เข้าห้องน้ำสาธารณะอย่างไร ให้ปลอดภัย ห่างไกลเชื้อโรค

เมื่อเราต้องออกไปข้างนอก หรือเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ การใช้ห้องน้ำสาธารณะ ก็คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าจะให้กลั้นปัสสาวะ อาจเพี่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ อย่างโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และโรคกรวยไตอักเสบได้ แต่อย่างที่หลาย ๆ คนรู้กันดีว่า ห้องน้ำสาธารณะเป็นสถานที่ที่มีคนใช้ร่วมกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งการขับถ่ายของเสียทั้งหนัก และเบาอาจทำให้เชื้อโรคปนเปื้อนตามของใช้ต่าง ๆ ไม่เพียงแต่ชักโครกเท่านั้นที่เป็นแหล่งรวมเชื้อโรค แต่ส่วนอื่น ๆ ในห้องน้ำ อย่างลูกบิดประตู และก๊อกน้ำ ก็อาจเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค และทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้เช่นกัน จึงทำให้หลาย ๆ คนกังวลในการเข้าห้องน้ำสาธารณะเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการติดเชื้อ อย่างโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เนื่องจากอวัยวะเพศ และท่อปัสสาวะเป็นส่วนที่เสี่ยงต่อการสัมผัสกับเชื้อโรคมาจากห้องน้ำสาธารณะมากที่สุด ดังนั้น เพื่อให้การเข้าห้องน้ำสาธารณะปลอดภัยมากขึ้น ในบทความนี้เราก็มีวิธีเข้าห้องน้ำสาธารณะให้ปลอดภัย ห่างไกลเชื้อโรค มาฝากกันค่ะ

เข้าห้องน้ำสาธารณะอย่างไร ให้ปลอดภัย ห่างไกลเชื้อโรค

เลือกห้องน้ำที่ไม่ค่อยมีคนใช้ อาจจะเป็นโซนที่ไม่ค่อยมีคนใช้ ห้องน้ำชั้นที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เช่น ห้องน้ำในออฟฟิศชั้นที่มีพนักงานน้อย ๆ หรือห้องสุดท้ายริมด้านในสุดของห้องน้ำ

หลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวในห้องน้ำโดยตรง แต่ให้ใช้ทิชชู หรือกระดาษจับสิ่งสัมผัสต่าง ๆ แทน เช่น ลูกบิดประตู ฝาชักโครก ที่กดชักโครก ฝารองนั่ง เป็นต้น

กดชักโครกก่อนทำธุระทุกครั้ง แนะนำให้ปิดฝาชักโครกก่อนกด เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคในชักโครก ถ้าเป็นโถส้วมนั่งยอง ตักน้ำราดแทน เพื่อให้สะอาดมากขึ้น

ทำความสะอาดฝารองนั่งก่อนใช้ทุกครั้ง ด้วยทิชชูแบบเปียกชนิดฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่ห้องน้ำสาธารณะบางที่มีไว้บริการ หรืออาจพกสเปรย์ฉีดแอลกอฮอล์ หรือวางกระดาษรองนั่งบนที่รองนั่งชักโครก จะดีที่สุด

ไม่เหยียบบนที่นั่งชักโครก เพราะระหว่างที่ขับถ่ายอาจจะมีการกระเด็นของน้ำในโถ ซึ่งเป็นที่รวมเชื้อโรคเปื้อนได้มากกว่าการนั่งธรรมดา นอกจากนี้ยังเสี่ยงชักโครกแตก และบาดเป็นแผลได้ หรืออาจเสี่ยงลื่นล้มจากที่นั่งชักโครกที่เหยียบได้ไม่สะดวก เพราะที่รองนั่งไม่ได้ถูกดีไซน์มาให้ใช้เท้าเหยียบ

ใช้เวลาในห้องน้ำให้น้อยที่สุด ไม่ควรใช้เวลานานมากเกินไป เมื่อทำธุระเสร็จให้รีบออกมา ถ้าจำเป็นต้องนั่งนาน ควรเลือกดูห้องที่สะอาดที่สุด และพยายามเลือกใช้ห้องที่อยู่ห่างจากผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสกับเชื้อโรค

ฉีดน้ำจากสายฉีดทิ้งก่อนใช้ สำหรับห้องน้ำที่ทำความสะอาดอวัยวะด้วยสายฉีด ควรฉีดน้ำจากสายฉีดให้ไหลทิ้งไปก่อนประมาณ 1 นาที เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่ปะปนบริเวณรอบ ๆ สายฉีดได้

ไม่ตักน้ำที่เปิดไว้มาทำความสะอาด สำหรับห้องน้ำที่ใช้ขันตักน้ำจากอ่าง หรือภาชนะรองน้ำ ไม่ควรใช้น้ำที่มีอยู่ในภาชนะรองน้ำมาทำความสะอาดอวัยวะ แต่ควรรองน้ำจากก๊อกมาใช้โดยตรง เพื่อป้องกันเชื้อโรคสะสมที่อยู่ในภาชนะรองน้ำนั้น ๆ

ปิดฝาชักโครกก่อนกดน้ำทุกครั้งหลังจากเสร็จธุระ ซึ่งการกระทำนี้จะช่วยลดการกระเด็นของน้ำที่อาจมีเชื้อโรคในชักโครกให้แพร่กระจายไปในอากาศได้

ล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ ด้วยน้ำเปล่า และสบู่ล้างมืออย่างน้อย 20 วินาที แล้วตามด้วยการใช้แอลกอฮอล์เจลหรือสเปรย์ทำความสะอาดมืออีกครั้ง เพื่อกำจัดเชื้อโรคที่อาจติดมากับมือ

สรุป

การเข้าห้องน้ำสาธารณะ ควรรักษาความสะอาดให้ดี ล้างมือ และสัมผัสกับส่วนต่าง ๆ ในห้องน้ำให้น้อยที่สุด และหากปวดปัสสาวะก็ไม่ควรอั้นปัสสาวะไว้นาน เพราะอาจทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรืออาจรุนแรงเป็นกรวยไตอักเสบได้ ซึ่งถ้าคุณทำตามวิธีที่เราได้นำมาฝาก เพียงเท่านี้ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรค ทั้งบริเวณอวัยวะเพศ และมือ แต่ถ้าคุณมีอาการผิดปกติ อย่างคัน ระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ ตกขาวมีกลิ่น รู้สึกเจ็บปวดขณะปัสสาวะ หรือมีไข้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

7 วรรณกรรมแปลญี่ปุ่น ที่คุณอ่านแล้วจะได้รับความอิ่มเอมใจ

วรรณกรรม ถือเป็นหนังสือที่อุดมไปด้วยคุณค่าแห่งชีวิต และประสบการณ์ที่จะทำให้เราได้เติบโต และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับตัวละครในหนังสือ ซึ่งหนึ่งในวรรณกรรมที่คนไทยนิยมอ่านกันมากก็คงหนีไม่พ้น วรรณกรรมแปลญี่ปุ่น ที่มีเนื้อเรื่องให้เลือกอ่านกันหลากหลายแนว แต่ในทุก ๆ เรื่องที่เราได้อ่าน เราก็จะได้รับข้อคิดดี ๆ ในการใช้ชีวิตจากหนังสือกลับไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังหาวรรณกรรมแปลญี่ปุ่นน่าอ่านอยู่ล่ะก็ ในบทความนี้เราก็มี 7 วรรณกรรมแปลญี่ปุ่น ที่คุณอ่านแล้วจะได้รับความอิ่มเอมใจ มาฝากกันค่ะ จะมีเล่มไหนที่ถูกใจคุณบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

แมวนักพยากรณ์แห่งร้านกาแฟจันทร์เต็มดวง

ผู้เขียน : ไม โมจิทสึกิ

เนื้อหาโดยสังเขป : ร้านกาแฟที่เปิดทำการเฉพาะคืนจันทร์เต็มดวงงั้นเหรอ พนักงานของร้านเป็นแมวเหมียวทั้งหมดเลยสินะ! “ร้านกาแฟจันทร์เต็มดวง” จะเผยโฉมเฉพาะคืนเดือนเพ็ญ พร้อมมาสเตอร์แมวเหมียว และพนักงานร้านที่จะบริการลูกค้า ด้วยเครื่องดื่ม และของหวานชั้นเลิศ เพื่อเยียวยาเหล่าผู้คนที่กำลังอ่อนล้า ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนตกอับ ผู้กำกับรายการที่เกือบมีสัมพันธ์ต้องห้าม หรือเจ้าของบริษัทไอทีที่กำลังมีความรัก… มาสเตอร์แมวจะ “พยากรณ์” การโคจรของดวงดาว ให้แขกผู้มาเยือนทุกท่าน พร้อมเมนูที่ไม่ว่าใครก็อยากจะไปเยือนร้านแห่งนี้สักครั้งในชีวิต แต่ใช่ว่าอยากจะมาใช้บริการก็มาได้ เพราะ “ร้านกาแฟจันทร์เต็มดวง” ไม่มีทำเลที่ตั้งแน่นอน บางครั้งปรากฏกลางย่านร้านค้าคุ้นตา บางครั้งเป็นสถานีรถไฟปลายทางหรือริมแม่น้ำเงียบสงบ อีกทั้งยังเลือกลูกค้าตามแต่ใจต้องการอีกด้วย ดังนั้น หากคุณต้องการจะตามหาเพื่อเข้าใช้บริการร้านกาแฟแห่งนี้ก็ต้องขออภัยด้วย แต่เรื่องราวของพวกเขา และเธอเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้รู้จักตัวเอง ยอมรับสิ่งที่เป็น มีของหวานแสนอร่อยช่วยเยียวยา สิ่งที่ติดค้างอยู่ลึกในลำคอ และของหนักอึ้งที่เคยทับถมในใจ…ล้วนอันตรธานไปสิ้น!

ราคา : 255 บาท

 

ทะมงกับเด็กชายและความหมายของชีวิต

ผู้เขียน : ฮาเสะ เซชู

เนื้อหาโดยสังเขป : “ทะมง” สุนัขพันธุ์ผสมเยอรมันเชฟเพิร์ดกับสายพันธุ์พื้นเมืองญี่ปุ่น พลัดหลงกับเจ้าของจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และสึนามิ ระหว่างทางทะมงได้เจอกับผู้คนมากมาย ผู้คนที่บอบช้ำ หวาดกลัว และชีวิตตกอยู่ในความมืดมน… ทะมงได้เยียวยาหัวใจของคนเหล่านั้น อาทิ ชายที่ต้องขับรถให้กับแก๊งโจรกรรมเพื่อหาเงินไปรักษาแม่ และเรียกสุนัขว่า เทพผู้คุมครอง, หัวขโมยจากแก๊งยากูซ่าที่พยายามทำทุกวิถึทางให้สุนัขได้อยู่กับตน, คู่สามีภรรยาที่ระหองระแหงกันมาตลอด จนมีสุนัขเข้ามา แล้วชีวิตของทั้งสองก็เปลี่ยนไป รวมถึงเรื่องราวของหญิงขายบริการ ชายชรา และเด็กชาย ที่จะทำให้รู้ว่า ความหมายของการมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นเป็นเช่นไร ทุกตัวละครต่างถูกสุนัขเชื่อมโยงไว้ ในช่วงเวลาแห่งความมืดมนนั้น สุนัขทำให้พวกเขาได้พบกับความสุขในใจที่ยากจะลืม!

ราคา : 295 บาท

 

ร้านขนมแห่งความลับ

ผู้เขียน : ซากากิ สึคาสะ

เนื้อหาโดยสังเขป : “อุเมโมโตะ เคียวโกะ (ชื่อเล่น อันจัง)” เริ่มทำงานที่ร้านวากาชิ “มัตสึยะ” ในชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เธอเป็นเด็กสาวร่าง (ติดจะ) ท้วม วัยสิบแปดปี แต่ละวันของเธอรายล้อมไปด้วยผู้จัดการร้าน และเพื่อนร่วมงานที่แม้จะเป็นมืออาชีพ แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่มีใครเหมือน ร้านแห่งนี้ทำให้เธอเริ่มรู้ซึ้งถึงเสน่ห์ของวากาชิ (ขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม) ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราว และลูกเล่นต่าง ๆ รวมถึงความจริงอันคาดไม่ถึงที่ซุกซ่อนอยู่ในคำพูด และการกระทำมากปริศนาของคุณลูกค้าแต่ละคน นี่คือนิยายสืบสวนที่รับรองได้เลยว่าอ่านแล้วต้องเผลอตัววิ่งไปร้านขายขนมแน่นอน!

ราคา : 295 บาท

 

ฉันจะไม่ลืมร้านหนังสือโมริซากิ

ผู้เขียน : ยางิซาวะ ซาโตชิ

เนื้อหาโดยสังเขป : “ทาคาโกะ” หญิงสาววัยยี่สิบกำลังเคว้งคว้าง และเสียใจอย่างหนัก เมื่อจู่ ๆ คนรักที่คบหากันในที่ทำงานบอกว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน สุดท้ายทาคาโกะตัดสินใจลาออกเพื่อหนีออกมารักษาแผลใจ แต่เธอก็หมดแรงจนไม่อาจก้าวต่อไปได้ วันหนึ่งซาโตชิ น้าชายแท้ ๆ ของ “ทาคาโกะ” ที่ไม่ได้ติดต่อกันมาเป็นสิบปีก็โทรมาหา ขอให้ทาคาโกะไปช่วยงานที่ร้านหนังสือโมริซากิ ณ ย่านจิมโบโจ ทาคาโกะไม่มีที่ไป จึงตัดสินใจไปช่วยงานน้า โดยไม่คาดคิดว่า ทั้งผู้คน หนังสือเก่า และร้านหนังสือแห่งนี้จะสร้างความทรงจำล้ำค่า และผลักดันให้ทาคาโกะลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง เรื่องราวการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอบอวลด้วยกลิ่นกระดาษ ท่ามกลางบรรยากาศย่านหนังสือเก่าที่มีมนตร์ขลัง พร้อมด้วยเรื่องราวของผู้คนที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

ราคา : 235 บาท

 

ให้มื้ออุ่นๆ กอดใจคุณก่อนนะ

ผู้เขียน : ทาเคอุจิ มาซามิ

เนื้อหาโดยสังเขป : เรื่องราวอบอุ่นใจที่สื่อผ่าน “จานอาหาร” ที่ใครคนหนึ่งตั้งใจปรุงมื้ออร่อยเพื่อใครอีกคน “นากาฮาระ ฮารุโตะ” บรรณาธิการนิตยสารการ์ตูนผู้หญิงวัยรุ่น ผู้รักการทำ และการกินอาหารเป็นชีวิตจิตใจ โดยเขามุ่งมั่นที่จะแบ่งปันของอร่อยกับใครสักคน แต่เพราะคนรอบข้างฮารโตะมักพบปัญหาหนักอึ้งมาพบเขาอยู่เสมอ ฮารุโตะจึงเลือกเสิร์ฟอาหารจานอร่อย ซึ่งเปรียบเสมือน “คำปลอบโยน และแรงผลักดัน” ที่ทำให้พวกเขาใจอิ่มฟู พร้อมลุยได้อีกครั้ง! เพียงแค่มีมื้ออร่อยหอมกรุ่น พร้อมเอ่ยปากชวนใครสักคนว่า “มากินข้าวกันเถอะ” ก็ช่วยให้ปัญหาที่แบกไว้บนบ่าเบาลงได้ วันนี้…คุณได้ชวนใครสักคนมากินข้าวด้วยกันแล้วหรือยัง?

ราคา : 295 บาท

 

คาเฟ่ชาอุ่นๆ สำหรับคุณที่กำลังหลงทาง

ผู้เขียน : นากิ ชิเมโนะ

เนื้อหาโดยสังเขป : “คิซารากิ ทัมโปโปะ” เจ้าของคาเฟ่ “แมวหลง” พา “ซึสึมิ” แมวคู่ใจตระเวนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น โดยขอยืมพื้นที่ว่างเล็ก ๆ อาจเป็นสักมุมหนึ่งของแกลเลอรี หรืองานอีเวนต์เพื่อเปิดคาเฟ่นอกสถานที่ คาเฟ่นี้ไม่เพียงเสิร์ฟชา และขนมของแต่ละท้องถิ่น แต่ยังพยากรณ์เพื่อชี้แนะวิธีแก้ปัญหาชีวิต พร้อมทั้งเล่าเกร็ดตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับชา ให้ลูกค้าทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนได้ฟัง ขณะเดียวกันตัวเธอเองก็คอยตามหา “บางสิ่ง” ไปทั่วทุกหัวระแหง…ไม่ว่าจะเดินบนเส้นทางที่วกวน หรือแวะกลางทาง สุดท้ายความปรารถนาก็จะเป็นจริง…

ราคา : 335 บาท

 

บ้านสะสมความเหงากับเรื่องราวที่ไม่มีใครได้ยิน

ผู้เขียน : มาจิดะ โซโนะโกะ

เนื้อหาโดยสังเขป : “…บ้านน่ะ เป็นแค่ภาชนะใส่ของเท่านั้น” 5 เรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เชื่อมโยงกันด้วย “บ้านแห่งความโชคร้าย” ณ อุสึกุชิกะโอกะ “บ้านหลังสุดท้าย” ที่ตั้งใจสร้างครอบครัวแสนสุขด้วยกัน / “บ้านของการเล่นพ่อแม่ลูก” กับช่องว่างความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้น / “บ้านดักแด้” สถานที่พักใจของแม่เลี้ยงเดี่ยว และเพื่อนสนิทที่เคยรักกัน / “บ้านกินฝัน” แม้จะไม่สมหวัง แต่เริ่มต้นความฝันครั้งใหม่ได้อีกครั้ง / “บ้านแห่งความสุข” ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของลูกสาว เพราะ “บ้าน”เป็นเพียงแค่ภาชนะ แต่สิ่งที่อยู่ภายในต่างหากคือ…สิ่งสำคัญ

ราคา : 295 บาท

 

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับ 7 วรรณกรรมแปลญี่ปุ่น ที่เราได้นำมาฝากกันนี้ ต้องบอกเลยว่าแต่ละเรื่องน่าอ่านมาก ๆ แต่ไม่ว่าคุณจะอ่านเรื่องไหน ก็จะทำให้คุณได้รับความอิ่มเอมใจได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ในวรรณกรรมญี่ปุ่น จะทำให้เราได้เปิดโลกกว้าง และได้รู้จักประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย เนื่องจากหนังสือแปลญี่ปุ่น จะเน้นเขียนเกี่ยวกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้เราสามารถซึมซับ และนำมาใช้ประยุกต์กับชีวิตประจำวันของเราได้อีกด้วยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.se-ed.com/

25 ไอเดียแมตช์เสื้อเชิ้ต เป็นเสื้อคลุมแบบชิค ๆ อย่างมีสไตล์

เสื้อเชิ้ต เป็นเสื้อที่มีลักษณะเป็นเสื้อสีเดียวที่มีปก และปุ่มบนตัวเสื้อ มักจะมีแขนยาว และเป็นเนื้อผ้าหนาหรือบางได้ตามประเภทของเสื้อ นอกจากนี้เสื้อเชิ้ต ยังสามารถสวมใส่ได้ในหลาย ๆ โอกาส ไม่ว่าจะใส่ไปทำงาน หรือไปงานที่เป็นทางการ รวมถึงใส่ไปเที่ยวก็ได้เช่นกัน แถมเสื้อเชิ้ตยังมีความ Unisex ที่ใส่ได้ทั้งหญิง ทั้งชาย จึงสามารถยืมใส่กันได้ และทำให้เสื้อเชิ้ต เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คนส่วนใหญ่จะมีติดตู้กันไว้นั่นเอง ซึ่งในวันนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำการใส่เสื้อเชิ้ตให้มีความสนุกมากขึ้น ด้วย 25 ไอเดียแมตช์เสื้อเชิ้ต เป็นเสื้อคลุมแบบชิค ๆ อย่างมีสไตล์ มาฝากกันค่ะ

25 ไอเดียแมตช์เสื้อเชิ้ต เป็นเสื้อคลุมแบบชิค ๆ

 

สรุป

ในปัจจุบันเสื้อเชิ้ตก็มีหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์ ทั้งแบบแขนสั้น แขนยาว แขนฟอง รวมไปถึงเสื้อเชิ้ตสีพื้นเรียบ ๆ เสื้อเชิ้ตสีสันสดใส หรือเสื้อเชิ้ตที่มีลวดลาย ให้ได้เลือกซื้อ เลือกใช้กันได้ตามชอบเลยค่ะ และสำหรับใครที่มีเสื้อเชิ้ตอยู่ในตู้ และกำลังหาไอเดียในการใส่เสื้อเชิ้ตแบบใหม่ ๆ ก็สามารถมาดู 25 ไอเดียแมตช์เสื้อเชิ้ต เป็นเสื้อคลุมแบบชิค ๆ ที่เราได้นำมาฝากกันนี้ รับรองว่าจะช่วยให้การใส่เสื้อเชิ้ตของคุณไม่น่าเบื่อ แถมยังได้ลุคใหม่ ๆ ในการแต่งตัวอีกด้วยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pinterest.com/

คนที่คอเลสเตอรอลสูง ควรกินอาหารแบบไหนให้ช่วยลดไขมัน

คอเลสเตอรอลในเลือดสูง หรือไขมันในเลือดสูง ส่วนใหญ่จะเป็นกันโดยไม่รู้ตัว เพราะจะไม่มีอาการแสดงของโรคให้เห็น แต่จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อไปตรวจร่างกาย และมีการเจาะเลือดตรวจเท่านั้น ซึ่งการที่ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักในการก่อโรคหลอดเลือดแดงแข็ง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน เป็นต้น ซึ่งการเกิดภาวะนี้ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ควบคุมปริมาณ และชนิดของไขมันในอาหาร จะสามารถช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดได้

ซึ่งในบทความนี้เราก็จะมาแนะนำอาหารที่คนเป็นคอเลสเตอรอลสูง รับประทานได้ และช่วยลดไขมัน มาฝากกันค่ะ แต่ก่อนที่จะไปดูว่ามีอาหารอะไรบ้าง เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับคอเลสเตอรอล ประเภทของคอเลสเตอรอล และสาเหตุที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูงกันก่อนค่ะ

คอเลสเตอรอล คืออะไร?

คอเลสเตอรอล เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย มีประโยชน์ในการสร้างกรดน้ำดีสำหรับย่อยไขมันในอาหาร สร้างวิตามินดี และฮอร์โมนบางชนิด รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ต่าง ๆ โดยส่วนหนึ่งของคอเลสเตอรอลนั้นร่างกายสร้างได้เอง และอีกส่วนหนึ่งมาจากอาหารที่รับประทาน ซึ่งการที่เรามีคอเลสเตอรองสูงจะเป็นปัจจัยสำคัญอันนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้

ประเภทของคอเลสเตอรอล

LDL (Low Density Lipoprotein) คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือไขมันเลว หากมีไขมันชนิดนี้สูงจะทำให้มีการสะสมที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ หลอดเลือดเปราะ เสี่ยงต่อการแตก และตีบตัน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด

HDL (High Density Lipoprotein) คอเลสเตอรอลชนิดที่ดีหรือไขมันดี ทำหน้าที่นำคอเลสเตอรอลที่สะสมตามผนังหลอดเลือด และตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ ไปทำลายที่ตับ ช่วยลดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด และยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตันอีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูง

  • เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ หรืออาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง
  • เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม และถ่ายทอดในครอบครัว
  • เกิดจากโรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ไตวาย หรือยาบางชนิด
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ฮอร์โมนหรือยาคุมกำเนิด ยาสเตียรอยด์ ยาต้านไวรัส HIV เป็นต้น
  • การดื่มสุราหรือสูบบุหรี่เป็นประจำ
  • การขาดการออกกำลังกาย

อาหารที่คนคอเลสเตอรอลสูงควรรับประทาน

  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไม่ติดหนัง
  • อาหารประเภทเนื้อปลา โดยเฉพาะปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาโอ ปลาทูน่า ปลาซาบะ ปลาแซลมอน ควรรับประทานอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์
  • ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เป็นต้น และผลิตภัณฑ์ถั่วแทนเนื้อสัตว์ เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร เป็นต้น
  • ไข่ขาวของไข่ไก่ และไข่เป็ด เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดี ไม่มีไขมัน และมีแคลอรีต่ำ ถ้าต้องการรับประทานทั้งฟอง ควรรับประทานอาทิตย์ละไม่เกิน 3 ฟอง
  • อาหารประเภทผักใบต่าง ๆ และผลไม้บางชนิด รวมไปถึงอาหารที่มีกากใยสูง เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ส้ม ผักใบเขียว ข้าวกล้อง และธัญพืชต่าง ๆ
  • ดื่นนม และผลิตภัณฑ์จากนมชนิดพร่องไขมันหรือขาดไขมัน แทนชนิดไขมันครบส่วน
  • เลือกใช้น้ำมันถั่วเหลือง ดอกทานตะวัน มะกอก ข้าวโพด รำข้าว เมล็ดดอกคำฝอย แทนน้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว
  • เลือกวิธีการปรุงอาหารโดยใช้การนึ่ง ย่าง อบ ยำ แทนการทอด

สรุป

สำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง นอกจากควบคุมอาหารแล้ว การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ ลดความเครียด รับประทานยาลดไขมันตามแพทย์สั่ง ตรวจเช็คระดับไขมันในเลือดสูงเป็นระยะตามนัด ก็จะช่วยให้ไขมันในเลือกเข้าสู่เกณฑ์ปกติได้ และที่สำคัญทุกคนควรตรวจสุขภาพประจำปีสม่ำเสมอ เพื่อตรวจหาความเสี่ยงร่วม และตรวจติดตามระดับไขมันในเลือดกันด้วยนะคะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

เมื่อคุณรู้สึกอิจฉาคนอื่น ต้องจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไร

อารมณ์ความรู้สึกอิจฉา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์ทุกคน ซึ่งเกิดจากสัญชาตญาณของมนุษย์ที่พยายามปกป้องตัวเอง ด้วยการฝังกลบความบกพร่อง ความรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคงทางใจ และความอ่อนแอในตัวเอง ไว้ภายในจิตใจ แต่ถ้าเกิดความรู้สึกอิจฉาที่มีมากเกินไป จนอยากทำร้ายความสำเร็จของผู้อื่น เพราะความสำเร็จของผู้อื่นอาจทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด และอาจสร้างความสะเทือนใจต่อคนที่อิจฉาได้นั้น เราควรให้ความสำคัญ และทำความเข้าใจกับความรู้สึกอิจฉานี้ เพื่อให้ได้รู้เท่านั้นอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง และไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่จะส่งผลเสียทั้งกับตัวเอง และผู้อื่น ซึ่งในบทความนี้เราก็มีวิธีการรับมือกับความรู้สึกอิจฉาคนอื่น ให้เปลี่ยนเป็นการเข้าใจตนเอง และเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น มาฝากกันค่ะ

ยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา

ยอมรับความรู้สึกอิจฉาที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา โดยปล่อยให้ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างที่มันควรเป็น ไม่รีบเร่งที่จะแก้ไข ให้เวลา เพราะสมองส่วนอารมณ์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องค่อย ๆ ลำดับการผ่อนคลายตามกระบวนการ เมื่อถึงจุดที่มีสติมากกว่าอารมณ์ จะทำให้เราหาคำตอบว่าทำไมความรู้สึกนี้ถึงเกิดขึ้นกับเรา และหาวิธีแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ค้นหาสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกนี้

ถามตัวเอง และค้นหาว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกอิจฉาคนนี้ และกำลังอิจฉาเรื่องอะไร เพราะถ้าเรารู้สาเหตุที่เราอิจฉา เราก็จะสามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ง่าย นอกจากนี้เมื่อเราเข้าใจ และยอมรับในตนเองแล้ว เราจะไม่กังวลกับคำพูดด้านลบของคนอื่น ไม่คิดเปรียบเทียบ เพราะอาจจะยิ่งทำให้มีอารมณ์อิจฉาที่อยู่ในจิตใจเพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้น ยิ่งเราเข้าใจอารมณ์ และความรู้สึกของตัวเองได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เราควบคุมความรู้สึกนี้ได้ และรู้จักปล่อยวางได้มากขึ้นด้วย

เลิกเปรียบเทียบ

การเปรียบเทียบชีวิตตัวเอง ไม่ว่าจะกับเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านาย มีแต่ยิ่งสร้างบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรให้เกิดขึ้น และยิ่งเป็นการสร้างความคิดลบว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม และในยุคนี้การใช้ Social media เข้ามาเกี่ยวข้อ งและง่ายมากที่จะส่องชีวิตคนรู้จัก เห็นชีวิตที่หรูหรา มีความสุข มีเงินทองมากมาย ไปท่องเที่ยวบ่อย ๆ สุขภาพดี และหน้าตาสวยงามดูดี อาจยิ่งกระตุ้นความรู้สึกขี้อิจฉาให้เพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้น จึงควรหยุดเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

เปลี่ยนความคิดใหม่

ความอิจฉา อาจเป็นรากฐานที่มาจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก ซึ่งเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ ความทุกข์ยากในวัยเด็ก ปมบาดแผลทางใจ ปัญหาสุขภาพ ความไม่มั่นคงทางการเงิน และบาดแผลที่อาจเป็นอุปสรรคต่อเส้นทางสู่ความสำเร็จในปัจจุบัน ซึ่งการทำให้ความรู้สึกอิจฉานี้เปลี่ยนไป คือ การเปลี่ยนความคิดใหม่ โดยนำพลังงานจากความอิจฉาเปลี่ยนเป็นการพัฒนา และพลักดันตนเองไปสู่จุดหมายที่ต้องการให้สำเร็จ

มองให้เห็นภาพความเป็นจริง

ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครเกิดมาสมบรูณ์แบบ ความสำเร็จของผู้อื่นที่เราได้เห็น และมีคนชื่นชม เบื้องหลังนั้นเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายกว่าจะมาถึงจุดนี้ ดังนั้น ความสำเร็จที่เรามีแม้จะเล็กน้อยก็อย่าลืมที่จะชื่นชมตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง และควรเห็นคุณค่า รู้ซึ้งชื่นชมในการกระทำของตนเองให้ได้โดยไม่ต้องรอการชื่นชมจากผู้อื่น เมื่อเรามองเห็นภาพความเป็นจริง อาจจะทำให้ความรู้สึกอิจฉาคนอื่นลดน้อยลงได้

สร้างนิยามความสำเร็จของตัวเองแบบง่าย ๆ

การเอาความสำเร็จของผู้อื่นมาเปรียบกับตัวเอง จะทำให้เราเกิดความรู้สึกอิจฉาแบบไม่รู้จบ แต่การชื่นชมยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น และมองว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้เป็นแบบอย่างมากกว่าจะไปแข่งขัน โดยเราควรกำหนดนิยามความสำเร็จของตัวเองแบบง่าย ๆ โฟกัสที่เป้าหมายของตัวเอง และทำมันให้เต็มที่ ซึ่งคนเดียวเท่านั้นที่เราควรเปรียบเทียบคือตัวเราเองในเมื่อวาน และพยายามทำหน้าที่ในวันนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกวัน การที่เรามีการพัฒนาเพิ่มขี้นในทุกวันจะสามารถนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จในอนาคตได้อย่างแน่นอน

สรุป

ความอิจฉา หรือมองคนอื่นเป็นคู่แข่ง เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์เมื่อมาอยู่ร่วมกัน แต่หากปล่อยให้สมองติดอยู่กับกลไกการคิดแบบติดลบไปเรื่อย ๆ คงไม่เป็นผลดีกับการใช้ชีวิตในสังคม ซึ่งการเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น และลองถอยออกมาจากสิ่งกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่องโซเชียลมีเดีย หรือการเสพย์ข้อมูลมุมใดมุมหนึ่งที่มากเกินไป สามารถช่วยให้สมองของคุณได้พัก และกลับมาตั้งหลักกับตัวเองใหม่อีกครั้ง แต่หากไม่สามารถกำจัดความคิดลบหรือมีความคิดที่เป็นผลร้ายต่อตัวเอง และการใช้ชีวิต ควรรีบไปปรึกษา และนัดหมายผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำจิตบำบัดโดยเร็วที่สุดค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

การใช้หูฟังอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ป้องกันหูเสื่อมก่อนวัย ที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

หูฟัง เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่หลายคนพกพาติดตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเวลาเดินทางไปท่องเที่ยว เดินทางไปทำงาน หรือนั่งทำการบ้าน นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอม ก็มักจะมีหูฟังอยู่ด้วยเสมอ เพราะการใส่หูฟัง ช่วยให้ฟังเสียง และดื่มด่ำกับความบันเทิงตรงหน้าโดยไม่รบกวนผู้อื่น แต่การใช้หูฟังติดต่อกันเป็นเวลานานหรือการปรับระดับเสียงให้ดังจนเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการได้ยิน และอาจร้ายแรงจนทำให้หูหนวกได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้หูของเราเป็นอันตราย ในบทความนี้เราก็มีวิธีการใช้หูฟังอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ป้องกันหูเสื่อมก่อนวัย ที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ มาฝากกันค่ะ

ผลกระทบของการใส่หูฟังนาน ๆ และเปิดเสียงดัง

การฟังเสียงที่ดังเกิน 90 เดซิเบล อาจส่งผลกระทบต่อระบบการได้ยินในระยะยาวได้ โดยการใช้หูฟัง และปรับระดับเสียงให้อยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของระดับเสียงดังสุดอาจทำให้เกิดเสียงดังประมาน 85 เดซิเบล และหากปรับระดับเสียงให้สูงขึ้นก็อาจให้เสียงดังถึง 104 เดซิเบล ซึ่งเมื่อฟังเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานานก็อาจเสี่ยงต่อภาวะประสาทหูเสื่อมจากเสียง และอาจทำให้สูญเสียการได้ยินอย่างถาวรหรือหูหนวกได้ เนื่องจากคนทั่วไปมีเซลล์ขนประมาณ 16,000 เซลล์อยู่ในหูชั้นในส่วนที่เรียกว่า cochlea เสียงดังทำให้เซลล์ และเยื่อหุ้มเซลล์ภายใน cochlea ถูกทำลาย การฟังเสียงดังเป็นระยะเวลานานทำให้เซลล์ขนเหล่านี้ทำงานหนักมากเกินไป และตายไปในที่สุดนั่นเอง

ระดับเสียงที่ไม่เป็นอันตรายต่อหู

การฟังอย่างปลอดภัยขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 อย่างคือ ความดังของเสียง ระยะเวลาในการฟัง และความถี่ในการฟัง ดังนั้น การฟังเสียงไม่ดังมาก แต่ฟังเป็นระยะเวลานานมีอันตรายพอ ๆ กับการฟังเสียงดังในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งการฟังสำหรับผู้ใหญ่ สามารถฟังระดับเสียงไม่เกิน 80 เดซิเบลเอได้ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับเด็กสามารถฟังระดับเสียงไม่เกิน 75 เดซิเบลได้ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากเสียงดังกว่านั้น เวลาที่แนะนำจะลดน้อยลง เช่น ไม่ควรฟังระดับเสียง 100 เดซิเบลเอเกิน 15 นาที

การใช้หูฟังอย่างถูกต้อง และปลอดภัย

  • ปรับระดับเสียงให้ดังไม่เกิน 60% ของระดับเสียงที่ดังสุด
  • ไม่ควรใช้หูฟังติดต่อกันนานเกิน 1 ชั่วโมง โดยควรหยุดใช้ประมาณ 5 นาทีเมื่อฟังครบ 1 ชั่วโมง
  • เลือกใช้หูฟังที่ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก เพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงดังกล่าว

วิธีป้องกันสุขภาพหูพังจากการใช้หูฟัง

ลดระดับเสียง ปรับระดับเสียงให้อยู่ที่ 60% จากระดับเสียงสูงสุด และเลือกใช้หูฟังที่มีขนาดพอดีกับหู และสามารถตัดเสียงรบกวนได้ (noise cancelling headphones)

ลดเวลาการฟัง ไม่ควรใช้หูฟังตลอดเวลา และลดระดับความดังของเสียง โดยใช้หูฟังด้วยระดับเสียงไม่เกิน 80 เดซิเบล ไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

จำกัดระดับความดังของเสียง เช่น ใช้แอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ ช่วยจำกัดระดับความดังของเสียง (volume limit) ในระหว่างที่ใช้หูฟังเพื่อให้อยู่ในระดับที่ไม่ดังมากจนเป็นอันตราย

ตรวจสอบการได้ยิน โดยการตรวจเช็คระดับการได้ยินของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากรู้สึกว่ามีปัญหาการได้ยิน อย่างการได้ยินแย่ลง เสียงในหูผิดปกติ เข้าใจคำพูดได้แย่ลง ไม่ควรนิ่งนอนใจ รีบพบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก

สรุป

การใส่หูฟังอย่างถูกต้อง และปลอดภัย ควรปรับระดับเสียงให้ดังไม่เกิน 60% ของระดับเสียงที่ดังสุด โดยใช้หูฟังด้วยระดับเสียงไม่เกิน 80 เดซิเบล ไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่ควรใช้หูฟังติดต่อกันนานเกิน 1 ชั่วโมง โดยควรหยุดใช้ประมาณ 5 นาทีเมื่อฟังครบ 1 ชั่วโมง และที่สำคัญไม่ควรใช้หูฟังตลอดเวลา และลดระดับความดังของเสียง รวมไปถึงตรวจเช็คระดับการได้ยินของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการได้ยินเสียงหวีด เสียงหึ่ง หรือเสียงดังก้อง หลังจากฟังเสียงดัง หรือที่เรียกว่าอาการหูอื้อ และได้ยินเสียงเบาหรือเพี้ยนไปจากปกติ และคนในครอบครัวหรือเพื่อนบอกว่าคุณมีปัญหาทางการได้ยิน และการสื่อสารกับพวกเขา ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูกทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบการได้ยินเกิดความผิดปกติได้ค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

5 สายพันธุ์ สุนัขต้อนแกะ สุดน่ารัก ที่จะมาเป็นเพื่อนซี้ของคุณ

สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ เนื่องจากสุนัขมีความน่ารัก ขี้อ้อน อีกทั้งยังมีหลากหลายสายพันธุ์ และยังมีความฉลาดมาก ๆ ทำให้หลาย ๆ คนเลือกเลี้ยงสุนัขนั่นเอง นอกจากนี้สุนัขยังถูกเลี้ยงไว้ เพื่อเฝ้ายามตามสถานที่ต่าง ๆ และเลี้ยงไว้เป็นสุนัขสำหรับต้อนฝูงปศุสัตว์ได้อีกด้วย ซึ่งไม่ใช่สุนัขทุกสายพันธุ์ที่จะต้อนฝูงสัตว์ได้ดี แต่สุนัขที่ใช้สำหรับต้อนสัตว์หลายสายพันธุ์ก็สามารถเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดี ภายในบ้านของคุณได้เช่นกัน ดังนั้น ในบทความนี้เราก็อยากจะพาทุกคนไปดู 5 สายพันธุ์ สุนัขต้อนแกะ สุดน่ารัก ที่จะมาเป็นเพื่อนซี้ของคุณ ว่าแต่จะมีสายพันธุ์ไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

บอร์เดอร์ คอลลี่ (Border Collie)

บอร์เดอร์ คอลลี่ เป็นสุนัขต้อนฝูงสัตว์ และได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาเพื่อการทำงานกับแกะ แต่ก็สามารถต้อนฝูงสัตว์ได้ทุกชนิดหรือแม้กระทั่งการต้อนเด็ก ๆ ในครอบครัว โดยลักษณะนิสัยของบอร์เดอร์ คอลลี่ มีความฉลาด และความขยันในการทำงาน รวมถึงมีลักษณะกระตือรือร้น ตื่นตัว ว่องไว และชอบมีส่วนร่วมกับเจ้าของ อีกทั้งยังมีกระบวนการคิด และการซึมซับข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ถ้าได้รับการฝึกฝน และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ก็จะสามารถเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ได้ โดยมีลักษณะที่ซื่อสัตว์ รักอิสระ และตอบสนองได้ดี ทั้งนี้ยังสามารถล่วงรู้ได้ถึงอารมณ์ของเจ้าของด้วยสัญชาตญาณที่เฉียบคมอีกด้วย

 

เชทแลนด์ ชีพด็อก (Shetland Sheepdog)

เชทแลนด์ ชีพด็อก แต่ก่อนถูกใช้เพื่อต้อน และปกป้องฝูงแกะ พวกมันจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเกษตรกร และคนเลี้ยงสัตว์ ต่อมาเชื่อกันว่าเชทแลนด์ ชีพด็อกเป็นลูกผสมระหว่างสุนัขพันธุ์คอลลี่กับสุนัขขนาดเล็กบางชนิด เนื่องจากมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันหลายอย่าง ในส่วนลักษณะนิสัยของเชทแลนด์ ชีพด็อก มีความกระตือรือร้น แข็งแรง และอ่อนโยน สุภาพ น่ารัก ช่างประจบ ขี้เล่น และมีความฉาด จึงเหมาะสำหรับการฝึกฝนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เชทแลนด์ ชีพด็อกยังมีสัญชาตญาณในการปกป้องคนในครอบครัว และยังเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี พร้อมที่จะบอกให้คนในครอบครัวรู้ในทันทีเมื่อมีผู้บุกรุก

 

ออสเตรเลียน เชพเพิร์ด (Australian Shepherd)

ออสเตรเลียน เชพเพิร์ด ถูกเพาะพันธุ์เพื่อต้อนแกะ และเชื่อว่าสุนัขพันธุ์นี้จะมีสายพันธุ์คอลลี่ผสมอยู่ก็เป็นได้ ทั้งนี้นอกจากการใช้งานเพื่อต้อนฝูงสัตว์แล้ว ยังเป็นสุนัขตำรวจ ช่วยด้านการตรวจหายาเสพติด และควบคุมนักโทษ และยังเป็นสุนัขที่เหมาะกับการเลี้ยงในครอบครัวอีกด้วย โดยลักษณะนิสัยของออสเตรเลียน เชพเพิร์ด มีความกระตือลือล้น กล้าหาญ ร่าเริง เป็นมิตร รักเด็ก ชอบทำกิจกรรม สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์อื่น ๆ ได้ อีกทั้งยังเป็นสายพันธุ์ที่มีความฉลาดสูง และง่ายต่อการฝึกฝนด้วย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ปกป้องครอบครัว และพื้นที่ได้เป็นอย่างดี โดยเขาจะคอยเห่าให้รู้ถ้ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในเขต

 

โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก (Old English Sheepdog)

โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก ถูกนำมาใช้เป็นสุนัขทำงาน เช่น ใช้เพื่อต้อนฝูงโค กระบือ ฝูงแกะ รวมไปถึงการขับไล่นักล่า อย่างหมาป่าด้วย โดยลักษณะนิสัยของโอลด์ อิงลิช ชีพด็อก เป็นสุนัขที่มีความอ่อนโยน เป็นมิตร ขี้เล่น เชื่อฟัง ฉลาด ปรับตัวง่าย ไม่ก้าวร้าว สุขุม และไม่แสดงพฤติกรรมทำลายข้าวของ สามารถเข้ากับเด็ก ๆ ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ได้ดี นอกจากนี้โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก ยังเป็นที่รู้กันดีว่าฉลาด และฝึกง่าย แม้ว่าจะดื้อรั้นบ้างในบางครั้ง แต่ก็มีความกระตือรือร้นที่จะทำให้เจ้าของพอใจ และตอบสนองได้ดีต่อวิธีการฝึกการเสริมแรงเชิงบวก พวกเขาสามารถฝึกได้ และสามารถเรียนรู้เทคนิค และคำสั่งที่หลากหลายอีกด้วย

 

ออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก (Australian Cattle Dog)

ออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก เป็นสุนัขที่นำมาใช้งานต้อนฝูงปศุสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดยลักษณะนิสัยของออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก มีความขี้เล่น ซุกชน และพลังงานสูงเป็นอย่างมาก จึงต้องการการวิ่งเล่นออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากนี้ยังเป็นสุนัขที่มีความซื่อสัตย์ กล้าหาญ ตื่นตัว ฉลาด เฝ้าระวัง และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่สูง จึงสามารถเชื่อถือ และไว้วางใจได้ อีกทั้งยังมีความจงรักภักดีต่อเจ้าของ แถมยังมีความสามารถในการเฝ้าบ้านที่ดีด้วย

 

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับ 5 สายพันธุ์ สุนัขต้อนแกะ ที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตาน้อง ๆ เหล่านี้กันมาบ้าง ซึ่งสายพันธุ์สุนัขต้อนแกะ ส่วนใหญ่จะมีความขี้เล่น ซุกชน และฉลาดเฉลียวมากกว่าสุนัขหลาย ๆ ตัวอีกด้วย จึงทำให้สายพันธุ์สุนัขสุดน่ารักเหล่านี้ สามารถจะมาเป็นเพื่อนซี้ของคุณได้ไม่ยากเลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

20 ไอเดียท่าโพสถ่ายรูปผู้ชาย หล่อ ๆ เท่ ๆ ที่ใครเห็นก็ต้องกดไลก์ให้รัว ๆ

สำหรับผู้ชายหลาย ๆ คน การโพสท่าถ่ายรูป ถือเป็นเรื่องยาก เพราะไม่รู้ว่าจะโพสท่าไหน ทำให้ส่วนใหญ่ก็จะยืนนิ่ง ๆ ไม่ค่อยมีท่าโพสอะไรมากมาย แล้วสุดท้ายภาพที่ได้ก็ออกมาดูไม่ค่อยธรรมชาติสักเท่าไหร่ ทำให้บางครั้งหนุ่ม ๆ ก็ไม่อยากจะถ่ายรูปสักเท่าไหร่ เพราะถ่ายออกมาดูเก้ ๆ กัง ๆ ไปหมด แต่ช้าก่อนค่ะหนุ่ม ๆ เพราะในบทความนี้เราจะช่วยให้หนุ่ม ๆ มีท่าถ่ายรูปที่ทำตามได้ง่าย ๆ และได้รูปหล่อ ๆ มาไว้ลงโซเชียล กับ 20 ไอเดียท่าโพสถ่ายรูปผู้ชาย หล่อ ๆ เท่ ๆ ที่ใครเห็นก็ต้องกดไลก์ให้รัว ๆ มาฝากกันค่ะ รับรองว่าทำตามได้ง่าย ๆ ถ่ายออกมาดูเป็นธรรมชาติแน่นอนค่ะ

20 ไอเดียท่าโพสถ่ายรูปผู้ชาย หล่อ ๆ เท่ ๆ

สรุป

ทั้งหมดก็เป็น 20 ไอเดียท่าโพสถ่ายรูปผู้ชาย ที่รับรองว่าท่าโพสเหล่านี้คุณผู้ชายสามารถโพสตามได้ทุกคน และผลลัพธ์จะออกมาดูดีในทุกรูปอย่างแน่นอนค่ะ ใครชอบท่าโพสไหนก็เซฟรูปไว้ได้เลย หรือจะซ้อมท่าโพสหน้ากระจกก่อนออกไปเที่ยว ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจในการถ่ายรูปได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pinterest.com/

11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีแห่งความสดใส ที่จะทำให้คนอ่านได้รับแสงสว่างในหัวใจ

หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เป็นหนังสือที่รวมเอาเคล็ดลับ และทฤษฎีในการใช้ชีวิต การเรียน และการทำงาน มาถ่ายทอดเป็นตัวอักษรที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น และนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ซึ่งหนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง ก็มีรูปแบบการเขียนที่หลากหลาย ทั้งมีภาพประกอบ ที่เป็นแบบภาพถ่าย และรูปวาดการ์ตูน เพื่อให้น่าอ่านมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการเลือกสีสันของหน้าปก ที่สามารถช่วยดึงดูดให้คนสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้เราก็มี 11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีแห่งความสดใส ที่จะทำให้คนอ่านได้รับแสงสว่างในหัวใจ มาแนะนำกันค่ะ จะมีเล่มไหนน่าอ่านบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข

ผู้เขียน : Vex King

ผู้แปล : กิษรา รัตนาภิรัต คุโด

เนื้อหาโดยสังเขป : ความลับของการบรรลุในสิ่งยิ่งใหญ่คือการเข้าใจ กฎแห่งแรงสั่นสะเทือนที่กล่าวว่า “ทุกอย่างในจักรวาลล้วนเกิดจากแรงสั่นสะเทือน ทุกแรงสั่นสะเทือนที่มีความถี่ตรงกัน สามารถดึงดูดกันได้” อย่าเผลอไผลไปตามสมองที่ติดนิสัยชอบผลักไสโชค และสิ่งดี ๆ ด้วยพลังลบ ยิ่งคุณส่งคลื่นพลังบวกออกสู่ภายนอก จักรวาลจะยิ่งสะท้อนคลื่นความสุขกลับมาเท่าทวีคูณ ทุกคำพูด อารมณ์ และการกระทำของคุณเปลี่ยนชีวิตคุณได้ทันที “ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข” เล่มนี้ เป็นผลงานเล่มเยี่ยมที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก โดย “เว็กซ์ คิงส์” ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณแก่คนรุ่นใหม่ จะเปลี่ยนคลื่นความถี่ทางอารมณ์ของคุณ ให้ตรงกับพลังงานบวกทั้งหลาย เพื่อดึงดูดความสุข และความสำเร็จอย่างที่คุณอาจไม่เคยคิดฝัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรักตัวเองมากกว่าเดิม และไม่ยอมให้ใครมาพรากความสุขไปจากคุณอีกต่อไป

ราคา : 245 บาท

 

เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวเองมาเป็นไลฟ์โค้ช

ผู้เขียน : Stephane Garnier

ผู้แปล : อรณี อรุณีกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : นึกถึงตัวเองเป็นอันดับแรก ไม่เคยเปรียบเทียบตัวเองกับใคร ไม่มานั่งกังวลเรื่องอดีตหรืออนาคต ไม่ปล่อยให้เรื่องแย่ ๆ มาทำลายวันดี ๆ ใช้ชีวิตง่าย ๆ สบาย ๆ แบบนี้เห็นจะมีแต่ “แมว” เท่านั้น! “เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวเองมาเป็นไลฟ์โค้ช” เล่มนี้ จะพาคุณไปพบกับ 40 คำแนะนำ ที่จะทำให้ชีวิตคุณเบาสบายขึ้นในทุก ๆ ด้าน จากไลฟ์โค้ชขนฟูที่อยู่เคียงข้างคุณมาตลอด ชวนคุณมาพบกับเคล็ดลับอันเรียบง่ายของ “แมว” เพื่อให้คุณได้ถอยออกจากชีวิตประจำวันที่วุ่นวาย ค้นพบความสุขกายสบายใจ รวมถึงรอยยิ้มของคุณอีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งใดล่ะที่แมวทำได้อย่างถูกต้อง ถ้ายกตำแหน่งให้แมวเป็นไลฟ์โค้ช มันจะมอบแรงบันดาลใจ และสอนสิ่งใดให้กับเรา นับจากวันนี้เป็นต้นไป ลองจินตนาการถึงวิธีมองชีวิตแบบใหม่ด้วยการใช้ชีวิตอย่างแมวของคุณ!

ราคา : 175 บาท

 

สัญญานะ ว่าจะยิ้มให้กับตัวเอง

ผู้เขียน : Whenimfeeeling

เนื้อหาโดยสังเขป : แค่ยิ้ม ทุกอย่างจะง่ายขึ้นจริงหรือ…ทุกครั้งเมื่อเจอปัญหา ในความคิดแรกคือ “ใครจะไปยิ้มออก” แต่รู้อะไรไหม หากเธอมองว่าปัญหาเป็นเพียงบทเรียนหนึ่ง ที่เข้ามาเพื่อทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น เธอก็จะยิ้มให้กับปัญหาเหล่านั้นได้ และพบว่าทุกอย่าง “ก็แค่นี้เอง” “สัญญานะ ว่าจะยิ้มให้กับตัวเอง” เล่มนี้ เขียนขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนรู้ว่า จริง ๆ แล้วการมีชีวิตที่มีความสุข อาจจะไม่ใช่เรื่องยากสักนิดเลย โดยเนื้อหามุ่งเน้นถึงการให้กำลังใจ ให้รัก และภูมิใจในความเป็นตัวเองเป็นเหมือนคำพูดดี ๆ ที่ส่งต่อให้กันได้ พร้อมกับภาพประกอบที่ดูอบอุ่นใจเป็นกันเอง หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนที่หยิบขึ้นมาอ่าน มีความสุขกับความเรียบง่ายในชีวิตที่เกิดขึ้นทุกวัน และก้าวข้ามปัญหาในวันที่ยากได้อย่างง่ายดาย

ราคา : 245 บาท

 

จงเป็นดั่งดอกทานตะวันที่หันหาเพียงแสงอาทิตย์อยู่เสมอ

ผู้เขียน : ปานตะวัน

เนื้อหาโดยสังเขป : แม้คุณจะไม่ใช่ผู้ถูกเลือก มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณบกพร่อง แม้คุณจะถูกมองข้ามจากใครคนหนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าการมีอยู่ของคุณมันไร้คุณค่า แม้ท้ายที่สุด คุณจะเป็นเพียงดอกไม้ดอกเดียวที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ ฉันก็ขอให้คุณรู้เอาไว้ว่า คุณยังมีค่า และคงงดงามในแบบของคุณเสมอ หนังสือ “จงเป็นดั่งดอกทานตะวันที่หันหาเพียงแสงอาทิตย์อยู่เสมอ” เล่มนี้ เป็นความเรียงที่จะช่วยสร้างกำลังใจเกี่ยวกับชีวิต ความฝัน ความสัมพันธ์ และความรัก ซึ่งได้นำเสนอผ่านความหมายของดอกทานตะวัน ในเล่มประกอบไปด้วยสองบทหลัก ได้แก่ บทที่หนึ่ง Sun ดึงกิมมิมิกของดวงอาทิตย์มาเปรียบเทียบกับชีวิตของคนเรา และบทที่สอง Flower ดึงกิมมิกเรื่องดอกไม้มาเชื่อมโยงกับความรัก และความสัมพัมพันธ์ สุดท้ายแล้ว เราอาจจะเป็นเพียงดอกทานตะวันที่รอคอยแสงอาทิตย์ เพื่อมีชีวิตต่อไปอย่างสวยงาม

ราคา : 245 บาท

 

อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น

ผู้เขียน : Tadashi Yasuda

ผู้แปล : ช่อลดา เจียมวิจักษณ์

เนื้อหาโดยสังเขป : ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ประกอบอาชีพไหน เมื่อถึงจุดหนึ่งจะมี “บางสิ่ง” ที่สำคัญแซงหน้าความรู้ความสามารถ หากขาดมันไป ต่อให้คุณพยายามทุ่มเทมากเพียงใด คุณก็จะประสบความสำเร็จแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไปได้ไม่ไกลอย่างที่คาดหวังไว้ สิ่งนั้นคือ “ทักษะคุยเล่น” หนังสือ “อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น” เล่มนี้ จะเผยทักษะคุยเล่นของคนชั้นแนวหน้าในทุกวงการ ซึ่งช่วยให้พวกเขาก้าวสู่จุดสูงสุดของอาชีพได้ ทั้งที่หลายคนไม่ใช่คนที่คุยเก่งมาตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็น พูดโดยใช้เสียงในระดับ “ฟา” หรือ “ซอล” , หัดเล่าถึงความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเอง, ฝึกชมแบบ “พึมพำ” , ทำไมการถามว่า “ทำไมล่ะ” ถึงดูสิ้นคิด และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังได้อธิบายเกี่ยวกับเทคนิคในการพัฒนาทักษะการคุยเล่น โดยหยิบยกวิธีการที่นำไปทดลองปฏิบัติจริง แล้วได้ผลมาสรุปเป็นคำแนะนำที่ละเอียดชัดเจน เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ราคา : 220 บาท

 

Mini Habits “นิสัยจิ๋ว” ของคนที่ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน : Satoh Den

ผู้แปล : ณัฐกฤตา เพ็ญกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : ทุกความสำเร็จล้วนเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลง แต่ใครบอกว่าต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กันล่ะ “จริง ๆ แล้วแค่เปลี่ยนวันละ 0.1% ก็พอ” ไม่ว่าจะเรื่องงาน เงิน หรือชีวิต ถึงแม้จะเป็นกิจวัตรเล็ก ๆ ง่าย ๆ แต่กลับมีพลังมหาศาล และสามารถนำพาคุณไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้ดังใจ อาทิ หมั่นขยับมือข้างที่ไม่ถนัด, ฟัง 80% พูด 20%, พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่รู้สึกดี, พูดความฝันที่ปรารถนาออกมาระหว่างอาบน้ำ, ทำงานที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกดี, เชื่อในลางสังหรณ์ ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน และอีกมากมาย มาเริ่มสร้าง “นิสัยจิ๋ว” กันเถอะ!

ราคา : 200 บาท

 

เป็นเราในเวอร์ชั่นที่มีความสุข

ผู้เขียน : คิดมาก

เนื้อหาโดยสังเขป : ถึง ตัวฉันเอง… ในวันที่ “โลกใจร้าย” ฉันจะ “ใจดี” กับตัวเอง ในวันที่ความรักของบางคน “หมดลง” ฉันจะ “รักตัวเอง” ให้มากขึ้น ในวันที่ “ผิดพลาด” ฉันจะ “ให้อภัยตัวเอง” ในวันที่ “ทุกข์ใจ” ฉันจะ “เติบโตขึ้น” ไม่สัญญาว่าจะเป็นคนสมบูรณ์แบบ แต่ฉันสัญญาว่า “จะเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกวัน” “เป็นเราในเวอร์ชั่นที่มีความสุข” เล่มนี้ เป็นผลงานอีกเล่มของ “คิดมาก” นำเสนอบทความ ข้อความเกี่ยวกับการมองโลกในแง่ดีในสถานการณ์ต่าง ๆ ของชีวิต เพื่อสร้างพลังบวกให้กับตัวเอง พร้อมบอกเล่าแนวคิด Manifest กฎแห่งแรงดึงดูด สังเกต และมองให้เห็นสิ่งดี ๆ รอบตัว เพราะผลลัพธ์ของการเป็นคนมองโลกในแง่ดี จะเปลี่ยนชีวิตของเราไปในทิศทางที่มีความสุขมากขึ้น

ราคา : 255 บาท

 

วิถีคนปานกลาง

ผู้เขียน : ธนา เธียรอัจฉริยะ

เนื้อหาโดยสังเขป : ในยุคสมัยที่ใคร ๆ ต่างบอกว่าเป็นยุคอวสานของคนปานกลาง แต่คนปานกลางที่รู้ตัวเอง ยอมรับตัวเองว่ามีทักษะปานกลาง และมีทัศนคติไม่ยอมอยู่กับความปานกลางไปชั่วชีวิตย่อมมีหนทางอยู่ “ธนา เรียรอัจฉริยะ” รวบรวมปัญญา และประสบการณ์มาแบ่งปันว่า “คนปานกลาง” ควรทำอย่างไร และทำอะไรบ้างในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ เพื่อพาตัวเองไปสู่จุดที่เหนือกว่าคนปานกลางทั่วไป ภูมิใจกับตัวเองได้ และโดดเด่นในวิถีของเรา… วิถีคนปานกลาง

ราคา : 340 บาท

 

ควบคุมอารมณ์ได้ เป็นนายชีวิต

ผู้เขียน : Song Xiaodong

ผู้แปล : กัญญรัตน์ จิราสวัสดิ์

เนื้อหาโดยสังเขป : หนังสือเล่มนี้จะมาบอกให้คุณรู้วิธีควบคุมอารมณ์เพื่อพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ โดย “อาจารย์ซ้ง” นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง จะใช้วิชาความรู้เฉพาะทาง และกรณีตัวอย่างมาแนะนำให้คุณรู้จักควบคุมอารมณ์ โดยผ่านวิธีสื่อสาร รูปแบบความคิด และการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา เพื่อนำไปใช้เอาชนะข้อบกพร่องต่าง ๆ ของตัวเอง เปิดช่องทางพัฒนาตัวเองให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ราคา : 245 บาท

 

แค่ใช้เวลาเป็น ไม่ต้องเก่งก็ไปได้ไกลกว่า

ผู้เขียน : Kevin Kruse

ผู้แปล : กนกกาญจน์ เวชชวิศิษฏ์

เนื้อหาโดยสังเขป : ทุกคนมีเวลาเท่ากันวันละ 24 ชั่วโมง แต่ทำไมบางคนจึงทำงานได้มากกว่าคนอื่นถึง 10 เท่า พวกเขารู้บางอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้หรือเปล่า? “Kevin Kruse” นักเขียนขายดี New York Times ได้ศึกษาเคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐี นักกีฬาโอลิมปิก นักเรียนหัวกะทิ และนักธุรกิจชั้นนำรวมกว่า 200 คน พบว่ามี “ความลับ” ที่รู้กันเฉพาะในหมู่พวกเขา ซึ่งช่วยให้มีเวลาเหลือเฟือ และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมได้ หนังสือ “แค่ใช้เวลาเป็น ไม่ต้องเก่งก็ไปได้ไกลกว่า” เล่มนี้ จะเผยความลับเหล่านั้นแบบหมดเปลือก พร้อมแนะวิธีนำมันมาใช้กับตัวคุณให้ได้ผล เช่น สุดยอดเทคนิค 3 ข้อจากฮาร์วาร์ด แค่นำมาใช้ ก็ประหยัดเวลาทำงานไปได้ 8 ชั่วโมง, วิธีที่ผู้บริหารเฟซบุ๊ก กูเกิล และแอปเปิลใช้สร้างผลงานขั้นสูงสุด, เคล็ดลับที่ทำให้ประธานาธิบดีอเมริกาอ่านหนังสือได้เกือบ 100 เล่มต่อปี, วิธีเรียนเก่งสไตล์คนขี้เกียจ อ่านหนังสือแค่ 20% ก็รู้เรื่อง 80%, เทคนิคค้นหาเศษเวลาที่ทำหายไป เปลี่ยนวัยรุ่นจน ๆ ให้กลายเป็นนักธุรกิจชื่อดัง เป็นต้น การบริหารเวลาเป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกของชีวิต ถ้าคุณกลัดถูก ความสำเร็จก็จะตามมาอย่างง่ายดาย!

ราคา : 245 บาท

 

ฉันจะผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง

ผู้เขียน : Rapport Mi

ผู้แปล : วิลาสินี ชวาลรติกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : “ทุกชีวิตย่อมมีช่วงเวลาที่เฉิดฉายแม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ทว่าไม่เคยหายไปไหน เพียงแต่แอบซ่อนอยู่ในซอกหลืบของจิตใจ และสักวันจะกลับมาพบกันใหม่ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว” หนังสือ “ฉันจะผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง” เล่มนี้ ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต และความรู้สึกในช่วงเวลาที่หลากหลาย ผ่านตัวละครชายหญิงที่แตกต่างกัน และมีหมู่มวลดอกไม้ที่แสดงความสดใสในทุก ๆ ภาพ รวมถึงแมวน้อยที่มีชีวิตชีวาของเธอ ในเนื้อหาเป็นความเรียงที่ช่วยให้กำลังใจ อ่านง่าย ที่มาพร้อมกับภาพประกอบลายเส้นน่ารักสดใส 4 สีสวยงามตลอดทั้งเล่ม และจะช่วยเป็นกำลังใจให้คุณในยามที่ใจหม่นให้กลับมามีความหวัง และมีรอยยิ้มอีกครั้ง เนื้อหาอัดแน่นไปด้วยความห่วงใยทุกบรรทัด เป็นเหมือนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเข้าใจ และคอยตบไหล่คุณเบา ๆ ว่า “เราทุกคนต่างผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง”

ราคา : 345 บาท

 

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับ 11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีที่แสดงถึงความสดใส กระตือรือร้น และมองโลกในแง่ดี ที่เมื่อคุณได้อ่านหนังสือเหล่านี้จบแล้ว คุณจะพบกับความสว่างในหัวใจ ที่จะช่วยเพิ่มทักษะความรู้ ความสุข พร้อมสู้กับปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ ดังนั้น ใครสนใจเล่มไหน ก็ไปเลือกอ่านกันได้ตามชอบเลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.se-ed.com/

30 ไอเดียแต่งหน้าเค้กวันเกิดทรงสี่เหลี่ยมน่ารัก ๆ แบบต่าง ๆ

เค้ก ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง และยังเป็นตัวแทนของความรัก ความสามัคคี และความสุขที่ถูกรายล้อมไปด้วยคนที่รัก จึงทำให้วันสำคัญ หรือโอกาสพิเศษ อย่างวันเกิด วันครบรอบ และวันแห่งความสำเร็จต่าง ๆ ก็มักจะมีเค้กอยู่ด้วย และยิ่งในปัจจุบันเค้กก็มีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งรูปร่าง รสชาติ รสสัมผัส และการแต่งหน้าเค้ก ทำให้เหมาะเป็นทั้งของขวัญ และพร็อพถ่ายรูปที่สามารถทานได้ ซึ่งในบทความนี้เราก็มี 30 ไอเดียแต่งหน้าเค้กวันเกิดทรงสี่เหลี่ยมน่ารัก ๆ แบบต่าง ๆ มาฝากกันค่ะ

30 ไอเดียแต่งหน้าเค้กวันเกิดทรงสี่เหลี่ยมแบบต่าง ๆ

สรุป

สำหรับใครที่อยากสั่งเค้กวันเกิดเซอร์ไพรส์คนที่คุณรัก แต่ไม่อยากได้เค้กแบบทรงกลม เค้กทรงสี่เหลี่ยม ก็เป็นเค้กอีกทรงที่นิยม และสามารถนำมาตกแต่งได้หลากหลายเช่นเดียวกัน แต่ถ้าคิดไม่ออกว่าจะแต่งหน้าเค้กแบบไหนดี ก็เลือกดูไอเดียที่เราได้นำมาฝากกันได้เลยค่ะ ถ้าชอบแบบไหน ก็เซฟรูปแล้วเอาไปให้ทางร้านดูเป็นตัวอย่างได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pinterest.com/

Exit mobile version