตัว และสามารถพักผ่อนได้เต็มที่ ก็สามารถเลือกดูรีสอร์ทด้านบนได้เลยค่ะ ใครชอบที่ไหนก็จองไปพักกันได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ชี้พิกัดเวียนเทียนวันมาฆบูชา 2566 เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า

วันมาฆบูชาในปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 6 มีนาคม 2566 ซึ่งวันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นวันที่พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และมีเหตุอัศจรรย์พร้อมกัน 4 ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต การประชุมพร้อมกันด้วย องค์ 4 และในวันนี้ พระพุทธเจ้าทรงกระทำวิสุทธิอุโบสถ ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ถือกันว่าเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ซึ่งวันมาฆบูชา นอกจากจะไหว้พระทำบุญแล้ว ยังมีการเวียนเทียนอีกด้วย ดังนั้น สำหรับคนที่ไม่อยากพารถไปเอง หรือไม่มีรถ และต้องการจะไปเวียนเทียน วันนี้เราก็ได้จะมาชี้พิกัดเวียนเทียนวันมาฆบูชา 2566 เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า มาฝากกันค่ะ

พิกัดเวียนเทียนวันมาฆบูชา 2566 ใกล้รถไฟฟ้า

วัดหัวลำโพง

วัดหัวลำโพง เป็นวัดเก่าแก่โบราณ สร้างมาตั้งแต่ช่วงต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ประมาณรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 3 พระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระนามว่า พระพุทธมงคล ซึ่งตามความเชื่อแล้ว การขอพรกับพระพุทธรูปปางมารวิชัย จะช่วยปกป้องในเรื่องของภัยจากศัตรู และการเงินต่าง ๆ นอกจากทำบุญ เวียนเทียนแล้ว ใครที่อยากทำบุญโลงศพ เสริงดวงชะตาก็มาได้ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีสามย่าน ออกทางออกที่ 1 พอออกมาเดินไม่ไกลก็ถึงวัดแล้วค่ะ

รถไฟฟ้า : MRT สถานีสามย่าน ออกทางออกที่ 1

ที่ตั้ง: 728 ถนนพระรามที่ 4 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: เปิด 24 ชั่วโมง

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/wathualampong/?locale=th_TH

 

วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร

วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดราชวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ สถาปนาขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2400 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งที่วัดแห่งนี้มีหลวงพ่อพระเสริม เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่แบบศิลปะล้านช้างเวียงจันทน์ นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระไส” หรือ “พระสายน์” เป็นพระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัยจากเวียงจันทน์ และพระเจดีย์ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ เป็นวัดที่สามารถเดินทางมาทำบุญ และเวียนเทียนได้ง่าย เพราะอยู่ใจกลางเมื่อง ซึ่งการเดินทางนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส BTS ลงสถานีสยาม แล้วออกทางออกที่ 5 ใช้เวลาเดินไปถึงวัดประมาณ 6 นาทีค่ะ

รถไฟฟ้า : BTS สถานีสยาม ออกทางออกที่ 5

ที่ตั้ง: 969 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: 06.00 – 21.00 น.

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/pathumwanaram/?locale=th_TH

 

วัดไตรมิตรวิทยาราม

วัดไตรมิตรวิทยาราม หรือที่เรียกว่า วัดสามจีน ซึ่งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของวัด ก็คือ พระมหามณฑป ที่เป็นที่ประดิษฐานองค์ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ หลวงพ่อทองคำ ที่วิจิตรงดงามอย่างมาก และยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีพระอุโบสถ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนามว่า พระพุทธทศพลญาณ หรือ หลวงพ่อโตวัดสามจีน รวมไปถึงพระวิหาร และธรรมาสน์ลายทองเท้าสิงห์ ในส่วนของการเดินทางมาไหว้พระทำบุญ เวียนเทียนในวันวันมาฆบูชา สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีหัวลำโพง ออกทางออกที่ 1 เดินไปเรื่อยๆ ประมาณ 7 นาทีก็ถึงวัดแล้วค่ะ

รถไฟฟ้า : MRT สถานีหัวลำโพง ออกทางออกที่ 1

ที่ตั้ง: 661 ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: 05.00 – 20.00 น.

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/WatTrimitrWithayaramWorawihan/?locale=th_TH

 

วัดธาตุทอง

วัดธาตุทอง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2481 ในส่วนของพระอุโบสถ ภายในประดิษฐาน “พระสัพพัญญู” พระประธานประจำพระอุโบสถ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย และส่วนของพระวิหาร “สิมปาภรณ์” เป็นพระวิหารหลังเก่าที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2514 ภายในประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน ซึ่งการเดินทางมาไหว้พระทำบุญ และเวียนเทียนในวันวันมาฆบูชา สามารถนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส BTS ลงสถานีเอกมัย แล้วออกทางออกที่ 3 ใช้เวลาเดินไปถึงวัดประมาณ 2 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ

รถไฟฟ้า : BTS สถานีเอกมัย ออกทางออกที่ 3

ที่ตั้ง: 1325 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: 05.00 – 21.30 น.

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/watthatthong/?locale=th_TH

 

วัดบางนาใน

วัดบางนาใน อุโบสถมุงหลังคากระเบื้องดินเผา เคลือบสีแบบเกล็ดหางมน ซุ้มประตูหน้าต่างทำเป็นปูนปั้นลงรักปิดทอง มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องทศชาติชาดกอยู่ภายใน มีพระเจดีย์ทรงกลม องค์สีทอง บนยอดมีฉัตร มีพระปางประทานพรประดับอยู่ยอดองค์เจดีย์ทั้ง 4 ทิศ และมีเจดีย์มุมองค์เล็กสีทองทั้งองค์ทั้ง 4 ทิศ พระประธานประจำองค์เจดีย์ นาม พระพุทธสยามภูมินาถ ซึ่งมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของประชาชนในแผ่นดิน สามารถไปทำบุญ ทำสังฆทาน และเวียนเทียนเสริมความสิริมงคลให้ตัวเองได้ โดยการนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส BTS ลงสถานีบางนา แล้วออกทางออกที่ 2 ใช้เวลาเดินไปถึงวัดประมาณ 9 นาทีค่ะ

รถไฟฟ้า : BTS สถานีบางนา ออกทางออกที่ 2

ที่ตั้ง: 3322 ซอยสรรพาวุธ 1 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: 08.00 – 20.00 น.

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/Watbangnanai.Siyaekbangna/

 

วัดยานนาวา

วัดยานนาวา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญกรุง เป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว โดยจุดเด่นของวัดนี้ก็คือ สำเภายานนาวา ที่โดดเด่นมาแต่ไกล นอกจากนั้นก็มีพระเจดีย์องค์ใหญ่ และเจดีย์องค์เล็ก ๆ อยู่ในลำสำเภารวมอีกด้วย และยังมีภาพจิตรกรรมกระทงใหญ่ ที่ถอดแบบมาจากพระราชพิธีลอยพระประทีป และโถยาคู เหมือนแบบอย่างที่ทำเลี้ยงพระ ในพระราชพิธีสารทในสมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย ซึ่งการมาไหว้พระทำบุญ และเวียนเทียนในวันวันมาฆบูชา สามารถนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส BTS ลงสถานีตากสิน แล้วออกทางออกที่ 4 ใช้เวลาเดินไปถึงวัดประมาณ 12 นาทีค่ะ

รถไฟฟ้า : BTS สถานีตากสิน ออกทางออกที่ 4

ที่ตั้ง: 40 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: 08.30 – 17.00 น.

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/pages/category/religious-organization/

สรุป

สำหรับใครที่อยากไปไหว้พระทำบุญ และเวียนเทียนในวันมาฆบูชา ก็สามารถเดินทางได้ง่าย ๆ สะดวกสบาย ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และรถไฟฟ้า BTS แบบไม่ต้องกลัวรถติด ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่จอดรถอีกด้วย เพราะแต่ละวัดที่เราได้มาแจกพิกัด อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า และสามารถเดินไปถึงวัดได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

หนังสือกับการเปลี่ยนแปลงสุดน่าทึ่ง ที่หลายคนยังไม่รู้!!

หนังสือ มีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือจิตวิทยา หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูน นิตยสาร และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้คุณสามารถได้เลือกอ่านกัน แต่รู้หรือไม่ว่า หนังสือเกิดขึ้นมาได้อย่างไร การทำหนังสือ เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยไหน และการทำหนังสือ มีขั้นตอนที่ยุ่งยากเพียงใด วัสดุที่ใช้ทำหนังสือในอดีตแตกต่างกันไปในแต่ละชนชาติหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูหนังสือกับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย จนถึงปัจจุบัน มาฝากกันค่ะ

หนังสือกับการเปลี่ยนแปลงสุดน่าทึ่ง!!

จุดเริ่มต้นของหนังสือ 

ก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์รู้จักวิธีการเขียนหนังสือลงบนกระดาษที่เรียกว่า “ Papyrus ” และทำเป็นเล่มโดยการม้วนในลักษณะที่เรียกว่า“ Volumen ” ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นคำว่า “ Volume ” หนังสือลักษณะนี้ เล่มที่เก่าแก่ที่สุดคือ “ The Great Harris Papyrus ” ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ประเทศอังกฤษ มีความยาวของม้วน 133 ฟุต และหน้ากว้าง 16 ¾ นิ้ว เป็นหนังสือที่ระบุเวลาไว้ว่า เป็นปีที่ 32 ของกษัตริย์รามเสส ที่ 3

เมื่อราว 400 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวจีนรู้จักการนำผ้าไหมมาใช้งาน ได้มีการเขียนหนังสือลงบนผ้าไหม ทำเป็นเล่มในลักษณะม้วนเหมือนกับอียิปต์ และหลังจากที่จีนคิดกระดาษขึ้นใช้ใน ค.ศ. 105 การทำหนังสือก็ยังใช้ลักษณะเป็นม้วนเช่นเดิม หนังสือของจีนที่พิมพ์ด้วยบล็อกไม้ และมีหลักฐานคงเหลืออยู่คือ ชิ้นพิมพ์วัชรสูตร เป็นม้วนกระดาษยาว 16 ฟุต กว้าง 1 ฟุต มีวันที่พิมพ์ และชื่อผู้พิมพ์ปรากฏในหนังสือว่า “ พิมพ์เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม 868 โดย วางชี ” สำหรับแจกทั่วไปเพื่อเป็นที่ระลึกถึง บิดามารดา นับว่าเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งก็มีลักษณะเป็นม้วน

ชิ้นพิมพ์ที่เก่าที่สุด

ชิ้นพิมพ์ที่เก่าที่สุดที่มีลักษณะเป็นชิ้นพิมพ์ที่พบที่ญี่ปุ่น เป็นการพิมพ์ยันต์ และคาถา จัดพิมพ์ขึ้นโดยโองการของจักรพรรดิ โชโตกุ เพื่อแจกในปี ค.ศ. 770 ก่อนที่จีนจะรู้จักการใช้ผ้าไหม และกระดาษ การเขียนหนังสือจะเขียนลงบนไม้ไผ่ ทำเป็นเล่มหนังสือโดยเจาะรูร้อยเชือกไว้เป็นมัด ๆ การทำเล่มหนังสือในลักษณะนี้ทำขึ้นในราวประมาณ 500 ปี ก่อนคริสตกาล

อินเดียก็มีการทำเล่มหนังสือโดยใช้วิธีจารลงบนใบลาน แล้วจึงเจาะร้อยเชือกเป็นเล่มในลักษณะคัมภีร์พระเทศน์ ที่ยังคงมีใช้กันในปัจจุบันนี้ หนังสือใบลานลักษณะนี้ใกล้เคียงกับสมัยพุทธกาล คือในราว 500 ปี ก่อนคริสตกาล

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบหนังสือ

ก่อนคริสตกาล ชาวกรีกเขียนหนังสือแล้วใช้แผ่นไม้ 2 แผ่น มีห่วงโลหะยึดให้ติดกันไว้ตรงกลาง มีลักษณะคล้ายกับเล่มหนังสือ

ต่อมาในปี ค.ศ. 950 ชาวจีนเป็นผู้ริเริ่มดัดแปลงรูปเล่มหนังสือก่อนชาติอื่น เนื่องจากการใช้หนังสือที่มีลักษณะเป็นม้วน ทำให้ขาดความสะดวกในการค้นคว้าหรืออ้างอิงในส่วนกลาง ๆ ของเล่ม เพราะจะต้องหมุนม้วนไปจนถึงบริเวณที่ต้องการ ทำให้เสียเวลา จึงได้คิดค้นทำหนังสือให้เป็นลักษณะหนังสือพับ ( Folder book ) คือพับไปพับมามีลักษณะคล้ายสมุดข่อยของไทย ทำให้เกิดความสะดวกในการค้นคว้า จะเปิดอ่านตอนไหนของเล่มก็สะดวก และรวดเร็ว

เกิดหนังสือแบบเย็บเล่ม ( Stitch book )

ปี ค.ศ. 1116 จีนเริ่มรู้จักเย็บเล่มหนังสือพับด้วยเชือก โดยเย็บทางด้านข้างให้ติดกับด้านหนึ่ง และเปิดอ่านอีกด้านหนึ่ง กระดาษที่จีนทำด้วยมือในระยะแรก ๆ จะเป็นกระดาษบาง ตัวหนังสือเขียนด้วยพู่กัน และหมึกที่มีตัวนำเป็นน้ำ ทำให้กระดาษเขียนได้หน้าเดียวคือเขียนลงบนกระดาษแล้วพับกลาง ให้ด้านที่เขียนหนังสืออยู่ข้างนอก แล้วเรียงลำดับซ้อนกัน และเย็บติดกันตรงสันซึ่งเป็นด้านปลายกระดาษ ด้านพับจึงเป็นด้านริมของหนังสือที่เปิดได้ นับว่า จีนเป็นผู้คิดหนังสือเย็บเล่ม ( Stitch book ) เป็นชาติแรก และชาติอื่น ๆ จึงได้นำมาเลียนแบบ

ในยุโรปมีการคิดทำ Parchment ( หนังสัตว์ที่ฟอกแล้ว ) มาใช้สำหรับเขียน และมีการทำหนังสือโดยการเขียนด้วยมือ พระ และบาทหลวงตามวัดต่าง ๆ ได้ผลิตหนังสืออกมาเป็นจำนวนมาก โดยใช้วิธีการเขียนหนังสือคัดตัวบรรจงอย่างสวยงาม มีการใส่กนกลวดลาย ภาพประดิษฐ์ต่าง ๆ ในหน้าหนังสือ และระบายสีอย่างงดงาม เรียกหนังสือนี้ว่า “ Illuminated book ” มีการทำปกแข็งด้วยหนัง และโลหะ แล้วเย็บเป็นเล่มให้เปิดได้ด้านหนึ่ง มีลักษณะคล้ายหนังสือในปัจจุบันนี้ แต่มีขนาดตัวเล่มใหญ่มาก ส่วนใหญ่ต้องตั้งอ่านบนโต๊ะ

รูปแบบหนังสือที่นำมาใช้ในปัจจุบัน

จนถึงปี ค.ศ. 1499 Aldus Manutius ซึ่งเป็นช่างพิมพ์ชาวเวณิช ในอิตาลี ได้จัดทำตัวพิมพ์ให้มีขนาดเล็กลง และผลิตหนังสือให้มีลักษณะรูปเล่ม และขนาดหนังสือเท่ากับหนังสือที่ใช้กันในปัจจุบัน สำนักพิมพ์ของเขาคือ Aldine Press ซึ่งมีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ทำให้มีผู้นิยมอ่านหนังสือกันอย่างแพร่หลาย แต่รูปเล่มของหนังสือยังขาดความประณีตสวยงาม เพียงให้มีลักษณะเป็นเล่มเท่านั้น

กระทั่งในปี ค.ศ. 1888 William Morris ได้ตั้ง Kelmscott Press ขึ้นที่ประเทศอังกฤษ และได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการผลิตหนังสือ โดยให้มีการออกแบบ และวางรูปเล่มอย่างเป็นศิลปะที่จะต้องทำด้วยความประณีต และรอบคอบ ดังนั้น ความคิดต่าง ๆ ในการออกแบบ การจัดวางรูปเล่ม และการจัดพิมพ์หนังสือ จึงเกิดได้ขึ้นอย่างแพร่หลาย ทำให้มีผู้สนใจศึกษากันมากยิ่งขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้

รูปแบบหนังสือของไทย 

เนื่องจากประเทศไทยมีแบบฉบับหนังสือเป็นของตนเองมานาน ตั้งแต่โบราณกาล โดยการใช้วัตถุดิบของท้องถิ่นที่มีในธรรมชาติ ประดิษฐ์เล่มหนังสือ อาทิ ใบไม้ เปลือกไม้ และเยื่อไม้ เป็นวัสดุรองรับในการเขียน ใช้อินทรีย์วัตถุ เช่น ดิน หิน – แร่ธาตุ เป็นหมึก และสีสำหรับบันทึกตัวอักษร และวาดภาพ เพื่อใช้สำหรับบันทึกเรื่องราวทางศาสนา ตำรา จดหมายเหตุ วรรณคดี ตลอดจนภาพจิตรกรรมต่าง ๆ หนังสือของไทยจึงนับเป็นสมบัติที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ที่ทรงคุณค่าทั้งทางด้านศาสตร์ และศิลป์ของชาติไทย

หนังสือของไทยมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นลำดับอันยาวนาน และมีหลากหลายลักษณะรูปเล่ม เช่น หนังสือฉบับเขียน หนังสือใบลาน หนังสือสมุดไทย หนังสือฉบับพิมพ์ หนังสือหายาก หนังสืองานศพ และในปัจจุบันก็ยังมีหนังสือในรูปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-book อีกด้วย

สรุป

ในอดีตการทำหนังสือวัสดุที่ใช้ทำหนังสือจะแตกต่างกันไปในแต่ละชนชาติ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ พัฒนาจนเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก ทั้งวัสดุที่นำมาทำหนังสือ และรูปแบบการเข้าเล่ม จนทำให้เป็นหนังสือที่เราได้อ่านกันในปัจจุบันนี้ค่ะ และในปัจจุบันก็ยังมีหนังสือในรูปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( E-book ) ให้เราได้อ่านกันอีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจอยากทำหนังสือต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูน นิตยสาร ไดอารี่ และหนังสืออื่น ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ไหว้พระ เสริมดวง วัดจุฬามณี สักการะ ท้าวเวสสุวรรณ

สำหรับใครที่ชอบไปไหว้พระ เสริมดวง วันนี้เราก็มีวัดดัง ใกล้กรุงเทพฯ แถวสมุทรสงครามมาแนะนำกัน ซึ่งวัดนี้ คือ วัดจุฬามณี เป็นหนึ่งในวัดดังที่ผู้มีศรัทธาเดินทางไปสักการะขอพรท้าวเวสสุวรรณอย่างเนืองแน่น นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย ซึ่งในบทความนี้เราก็จะมาบอกสถานที่สำคัญภายในวัดจุฬามณี ของไหว้ท้าวเวสสุวรรณ คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ และการเดินทางไปวัดจุฬามณี มาเป็นแนวทางให้กับทุกคนกันค่ะ

ไหว้พระวัดจุฬามณี สักการะ ท้าวเวสสุวรรณ

วัดจุฬามณี เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองแม่กลองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก สันนิษฐานว่าท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้าง ต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้นมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง แห่งกรุงศรีอยุธยา และในปี 2459 วัดแห่งนี้ก็มีพระจำพรรษาไม่กี่รูป สภาพวัดค่อนข้างร้าง และเสื่อมโทรม กระทั่งกำนันบางช้าง ได้ขออาราธนา “พระอาจารย์แช่ม โสฬส” ซึ่งจำพรรษาอยู่ ณ วัดบางกะพ้อม ต.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม มาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดจุฬามณี จากนั้นได้มีการรบูรณะวัดใหม่ ทำให้วัดจุฬามณีกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน

สถานที่สำคัญภายในวัดจุฬามณี

สังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่อเนื่อง โกวิท อดีตเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังมาก ท่านเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงพ่อแช่ม วัดจุฬามณี หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ ฯลฯ จึงไม่แปลกใจในความรู้ความสามารถ และความเข้มขลังในสายพุทธาคมที่หลวงพ่อเนื่องท่านได้สืบทอดมาจากพระเกจิอาจารย์ผู้แก่กล้าสามารถหลาย ๆ ท่าน เมื่อท่านได้ละสังขารก็ปรากฏรื่องที่น่าอัศจรรย์ขึ้น นั่นคือสรีระของ “หลวงพ่อเนื่อง” ท่านกลับไม่เน่าเปื่อยคงอยู่ในสภาพเดิม ๆ ประดิษฐานอยู่ในโลงแก้วตั้งไว้บนมณฑปให้ผู้ศรัทธาได้กราบไหว้

อุโบสถจตุรมุข เป็นอุโบสถหินอ่อน จตุรมุข 3 ชั้น ชั้นฐานกว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร สูง 10 เมตร ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ผนังทุกด้านมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวของพุทธประวัติ และนิทานชาดกอันสวยงาม และที่เป็นไฮไลต์ภายในอุโบสถนี้ก็คือพื้นหินอ่อนหยกนำเข้าจากประเทศปากีสถานที่ปูอยู่ที่พื้นทั้งหลัง นอกจากความสวยงามแล้ว ยังรู้สึกเย็นสบายอีกด้วย

องค์ท้าวเวสสุวรรณโณ ที่วัดจุฬามณีนั้นจะแตกต่างออกไปจากวัดอื่น เพราะจะมีท้าวเวสสุวรรณโณปางยักษ์ให้ได้สักการะบูชา โดยจะอยู่ที่บริเวณหลังอุโบสถจตุรมุข บริเวณด้านข้างขององค์ท่านยังมี “พญาปุริสาท” มหาอำมาตย์คู่บารมีขององค์ท้าวเวสสุวรรณที่ประทานพรในเรื่องป้องกันคุณไสย์มนต์ดำ ช่วยบันดาลให้อยู่เย็นเป็นสุข มั่งมีทรัพย์สินเงินทอง นอกจากนี้ยังมีท้าวเวสสุวรรณอีก 4 ปางให้ได้สักการะบูชาอีกด้วย

  • ปางพรหมาสูติเทพ เป็นองค์ปูนปั้นประทับนั่งสีขาว ประทานพรในเรื่องของโชคลาภ การงาน และการเงิน
  • ปางจาตุมหาราช จะประทานพรให้ผู้ที่ศรัทธาในเรื่องของการขจัดสิ่งชั่วร้าย คุ้มครองให้แคล้วคลาด
  • ปางเทพบุตรสูติเทพ เป็นองค์สีทองอร่าม ประทานพรในเรื่องของความรัก เมตตามหานิยม
  • ปางมนุษย์ ปางนี้จะช่วยให้ดำเนินชีวิตราบรื่น ทำสิ่งใดไม่มีอุปสรรค

ของไหว้ท้าวเวสสุวรรณ

สำหรับของไหว้ที่ควรเตรียมไว้เพื่อสักการบูชาท้าวเวสสุวรรณ วัดจุฬามณี ได้แก่ ธูป 9 ดอก ดอกกุหลาบ 9 ดอก น้ำชา 1 แก้ว และผลไม้ 5 อย่าง ในส่วนของผลไม้ที่นำมาไหว้นั้น อาจเลือกจากผลไม้ดังต่อไปนี้

  • กล้วย หมายถึง การมีลูกหลานมีบริวารมากมาย
  • สับปะรด หมายถึง มีความรอบรู้และสายตากว้างไกล
  • ส้ม หมายถึง มีโชคมีลาภ ทำสิ่งใดก็ราบรื่น
  • องุ่น หมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองงอกงาม
  • แอปเปิ้ล หมายถึง มีอายุยืนยาว และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

แต่ถ้าไม่สามารถหาผลไม้ในข้างต้นได้ อาจเลือกใช้ผลไม้ประเภทอื่นทดแทน อาทิ สาลี่, ลําไย, ลิ้นจี่, ทับทิม, ขนุน หรือแก้วมังกร เป็นต้น

คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ

ตั้งนะโม 3 จบ “นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ”

 “ปุตตะ กาโม ละเภปุตตัง ธะนะกาโม ละเภธะนัง อัตถิกาเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตังสุตตะวาฯ
อิติ ปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะฯ
ท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมหาราชิกา ยักขะพันตา ภัทภูริโต เวสสะ พุสะ
พุทธัง อรหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะฯ”

การเดินทางไปวัดจุฬามณี

ถ้าตรงมาจากตัวเมืองสมุทรสงคราม ให้ใช้เส้นถนนทางหลวงหมายเลข 35 (บางแพ-สมุทรสงคราม) พอเลยทางแยก ก็ให้ตรงเข้าอำเภออัมพวาไป ประมาณ 200 เมตร จากนั้นข้ามสะพานข้ามคลองอัมพวา แล้วเลี้ยวขวา ขับตรงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงตัววัดจุฬามณี

ที่อยู่ : 93 หมู่ 9 ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

เวลาเปิด-ปิด : 08.00-17.00 น.

โทร : 08-1845-0713

เฟซบุ๊ก : วัดจุฬามณี ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

สรุป

วัดจุฬามณี เป็นวัดที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสงคราม และเป็นหนึ่งในวัดดังที่ผู้มีศรัทธาเดินทางไปสักการะขอพรท้าวเวสสุวรรณอย่างเนืองแน่น ซึ่งวัดแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ภายในวัดก็ยังมีสถานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่อเนื่อง โกวิท อดีตเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี อุโบสถจตุรมุข เป็นอุโบสถหินอ่อนหยกนำเข้าจากประเทศปากีสถานที่ปูอยู่ที่พื้นทั้งหลัง และองค์ท้าวเวสสุวรรณโณ ที่มีถึง 4 ปางให้ได้สักการะบูชา ดังนั้น สำหรับใครที่ไปเที่ยวสมุทรสงคราม ก็สามารถแวะไปไหว้พระที่วัดจุฬามณี และสักการะท้าวเวสสุวรรณ เสริมดวง เสริมความมงคลกันได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ความลับของการ์ดวาเลนไทน์ที่หลายคนยังไม่รู้?

วันวาเลนไทน์ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งวันวาเลนไทน์เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่คู่รักทุกคู่ เพื่อนฝูง พี่น้อง หรือแม้แต่คนในครอบครัวจะมอบความรักให้แก่กันเป็นพิเศษ และหนึ่งในสิ่งสำคัญของวันวาเลนไทน์คือการมอบขวัญชิ้นพิเศษให้กับคนที่คุณรัก โดยของขวัญยอดนิยมจะเป็นดอกกุหลาบหลากสีที่แต่ละสีก็จะมีความหมายแตกต่างกันไป หรือจะเป็นช็อกโกแลตแพ็กเกจสวยสักกล่อง ก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับคนรักได้ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่อยู่คู่กับเทศกาลแห่งความรักมาตลอดก็คือ การ์ดวาเลนไทน์ ที่มีข้อความความน่ารัก ๆ หรือบทกลอนซึ้ง ๆ ไว้แทนความในใจของผู้ส่งถึงผู้รับ ซึ่งในบทความนี้เราจึงอยากจะพาทุกคนไปดูที่มาของการ์ดวาเลนไทน์ สื่อกลางความรักที่ใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าอยากรู้แล้ว ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ

ความลับของการ์ดวาเลนไทน์

การ์ดวาเลนไทน์ใบแรก อาจไม่สามารถเรียกว่า การ์ด ได้เต็มปากเต็มคำนัก เพราะมันเป็นเพียงจดหมายฉบับหนึ่งที่อ้างอิงคำว่า วาเลนไทน์ ขึ้นมาใช้ในจดหมายฉบับนั้น ซึ่งจดหมายฉบับนี้ ถูกเขียนโดย ชาร์ลส์ ดยุกแห่งออร์เลอ็อง ชาวฝรั่งเศส เมื่อปี 1415 และเขาเขียนขณะถูกคุมขังอยู่ในทาวเวอร์ออฟลอนดอนระหว่างช่วงสงครามอัศวินอาแฌงคูร์ต (Battle of Agincourt) ซึ่งเขียนถึงภรรยาของเขาโดยใช้คำว่า ‘Valentine’ เขียนลงไปในบทกลอน แต่ท้ายที่สุดจดหมายฉบับนี้ก็ไปไม่ถึงภรรยาของเขา เพราะเธอเสียชีวิตไปเสียก่อน และในปัจจุบัน จดหมายฉบับดังกล่าวถูกเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งสหราชอาณาจักร

การ์ดวาเลนไทน์ทำมือ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แพร่หลายในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 โดยเฉพาะการ์ดทำมือที่เป็นเหมือน ‘การ์ดซ่อนกล’ กับการออกแบบการ์ดที่ซับซ้อนโดยสามารถซ่อนของขวัญไว้ด้านในการ์ดได้ด้วย ซึ่งปัจจุบันหลงเหลือการ์ดเช่นนี้อยู่ไม่มากนัก โดยส่วนใหญ่ในยุคนั้นผู้ส่งนิยมใส่บทกวีงาม ๆ รูปภาพที่จะทำให้ผู้รับรู้สึกประทับใจเมื่อคลี่การ์ดออกมา นอกจากนั้นในยุคเดียวกันนี้ยังมีการดีไซน์การ์ดด้วยการวาดมือ เช่น การวาดคิวปิด ดอกกุหลาบ หรือสิ่งที่สื่อถึงความรักอื่น ๆ อีกด้วย

การ์ดวาเลนไทน์แบบปรินต์ เกิดขึ้นจากการเกิดบริการ Penny Post ในประเทศอังกฤษ กับการส่งจดหมายอะไรก็ได้ในราคา 1 เพนนี จึงทำให้การส่งการ์ดวาเลนไทน์เริ่มแพร่หลายปยังคนทุกชนชั้น และการ์ดวาเลนไทน์ใบแรกที่ถูกปรินต์ออกมาขายเป็นผลงานการออกแบบของ จอห์น แฟร์เบิร์น ซึ่งผลิตออกมาในปี 1797 เป็นการออกแบบที่ละเอียดอ่อนสวยงาม มีการวาดภาพของกามเทพ นกพิราบ และดอกไม้อยู่ร่วมกัน และการ์ดใบนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการ์ดวาเลนไทน์รูปแบบอื่น ๆ ในภายหลัง เช่น ใช้ไหมพรมถักประดิดประดอยอยู่บนการ์ด หรือปักลายลูกไม้ลงบนกระดาษ ซึ่งการ์ดบางชนิดใช้เวลาหลายเดือนในการผลิต

การประทับหนวดลงไปบนการ์ด ครั้งหนึ่งโลกของเราเคยมีการ์ดวาเลนไทน์ที่มีพื้นที่เว้นให้ชายหนุ่มได้นำหนวดเคราของตัวเองติดลงไปบนการ์ด โดยการ์ดวาเลนไทน์สัญชาติอังกฤษอายุ 100 ปีบวกใบนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 1900 ซึ่งผู้ออกแบบการ์ดใบนี้คือ แองกัส โทมัส และเฟย์ ไพรเออร์ ภัณฑารักษ์ผู้เคยนำการ์ดแปลก ๆ นี้ออกมาจัดแสดงใน York Castle Museum ประเทศอังกฤษ ให้ความเห็นไว้ว่า “คนยุคนั้นมักมีความคิดแปลก ๆ เกี่ยวกับเรื่องความรัก พวกเขารักความแปลก ชอบความประหลาด และไม่ค่อยเอามันออกมาอวดในที่สาธารณะเท่าไร มันคงจะโรแมนติกดีที่ได้รับการ์ดที่มีหนวดของผู้ชายที่เรารักติดอยู่”

การ์ดวิเนการ์ ( Vinegar Card ) เป็นประเภทของการ์ดวาเลนไทน์ชวนขันที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1840-1940 กับการตีความให้การ์ดวาเลนไทน์เป็นการสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้รับ บ้างก็ส่งให้กันเพื่อนเพื่อเยาะเย้ย ดูแคลน หรือส่งให้กับคนที่เกลียด และมันฮิตมาก ๆ ในยุคนั้น โดยการ์ดวิเนการ์ดังกล่าวจะมีภาพการ์ตูนหน้าตาอัปลักษณ์ มีถ้อยความอันน่ารังเกียจอยู่บนนั้น ซึ่งการ์ดแต่ละใบที่ถูกส่งนั้นก็จะเลือกภาพตามนิสัยผู้รับ หรือภาพที่ล้อเลียนลักษณะรูปร่างของผู้รับ และเพื่อสร้างความบาดหมางทางความรู้สึกที่มากขึ้น ผู้รับปลายทางจะต้องชำระเงินค่ารับการ์ดนี้เองด้วย

สรุป

การ์ดวาเลนไทน์ ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ต่างถูกพัฒนารูปแบบ และการออกแบบมาตลอดระยะเวลากว่า 600 ปี จากการ์ดใบเล็ก ๆ ที่เป็นเหมือนพยานความรู้สึกของคนสองคนสู่ไอเทมชิ้นสำคัญในทุก ๆ วาเลนไทน์ ซึ่งถ้าหากคุณไม่รู้ว่าจะมอบของขวัญอะไรให้กับคนรัก หรือคนพิเศษในวันวาเลนไทน์ การ์ดวาเลนไทน์ ก็เป็นอีกหนึ่งของขวัญที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้รับได้เป็นอย่างดี และถ้าคุณเป็นคนออกแบบการ์ดวาเลนไทน์เอง จะยิ่งทำให้การ์ดใบนั้นพิเศษมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การมอบการ์ดวาเลนไทน์ ยังเป็นการแสดงความรัก พร้อมบอกความรู้สึกผ่านตัวอักษรที่คุณเขียนลงไป เพื่อบอกความในใจที่คุณมีให้กับคนรักได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

สำหรับใครที่สนใจอยากทำการ์ดวาเลนไทน์ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตการ์ดวาเลนไทน์ และการ์ดอื่น ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รวมแคปชั่นคำคมวาเลนไทน์ 2023 / 2566

สำหรับวันวาเลนไทน์ที่ใกล้จะถึงนี้ เราก็ได้มีการรวมแคปชั่นคำคมวาเลนไทน์ 2023 / 2566 มาฝากทั้งคนมีคู่ ที่โพสต์รูปคู่โชว์ความหวาน พร้อมกับแคปชั่นน่ารัก แคปชั่นคลั่งรักแบบสุด ๆ หรือจะเป็นคนโสด ที่อยู่ในโหมดตามจีบ หรือโหมดเศร้า ๆ เหงา ๆ หรือจะโปรโมทตัวเอง มาให้เลือกโพสต์กันตามชอบ พร้อมรับยอดไลก์แบบปัง ๆ กันค่ะ

รวมแคปชั่นคำคมวาเลนไทน์ 2023 / 2566

  1. วันวาเลนไทน์ ไม่ได้มีหนเดียว โสดไม่แห้งเหี่ยว เดี๋ยวก็เวียนมาถึงเรา
  2. อั่งเปาก็ไม่ได้ วาเลนไทน์ก็ไม่มีคู่
  3. วาเลนไทน์นี้ ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่มีใคร โปรดจงรู้ไว้ ว่าคุณยังมีงาน
  4. กุมภาฯ แล้ว แต่เมื่อไหร่จะมีคนกุมมือ
  5. ไม่มีหรอกแคปชั่นวันวาเลนไทน์ ขนาดคนข้างกายยังไม่มีเล้ยย
  6. เตรียมเหล้า เตรียมโซดา 14 กุมภา “วันโสด”
  7. เดือนแห่งความรักทั้งที คนข้างกายก็ไม่มีเช่นเดิม
  8. จะวาเลนไทน์ หรือวันไหน ๆ ก็ไม่สำคัญ เท่าวัน “เงินเดือนออก”
  9. ตรุษจีนก็ไม่มีอั่งเปา วาเลนไทน์ก็เหงา ไม่มีแฟน
  10. วาเลนไทน์คนอื่นคงได้กุหลาบ แต่เราคงได้แค่นั่งกินกล้วยฉาบดูเขารักกัน
  11. เข้ากุมภาแล้ว ยังหาแฟนไม่ได้เลย
  12. คนโสดโปรดทำใจ เพราะสถานีต่อไป วาเลนไทน์
  13. หน้าหนาวยังอยู่ได้ วาเลนไทน์สบายมากกกกก
  14. วาเลนไทน์แล้วไง เราคนไทยรู้จักแต่วันมาฆบูชา
  15. วาเลนไทน์นี้ลองมาเดินด้วยกันไหม ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวเดินมาส่ง
  16. กุมภานะไม่ใช่กุมใจ จะแคร์ทำไมแค่ไม่มีใครให้กุมมือ
  17. อยู่โสด ๆ มาตั้งนาน ทำมาเป็นทรมานช่วงเดือนกุมภา
  18. ไม่มีแฟนให้อิน เลยไม่ฟินกับเดือนกุมภา
  19. เดือนกุมภาพยายามเป็นแล้วคนดี แต่สุดท้ายเป็นคนโสด
  20. จะอัพรูปวันวาเลนไทน์ทั้งที หาแคปชั่นยากพอ ๆ กับหาแฟนเลย
  21. วาเลนไทน์นี้จีบตัวเองได้มั้ย คนบ้าอะไรน่ารักชะมัด
  22. กุมภามีวาเลนไทน์ ส่วนคนข้างกายเรายังไม่มี
  23. เดือนสองของปี ก็อยากจะมีคนดีของใจ
  24. ต้องกุมภาอีกกี่รอบ ถึงจะเจอคนที่ชอบสักที
  25. มกราผ่านไป แต่คนมีใจก็ยังไม่ผ่านมา
  26. ขาดอากาศคือตาย ขาดคนข้างกายคือโสดค่ะ
  27. เดือนนี้ไม่มีใคร แต่เดือนหน้ามีนาชัวร์
  28. โล่งใจแล้วจมูกยังได้กลิ่นดี เพราะเดือนนี้เหม็นความรัก
  29. กุหลาบแท้เหี่ยวใน 3 วัน กุหลาบแบงค์พันอยู่ได้น๊านนาน
  30. มีแต่คนบอกอ้วน ไม่เห็นมีคนบอกรักเลยอ่ะ
  31. ไม่รู้หรอกนะเธอผ่านอะไรมาบ้าง แต่ถ้าผ่านร้านดอกไม้ ซื้อมาให้ด้วย
  32. ไม่จำเป็นหรอกดอกกุหลาบ แค่ในบัญชีมีเงินฝากก็พอ
  33. บันไดมีหลายขั้น แต่รักเรานั้นไม่มีหลายใจ
  34. พูดไม่ค่อยเก่ง แต่รักหมดใจ ถ้ารู้ว่าชอบอะไรเก็บตังซื้อเอง
  35. แรก ๆ ก็โสดเป็นพิธี แต่พอผ่านมาหลายปี ก็โสดจนเป็นตำนาน
  36. ชอบถ่ายรูปให้มีที่ว่าง เพราะรอคนข้าง ๆ มาเติมเต็ม
  37. โสดโอนไว มีความจริงใจแถมให้ด้วย
  38. หยุดเหยียบย่ำหัวใจ แล้วมาเหยียบหลังเราเถอะ
  39. ใส่ใจได้แค่มอง ใส่ทองได้จำนำ
  40. มุกเสี่ยวมีเป็นแสน แต่คนควงแขนยังไม่มี
  41. ลักเธอได้ไหม ในฐานะขโมยก็ยอม
  42. กุมภาพันธ์คือเดือนที่สองของปี แต่เธอคนดีคือคนที่อยู่ครองใจ
  43. กุมภาอีกกี่รอบ ก็ชอบเธออยู่ดี
  44. เริ่มต้นเดือนกุมภาทั้งที ก็ยกให้คุณเป็นเรื่องดี ๆ รับวาเลนไทน์ก็แล้วกัน
  45. 14 กุมภาพันธ์วันแห่งความรัก แต่เธอดันน่ารักไม่พักเลย
  46. วันที่ 14 นี้เธอว่างไหม ไปเริ่มต้นวันแห่งความรักด้วยกันป่าว
  47. เดือนที่สองเรียกว่ากุมภา แต่ถ้าเธอสบตาเรียกว่ามีใจ
  48. สวัสดีเดือนกุมภา ถ้าเธอเดินเข้ามา จะได้มากุมมือกัน
  49. ก้าวแรกว่าสำคัญ แต่ก้าวไปด้วยกันสำคัญกว่า
  50. อันนี้ผมยุ่ง ถ้าผมรักคุณจะเป็นอีกแบบ

สรุป

ใครชอบแคปชั่นไหนก็สามารถเลือกไปโพสต์ได้ตามชอบเลยค่ะ จะโพสต์แค่แคปชั่นเดี่ยว ๆ หรือจะโพสต์แคปชั่นพร้อมรูปภาพ ก็เพิ่มความปัง เพิ่มยอดไลก์ได้เช่นกันค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รูปภาพ: pexels.com

เทรนด์สีมาแรงแห่งปี Color Trend 2023

เทรนด์สีแห่งปี 2023 จะเป็นยุคแห่งการฟื้นฟูในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 7 สี โดยแต่ละสีจะสะท้อนบรรยากาศของโลก และผู้คนที่กำลังถูกปลุกให้พร้อมปรับตัวหลังจากเจอวิกฤตกันมามากมาย สีสันของปี 2023 จึงจะเป็นเฉดที่ให้ความรู้สึกของการกลับมามองโลกในแง่บวกยิ่งขึ้น พลังแห่งความหวัง และความมั่นคง ซึ่ง 7 เทรนด์สีปี 2023 จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

เทรนด์สีมาแรงแห่งปี 2023

Elfin Yellow สีเหลืองอ่อน

รหัส Pantone 11-0620 tcx เป็นสีเหลืองที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยน สบายตา มีความสุข สุนทรียภาพ รวมถึงสะท้อนความรักษ์โลก และเป็นธรรมชาติ ซึ่งสีเหลืองอ่อนนี้ เริ่มใช้แทนสีขาวในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยธุรกิจที่มักนำมาใช้จะเป็นธุรกิจของแต่งบ้าน และแฟชั่น

Golden Apricot สีส้มแอปริคอต

รหัส Pantone 14-1041 tcx เป็นสีที่ให้ความรู้สึกหวนถึงอดีต อบอุ่น รู้สึกสนุกสนาน และความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะนวัตกรรมยุค 80 ที่เรียกว่าเรโทรที่จะเข้ามาผสมกับความทันสมัยในยุคดิจิทัล เหมาะกับการนำมาใช้ในธุรกิจแฟชั่นเครื่องแต่งกาย งานถักทอ และงานออกแบบภายใน

Lime Green สีเขียวมะนาว

รหัส Pantone 14-0452 tcx เป็นสีเขียวที่สื่อถึงความเท่าเทียม ความสดชื่น สดใส มีชีวิตชีวา เป็นค่านิยมของคนรุ่นใหม่ และยังเป็นสีที่เชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อม และสุนทรียภาพบนโลกดิจิทัลของ Gen Z อีกด้วย เหมาะกับการนำมาใช้ในธุรกิจแฟชั่น และแบรนด์ที่เน้นการออกแบบ

Deep Lake สีเขียวอมฟ้า

รหัส Pantone 18-4834 tcx เป็นสีฟ้าที่ให้ความรู้สึกถึงพลังการขับเคลื่อน ความกล้าหาญ แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันก็เป็นสีที่สร้างความรู้สึกปลอบประโลม การฟื้นฟู และการเปิดใจ อีกทั้งยังเป็นสีที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ อย่างมีพลัง เหมาะกับการนำมาใช้ในธุรกิจด้านแฟชั่น กีฬา และการออกแบบภายใน

Scarlet Sage สีแดงก่ำ

รหัส Pantone 19-1559 tcx เป็นสีแดงที่สะท้อนถึงพลังการทำงาน ความปราถนา ความหลงใหล และเสน่ห์ที่สะดุดตา ทั้งนี้สีแดงก่ำ ยังเป็นเฉดสีที่ถูกคาดการ์ณไว้ว่าจะกลายเป็นสีหลักในฤดูร้อนปี 2023 เหมาะกับการนำมาใช้ในธุรกิจด้านออกแบบภายใน และวงการศิลปะ

Phlox สีม่วงเข้ม

รหัส Pantone 19-2820 tcx เป็นสีม่วงที่เป็นตัวแทนของความเหนือจริง สะท้อนนิยามของโลกดิจิทัล Metaverse เหนือจินตนาการ และอาจกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของการสร้างปฎิสัมพันธ์ทางเครือข่ายกับสินค้า และงานช่างฝีมือดิจิทัลที่ปราศจากวัสดุจริง เหมาะกับธุรกิจที่ออกแบบภายใน คริปโต ดิจิทัล และศิลปะ

Moonless Night สีดำเทา

รหัส Pantone 19-4203 tcx เป็นสีดำที่สะท้อนถึงความเย้ายวน หรูหรา ชัดเจน ตรงไปตรงมา และพลังที่กล้าเปลี่ยนแปลงท่ามกลางปัญหามากมาย รวมไปถึงความต้องการให้แบรนด์หันมาให้ความสำคัญกับสังคม และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เหมาะกับธุรกิจด้านโฆษณา กีฬา และด้านอาหาร

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับ 7 เทรนด์สีมาแรงแห่งปี 2023 ที่แต่ละสีมีความสวยงาม มีความหมายที่แสดงถึงการเริ่มต้นใหม่ พร้อมกับความสดใสที่มากยิ่งขึ้น ดังนั้น เมื่อคุณทราบ 7 เทรนด์สีมาแรงแห่งปี 2023 แล้ว ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รวมปีชง 2566 พร้อมเคล็ดลับวิธีแก้

ในแต่ละปีจะมีปีชง 1 ปีนักษัตร และปีชงร่วมอีก 3 ปีนักษัตร ซึ่งในปี 2566 นี้ ปีนักษัตร ระกา (ปีไก่) เป็นปีชง 100% ในส่วนของปีเถาะ (กระต่าย) ปีชวด (ปีหนู) และปีมะเมีย (ปีม้า) เป็นปีชงร่วม ซึ่งปีชง มีความเชื่อว่า หากปีนั้นเป็นปีชงของปีนักษัตรไหน ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะเกิดอุปสรรค ทำอะไรก็จะเกิดปัญหาติดขัด ไม่ราบรื่น แต่จะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด หรือเกี่ยวกับเรื่องใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละปีนักษัตรเช่นกัน และเพื่อเป็นการแก้ปีชง และการเสริมดวง ให้ปีนี้เป็นปีที่ดี ในบทความนี้เราก็มีเคล็ดลับวิธีแก้ปีชง 2566 มาฝากกันค่ะ

รวมปีชง 2566 พร้อมเคล็ดวิธีแก้ ช่วยเสริมดวง

ปีชง และปีชงร่วมในปี 2566

  • ปีระกา (ปีไก่) ชง 100% หรือคนที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2476, 2488, 2500, 2512, 2524, 2536, 2548, 2560 ซึ่งคนที่เกิดในปีระกาจึงมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่ดี หรือพบเจอกับอุปสรรคมากกว่าปกติ
  • ปีเถาะ (ปีกระต่าย) หรือผู้ที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2470, 2482, 2494, 2506, 2518, 2530, 2542, 2554 เป็นการชงร่วมแบบชงปีนักษัตรตัวเอง มีเกณฑ์จะมีปัญหาด้านการเงิน และความรัก
  • ปีชวด (ปีหนู) หรือผู้ที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2467, 2479, 2491, 2503, 2515, 2527, 2539, 2551 เป็นอีกปีนักษัตรที่มีการชงร่วม มีผลกระทบในทางที่ร้าย มีโอกาสเกิดปัญหาเดือดเนื้อร้อนใจ
  • ปีมะเมีย (ม้า) หรือผู้ที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2473, 2485, 2497, 2509, 2521, 2533, 2545, 2557 เป็นปีนักษัตรสุดท้ายที่มีการชงร่วม มีโอกาสที่จะเจ็บไข้ได้ป่วย ให้ระวังเรื่องความเครียด และอุบัติเหตุ

วิธีแก้ปีชง 2566

  • ไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมได้
  • ทำบุญช่วยชีวิตสัตว์ต่าง ๆ เช่นการไถ่ชีวิตโค กระบือ ปล่อยนกปล่อยปลา การบริจาคโลหิต ฯลฯ
  • ไหว้พระ 9 วัด ช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิต

แนะนำวิธีแก้ปีชง และการเสริมดวงชะตาของแต่ละปีชง

  • วิธีแก้ปีชง ปีระกา ให้หมั่นทำบุญปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ทำบุญบริจาคโลงศพคนไร้ญาติ
  • วิธีแก้ชง ปีเถาะ ให้เน้นการไถ่ชีวิตโคกระบือ ปล่อยนก ปล่อยปลา บริจาคยารักษาโรค
  • วิธีแก้ชง ปีชวด ให้ถวายสังฆทาน ถวายเทียน และหมั่นเติมน้ำมันตะเกียงทุกครั้งที่ทำบุญ
  • วิธีแก้ชง ปีมะเมีย ให้ไปบริจาคเลือด บริจาคน้ำดื่มน้ำปานะ ทำบุญกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์

สถานที่แก้ปีชง 2566

1. วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่

ที่อยู่: 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการ: 08:00 – 16:00 น.

2. วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2

ที่อยู่: ถนนเทศบาล 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี

วันเวลาทำการ: 08:00 – 16:00 น.

3. วัดโพธิ์แมนคุณาราม หรือ วัดโผวมึ้งปออึ่งยี่

ที่อยู่: 323 ถนนสาธุประดิษฐ์ ซอย19 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการ: 08:30 – 16:30 น.

4. วัดทิพยวารีวิหาร หรือ วัดกัมโล่วยี่

ที่อยู่: 119 ซอยทิพย์วารี แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการ: 06:00 – 17:00 น.

5. ศาลเจ้าพ่อเสือ

ที่อยู่: ถนนตะนาว แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการ: 06:00 – 17:00 น.

ของไหว้ และวิธีการไหว้แก้ปีชง 2566

  1. ส้มมงคล (ไต้กิก) 1 จาน ไหว้เสร็จแล้วนำกลับบ้านไปกินจะได้เป็นมงคลกับตัวเอง เฮง ๆ รวย ๆ ตลอดทั้งปี
  2. น้ำมันเติมตะเกียง 1 ขวด หมายถึงชีวิตจะได้รุ่งเรืองโชติช่วงตลอดทั้งปี
  3. กระดาษหงิ่งเตี๋ย หรือกระดาษเงินกระดาษทอง 13 แผ่น พร้อมเทียบแดง เขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ถ้าเป็นการแก้ชงตัวเองให้นำกระดาษหงิ่งเตี๋ยมาปัดที่ตัวเอง 13 ครั้ง (ปออุ่ง) ปัดลงมาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าจนสุดแขน ฝากกระดาษไว้ไม่ต้องเผา
  4. นำซองที่บรรจุดวงชะตา ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ฝากไว้ที่ศาลเจ้าเพื่อให้พระจีนได้สวดมนต์ (พะเก่ง) ทำพิธีเสริมดวงชะตาให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย เป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี

สรุป

การแก้ปีชง นอกจากจะช่วยเสริมดวง แก้เรื่องร้ายให้กลายเป็นดี และเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตแล้ว ยังทำให้รู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้อยากให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นปีนักษัตรไหน ขอให้ใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีสติ และไม่ประมาทนะคะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ความเป็นมาของซองอั่งเปา ที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้

ใกล้จะถึงเทศกาลสำคัญประจำปีของคนไทยเชื้อสายจีน อย่าง วันตรุษจีน ที่มีการไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติ อีกทั้งยังรวมญาติ และกิจกรรมอื่น ๆ รวมไปถึงการรับอั่งเปา ที่เด็ก ๆ ต่างตั้งตารอคอยวันนี้มาตลอด เพราะเป็นวันที่จะได้รับซองแดงใส่เงินขวัญถุง จากผู้ใหญ่เพื่อให้โชคดีตลอดทั้งปี ซึ่งประเพณีการให้เงินในเทศกาลสำคัญหรือวโรกาสอันเป็นมงคลนั้นมีมานานมาก ๆ แล้วในประวัติศาสตร์ของจีน และกระจายไปทั่วโลกจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พบเห็นกันได้ทั่วไปในยุคปัจจุบัน ผ่านการอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวจีน ที่พกเอาวัฒนธรรมของตนเองไปด้วยทุกแห่งหน ดังนั้น ในบทความนี้เราก็จะพาทุกคนไปดูความเป็นมาของซองอั่งเปา ที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้ มาฝากกันค่ะ

ความเป็นมาของซองอั่งเปา

อั่งเปา คือ ซองสีแดงใส่เงิน ที่ผู้ใหญ่หรือคู่แต่งงานมักมอบให้กับเด็ก ๆ หรือหนุ่มสาวที่ยังโสด เพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาล หรืองานสังสรรค์ต่าง ๆ เช่น เทศกาลตรุษจีน งานแต่งงาน งานฉลองวันเกิด ฯลฯ สีแดงของซองนั้นหมายถึง โชคดี แถมยังเป็นสัญลักษณ์ของการขับไล่วิญญาณร้าย บนซองอั่งเปานิยมพิมพ์ภาพมงคลประกอบ เพื่อสื่อถึงคำอวยพร และความปรารถนาดีที่มอบให้กับผู้รับ

ตำนานของซองอั่งเปา

เชื่อกันว่าธรรมเนียมให้อั่งเปามีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉิน (221-206 ปีก่อนคริสตกาล) คนเฒ่าคนแก่มักจะนำเหรียญที่ร้อยเชือกสีแดงมอบเป็นของขวัญให้กับเด็ก ๆ โดยเรียกเหรียญเหล่านั้นว่า ‘ยาซุ่ยเฉียน’ (压祟钱) หมายถึง ‘เงินขับไล่วิญญาณชั่วร้าย’ ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยป้องกันภยันอันตราย และปัดเป่าโรคภัยแก่ผู้รับ

ยาซุ่ยเฉียนมีตำนานมาจากนิทานพื้นบ้าน เกี่ยวกับปีศาจร้ายนามว่า ‘ซุ่ย’ ที่ทั่วกายเป็นสีดำสนิท ยกเว้นบริเวณมือที่ไม่มีสี โดยในคืนส่งท้ายปีเก่าของจีน (除夕) ปีศาจซุ่ยจะมาแตะศีรษะของเด็กที่กำลังหลับจำนวน 3 ครั้ง ทำให้เด็กล้มป่วยอย่างหนัก หรือเสียชีวิตในท้ายที่สุด จนกระทั่ง สามีภรรยาคู่หนึ่งตัดสินใจสวดอ้อนวอนขอให้เทพเจ้าช่วยคุ้มครองลูกของพวกเขา เมื่อเทพเจ้าได้ยินคำอธิษฐาน จึงส่งนางฟ้า 8 องค์ลงมาช่วยเหลือ นางฟ้าทั้ง 8 แปลงร่างเป็นเหรียญจำนวน 8 เหรียญห่อด้วยกระดาษสีแดง และเฝ้ารออยู่ใต้หมอนของเด็กน้อย

ในคืนที่ทุกคนกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา ปีศาจซุ่ยก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมมุ่งหน้าไปยังเตียงของเด็กน้อย ทันใดนั้นลำแสงสีทองก็พุ่งออกมาจากกระดาษสีแดง จนทำให้ปีศาจซุ่ยตกใจกลัว และอันตรธานหายไป เรื่องราวอันน่าอัศจรรย์นี้ถูกเล่าปากต่อปากไปทั่วหมู่บ้าน ภายหลังชาวบ้านจึงเริ่มห่อเหรียญด้วยกระดาษสีแดง เพื่อปกป้องเด็ก ๆ ให้รอดพ้นจากปีศาจร้าย เมื่อเวลาผ่านไปบทบาทของยาซุ่ยเฉียน หรือเงินในกระดาษแดง (อั่งเปา) ในฐานะสิ่งปัดเป่าภยันตรายก็ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยการเป็นสัญลักษณ์แห่งความปรารถนาดี และการอวยพรให้แก่เด็ก ๆ

อีกหนึ่งตำนานคือที่มาของคำว่า ‘อั่งเปา’ ซึ่งในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 960-1279) โดยเริ่มที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ได้ถูกปีศาจที่มีลักษณะคล้ายมังกรยักษ์เข้าอาละวาดโจมตี สร้างความปั่นป่วนไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นนักรบหรืออัศวินจากทั่วทุกสารทิศก็ไม่สามารถที่จะปราบอสูรตนนี้ลงได้เลย จนกระทั่ง ‘อั่งเปา’ (紅包) เด็กกำพร้า ซึ่งมาพร้อมดาบกายสิทธิ์ที่ได้รับสืบทอดจากบรรพุรุษ ปรากฏกายขึ้น และเข้าต่อสู้กับปีศาจตนนี้อย่างดุเดือด ในที่สุดเขาก็สามารถปราบมันลงได้ และนำพาเอาความสงบสุขกลับคืนสู่หมู่บ้านได้สำเร็จ เพื่อตอบแทนบุญคุณของเขา ชาวบ้านจึงนำเงินบรรจุในซองแดง มอบให้เป็นของตอบแทน ซึ่งกลายเป็นฮีโร่ และสัญลักษณ์ของความดีงามไปหลังจากนั้น

ทั้งหมดก็เป็นตำนานที่ถูกเล่าขานมาอย่างยาวนานถึงที่มาของ อั่งเปา และในปัจจุบัน คำว่า ยาซุ่ยเฉียน (压祟钱 – เงินขับไล่วิญญาณชั่วร้าย) มักถูกเขียนเป็นคำว่า ‘ยาซุ่ยเฉียน’ (压岁钱-เงินเพื่อปัดเป่าความชรา) ทั้งยังถูกเปลี่ยนมาใส่ซองสีแดงแทนกระดาษห่อสีแดง แถมหลายปีมานี้ ยังมีซองหลากสีสันทั้งส้ม ชมพู เหลืองออกมาด้วย แต่แม้ว่าทั้งชื่อและลักษณะจะเปลี่ยนแปลงไป แต่นัยยะความสำคัญยังแฝงด้วยความปรารถนาดี

สรุป

สำหรับธรรมเนียมปฏิบัติในปัจจุบันของการให้อั่งเปานั้น ยังคงยึดตามหลักเดิมเสียส่วนใหญ่ กล่าวคือผู้ใหญ่จะให้อั่งเปากับเด็ก ๆ จนถึงช่วงอายุหนึ่ง ส่วนใหญ่จะให้จนกว่าเด็ก ๆ จะมีงานทำ รวมไปถึงผู้อาวุโสหรือคู่แต่งงานก็สามารถเป็นผู้ให้ได้เช่นกัน ในเรื่องของจำนวนเงินนั้นมักจะให้กันเป็นเลขคู่หรือจำนวนที่ลงตัว และต้องไม่มีเลขสี่ เพราะถือว่าเป็นเลขอัปมงคลจากการอ่านออกเสียงเหมือนกับคำว่า ‘ตาย’ อีกหนึ่งธรรมเนียมคือไม่ควรเปิดซองต่อหน้าผู้ให้ ควรจะไปเปิดรวมกันทีหลังเมื่อเสร็จสิ้นงานแล้ว เพื่อช่วยปิดบังยอดเงินได้ด้วย ทำให้กระบวนการ ‘ให้’ นั้นเท่าเทียม และราบรื่นขึ้น

สำหรับใครที่สนใจอยากทำซองอั่งเปา และสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตซองอั่งเปา และสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะเป็น โปสการ์ด ปฏิทินจีน และกล่องบรรจุภัณฑ์ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แจกฟอนต์ต้อนรับตรุษจีน ใช้แล้วเฮง ใช้แล้วรวย!

วันตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหาฟอนต์ต้อนรับตรุษจีนสวย ๆ วันนี้เราก็จะมาแจกฟอนต์ต้อนรับตรุษจีน ใช้แล้วเฮง ใช้แล้วรวย ซึ่งสามารถนำไปใช้กับงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับวันตรุษจีนได้เลยค่ะ รับรองว่าแต่ละฟอนต์ที่เรานำมาแจก มีความเป็นสไตล์จีน ๆ ที่ใช้งานง่าย และใช้ได้หลากหลายแน่นอนค่ะ

แจกฟอนต์ต้อนรับตรุษจีน

ฟอนต์ อาณาจักร (Anachak)

ฟอนต์ อาณาจักร เป็นฟอนต์ที่มีโครงสร้างเหลี่ยมมีเชิง ขับเน้นความคมแหลมคมตรงช่วงจบเส้น และฐานเชิง ให้ความรู้สึกหนักแน่น น่าเกรงขาม ยิ่งใหญ่ และดุร้าย เหมาะสำหรับการพาดหัวสำหรับสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น Packaging, Print Ad และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ยังมีให้ถึง 18 สไตล์ ซึ่งเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.f0nt.com/release/anachak/

 

ฟอนต์ เสี่ยวหลงเปา (MN XIAO LONG PAO)

ฟอนต์ เสี่ยวหลงเปา เป็นฟอนต์สไตล์จีน ๆ ที่สวย อ่านง่าย มีเอกลักษณ์ และมีให้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และมีตัวเลข ถือเป็นอีกฟอนต์ที่เหมาะสำหรับใช้ช่วงเทศกาลตรุษจีน เพิ่มความเฮง และความปังมากขึ้น

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.f0nt.com/release/mn-xiao-long-pao/

 

ฟอนต์ ซาลาเปา

ฟอนต์ ซาลาเปา เป็นฟอนต์สไตล์ภาษาจีน มีให้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ มีตัวเลข และสัญลักษณ์ ให้สามารถใช้กันได้แบบครบถ้วน ทั้งนี้ตัวฟอนต์ยังมีความน่ารัก ใช้งานง่าย และเป็นเอกลักษณ์ น่าใช้มาก ๆ

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.f0nt.com/release/baozi/

 

ฟอนต์ ติ่มซำ (Dimsum)

ฟอนต์ ติ่มซำ เป็นเป็นฟอนต์สไตล์จีนเท่ ๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งฟอนต์มีให้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ มีตัวเลข และสัญลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีความหนาให้เลือกถึง 9 ระดับ ให้ได้เลือกใช้งานกันอีกด้วย

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.f0nt.com/release/dimsum/

 

ฟอนต์ ไท่เก๊ก (Thai Kek)

ฟอนต์ ไท่เก๊ก เป็นเป็นฟอนต์สไตล์จีน ที่มีความเท่ และมีสไตล์มาก ๆ ตัวฟอนต์ให้ความรู้สึกดุดัน เข้มแข็ง ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย  โดยฟอนต์มีให้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ มีตัวเลข และสัญลักษณ์

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.f0nt.com/release/j-devilfont-thai-kek/

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับฟอนต์ต้อนรับตรุษจีนที่เราได้นำมาฝากกัน แต่ละฟอนต์เป็นสไตล์จีน ๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ๆ ซึ่งเหมาะกับการนำไปใช้รับวันตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ ดังนั้น ใครชอบฟอนต์ไหน ก็สามารถไปดาวน์โหลดมาใช้งานได้ตามลิงค์ที่แนบไว้ให้ได้เลยค่ะ

สำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นซองอั่งเปา, โปสการ์ด, และกล่องบรรจุภัณฑ์ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Exit mobile version