5 ประเภท รูปแบบการเข้าเล่มในงานหนังสือ ที่คนทำหนังสือควรรู้!

หนังสือ และสมุด แต่ละเล่ม แต่ละประเภท ต่างก็มีรูปแบบการเข้าเล่มที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้นำไปใช้งาน และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ซึ่งงานเข้าเล่มถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำหนังสือ เพื่อให้หนังสือแต่ละเล่มนั้นมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้เกิดความน่าอ่าน พกพาง่าย และสะดวกต่อการใช้งานอีกด้วย ซึ่งรูปแบบของการเข้าเล่มหนังสือนั้นมีหลายรูปแบบ ดังนั้น ในบทความนี้เราจึงได้นำ 5 ประเภท รูปแบบการเข้าเล่มในงานหนังสือ ที่คนทำหนังสือควรรู้ มาฝากทุกคนกันค่ะ

5 ประเภท รูปแบบการเข้าเล่มในงานหนังสือ

การเข้าเล่มแบบไสกาว 

การเข้าเล่มแบบไสกาว เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากเข้าเล่มได้เรียบร้อย รวดเร็ว โดยวิธีการเข้าเล่มเป็นการนำกระดาษที่เรียงหน้าเรียบร้อยแล้ว มาไสกระดาษด้านข้างแล้วนำไปทากาว เหมาะสำหรับหนังสือที่มีความหนาประมาณ 70 หน้าขึ้นไป แต่ความแน่นหนาในการเข้าเล่มไม่มาก ทำให้ไม่สามารถกางหนังสือออกมากได้ เนื่องจากจะทำให้กรดาษหลุดออกจากไสกาว ซึ่งการเข้าเล่มประเภทนี้เหมาะกับงานพิมพ์หนังสือคู่มือ นิตยสาร วารสาร และรายงานประจำปี

การเข้าเล่มแบบเย็บมุงหลังคา 

การเข้าเล่มแบบเย็บมุงหลังคา เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กับการเย็บสมุด หนังสือ ที่มีจำนวนหน้าน้อย ๆ ไม่เกิน 80 หน้า โดยวิธีการเข้าเล่มเป็นการนำกระดาษทั้งเล่มมาเรียงกันแล้วพับครึ่ง จากนั้นใช้เครื่องลวดเย็บลวดตรงแนวพับ 2-3 ตัว ก็จะทำให้ได้การเข้าเล่มแบบเย็บมุงหลังคานั่นเอง

การเข้าเล่มแบบเย็บกี่ 

การเข้าเล่มแบบเย็บกี่ เป็นการเข้าเล่มที่มีความแข็งแรงที่สุด เหมาะสำหรับหนังสือที่มีความหนามาก ๆ โดยวิธีการเข้าเล่มจะเป็นการนำกระดาษทั้งเล่มมาแยกออกเป็นส่วน ๆ แล้วใช้ด้ายเย็บแต่ละส่วนให้ยึดติดกันจะเหมือนเย็บมุงหลังคา จากนั้นจึงนำแต่ละส่วนมาร้อยรวมกันเป็นเล่มใหญ่อีกที แล้วจึงหุ้มด้วยปกอีกชั้น ซึ่งการเข้าเล่มประเภทนี้เหมาะกับงานพิมพ์พจนานุกรม ดิกชันนารี และสารานุกรม

การเข้าเล่มแบบเข้าห่วง

การเข้าเล่มแบบเข้าห่วง นิยมใช้สำหรับงานพิมพ์ที่ไม่หนาเกินไป และทำจำนวนน้อย อีกทั้งยังเพิ่มความสวยงามหรูหราให้กับงานหนังสือมากยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ห่วงพลาสติก หรือห่วงเหล็กในการเข้าเล่ม ทำให้สามารถกางหนังสือออกได้จนสุด ซึ่งการเข้าเล่มประเภทนี้เหมาะกับงานพิมพ์ปฏิทิน ไดอารี่ หรืิอสมุดบันทึก

การเข้าเล่มแบบกาวหัว

การเข้าเล่มกาวหัว เป็นการเข้าเล่มสำหรับให้ฉีกออกไปใช้งานได้ง่าย และสะดวก โดยวิธีการเข้าเล่มเป็นการนำกระดาษมาเรียงกันเป็นตั้ง แล้วเอากาวทาที่สันตรงหัวกระดาษ จึงได้ชื่อว่าการเข้าเล่มแบบกาวหัว ซึ่งการเข้าเล่มประเภทนี้เหมาะกับงานพิมพ์กระดาษโน๊ต สมุดฉีก และคูปองส่วนลด

สรุป

รูปแบบการเข้าเล่มในงานหนังสือ ทั้ง 5 ประเภท ต่างก็มีการใช้งานที่แตกต่างกันไป ดังนั้น สำหรับคนที่ทำหนังสือ จำเป็นต้องรู้จักรูปแบบการเข้าเล่มหนังสือ เพราะงานพิมพ์หนังสือแต่ละประเภทต่างก็มีการเข้าเล่มที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้น จึงควรเลือกการเข้าเล่มหนังสือให้มีความเหมาะสมกับเล่มของหนังสือนั้น ๆ และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์หนังสือต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์หนังสือต่าง ๆ เช่น หนังสือคู่มือ หนังสือธรรมะ นิตยสาร แคตตาล็อก ไดอารี่ สมุดโน้ต ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

เกร็ดความรู้ความเชื่อในวันสงกรานต์ ที่คนไทยต้องรู้!

วันที่ 13 เมษายน – 15 เมษายน เป็นวันสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย ซึ่งเทศกาลสงกรานต์ เป็นประเพณีที่มีความเก่าแก่ และคนไทยสืบทอดกันมาแต่โบราณ ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายให้ได้ทำกัน ดังนั้น ในบทความนี้เราก็จะพาคุณไปดูเกร็ดความรู้ความเชื่อในวันสงกรานต์ ที่คนไทยต้องรู้ มาฝากกันก่อนถึงวันสงกรานต์กันค่ะ

เกร็ดความรู้ความเชื่อในวันสงกรานต์

1. วันที่ 13 เมษายน วันมหาสงกรานต์ ถือเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และเป็นวันที่พระอาทิตย์ย้ายออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ

2. วันที่ 14 เมษายน วันเนา ถือเป็นวันครอบครัว และเป็นวันที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าอยู่ราศีเมษประจำที่เรียบร้อยแล้วสู่ราศีเมษ

3. วันที่ 15 เมษายน วันเถลิงศก เป็นวันที่เริ่มเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็นอีกวันที่นิยมเข้าวัด ทำบุญตักบาตร นอกจากนี้ยังมีการก่อเจดีย์ทราย และเล่นน้ำสงกรานต์

4. คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤตว่า “สํ-กรานต” ซึ่งแปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้น หรือผ่าวผ่าน โดยมีนัยความหมายว่า การเข้าสู่ศักราชราศีใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่นั้นเอง

5. สงกรานต์เป็นประเพณีที่มีการฉลองในอีกหลายประเทศในเอเชีย ได้แก่ ประเทศลาว กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนาม และมณฑลยูนนานของจีน ศรีลังกา และทางตะวันออกของประเทศอินเดีย

6. การทำบุญตักบาตรในวันสงกรานต์ โดยจัดเตรียมอาหาร ไปตักบาตรถวายพระที่วัด หรือตามสถานที่ที่จัดงาน นับว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตนเอง และอุทิศส่วนกุศลนั้นให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

7. การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เป็นการขอขมา และอวยพร-รับพรผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันปีใหม่ไทยนี้ โดยการนำพวงมาลัยมามอบ และนำน้ำอบน้ำปรุงมาเจือด้วยน้ำธรรมดา รดบนมือพวกท่าน

8. การสรงน้ำพระ เป็นการนำพระพุทธรูปที่บ้านมาทำความสะอาด และเตรียมรดน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านและครอบครัว และควรหาโอกาสไปสรงน้ำที่วัดหรือสถานที่ที่มีการจัดให้สรงน้ำพระสงฆ์เพิ่มเติมด้วย

9. การขนททรายเข้าวัด ในทางภาคเหนือนิยมขนทรายเข้าวัดเพื่อเป็นนิมิตโชคลาคให้พบแต่ความสุข ความเจริญ เงินทองไหลมาเทมา แต่ก็มีบางพื้นที่มีความเชื่อว่า การนำทรายที่ติดเท้าออกจากวัดเป็นบาป

10. การเล่นน้ำสงกรานต์ ความเชื่อดั้งเดิม การใช้น้ำเป็นตัวแทน ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น ปัจจุบันมีการเล่นสาดน้ำ ประแป้ง คลายความร้อนในช่วงเมษายนนี้

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับเกร็ดความรู้ความเชื่อในวันสงกรานต์ที่เรานำมาฝากกัน ต้องบอกเลยว่าเทศกาลสงกรานต์ เป็นเทศกาลสำคัญ และเป็นวันสำคัญที่เกี่ยวกับครอบครัวด้วย ซึ่งเทศกาลสงกรานต์ นอกจากจะเป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และต้อนรับสิ่งดี ๆ แล้ว เทศกาลสงกรานต์ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ได้ทำกันอีกด้วย ดังนั้น สำหรับใครที่เดินทางกลับบ้าน หรือเดินทางท่องเที่ยว ก็ขอให้สนุก มีความสุข เดินทางปลอดภัย และดูแลตัวเองป้องกันโควิด-19 กันด้วยนะคะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รูปภาพ: tielandtothailand.com , thethaiger.com และ nairobroo.com

กระดาษอาร์ตการ์ดคืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง

กระดาษ เป็นอีกสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานพิมพ์เช่นเดียวกัน เพราะกระดาษก็มีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ในการทำงานพิมพ์จึงต้องเลือกกระดาษให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน แต่เนื่องจากกระดาษมีอยู่หลายชนิด วันนี้เราจึงจะพาคุณไปทำความรู้จักกับกระดาษอาร์ตการ์ด ซึ่งเป็นกระดาษที่มีคุณสมบัติที่หลากหลาย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายทาง ถ้าอยากรู้แล้วว่ากระดาษอาร์ตการ์ด มีคุณสมบัติอย่างไร เหมาะกับงานพิมพ์ประเภทใดบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

ทำความรู้จักกระดาษอาร์ตการ์ด

กระดาษอาร์ตการ์ด คืออะไร?

กระดาษอาร์ต เป็นกระดาษเนื้อแน่นที่ผ่านการเคลือบผิวให้เรียบ มีทั้งแบบผิวเรียบด้านเดียว และแบบผิวเรียบทั้งสองด้าน สามารถแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีกหลายประเภท ทั้งกระดาษอาร์ตมัน กระดาษอาร์ตด้าน กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นต้น ซึ่งกระดาษอาร์ตเหมาะกับการพิมพ์สีหรืองานพิมพ์ที่เน้นความสวยงาม เช่น งานพิมพ์โปสเตอร์ โปสต์การ์ด ปกหนังสือ ใบปลิว บรรจุภัณฑ์ และแผ่นพับ เป็นต้น

กระดาษอาร์ตการ์ด (Art Card Paper) เป็นกระดาษเนื้อแน่น มีพื้นผิวที่สามารถทำให้เรียบเนียนทั้งสองด้าน หรือด้านเดียวก็ได้โดยถือเป็นกระดาษที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะในตัวเองและสีที่ได้ออกมานั้นจะมีความสด สีสวย กว่ากระดาษชนิดอื่น ทั้งนี้กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นกระดาษที่มีลักษณะผิวหน้าคล้ายกระดาษอาร์ต แต่มีความหนาเพิ่มขึ้น โดยจะแบ่งได้อีกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • กระดาษอาร์ตการ์ดมัน 2 หน้า เป็นกระดาษผิวเรียบ และมันเงาเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน โดยมีน้ำหนักตั้งแต่ 190-360 แกรม ทั่วไปจะใช้สำหรับงานพิมพ์ประเภท โปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือ แฟ้มเอกสาร ซึ่งสามารถเลือกใช้แกรมได้ตามความชอบ แต่ที่มักนิยมใช้กันจะอยู่ที่ประมาณ 230-260 แกรม
  • กระดาษอาร์ตการ์ดมัน 1 หน้า  เป็นกระดาษผิวด้านหน้าเรียบเป็นมันเงา ส่วนด้านหลังจะมีผิวด้าน และหยาบเล็กน้อย โดยมีน้ำหนักตั้งแต่ 190-400 แกรม ซึ่งกระดาษชนิดนี้จึงเหมาะสำหรับพิมพ์งานประเภทกล่องใส่เครื่องสำอางค์ กล่องใส่สินค้าต่าง ๆ ที่ต้องการความแข็งแรง และยังให้ความสวยงามเป็นพิเศษ รวมถึงผิวสัมผัสของเนื้อกระดาษที่เรียบเนียน และให้สีดูสดใส

กระดาษอาร์ตการ์ดเหมาะกับงานพิมพ์แบบไหนบ้าง?

นามบัตร 

นามบัตร นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ดหรือกระดาษการ์ดขาว ที่มีความหนาระหว่าง 210–300 แกรม และนามบัตร ไม่ควรบางหรือหนาเกินไป จะทำให้จัดเก็บลำบาก หรือหักงอง่าย แต่สามารถเคลือบ PVC เพิ่มได้

โปสเตอร์ 

โปสเตอร์ นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด แบบหนาที่มีความหนาระหว่าง 190–350 แกรม และยังสามารถเคลือบเพิ่มได้ นอกจากนี้โปสเตอร์ ยังสามารถใช้กระดาษอาร์ตด้าน และกระดาษอาร์ตมัน แบบบางที่มีความหนาระหว่าง 120-157 แกรมได้อีกด้วย

การ์ดต่าง ๆ

การ์ดต่าง ๆ นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ดหรือกระดาษการ์ดขาว ที่มีความหนาตั้งแต่ 250 แกรมขึ้นไป เพราะกระดาษอาร์ตการ์ดมีผิวกึ่งเงา และมีความหนาให้เลือกหลายระดับ อีกทั้งยังสามารถเคลือบ PVC เพิ่มเพื่อความสวยงาม หรือทำเทคนิคพิเศษอื่น ๆ

เมนูอาหาร

เมนูอาหาร เมนูเครื่องดื่ม นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด ที่ความหนาตั้งแต่ 250-350 แกรม โดยใช้ความหนาเท่ากันทั้งเล่ม เพื่อความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน และเคลือบ PVC เพิ่ม ที่สามารถกันน้ำได้ ทั้งนี้ยังมีการเข้าเล่มให้เลือกหลากหลายรูปแบบอีกด้วย

นิตยสาร, แค็ตตาล็อก และโฟโต้บุ๊ค

นิตยสาร, แค็ตตาล็อก และโฟโต้บุ๊ค นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด ที่มีความหนาตั้งแต่ 190–300 แกรม และเคลือบ PVC เพิ่ม ส่วนเนื้อในชนิดกระดาษที่นิยมจะเน้นผิวเงา และผิวด้าน ได้แก่ กระดาษอาร์ตมัน และกระดาษอาร์ตด้าน ความหนาตั้งแต่ 105-157 แกรม ผิวกระดาษเนียนสวย พิมพ์ออกมาแล้วได้สีสันสวยงามโดยที่ไม่ต้องเคลือบเพิ่ม

กล่องบรรจุภัณฑ์

กล่องบรรจุภัณฑ์ นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด 300-350 แกรม เมื่อขึ้นรูปประกอบเป็นกล่องแล้วจะได้รูปทรงที่ดูแข็งแรงสวยงาม ไม่บุบหรือฉีกขาดง่าย และควรเคลือบ PVC ด้านนอกกล่องเพิ่มด้วย เพื่อกันรอยแตกบริเวณเส้นพับของกล่อง ซึ่งเหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใส่สินค้าหรือของใช้ทั่วไปที่มีน้ำหนักไม่มาก

สรุป

กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นกระดาษอีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาทำงานพิมพ์ได้หลากหลายประเภท ดังนั้น สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบและผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร โปสเตอร์ การ์ดต่าง ๆ เมนูอาหาร นิตยสาร แค็ตตาล็อก โฟโต้บุ๊ค กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

5 สูตรไอศกรีมโฮมเมดคลายร้อน ทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน

ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน เป็นช่วงที่ประเทศไทยอากาศร้อนมาก ๆ จึงทำให้หลาย ๆ คน ต้องหาวิธีดับร้อนให้กับร่างกาย ซึ่งวิธีง่าย ๆ และได้ผลดีมาก ๆ นอกจากการอาบน้ำ การดื่มน้ำเย็นแล้ว การทานไอศกรีมยังให้ความอร่อย สดชื่น แถมยังช่วยคลายร้อนได้ดีมาก ๆ อีกวิธีหนึ่ง ดังนั้น สำหรับใครที่ไม่อยากออกนอกบ้านไปซื้อไอศกรีมเอง เพราะอากาศร้อนที่ทำให้แสบผิว และทำให้ไอศกรีมละลายเร็วมาก ๆ วันนี้เราจึงมีสูตรไอศกรีมโฮมเมดคลายร้อน ทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน มาฝากกันค่ะ

5 สูตรไอศกรีมโฮมเมด ทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ

ไอศกรีม รสชาเขียว

ส่วนผสม

  • ผงมัทฉะ 36 กรัม
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • ไข่แดง 4 ฟอง
  • น้ำอุ่น 45 มิลลิลิตร
  • วิปปิ้งครีม 200 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. ผสมผงชาเขียวในน้ำอุ่น คนให้ผงชาเขียวละลาย
  2. แบ่งน้ำตาลครึ่งแรกตีกับไข่แดงจนขึ้นฟู และใส่ชาเขียวที่ละลายน้ำแล้วลงไปผสม
  3. ตีน้ำตาลส่วนที่สองกับวิปปิ้งครีมให้ตั้งยอดแข็งแล้วเทไปผสมกับส่วนผสมของข้อที่ 2 ค่อย ๆ คนให้เข้ากัน
  4. เทส่วนผสมใส่กล่องแล้วนำไปแช่ฟรีซ เอาออกมาคนทุก 40 นาที จนกว่าเนื้อไอศกรีมเนียนเข้ากันดี

 

ไอศกรีม รสส้ม

ส่วนผสม

  • น้ำส้มคั้น 2 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำมะนาว 1/3 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 360 กรัม
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
  • วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. ละลายน้ำตาลทรายโดยผสมกับน้ำ แล้วนำเข้าไมโครเวฟ 3 นาที นำออกมาคนให้น้ำตาลละลาย
  2. พักน้ำตาลให้เย็นลง เติมน้ำส้ม น้ำมะนาวและวิปปิ้งครีม คนให้เข้ากัน
  3. เทใส่กล่องพลาสติก แช่ช่องฟรีซไว้ 2 ชั่วโมง
  4. นำไอศกรีมออกมากวนทุก 2 ชั่วโมง เพื่อความเนียนของเนื้อไอศกรีม พร้อมเสิร์ฟ

 

ไอศกรีม รสช็อกโกแลตฟัดจ์

ส่วนผสม

  • ผงโกโก้ 5 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นหวาน 80 มิลลิลิตร
  • นมข้นจืด 80 มิลลิลิตร
  • นมสดรสจืด 80 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. นำนมสดไปอุ่นในไมโครเวฟให้พออุ่น นำผงโกโก้ผสมลงไปในนมอุ่น คนให้ผงโกโก้ละลาย
  2. เติมนมข้นหวานและนมข้นจืดลงไป ผสมให้เข้ากันแล้วเทใส่กล่องพลาสติก
  3. นำส่วนผสมไปแช่ในช่องฟรีซ นำออกมาคนทุก ๆ 1 ชั่วโมงจนกว่าไอศกรีมจะเนียน พร้อมเสิร์ฟ

 

ไอศกรีม รสมะนาว

ส่วนผสม

  • มะนาวหรือเลมอน 2 ผล
  • ไข่แดง 1 ฟอง
  • นมสด 3 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วยตวง
  • วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. คั้นน้ำมะนาวเตรียมใส่ถ้วยไว้
  2. ปั่นนมสด และน้ำตาลในเครื่องปั่น ปั่นจนน้ำตาลละลาย
  3. ใส่ไข่แดง น้ำมะนาว และวิปปิ้งครีมลงไปในเครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนเป็นเนื้อเดียว
  4. นำส่วนผสมไปต้ม ตั้งไฟปานกลาง แล้วคอยคนอยู่ตลอดจนกว่าจะเดือด
  5. ปิดไฟยกลงจากเตาพักทิ้งไว้เย็น เทส่วนผสมลงกล่องพลาสติก
  6. นำไปแช่ช่องฟรีซ นำออกมากวนทุก 2 ชั่วโมง หรือแช่ไว้ 5 ชั่วโมง แล้วนำออกมาใส่เครื่องปั่นอีกที

 

ไอศกรีม รสกล้วย

ส่วนผสม

  • กล้วยหอมสุก 3 ลูก

วิธีทำ

  1. เลือกใช้เป็นกล้วยหอมสุก 2-3 ลูก หั่นเป็นแว่นแล้วแช่ช่องฟรีซทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง หรือถ้าไม่อยากเอาออกมากวนทุกชั่วโมง ก็แช่ทิ้งไว้ข้ามคืน
  2. เมื่อกล้วยเซ็ตตัวกลายเป็นน้ำแข็งแล้ว เอาออกมาปั่น ปั่นไปเรื่อย ๆ จนเนียนกลายเป็นไอศกรีม พร้อมเสิร์ฟ

สรุป

ทั้งหมดก็เป็น 5 สูตรไอศกรีมโฮมเมด ที่ทำเองได้ง่าย ๆ ที่สำคัญช่วยคลายร้อน และเพิ่มความสดชื่นได้ดีมาก ๆ อีกด้วย ใครอยากทานไอศกรีมรสอะไร ก็สามารถลองไปทำตามกันดูได้นะคะ ทั้งนี้ไอศกรีมสูตรโฮมเมดนี้ไม่ได้ใส่สารกันบูด ทำให้ไอศกรีมโฮมเมดหมดอายุไว อยู่ได้ไม่กี่วัน ขึ้นอยู่วัตถุดิบที่ใส่เข้าไป เช่น นมหรือวิปปิ้งครีม หากเป็นสูตรที่มีแต่ผลไม้อาจจะอยู่ได้นานกว่า ดังนั้น แนะนำให้ทำทีละน้อย ๆ จะดีกว่าค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

มาทำความรู้จักกับงานพิมพ์คูปอง ขนาดของคูปอง กระดาษที่นำมาใช้พิมพ์คูปอง

คูปอง เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการทำการตลาดให้กับแบรนด์หรือสินค้า และคูปองบางชนิดยังถูกนำมาสร้างมูลค่าให้กับสินค้าได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งคูปองก็มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น คูปองส่วนลดสินค้า/บริการ, คูปอง Gift Voucher, บัตรกำนัล, บัตรคอนเสิร์ต, คูปองชิงโชค, คูปองบัตรสะสมคะแนน ฯลฯ ซึ่งคูปองเหล่านี้ล้วนเป็นการส่งเสริมการขาย และช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดี ดังนั้น สำหรับใครที่สนใจที่อยากจะทำคูปอง ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับงานพิมพ์คูปอง ขนาดของคูปอง กระดาษที่นำมาใช้พิมพ์คูปอง เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจในการทำคูปองของร้านค้าหรือแบรนด์ของคุณได้ค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปทำความรู้จักกับคูปองให้มากขึ้นกันค่ะ

ทำความรู้จักกับงานพิมพ์คูปอง

คูปอง (Coupon) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการตลาดที่สามารถส่งเสริมการขาย และช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดี เพราะคูปองสามารถนำเสนอโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ หรือแนะนำสินค้าใหม่ ๆ ซึ่งเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ระบุในคูปองจะถูกกำหนดโดยร้านค้าหรือแบรนด์ นอกจากนี้คูปองยังมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละธุรกิจอีกด้วย ทั้งนี้คูปองของแต่ละร้านหรือแบรนด์นั้นมีรูปแบบหรือการออกแบบที่ไม่เหมือนกัน รวมไปถึงขนาด และชนิดของกระดาษที่ใช้ในการทำคูปองก็ต่างกันด้วย ซึ่งการเลือกขนาด และกระดาษสำหรับทำคูปองถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะหากเลือกไม่เหมาะสมกับการใช้งานจะทำให้คูปองเสียหายหรือฉีกขาดง่าย และทำให้คูปองดูไม่น่าสนใจ ดังนั้น เราจะพาไปดูขนาดของคูปอง และกระดาษที่นำมาใช้พิมพ์คูปองกันค่ะ

ขนาดของคูปองที่นิยมใช้

  • ขนาด 2.5 x 6 นิ้ว และ 3 x 7 นิ้ว นิยมใช้สำหรับ คูปอง Gift Voucher, บัตรของขวัญ, บัตรกำนัล, คูปองสำหรับเข้างานต่าง ๆ, นิทรรศการ และบัตรคอนเสิร์ต
  • ขนาด 9 x 5.5 ซม. และ 8.7 x 5.3 ซม. นิยมใช้สำหรับ บัตรส่วนลด, คูปองส่วนลด และคูปองบัตรสะสมคะแนน

ขนาดของคูปองข้างต้น เป็นขนาดมาตรฐานที่คนนิยมใช้กัน แต่ทั้งนี้ลูกค้าก็เลือกผลิตได้ตามความเหมาะสม หรือตามขนาดที่กำหนดเองได้

กระดาษที่นำมาใช้พิมพ์คูปอง

  • กระดาษปอนด์ เป็นกระดาษที่ไม่ได้เคลือบผิวเพื่อให้เกิดความมันหรือด้าน เนื้อกระดาษมีสีขาว ผิวไม่เรียบ สามารถใช้พิมพ์ได้หลายสี หรือจะพิมพ์สีเดียวก็ได้ ซึ่งกระดาษปอนด์ที่มีความหนา 80-120 แกรม จะเหมาะกับงานที่ใช้แล้วทิ้งหรือหมดไป เช่น คูปองส่วนลด คูปองชิงโชค เป็นต้น
  • กระดาษอาร์ตมัน/ด้าน เป็นกระดาษเคลือบผิวที่จะมีการเคลือบผิวให้เกิดความมันหรือด้าน เนื้อกระดาษเรียบ มีทั้งแบบไม่มัน และลื่นมันวาว เมื่อนำไปใช้พิมพ์กระดาษอาร์ตด้านจะซีดลงเล็กน้อย แต่กระดาษอาร์ตมัน จะได้สีที่คมชัดใกล้เคียงกับสีจริง ซึ่งกระดาษอาร์ตจะมีความหนาเริ่มต้นที่ 105-300 แกรม สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม และกระดาษที่หนาขึ้นจะช่วยให้สินค้า และแบรนด์ดูมีมูลค่ามากขึ้น

กระดาษแต่ละชนิดที่นำมาทำคูปอง ก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้น ลูกค้าก็สามารถเลือกผลิตได้ตามความเหมาะสม และการใช้งาน ทั้งนี้ในการพิมพ์คูปอง สามารถพิมพ์ 1-2 หน้า และ 1-4 สี บางชนิดอาจมีสีพิเศษหรือสีที่ 5 นอกจากนี้การพิมพ์คูปอง ยังมีเทคนิคงานพิมพ์อื่น ๆ ที่จะช่วยสร้างมูลค่าให้กับคูปองได้ เช่น การเคลือบ, การปั๊มฟอยล์, ปั๊มนูน/จม เป็นต้น

สรุป

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำคูปอง ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบและผลิตคูปองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคูปองส่วนลด คูปองบัตรสะสมคะแนน Gift Voucher บัตรคอนเสิร์ต บัตรกำนัล ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แจกวิธีการ Set ระยะตัดตกใน Adobe Illustrator สำหรับงานพิมพ์

การออกแบบงานพิมพ์ จำเป็นจะต้องเผื่อระยะตัดตกงาน และระยะปลอดภัย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้รูปภาพของสิ่งพิมพ์ออกมาสวยงามได้ขนาดตามที่ต้องการ และสำหรับใครที่กำลังจะออกแบบงานพิมพ์ และกำลังจะสั่งพิมพ์งานพิมพ์ แต่ไม่รู้ว่าต้องตั้งค่าระยะตัดตกอย่างไร วันนี้เราก็จะมาแจกวิธีการ Set ระยะตัดตกใน Adobe Illustrator สำหรับงานพิมพ์ มาฝากกันค่ะ ถ้าอยากรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

วิธีการ Set ระยะตัดตกใน Adobe Illustrator สำหรับงานพิมพ์

ตัดตก หรือ ระยะตัดตก (Bleed) คือ การตั้งระยะเผื่อพื้นที่ของงานในส่วนที่เป็นพื้นหลังให้กว้างกว่าขนาดของงานจริงออกไป ซึ่งจะให้สี และลวดลายของส่วนที่ตั้งระยะเผื่อเป็นสี และลวดลายเดียวกันกับพื้นหลัง หรือก็คือพื้นที่ที่อยู่นอกขอบงานออกไป และพื้นที่ส่วนนี้จะถูกตัดทิ้งไปโดยไม่ได้ใช้งานแต่อย่างใด ทั้งนี้ระยะตัดตกจะป้องกันให้งานพิมพ์ไม่มีขอบสีขาวนั่นเอง

วิธีการตั้งค่าระยะตัดตกก่อนเริ่มสร้างงานใหม่

1. สร้างไฟล์ ตั้งค่าหน้า Artboard (Width x Height) ให้เหมาะสมกับขนาดที่ต้องการพิมพ์ ตัวอย่างเช่น

  • ขนาดงานพิมพ์ A4 : W = 210 mm / H = 292 mm
  • ขนาดงานพิมพ์ A5 : W = 145 mm / H = 210 mm
  • ขนาดงานพิมพ์ A6 : W = 100 mm / H = 145 mm
  • ขนาดงานพิมพ์ B5 : W = 182 mm / H = 257 mm

2. Set ระยะตัดตก (Bleed ) เป็่น 3 mm รอบด้าน แล้วคลิก OK เป็นอันเสร็จ

หมายเหตุ: ก่อนคลิก OK ตรวจเช็คระบบสีเป็นระบบ CMYK หรือไม่ พร้อมด้วยตั้งค่า Raster Effects ไว้ที่ 300 ppi เป็นอันเสร็จ

 

วิธีการตั้งค่าระยะตัดตกจากงานที่ทำค้างไว้

1. เปิดไฟล์งานที่ทำค้างเอาไว้ คลิกเลือก Document Setup

2. ตั้งค่า Bleed เป็น 3mm. รอบด้าน แล้วกด OK

3. หลังจากกด OK แล้ว จะมีเส้นสีแดงปรากฏรอบ Artboard ซึ่งบ่งบอกอาณาเขตของระยะตัดตก

4. ขยายงานอาร์ตเวิร์คออกมาให้อยู่ในระยะตัดตก เป็นอันเสร็จ

หมายเหตุ: แต่ถ้ายังไม่เห็นเส้นสีแดง แสดงว่ายังไม่ได้เปิดให้โปรแกรม Show Guide ใช้งาน ดังนั้น ต้องเซ็ตให้ Illustrator แสดงเส้นไกด์ขึ้นมาก่อน โดยคลิกที่เมนูบาร์ View > Guides > Show Guides หรือกด shortcut Ctrl + ; ก็ได้เช่นกัน เพียงเท่านี้เส้นสีแดงก็จะปรากฏขึ้นให้เห็น

สรุป

ทั้งหมดก็เป็นวิธีการตั้งค่าระยะตัดตกก่อนเริ่มสร้างงานใหม่ และวิธีการตั้งค่าระยะตัดตกจากงานที่ทำค้างไว้ ที่คุณสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ที่สำคัญจะช่วยให้งานของคุณมีความสวยงามหลังจากพิมพ์แล้วอีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ เช่น คูปอง นามบัตร โบร์ชัวร์ การ์ดเชิญ หนังสือ เมนูอาหาร ปฏิทิน ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ไอเดียออกแบบโฟโต้บุ๊คสวย ๆ มอบเป็นของขวัญแทนใจให้คนพิเศษ

โฟโต้บุ๊ค เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านรูปภาพ หรือแบ่งปันเรื่องราวผ่านภาพถ่ายที่ถูกรวบรวมเป็นอัลบั้ม ซึ่งออกมาในรูปแบบของสมุดภาพ เพื่อเก็บบันทึกภาพเรื่องราว เตือนความทรงจำกับเหตุการณ์ ในรูปแบบของคุณเอง ทั้งนี้การทำโฟโต้บุ๊ค ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่เหมาะจะมอบเป็นของขวัญแทนใจให้คนพิเศษในวันสำคัญต่าง ๆ ได้อีกด้วย นอกจากจะสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้กับผู้ให้แล้ว ก็ยังสร้างความประทับใจให้กับผู้รับได้เป็นอย่างดีแน่นอน ดังนั้น ในบทความนี้เราก็จะพาคุณไปดูไอเดียออกแบบโฟโต้บุ๊คสวย ๆ มอบเป็นของขวัญแทนใจให้คนพิเศษ มาฝากทุกคนกันค่ะ

ไอเดียออกแบบโฟโต้บุ๊คให้สวยปัง มอบเป็นของขวัญให้คนพิเศษ

เลือกหัวข้อที่ต้องการ

การทำโฟโต้บุ๊คหนึ่งเล่ม ก่อนจะเริ่มทำ คุณต้องมีหัวข้อก่อนว่าอยากทำโฟโต้บุ๊คเกี่ยวกับอะไร เช่น อยากทำตอนไปเที่ยวกับคนพิเศษ ก็อาจจะรวบรวมรูปสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ที่คุณไปเที่ยวมาใส่ในโฟโต้บุ๊ค หรือ อยากทำเป็นรูปคู่กับคนพิเศษ คุณก็อาจจะรวบรูปคู่ที่คุณชอบ มาใส่ในโฟโต้บุ๊ค เป็นต้น

ใส่รูปภาพที่สำคัญ 

เนื่องจากโฟโต้บุ๊คมีไว้เพื่อเก็บรวบรวมรูปภาพโดยเฉพาะ ดังนั้น จึงทำให้หลาย ๆ คนอยากจะใส่รูปภาพที่มีทั้งหมดไว้ในโฟโต้บุ๊ค แต่โฟโต้บุ๊คบางประเภทไม่สามารถรองรับรูปจำนวนมากได้ และอาจทำให้รูปเล่มมีขนาดใหญ่จนเกินพอดีได้ ดังนั้น จึงควรเลือกรูปที่สวยงาม มีความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่ต้องการจะสื่อในโฟโต้บุ๊คดีกว่า

เพิ่มข้อความเข้าไป

การทำโฟโต้บุ๊ค คุณสามารถใส่ข้อความลงไปตามจุดต่าง ๆ ของเล่มได้ ไม่ว่าจะเป็นคำบรรยาย คำคม หรือความรู้สึกในขณะนั้น ทั้งนี้เพื่อสร้างพื้นที่ให้คุณได้พักสายตาจากรูปสักครู่ หรือเพื่อเป็นการย้ำเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรูปนี้มีรายละเอียดอะไรบ้าง และยังทำให้โฟโต้บุ๊คเล่มนี้น่าสนใจขึ้นอีกด้วย

ออกแบบด้วยตัวเอง

การออกแบบโฟโต้บุ๊คด้วยตัวคุณเอง จะทำให้คุณได้โฟโต้บุ๊คที่ถูกใจคุณที่สุด อีกทั้งยังได้ใช้เวลาในการเลือกรูปสวย ๆ ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้โฟโต้บุ๊คเล่มนี้เต็มไปด้วยความพิเศษ และสร้างความประทับใจให้ทั้งผู้ให้ และผู้รับได้เป็นอย่างดี

สรุป

การทำโฟโต้บุ๊ค นอกจากจะต้องเลือกรูปภาพที่สวยงามแล้ว การออกแบบก็มีความสำคัญที่จะช่วยให้โฟโต้บุ๊คดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเลือกโรงพิมพ์ที่ดี มีคุณภาพ ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะจะทำให้โฟโต้บุ๊คของคุณมีคุณภาพ สวยงาม และได้โฟโต้บุ๊คในแบบที่คุณต้องการ ดังนั้น สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำโฟโต้บุ๊ค ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบและผลิตโฟโต้บุ๊ค ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

วิธีแก้อาการ “ปวดหลัง” ด้วยตัวเอง แบบง่าย ๆ แต่เห็นผล

อาการปวดหลัง เป็นอาการที่ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็มีโอกาสปวดหลังได้ ไม่ว่าจะปวดหลังส่วนบน ปวดหลังส่วนล่าง หรือปวดหลังด้านข้าง ก็ทำให้ผู้มีอาการเหล่านี้หลาย ๆ คน รู้สึกเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการปวดหลังมักไม่ได้มีสาเหตุรุนแรง และสามารถหายได้เองเมื่อเวลาผ่านไป และสามารถบรรเทาอาการปวดหลังเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ซึ่งในบทความนี้เราก็มีวิธีแก้อาการปวดหลังด้วยตัวเอง แบบง่าย ๆ แต่เห็นผล มาฝากชาวปวดหลังทุกคนกันค่ะ แต่รับรองว่าลองทำตามแล้ว ช่วยให้อาการปวดหลังดีขึ้นได้จริง ๆ ค่ะ!

วิธีแก้อาการ “ปวดหลัง” ด้วยตัวเอง

ท่าโยคะนั่งไขว้ขา บิดเอว

ท่าโยคะนั่งไขว้ขา บิดเอว จะช่วยผ่อนคลายอาการปวดหลังส่วนล่าง เพิ่มความยืดหยุ่นบริเวณสะโพก และกระดูกสันหลัง โดยเริ่มจากนั่งขัดสมาธิบนพื้น ยกขาข้างขวาวางพาดทับขาซ้าย ให้ขาข้างซ้ายยังงอเข่านอนลงชิดพื้นอยู่ ขาข้างขวาตั้งเข่าขึ้น เอามือขวาแตะพื้นขวา มือซ้ายแตะท้ายทอย แล้วเอี่ยวตัวไปทางขวาให้สุด ค้างไว้ 3-5 วินาที จากนั้นกลับมาหน้าตรง วางมือซ้ายบนพื้นข้างลำตัวด้านซ้าย มือขวาแตะท้ายทอย บิดเอวไปทางขวา ค้างไว้ 3-5 วินาที จากนั้นจึงสลับขา และสลับมือ บิดเอวทั้ง 2 ข้างเหมือนเดิม

ดึงแขนข้ามไหล่

การดึงแขนข้ามไหล่ เหมาะกับอาการปวดเมื่อยหลังบริเวณหลังส่วนบนใกล้กับต้นแขนหรือไหล่ โดยให้ลองยกแขนข้างขวาขึ้นตรง ๆ บิดแขนซ้ายไปด้านหลัง ปลายนิ้ววางไว้กลางหลัง งอเฉพาะศอกขวาลงมา พยายามเอานิ้วมือขวาแตะนิ้วมือซ้ายที่กลางหลังให้ได้มากที่สุด ค้างไว้ท่านั้น 10 วินาที แล้วเปลี่ยนแขนอีกข้าง ค้างไว้ 10 วินาทีเท่ากัน สามารถทำได้เรื่อย ๆ จนกว่าอาการปวดจะดีขึ้น

ประคบน้ำแข็ง และเย็น

การประคบเย็นด้วยน้ำแข็ง จะช่วยลดแผลอักเสบหรือการบวมได้ด้วยการลดการไหลของเลือด การวางถุงน้ำแข็งลงบนบริเวณที่เพิ่งเริ่มปวด แบบไม่เกิน 48 ชั่วโมง โดยให้วางไว้ 20 นาที ทุก ๆ 2 ชั่วโมง ส่วนการประคบด้วยความร้อน จะช่วยในการบรรเทาการปวดของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับอาการปวดเรื้อรัง โดยหาจุดที่ปวดให้เจอแล้วประคบร้อนบริเวณนั้น เนื่องจากความร้อนจะช่วยให้หลอดเลือดขยาย จะส่งผลให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และอาการปวดจะบรรเทาลง โดยเฉพาะหลังการปวด 48 ชั่วโมงไปแล้ว

นอนราบแผ่นหลังติดพื้น

การนอนราบแผ่นหลังติดพื้น เมื่อมีอาการปวดหลังเกิดขึ้น ให้มองหาที่นอนที่ไม่นุ่ม และไม่แข็งจนเกินไป แต่มีพื้นแบนราบพอที่จะนอนลงไปได้สบาย ๆ เช่น เสื่อโยคะ จากนั้นดันแผ่นหลังให้ติดพื้น เกร็งหน้าท้อง ค้างไว้ 10 วินาที แล้วพัก จากนั้นทำซ้ำราว 2-3 ครั้ง ช่วยให้แผ่นหลังที่อ่อนล้า กลับเข้ามาอยู่ในสภาพปกติ จัดเรียงกระดูก และกล้ามเนื้อให้กลับมาเข้าที่เหมือนเดิม ก็จะช่วยลดอาการปวดหลังส่วนล่างได้เป็นอย่างดี

คลายปวดหลังด้วยการนวด

การนวด สามารถคลายความปวดอาการปวดหลัง เอว และขาได้ เพียงใช้สองมือกด และบีบเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้ต่อม และอวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้ดีขึ้น ท่าแรกนั่งขัดสมาธิ กำหมัดทั้งสองวางไว้บริเวณบั้นเอว หายใจเข้าพร้อมกดมือ แอ่นหน้าอก กลั้นหายใจนับ 1-5 หายใจออกพร้อมคลายแรงกด ท่าที่สองขยับกำปั้นมาบริเวณที่กลางบั้นเอว หายใจเข้าพร้อมกดมือ แอ่นหน้าอก กลั้นหายใจนับ 1-5 หายใจออกพร้อมคลายแรงกด จากนั้นให้ใช้กำปั้น ทุบหรือคลึงเบา ๆ ไปที่หลังตรงที่มีอาการปวด ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง

สรุป

ถ้าคุณลองทำตามวิธีเหล่านี้แล้ว อาการปวดหลังของคุณยังไม่ดีขึ้นหรือปวดหลังร่วมกับมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ขาอ่อนแรง ชาที่ขา เท้า หรือรอบทวารหนัก ให้รีบเข้ามาปรึกษาแพทย์กระดูกสันหลัง ตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ และรับการรักษาอย่างถูกวิธีต่อไปค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รูปภาพ: wiselivingmagazine.co.uk , hotcore.info , sanook.com และ massagemag.com

รวมสถานที่แก้ปีชง 2565 เสริมสิริมงคลให้ชีวิต

ปีชงในปี 2565 คือ ปีวอก และมีปีชงร่วม คือ ปีขาล, ปีมะเส็ง และปีกุน ซึ่งปีชง นับเป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ของชาวจีน โดยเชื่อกันว่าการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในแต่ละปี มีความเกี่ยวข้องกับ เทพไท้ส่วยเอี้ย หรือ เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา ที่เชื่อกันว่าคอยทำหน้าที่คุ้มครองดวงชะตา และสามารถบันดาลเคราะห์กรรม และโชคลาภ ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังหาสถานที่ไปไหว้แก้ปีชง วันนี้เราก็ได้รวมสถานที่แก้ปีชง 2565 เสริมสิริมงคลให้ชีวิต เพื่อที่ว่าปีนี้จะได้เริ่มต้นปีด้วยความสิริมงคลค่ะ

รวมสถานที่แก้ปีชง 2565 เสริมสิริมงคลให้ชีวิต เปลีี่ยนร้ายกลายเป็นดี

วัดมังกรกมลาวาส

วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดจีนเก่าแก่ชื่อดังย่านเยาวราช ที่เป็นสถานที่ประดิษฐานของเทวรูปสำคัญหลายองค์ ดังนั้น ผู้คนจึงนิยมเดินมาขอพร และแก้ปีชง แต่ละปีเมื่อเริ่มปีศักราชใหม่ พร้อมกับกราบไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย สะเดาะเคราะห์แก้เคล็ดต่าง ๆ เพื่อแก้ชง และเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต

ตั้งอยู่ที่: 423 ถนนเจริญกรุง แขวง ป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 18:00 น.

 

ศาลเจ้าพ่อเสือ 

ศาลเจ้าพ่อเสือ เป็นศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งภายในประดิษฐานเอี่ยนเถี้ยนส่งเต่ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อเสือ องค์เห้งเจีย และเจ้าแม่ทับทิม ดังนั้น ที่แห่งนี้จึงเป็นที่นิยมที่คนเดินทางมาแก้ปีชง สักการะเพื่อเสริมแต้มบุญกันตลอดทั้งปี รวมถึงยังเป็นสถานที่เดินทางมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ เพื่อให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดี

ตั้งอยู่ที่: 468 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด: 06:00 – 17:00 น.

 

วัดทิพยวารีวิหาร

วัดทิพยวารีวิหาร หรือ วัดกัมโล่วยี่ เป็นวัดที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเชื้อสายจีนมาก ภายในมีเทพเจ้าตามความเชื่อคนจีนมากมายหลายองค์ เช่น หมออูโต๋ว, เทพปรองดองหรือเทพแห่งความรัก, เทพขุนพลเอี่ยยิ่ม, องค์ซำกวง และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เหมาะสำหรับมาไหว้พระขอพร ทำบุญแก้ชง และสะเดาะเคราะห์เป็นอย่างมาก

ตั้งอยู่ที่: 119 ซอย ทิพย์วารี แขวง วังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด: 06:00 – 17:00 น.

 

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ภายในวัดแห่งนี้มีพระวิหารหลวง และพระประธานองค์สำคัญที่คนไทยคุ้นเคยกันดี นั่นคือ หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธไตรรัตนนายก หรือที่คนจีนนิยมเรียกตามแบบจีนว่า ซำปอกง นั่นเอง และวันแห่งนี้ ยังเป็นวัดที่หลายคนนิยมไปแก้ชง สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตาอีกด้วย

ตั้งอยู่ที่: 371 ซอย อรุณอมรินทร์ 6 เเขวง วัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด: 07:00 – 17:00 น.

 

วัดโพธิ์แมนคุณาราม

วัดโพธิ์แมนคุณาราม หรือ วัดโพวมิ้งปออึงยี่ เป็นวัดสวยที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมผสมสานทั้งจีน ไทย และทิเบต อย่างลงตัว และวัดแห่งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คนนิยมเดินทางมาแก้ปีชงเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้วัดแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระคัมภีร์ของวัชรยานจากทิเบต ที่จัดว่าสมบูรณ์ที่สุดในโลกไว้ด้วย

ตั้งอยู่ที่: 323 ซอยสาธุประดิษฐ์ 19 (นราธิวาสฯ 24) ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 15:30 น.

 

สรุป

การไปแก้ปีชง ช่วยเสริมความสิริมงคลให้กับชีวิต ให้เปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดีแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีสติ ตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาทอยู่เสมอ เพื่อให้ปี 2565 นี้ เป็นปีที่ดีในทุก ๆ เรื่องเลยนะคะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

อัปเดตจุดฉีดวัคซีนเข็ม 3 พื้นที่กรุงเทพฯ

เนื่องจากโควิด-19 ได้มีการกลายพันธุ์ และยังคงมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่จะช่วยลดการติดเชื้อ หรือลดอาการรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด-19 คือ การเข้ารับวัคซีนโควิดเข็มกระตุ้นหรือบูสเตอร์โดส ทั้งกรณีเข็ม 1 เข็ม 2 และเข็ม 3 ให้ครบถ้วน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้ได้มากที่สุด ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังหาจุดฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในพื้นที่กรุงเทพฯ วันนี้เราก็ได้รวบรวมจุดให้บริการฉีดวัคซีนเข็ม 3 หรือ วัคซีนเข็มกระตุ้น ซึ่งมีทั้งการเปิดวอล์ค อิน และให้ลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีน มีที่ไหน ให้บริการฉีดวัคซีนอะไร ตรวจสอบข้อมูลพร้อมช่องทางเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนได้เลยค่ะ

จุดฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ

ประชาชนสามารถวอล์กอิน (walk in) มารับบริการเข็มที่ 3 ชนิดวัคซีน ไฟเซอร์ หรือ แอสตร้าเซเนก้า ได้ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ โดยรอคิวที่เก้าอี้สีแดง ประตู 2 และ 3 ทุกวัน เวลา 9.00 – 16.00 น. ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

รายละเอียดการลงทะเบียน

  • เข็มที่ 4 ผู้ใหญ่ และเด็ก 5-11 ขวบ ที่จะรับไฟเซอร์ฝาส้ม ยังต้องลงทะเบียนผ่านค่ายมือถือล่วงหน้าเหมือนเดิม มีคิวจองว่างทุกเครือข่าย ตลอดเดือน
  • เข็มที่สามารถ walk in ได้คือเข็ม 1 / 2 / 3
  • “คนเดิมของบางซื่อ” ที่ตกหล่นยังไม่ได้มาฉีดเข็มที่ 3 สามารถเข้ารับบริการได้ตามวันที่ท่านสะดวก โดยแสดงนัดจาก แอปฯ Vaccineบางซื่อ / sms เดิมได้เลย

 

โรงพยาบาลกลาง เขตป้อมปราบฯ

เปิดลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่ 3 ชนิดไฟเซอร์ ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป โดยลงทะเบียนได้ที่ จุดลงทะเบียนวัคซีน ชั้น 1 อาคารอนุสรณ์ 100 ปี ตั้งแต่เวลา 8.00 – 15.00 น. (ยกเว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) จนกว่าจะครบตามจำนวนวัคซีนที่กำหนดไว้

รายละเอียดการลงทะเบียน

  • เป็นบุคคลในกลุ่มประชาชนทั่วไป หรือต่างด้าวที่มีบัตรชมพู
  • นำบัตรประชาชนตัวจริง / บัตรประจำตัวคนต่างด้าว (บัตรชมพู)
  • นำหลักฐานการฉีดวัคซีนเข็ม 1 และ 2
  • การลงทะเบียนจองคิวนัดรับวัคซีน เจ้าหน้าที่จะแจ้งวันฉีดในใบนัดอีกครั้ง

 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

เปิดลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่ 3 ชนิดวัคซีน ไฟเซอร์ หรือ โมเดอร์นา ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2565 เป็นต้นไป เวลา 15.00 น. จนกว่าจะครบตามจำนวนวัคซีนที่กำหนดไว้ ซึ่งผู้ลงทะเบียน   สามารถเลือกสถานที่รับบริจาควัคซีนได้

รายละเอียดการลงทะเบียน

  • ประชาชนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป
  • สแกน QR Code เพื่อลงทะเบียน เลือกวัน-เวลา และสถานที่ ในการเข้ารับบริการฉีดวัคซีนตามวันเวลาที่ได้ลงทะเบียนไว้เท่านั้น

ผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกสถานที่รับบริจาควัคซีนได้ ดังนี้

  • คลินิกบริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชั้น 13 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ในระหว่าง วันที่ 14 – 25 กุมภาพันธ์ 2565 (ปิดบริการวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
  • จุดบริการวัคซีน โซน เอเทรียม ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในระหว่างวันที่ 1 – 28 กุมภาพันธ์ 2565 (ปิดบริการวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565)

 

โรงพยาบาลรามาธิบดี

เปิดลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่ 3 ชนิดวัคซีน แอสตร้าเซเนก้า หรือ ไฟเซอร์ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2565 เป็นต้นไป เวลา 9.00 น. จนกว่าจะครบตามจำนวนวัคซีนที่กำหนดไว้ โดยลงทะเบียนจองผ่านเว็บไซต์ https://www.ramavaccine.com/

รายละเอียดการลงทะเบียน

  • 1 หมายเลขโทรศัพท์สามารถงทะเบียนจองได้ 5 สิทธิ์ โดยใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน บัตรชมพู หรือพาสปอร์ต
  • ลงทะเบียนแล้วรอรับ SMS เพื่อยืนยันการจอง
  • กรณีเลื่อนนัด สามารถทำการเสื่อนนัดได้ก่อนวันนัดจริง 2 วัน
  • กรณีผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคนเข็มที่ 1 หรือเข็มที่ 2 สามารถลงทะเบียนจองรับวัคซีนได้

สรุป

การเข้ารับวัคซีนเข็ม 3 หรือ วัคซีนเข็มกระตุ้น ให้ครบถ้วน จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสได้ดีมาก ๆ เพราะในปัจจุบันโควิด-19 ได้มีการกลายพันธุ์ และยังคงมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังหาจุดรับวัคซีนเข็ม 3 ก็สามารถเลือกได้จากสถานที่นี่เราได้รวบรวมมาให้ได้เลยค่ะ ใครสะดวกที่ไหน ใกล้ที่ไหน ก็อ่านรายละเอียดขั้นตอนการลงทะเบียนรับวัคซีนได้เลยค่ะ นอกจากนี้เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว ก็ยังต้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งสวมหน้ากากอนามัยเวลาออกไปปข้างนอก หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือ เจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ และเว้นะระยห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตรด้วยนะคะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Exit mobile version