สีพิเศษในงานพิมพ์คืออะไร? ต่างจากสีปกติยังไง?

ในการทำงานพิมพ์ต่าง ๆ จะใช้ระบบสี CMYK ซึ่งจะถูกนำไปผสมตามระบบงานพิมพ์ต่าง ๆ ให้เกิดสีตามไฟล์ Artwork ที่เราทำ แต่นอกจากงานพิมพ์ 4 สีปกติแล้ว ยังมีสีพิเศษ ซึ่งสีพิเศษในงานพิมพ์คืออะไร ต่างจากสีปกติยังไง วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ

สีพิเศษในงานพิมพ์คืออะไร?

สีพิเศษ หรือ สี Pantone เป็นการอ้างอิงค่าสีจากมาตรฐาน Pantone เป็นหลัก เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสีที่ตรงความต้องการ และงานพิมพ์ออกมาตรงที่สุด เพราะสีพิเศษ หรือ สี Pantone จะมีรหัสสีจำแนกไว้อย่างชัดเจน เพื่อความถูกต้อง และแม่นยำต่อการนำไปใช้ ซึ่งรหัสจะเป็นตัวเลข และตัวอักษรภาษาอังกฤษที่แบ่งหมวดหมู่สี เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกใช้งาน รวมถึงมีชื่อเรียกของแต่ละสีเฉพาะด้วย เช่น สี Rose Quartz รหัส 13-1520, สี Cactus 18-0130, สี Horizon Blue 16-4427 หรืออาจเป็นสีเหลืองรหัส 116 U เป็นต้น

สำหรับสีพิเศษที่นิยมใช้ คือ สี Pantone ต่าง ๆ โดยเลือกใช้สีที่ตรงกับโลโก้ของแบรนด์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร และสี Metallic เช่น สีทอง สีเงิน สีทองแดง สะท้อนแสง และสีเมทัลลิค มีทั้งแบบที่เป็นมันวาว มีความเงาของสี และแบบด้าน ซึ่งสีเหล่านี้เป็นสีที่พิมพ์ออกมาให้ตรงกับหน้าจอค่อนข้างยาก แต่การใช้สีพิเศษช่วยในการพิมพ์นั้น ทำให้งานพิมพ์ออกมาใกล้เคียงกับ Artwork ที่สุด และส่วนมากจะนิยมเน้นสีของโลโก้สินค้าหรือแบรนด์

สีพิเศษต่างจากสีปกติยังไง?

สีพิเศษ หรือ สี Pantone จะใช้หลักการที่ต่างจากการผสม 4 สีหลัก CMYK ที่ย่อมาจาก Cyan (สีฟ้า) Magenta (สีแดงอมม่วง) Yellow (สีเหลือง) และ Key (สีดำ) แต่ Pantone สีพิเศษในงานพิมพ์ ที่มีค่าสีเฉพาะตัว ต้องพิมพ์แยกโดยใช้แท่นพิมพ์เฉพาะ ทำให้กลายเป็นสีที่ 5 ในการพิมพ์ ซึ่งสีพิเศษ หรือ สี Pantone จะได้รับความนิยมจากลูกค้า เจ้าของธุรกิจ เจ้าของแบรนด์ต่าง ๆ เพราะช่วยสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับงานพิมพ์ได้ดีเลยทีเดียว และยังช่วยให้งานพิมพ์ของคุณดูพรีเมี่ยม มีมูลค่า และไม่ซ้ำใคร

งานพิมพ์ที่นิยมใช้สีพิเศษ

เนื่องจากสีพิเศษ หรือ สี Pantone เป็นสีที่มีความแม่นยำสูง ได้สีตรงตามต้องการ และสีไม่เพี้ยน จึงนิยมใช้ในงานที่ต้องการความแม่นยำได้เป็นอย่างดี เช่น สีของโลโก้บริษัท, สีขององค์กร, การกำหนดสีของธงชาติ เป็นต้น ดังนั้น สีพิเศษ หรือ สี Pantone จะอยู่ในงานพิมพ์ประเภท นามบัตร หนังสือ เมนูอาหาร การ์ดแต่งงาน กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ

สรุป

สีพิเศษ หรือ สี Pantone เป็นสีที่งานพิมพ์ออกมาตรงที่สุด และสี Metallic ไม่ว่าจะเป็นสีทอง สีเงิน สีทองแดง ส่วนมากจะนิยมใช้เน้นสีของโลโก้สินค้าหรือแบรนด์ ดังนั้น สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร แผ่นพับ โปสเตอร์ คูปอง การ์ดเชิญ ปฏิทิน เมนูอาหาร หนังสือ กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รูปภาพ: ecoenclose.com และ behance.net

ชี้พิกัดสถานที่ท่องเที่ยวช่วงหน้าฝน รับความเย็นชุ่มฉ่ำ เติมพลังในการทำงาน

ช่วงหน้าฝนของประเทศไทย จะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม ดังนั้น สำหรับใครที่ชอบการท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน ชอบบรรยากาศแห่งความชุ่มฉ่ำ ได้สัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติ อากาศเย็นสบาย ๆ เหมือนได้ชาร์จพลังชีวิต ช่วยเติมพลังในการทำงาน ดังนั้น วันนี้เราก็จะมาชี้พิกัดสถานที่ท่องเที่ยวช่วงหน้าฝน รับความเย็นชุ่มฉ่ำ มาฝากทุกคน ไว้เป็นตัวเลือกสำหรับการไปเที่ยวในทริปต่อไปกันค่ะ

ชี้พิกัดสถานที่ท่องเที่ยวช่วงหน้าฝน

บ้านแม่กำปอง เชียงใหม่

บ้านแม่กำปอง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เพราะในหมู่บ้านมีความสวยงาม และเอกลักษณ์ โดยลักษณะการตั้งบ้านเรือนของบ้านแม่กำปองจะตั้งเรียงรายในหุบเขารวมถึงสองฝั่งของลำห้วย หมู่บ้านแห่งนี้รายล้อมไปด้วยภูเขา ไร่ชา ไร่กาแฟ น้ำตก และป่าที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปีจึงเหมาะแก่การเดินทางมาท่องเที่ยว และพักผ่อนเป็นอย่างมาก โดยอาจเลือกเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือนอนพักโฮมสเตย์ของชาวบ้านก็ได้เช่นกันค่ะ

ที่ตั้ง: หมู่บ้านแม่กำปอง ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

 

น้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ

น้ำตกถ้ำพระ ตั้งอยู่ในบริเวณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ซึ่งที่นี่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น ที่ไหลอยู่บนภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ โดยชั้นแรก จะเป็นธารน้ำตกไหลลดหลั่นลงสู่แอ่งน้ำกว้าง ในบริเวณนี้น้ำจะค่อนข้างลึก ในส่วนของชั้นที่ 2 นั้น จะเป็นลำธารหลายสาย มีน้ำไหลแรง แต่แอ่งน้ำจะตื้นไม่ลึกมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลยนิยมมาเล่นน้ำที่ชั้นนี้ โดยจะมีไฮไลท์ของชั้นนี้ คือ สไลเดอร์ธรรมชาติ ที่เราสามารถสไลด์ตัวลงมาตามร่องน้ำได้ และชั้นที่ 3 นั้น จะอยู่บริเวณเหนือฝายขึ้นไป ตรงชั้นนี้เราสามารถเห็นน้ำตกไหลจากหน้าผาลงสู่แอ่งน้ำด้านล่างได้อย่างชัดเจน เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝนที่ไม่ควรพลาดค่ะ

ที่ตั้ง: ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

 

เขาค้อ เพชรบูรณ์

เขาค้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ที่สำคัญที่นี่ได้สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติที่สวย พร้อมกับชมทะเลหมอกได้แบบฟิน ๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น พระตำหนักเขาค้อ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เขาย่า อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อหรือจุดชมวิวกังหันลมเขาค้อ ให้คุณได้ไปเที่ยวในช่วงหน้าฝนได้แบบชุ่มฉ่ำหัวใจ ดังนั้น เขาค้อ จึงเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝนที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ

ที่ตั้ง: ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

 

สังขละบุรี กาญจนบุรี

สังขละบุรี เป็นชุมชนมอญเล็ก ๆ ใกล้ชายแดนเมียนมา บรรยากาศของเมืองที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ซึ่งที่นี่ยังมีสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี ซึ่งการมาเที่ยวที่นี่ยังได้สัมผัสวัฒนธรรมของเพื่อนบ้านต่างชาติพันธุ์ เช่น พิธีตักบาตรมอญ และพลาดไม่ได้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand อย่างวัดใต้น้ำ หรือ วัดวังก์วิเวการามเดิม นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น วัดสมเด็จ เก่า, น้ำตกเกริงกระเวีย, ด่านเจดีย์สามองค์, จุดชมวิวป้อมปี่ เป็นต้น ต้องบอกเลยว่าสังขละบุรี เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาดในช่วงหน้าฝนแบบนี้เลยค่ะ

ที่ตั้ง: ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

 

เขื่อนเชี่ยวหลาน สุราษฎร์ธานี

เขื่อนเชี่ยวหลาน ถูกขนานนามว่าเป็น กุ้ยหลินเมืองไทย เนื่องจากมีน้ำใส ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูน สโลว์ไลฟ์ด้วยที่พักแพ ซึ่งเหมาะที่จะมาในช่วงหน้าฝน เพราะน้ำจะเต็มเขื่อนเชี่ยวหลาน ประกอบกับพืชพรรณต่าง ๆ เติบโตงอกงาม นอกจากนี้ที่นี่ก็มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งล่องเรือรอบทะเลสาบ ชมสถานที่ต่าง ๆ อย่าง เขาสามเกลอ ทะเลใน ถ้ำปะการัง หรือจะไปปีนเขาชมทิวทัศน์ที่จุดชมวิวไกรสร หรือจะกลับมาพายเรือคายัค นอนแพ ดูดาวดื่มด่ำบรรยากาศดี ๆ ในช่วงหน้าฝนก็ได้เช่นกันค่ะ

ที่ตั้ง: ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับพิกัดสถานที่ท่องเที่ยวช่วงหน้าฝน ที่แต่ละสถานที่น่าไปมาก ๆ มีทั้งขึ้นภูเขา ลงเล่นน้ำ เดินป่า ใครชอบสถานที่ท่องเที่ยวสไตล์ไหน ก็เลือกไปที่นั่นกันได้เลยค่ะ แต่ละรับรองว่าทุกที่สวยถูกใจแน่นอนค่ะ แต่ทั้งนี้ในการไปเที่ยวช่วงหน้าฝน ก็ต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีนะคะ เพื่อให้การไปเที่ยวสนุก และกลับมาจะได้มีพลังในการทำงานกันต่อค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ทำความรู้จักกับระบบสี RGB และ CMYK คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ

ระบบสี RGB และระบบสี CMYK เป็นระบบสีที่มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งการออกแบบ แสดงบนรูปภาพ และการพิมพ์ งานพิมพ์ต่าง ๆ ซึ่งในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับระบบสี RGB และ CMYK ว่าคืออะไร มีความแตกต่างกันอย่างไร และระบบสีแต่ละแบบต้องใช้งานกับสิ่งใด วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกันค่ะ

ทำความรู้จักกับระบบสี RGB และ ระบบ CMYK

ระบบสี RGB เป็นสีที่ใช้ในการแสดงบนรูปภาพ และบนหน้าจอแสดงสี โดยระบบสี RGB มีสีที่ผสมกันทั้งหมด 3 สี คือ Red (สีแดง) Green (สีเขียว) และ Blue (สีน้ำเงิน) ซึ่งการผสมสีทั้งสามในสัดส่วนต่าง ๆ ทำให้สามารถได้เฉดสีทั้งหมดประมาณ 16.8 ล้าน เฉด เพราะว่าสีเหล่านี้คือสีพื้นฐานกายภาพ ทุกรูปในอุปกรณ์ดิจิตอลใช้สีเหล่านี้เป็นปกติธรรมดา เช่น รูปถ่ายจากกล้องดิจิตอลหรือโทรศัพท์มือถือ

ระบบสี CMYK เป็นสีที่ใช้ในด้านการพิมพ์ และการแสดงสีในแบบรูปจำลองกราฟฟิคสามมิติ โดยระบบสี CMYK ย่อมาจาก Cyan (สีฟ้า) Magenta (สีแดงอมม่วง) Yellow (สีเหลือง) และ Key (สีดำ) ซึ่งเป็นชื่อสีที่นำมาใช้ การผสมสีทั้งสี่นี้ โดยมีสีหลักอย่าง สีดำ เป็นสีที่โดดเด่นอย่างมากเมื่อเราใช้บนพื้นหลังสีขาว และในระบบสี CMYK จะทำให้เกิดสีได้อีกหลายร้อยสีอีกด้วย ซึ่งระบบนี้เหมาะสำหรับใช้กับงานพิมพ์ต่าง ๆ

สรุป

ถ้าหากคุณต้องออกแบบเว็บไซต์ สื่อโฆษณาแบบออนไลน์ หรืออีเมล์ทางการตลาด ที่ใช้ในการแสดงบนรูปภาพหรือบนหน้าจอแสดงสี ให้ใช้ระบบสี RGB แต่ถ้าคุณต้องการออกแบบงานพิมพ์ และใช้ในด้านการพิมพ์ เช่น หนังสือ โปรเตอร์ แผ่นพับ หรืองานไวนิลทั่วไป ให้ใช้ระบบสี CMYK เพราะถ้าคุณไม่ได้เปลี่ยนใช้เป็นระบบสี CMYK และไปใช้ระบบสี RGB เมื่องานพิมพ์ พิมพ์ออกมาแล้วจะทำให้สีของคุณคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด คุณจึงควรเปลี่ยนไฟล์สี RGB เป็น CMYK ก่อนพิมพ์งานออกมาเสมอ

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร แผ่นพับ โปสเตอร์ คูปอง การ์ดเชิญ ปฏิทิน เมนูอาหาร หนังสือ กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

3 รูปแบบ การตัดสติ๊กเกอร์ในงานพิมพ์

สติ๊กเกอร์ เป็นสิ่งพิมพ์ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย และง่ายต่อการเข้าถึง โดยนิยมใช้ในการโฆษณา โปรโมท แนะนำ ทั้งสินค้า บริการ เพราะสะดวกต่อการใช้งาน และรวดเร็ว เพียงลอกสติ๊กเกอร์แล้วติดลงสิ่งที่ต้องการจะใช้ได้เลย ทั้งนี้สติ๊กเกอร์ ยังมีอยู่หลายชนิด ทั้งแบบเงา แบบด้าน แบบใส แบบฉีกไม่ขาด กันน้ำ กันความชื้น และทนทานต่อความร้อน รวมไปถึงสติ๊กเกอร์ยังทำได้หลากหลายรูปแบบอีกด้วย

การทำสติ๊กเกอร์ โดยการใช้มีดไดคัท หรือบล๊อคปั๊ม ตัดให้เป็นวงกลม วงรี สี่เหลี่ยม หรืออาจมีรูปร่างพิเศษ เช่น รูปดาว ดอกไม้ ลายไทย หรือเจาะรูเป็นรูปทรง กล่องบรรจุภัณฑ์ กระดาษโน้ต เป็นต้น นอกจากนี้การตัดสติ๊กเกอร์ในงานพิมพ์ ก็มีหลายรูปแบบให้คุณเลือกตัด ซึ่งในบทความนี้เราจะพาคุณไปดู 3 รูปแบบของการตัดสติ๊กเกอร์ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ

3 รูปแบบของการตัดสติ๊กเกอร์

แผ่นสติ๊กเกอร์ เป็นงานพิมพ์ที่จะพิมพ์มาบนแผ่นสติ๊กเกอร์ ตามขนาดที่ลูกค้าต้องการ ออกมาเป็นแผ่นใหญ่ เช่น ขนาด A3 ซึ่งเวลาใช้งานจะต้องตัดตามขอบเอง เหมาะสำหรับงานที่ไม่เน้นรายละเอียดมาก ไม่เร่งรีบในการใช้งาน และใช้จำนวนน้อย

ปั๊มไดคัทสติ๊กเกอร์ 50% เป็นการตัดขอบสติ๊กเกอร์ตามรูปทรงต่าง ๆ จะหยักจะโค้งอย่างไรก็ได้ โดยใช้ใบมีดดัดโค้งงอเป็นแม่แบบ (บล็อค) แล้วปั๊มตามรูปทรงที่ต้องการ แต่ไม่ให้กระดาษแตกหรือฉีกขาด ส่วนกระดาษหลังจะไม่ขาด เวลาปั๊มจะเป็นใบพิมพ์ปั๊ม เมื่อเสร็จแล้วก็จะสามารถลอกสติ๊กเกอร์ออกมาใช้งานได้ โดย 1 ใบพิมพ์จะประกอบด้วยสติ๊กเกอร์หลาย ๆ ดวง

ปั๊มไดคัทสติ๊กเกอร์ 100% เป็นการตัดสติ๊กเกอร์เป็นชิ้น ๆ โดยใช้การปั๊มไดคัทแบบ 100 % นั้นคือ การปั๊มขาดแบบเป็นชิ้น ๆ ออกมา ให้พร้อมใช้งาน เช่น งานสติ๊กเกอร์ดวงใหญ่ ๆ งานสติ๊กเกอร์สำหรับแจกเป็นดวง งานกระดาษต่าง ๆ และงานฉลากสินค้าต่าง ๆ งานกล่องบรรจุภัณฑ์ งานแผ่นพลาสติก เป็นต้น

สรุป

การตัดสติ๊กเกอร์ในงานพิมพ์มีอยู่ 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบ ก็จะเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างออกไป ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการใช้งานควรเลือกรูปแบบของการตัดสติ๊กเกอร์ให้เหมาะกับงานนั้น ๆ นะคะ และสำหรับใครที่ต้องการทำแผ่นพับ การรู้รูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับ จะช่วยทำให้คุณออกแบบ และเลือกรูปแบบของแผ่นพับให้เหมาะสมกับงานของคุณได้อีกด้วย และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานแผ่นพับ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตสติ๊กเกอร์ต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ความแตกต่างของระบบสี CMYK กับ RGB แตกต่างกันอย่างไร?

ระบบสี CMYK กับ RGB เป็นระบบสีที่หลาย ๆ คน อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ซึ่งระบบสีทั้ง 2 ระบบนี้ จริง ๆ แล้วมีการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยในบทความนี้เราจะมาบอกถึงความแตกต่างของระบบสี CMYK กับ RGB ว่าแตกต่างกันอย่างไร และต้องใช้งานกับสิ่งใด ถ้าอยากรู้แล้ว เราก็ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ

ความแตกต่างของระบบสี CMYK กับ RGB

ระบบสี CMYK

ระบบสี CMYK เป็นสีที่ได้ถูกใช้ในด้านการพิมพ์ และการแสดงสีในแบบรูปจำลองกราฟฟิคสามมิติ ยกตัวอย่างงานพิมพ์ เช่น หนังสือ โปรเตอร์ แผ่นพับ หรืองานไวนิลทั่วไป ซึ่งสี CMYK ย่อมาจาก Cyan (สีฟ้า) Magenta (สีแดงอมม่วง) Yellow (สีเหลือง) และ Key (สีดำ) ซึ่งเป็นชื่อสีที่นำมาใช้ การผสมสีทั้งสี่นี้ จะทำให้เกิดสีได้อีกหลายร้อยสี

ระบบสี RGB

ระบบสี RGB เป็นสีที่ใช้ในการแสดงบนรูปภาพ บนหน้าจอแสดงสี เช่น เว็บไซต์ สื่อโฆษณาแบบออนไลน์ หรืออีเมล์ทางการตลาด ซึ่งสี RGB จะมีสีที่ผสมกันทั้งหมด 3 สี คือ Red (สีแดง) Green (สีเขียว) และ Blue (สีน้ำเงิน) ด้วยการผสมสีทั้งสามในสัดส่วนต่าง ๆ คุณจะสามารถได้เฉดสีทั้งหมดประมาณ 16 ล้านเฉด

สรุป

ระบบสี CMYK กับ RGB ต่างกันที่ ระบบสี CMYK เป็นสีที่ได้ถูกใช้ในด้านการพิมพ์ เช่น หนังสือ โปรเตอร์ แผ่นพับ หรืองานไวนิลทั่วไป ส่วนระบบสี RGB เป็นสีที่ใช้ในการแสดงบนรูปภาพ บนหน้าจอแสดงสี เช่น เว็บไซต์ สื่อโฆษณาแบบออนไลน์ หรืออีเมล์ทางการตลาด ดังนั้น ในการทำงานเกี่ยวกับการออกแบบในเว็บไซต์ หรืองานพิมพ์ต่าง ๆ ก็ต้องเลือกตั้งค่าสีให้ถูกต้อง เพื่อให้ผลงานออกมาสวยงามทั้งการออกแบบ และสีสันที่ชัดเจน

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แจกไอเดียรูปแบบการเข้าเล่มเมนูอาหาร 4 แบบ

เมนูอาหาร เป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็น สำหรับร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม เพราะเมนูจะบอกว่าในร้านมีเมนูอาหาร เมนูเครื่องดื่มอะไรบ้าง เพื่อเป็นตัวช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจสั่งเมนูของร้านได้ง่ายขึ้น ดังนั้น การออกแบบเมนูอาหาร จึงต้องออกแบบให้ดูดี น่าสนใจ อ่านง่าย และบอกราคาชัดเจน ซึ่งรูปแบบของเมนูอาหาร ก็มีหลากหลายรูปแบบ เจ้าของร้านจึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับร้าน และการใช้งาน ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแจกไอเดียรูปแบบการเข้าเล่มเมนูอาหาร 4 แบบที่นิยมใช้กับร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม มาฝากกันค่ะ

4 รูปแบบการเข้าเล่มเมนูอาหาร

1. การเข้าเล่มแบบมุงหลังคา เป็นการเข้าเล่มที่ง่าย รวดเร็ว ราคาถูก และเปิดง่าย โดยการใช้การเย็บแม็กซ์ด้วยจักร แทนการแม็กซ์ด้วยมือเพื่อเพิ่มความคงทน เย็บลงไปตรงกลางรอยพับ 2 – 3 ตัว แล้วแต่ขนาดกระดาษ ซึ่งการเข้าเล่มแบบนี้ สามารถกางออกได้เต็มที่แต่ไม่เหมาะกับเมนูอาหารที่มีจำนวนหน้าเยอะ โดยจำนวนหน้าในการเข้าเล่มมุงหลังคาต้อง 8 หน้าขึ้นไป

2. การเข้าเล่มแบบห่วงกระดูกงู เป็นการเข้าเล่มที่เปิดง่าย สามารถเปิดได้จนสุด ค่อนข้างคงทนแข็งแรง และราคาไม่แพง โดยการเข้าเล่มแบบห่วงกระดูกงู จะใช้ห่วงลวดหรือห่วงพลาสติก ซึ่งเหมาะกับเมนูอาหารที่มีจำนวนหน้า 12 หน้าขึ้นไป สามารถเปิดได้สุด 180 องศา และการเข้าเล่มแบบนี้เหมาะสำหรับร้านอาหารขนาดเล็ก เช่น ร้านไอศกรีม ร้านเครื่องดื่มหรือกาแฟ

3. การเข้าเล่มแบบปีกผีเสื้อ จะนิยมใช้กับการเข้าเล่มที่เป็นเมนูอาหารหรือ Photo book ที่ต้องการความสวยงาม หรูหรา แข็งแรง ทนทาน สามารถเปิดออกกว้างได้ถึง 180 องศา ทำให้ง่ายต่อการเปิดอ่าน ซึ่งการเข้าเล่มแบบปีกผีเสื้อ จำนวนหน้าในการเข้าเล่มต้องมี 12 หน้าขึ้นไป

4. การเข้าเล่มแบบยึดหมุด จะให้ความแข็งแรง คงทน และสามารถปรับเปลี่ยนเมนูได้เรื่อย ๆ เพราะเป็นการเข้าเล่มโดยการใช้หมุดในการเย็บหรือตอกให้เป็นเล่ม ซึ่งจะใช้หมุด 3 – 4 ตัวแล้วแต่ขนาดกระดาษ เหมาะสำหรับเมนูอาหารที่มีจำนวนหน้า 12 หน้าขึ้นไป และการเข้าเล่มแบบนี้เหมาะสำหรับร้านอาหาร เช่น ร้านชาบู ปิ้งย่าง ร้านอาหารตามสั่ง ร้านเครื่องดื่ม เป็นต้น

สรุป

การเข้าเล่มเมนูอาหารแต่ละแบบ ก็มีข้อดี และการใช้งานที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เจ้าของร้านต้องเลือกเมนูให้เข้ากับร้าน และการใช้งาน เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน และช่วยดึงดูดลูกค้าให้สั่งอาหาร และเครื่องดื่มได้อีกด้วย สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำเมนูอาหาร ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตเมนูอาหารต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แจกเทคนิคถ่ายภาพเมนูอาหารสวย ๆ ด้วยโทรศัพท์มือถือ

สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพอาหาร แต่ถ่ายเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกอาหารดูไม่น่าทาน ถ่ายแล้วไม่สวย ไม่ถูกใจสักที วันนี้เราก็มีเทคนิคถ่ายภาพเมนูอาหารสวย ๆ ด้วยโทรศัพท์มือถือ ที่จะช่วยให้คุณถ่ายภาพอาหารให้สวย ดูน่าทานมากยิ่งขึ้น ถ้าอยากรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรกันบ้าง ไปชมเทคนิคถ่ายภาพเมนูอาหารสวย ๆ กันเลยค่ะ

เทคนิคถ่ายภาพเมนูอาหารสวย ๆ ด้วยโทรศัพท์มือถือ

ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติ ในการถ่ายภาพ แสงที่เพียงพอ ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการถ่ายภาพอาหารให้ออกมาดูสวย ถ้ามืดเกินไปภาพอาหารจะดูหมอง และจะทำให้กล้องต้องเพิ่ม ISO ทำให้เกิดเป็นจุดรบกวน ทำให้ภาพไม่ชัดได้ ดังนั้น ให้เลือกที่นั่งใกล้ ๆ กับหน้าต่าง จะได้แสงที่สวยเป็นธรรมชาติ

องค์ประกอบของภาพ ในการถ่ายภาพอาหาร ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่มีส่วนประกอบเยอะ ๆ ให้พยายามหาพื้นที่ว่าง ๆ ใส่ไว้ในภาพ เพราะคุณจะสามารถถ่ายรูป และ crop บางส่วนของภาพที่น่าสนใจมาใช้งานได้

ถ่ายแบบ Close Up เป็นมุมที่ทำให้ได้ภาพของกินน่าอร่อยแบบสุด ๆ โดยการให้คุณทำการตัก หรือคีบ อาหารชิ้นสวย ๆ ขึ้นมาหนึ่งชิ้น จากนั้นก็ซูมเข้าไปใกล้ ๆ และกดถ่ายได้เลย ก็จะทำให้อาหารดูโดดเด่นขึ้น

ถ่ายมุมสูง สำหรับอาหารบางจานถ้าลองถ่ายจากมุมสูงลงมาอาจจะดูสวยกว่า เช่น พิซซ่า ชาบู หรืออาหารที่มีลวดลาย แต่ก็ต้องระวังเรื่องเงาด้วย ถ้าถ่ายในที่ที่ไม่ใช่แสงธรรมชาติ หรือถ้าหากมีอาหารหลายจานก็เหมาะจะถ่ายจากมุมสูงลงมาเช่นกัน

ใช้โหมดหน้าชัดหลังเบลอ สำหรับมือถือบางรุ่นจะมาพร้อมกับโหมดถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ (Wide Aperture) หรือบางเครื่องก็อาจจะเรียกว่าโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ให้คุณใช้โหมดนี้ในการถ่ายภาพอาหาร โดยการซูมเข้าไป ก็จะช่วยให้อาหารดูน่าทานมากยิ่งขึ้น

ครอปรูปเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยปกติแล้วเวลาถ่ายภาพด้วยมือถือเราจะได้ภาพที่อัตราส่วน 4:3 ซึ่งบางทีก็กว้างเกินไป ดังนั้น ในการถ่ายภาพอาหาร แนะนำให้ครอปภาพเป็นอัตราส่วน 1:1 หรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก็จะช่วยให้ภาพดูดีขึ้นได้เช่นกัน

สรุป

ทั้งหมดก็เป็นเทคนิคถ่ายภาพเมนูอาหารสวย ๆ ด้วยโทรศัพท์มือถือ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ในการถ่ายภาพเมนูของโปรดให้ดูสวยน่าทานได้ ที่สำคัญขอให้คุณสนุกกับการถ่ายภาพนะคะ เชื่อว่าภาพเหล่านั้นจะต้องออกมาดูดีแน่นอนค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รูปภาพ: pinterest.com และ camerasandcupcakes.com

ทำความรู้จักกับรูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับ

แผ่นพับ (Brochure) เป็นสื่อโฆษณา ที่แจกตามสถานที่ต่าง ๆ หรือส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งแผ่นพับ เป็นสิ่งพิมพ์ที่มีขนาดเล็ก หยิบง่าย ให้ข้อมูลรายละเอียดได้กระชับ ซึ่งการออกแบบ ก็มีเทคนิคการออกแบบตามอิสระ หลากหลาย ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำกว่าสิ่งพิมพ์ชนิดอื่น ๆ อีกด้วย นอกจากนี้แผ่นพับยังมีหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือก และการพับในแต่ละแบบนั้นจะส่งผลต่อการจัดวางเนื้อหาในแผ่นพับของคุณด้วย ซึ่งในบทความนี้เราจึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับรูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับให้มากขึ้นค่ะ

รูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับ

พับครึ่ง (Half Fold) เป็นการพับ 1 ทบ โดยการพับครึ่งกระดาษ ซึ่งเป็นการแบ่งกระดาษออกเป็น 2 ส่วน และสามารถออกแบบใช้ได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน โดยจะเป็นเนื้อหา 2 ส่วน และพับ 1 ทบ

พับแบบ 2 ทบ 3 ตอน (Tri Fold Tri Fold) เป็นการพับแบบจดหมาย คือ การพับ 2 ครั้ง และแบ่งกระดาษออกเป็น 3 ส่วน เหมือนกับการพับกระดาษใส่ซองจดหมาย ซึ่งการพบแบบนี้ใช้งานง่ายที่สุด และนิยมใช้ที่สุด

พับแบบ ตัว Z ( Z Fold )  เป็นการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน และพับ 2 ทบ ซึ่งจะเหมือนกับกำลังเปิด และปิดหีบเพลง นอกจากนี้รูปร่างของกระดาษที่พับแบบนี้เมื่อมองจากด้านบนมีลักษณะเป็นซิกแซกอีกดด้วย

พับขนาน 3 ทบ 4 ตอน (Accordion Fold) เป็นการพับที่คล้าย ๆ กับแบบ Z Fold แต่จะพับเพิ่มขึ้น 1 ครั้ง ทำให้แผ่นพับแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนั้น จะต้องใช้กระดาษที่ใหญ่มากขึ้น และต้องคำนึงถึงความหนา และความยากง่ายในการพับกระดาษด้วย

พับขนาน (Double Parallel Fold) เป็นการพับ 3 ทบ และแบ่งกระดาษออกเป็น 4 ส่วน โดยริ่มแรกเราจะพับครึ่งกระดาษ พับ 1 ทบ จากนั้นก็พับครึ่งกระดาษอีกครั้ง ซึ่งเหมาะสำหรับการทำแผ่นพับที่มีเนื้อหาเยอะ ๆ

พับแบบหน้าต่าง (Gate Fold) เป็นการพับกระดาษที่มีลักษณะเหมือนหน้าต่าง ซึ่งการพับแบบนี้เป็นการพับ 2 ทบ ทำให้แบ่งกระดาษออกเป็น 3 ส่วน

สรุป

แผ่นพับ เป็นสื่อโฆษณาที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อย ๆ ดังนั้น สำหรับใครที่ต้องการทำแผ่นพับ การรู้รูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับ จะช่วยทำให้คุณออกแบบ และเลือกรูปแบบของแผ่นพับให้เหมาะสมกับงานของคุณได้อีกด้วย และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานแผ่นพับ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตแผ่นพับต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ทำความรู้จักกับงาน SPOT UV คืออะไร มีความพิเศษอย่างไร ?

การเคลือบงานพิมพ์ เป็นขั้นตอนยอดนิยมหลังจากที่คุณพิมพ์งานเสร็จแล้ว และต้องการให้งานพิมพ์ของคุณมีความแตกต่างไปจากเดิม ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความสวยงาม ความหรูหรา และป้องกันการขีดข่วนที่อาจจะเกิดขึ้นกับงานพิมพ์ได้ แต่การเคลือบงานพิมพ์ก็มีอยู่หลากหลายประเภท ซึ่งในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับการเคลือบ SPOT UV หรือ เคลือบเงาเฉพาะจุด ว่าคืออะไร มีความพิเศษอย่างไรบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

ทำความรู้จักกับงาน SPOT UV

Spot UV หรือ เคลือบเงาเฉพาะจุด เป็นเทคนิคหลังการพิมพ์ ที่นำฟิล์มโพสสิทีฟถ่ายลงบล็อคของงานสกรีนไป โดยการเคลือบแบบนี้จะช่วยเพิ่มความนูนให้กับพื้นผิววัสดุพิมพ์ เพื่อเพิ่มความโดดเด่นของโลโก้ เน้นข้อความ เน้นรูปภาพ หรือการออกแบบดีไซน์เพื่อนำเสนอลูกเล่นต่าง ๆ โดยพื้นผิวของบริเวณที่ทำ Spot UV จะมีลักษณะเรียบลื่นเป็นมันเงา คล้ายถูกเคลือบไว้ ทำให้ดูหรูหรา และด้วยลักษณะผิวที่ค่อนข้างโปร่งใส ทำให้สามารถขับให้ภาพมีจุดสนใจ เพิ่มความหรูหรา หรือความโดดเด่นกับชิ้นงาน

คุณสมบัติของ Spot UV ช่วยทำให้ชิ้นงานมีความโดดเด่นในบางบริเวณ สามารถมองเห็นความมันเงา และเมื่อสัมผัสจะรู้สึกถึงความเรียบลื่น เพราะมีความนูนขึ้นมาอย่างเด่นชัด ทั้งนี้ Spot UV นอกจากคุณสมบัติเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังช่วยกันพื้นผิววัสดุพิมพ์จากความชื้น และรอยขีดข่วนได้เช่นกัน นอกจากนี้การเคลือบแบบนี้ก็ยังสามารถที่จะช่วยป้องกันแสงแดดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยน้ำยาที่นำมาใช้ในการเคลือบนั้นก็มีอยู่มากมายหลากหลายแบบด้วยกันเช่นกัน ทั้งแบบเงาพิเศษ และแบบด้าน โดยแต่ละแบบนั้นก็จะให้ความสวยงามที่แตกต่างกัน

งานพิมพ์ที่นิยมทำ Spot UV สามารถพบได้บนนามบัตร และบนปกหนังสือที่ต้องการความนูนของพื้นผิวแเพื่อเน้นผิวสัมผัส และดีไซน์ที่หรู นอกจากนี้ยังสามารถทำได้บนโบรชัวร์ แผ่นพับต่าง ๆ และจะทำควบคู่กับการเคลือบด้านเสมอ ทั้งนี้การทำ Spot UV ก็สามารถออกแบบชิ้นงานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นรูปหยดน้ำ เคลือบทับตัวอักษร และโลโก้ สร้างลวดลายบนพื้นผิว หรือแม้แต่ทำเป็นอักษรเบรลล์ก็ได้เช่นกัน

สรุป

การทำ Spot UV หรือ การเคลือบสปอตยูวี นอกจากจะช่วยให้ชิ้นงานดูหรูหรา และโดดเด่นแล้ว ยังช่วยกันพื้นผิววัสดุพิมพ์จากความชื้น และรอยขีดข่วนได้อีกด้วย แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันให้กับคุณค่าของผลงาน และบรรจุภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง ดังนั้น สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนามบัตร ใบปลิว คูปอง การ์ด เมนู ปฏิทิน นิตยสาร แคตตาล็อก กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รูปภาพ : behance.net

แจกวิธีง่าย ๆ เช็คขนาดหน้ากระดาษในไฟล์ PDF

สำหรับใครที่ต้องการตรวจสอบว่าขนาดกระดาษไฟล์ PDF มีขนาดเท่าไหร่ เพื่อให้ง่ายต่อการส่งโรงพิมพ์ และดำเนินการพิมพ์งานพิมพ์ได้อย่างรวด ดังนั้น ในบทความนี้เราจึงจะมาแจกวิธีง่าย ๆ เช็คขนาดหน้ากระดาษในไฟล์ PDF มาฝากกันค่ะ

วิธีเช็คขนาดหน้ากระดาษไฟล์ PDF

  1. เปิดโปรแกรม Acrobat Reader DC ขึ้นมา

2. เปิดไฟล์ที่เราต้องการจะดูขนาดไฟล์ PDF ขึ้นมา

3. จากนั้นให้ไปที่ เมนู File คลิกเลือก Properties…

4. เมื่อหน้าต่าง Document Properties ขึ้นมา ให้มองไปที่ Page Size เพื่อตรวจสอบดูว่ากระดาษขนาดเท่าไหร่ โดยขนาดกระดาษจะบอกเป็น นิ้ว

เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถเช็คหน้ากระดาษของไฟล์ PDF ของคุณได้แล้วค่ะ

 ขนาดของกระดาษ A

  • ขนาด A0 = 33.11 x 46.81 นิ้ว / 84.1 x 118.9 เซนติเมตร
  • ขนาด A1 = 23.39 x 33.11 นิ้ว / 59.4 x 84.1 เซนติเมตร
  • ขนาด A2 = 16.54 x 23.39 นิ้ว / 42.0 x 59.4 เซนติเมตร
  • ขนาด A3 = 11.69 x 16.54 นิ้ว / 29.7 x 42.0 เซนติเมตร
  • ขนาด A4 = 8.27 x 11.69 นิ้ว / 21.0 x 29.7 เซนติเมตร
  • ขนาด A5 = 5.83 x 8.27 นิ้ว / 14.8 x 21.0 เซนติเมตร
  • ขนาด A6 = 4.13 x 5.83 นิ้ว / 10.5 x 14.8 เซนติเมตร
  • ขนาด A7 = 2.91 x 4.13 นิ้ว / 7.4 x 10.5 เซนติเมตร
  • ขนาด A8 = 2.05 x 2.91 นิ้ว / 5.2 x 7.4 เซนติเมตร

สรุป

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตนามบัตร ใบปลิว คูปอง การ์ด เมนู ปฏิทิน นิตยสาร แคตตาล็อก กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Exit mobile version