เทคนิคพิมพ์หนังสือให้ดูมืออาชีพ เหมาะทั้งงานขาย และพอร์ตโฟลิโอ

การพิมพ์หนังสือในยุคปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมเนื้อหาลงบนกระดาษ แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพ และความใส่ใจในผลงาน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือสำหรับจำหน่าย หรือพอร์ตโฟลิโอสำคัญ ความสวยงามของงานพิมพ์สามารถสร้างความประทับใจแรก และช่วยเสริมภาพลักษณ์ของผลงานให้ดูเป็นมืออาชีพได้

ในบทความนี้เราจะพาคุณไปดูเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้งานพิมพ์ออกมาสวย เรียบร้อย และมีคุณภาพ เพื่อให้หนังสือทุกเล่มที่คุณตั้งใจสร้าง ออกมาดูดีที่สุดในสายตาผู้อ่านค่ะ

เลือกกระดาษให้เหมาะกับประเภทหนังสือ

กระดาษ คือองค์ประกอบสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของหนังสือ ทั้งในด้านความสวยงาม ความรู้สึกในการอ่าน และความทนทานของตัวเล่ม

  • หนังสือสายวิชาการ / นิยาย แนะนำให้ใช้กระดาษถนอมสายตา (Green Read) ที่มีโทนสีครีม ช่วยลดการสะท้อนแสง ทำให้อ่านได้นานโดยไม่ล้าสายตา อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา ช่วยให้ถืออ่านได้สะดวก
  • พอร์ตโฟลิโอ / Photo Book งานที่เน้นภาพควรใช้วัสดุที่รองรับความละเอียดสูง โดยปกนิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด (210–260 แกรม) เพื่อความแข็งแรง ส่วนเนื้อในใช้กระดาษอาร์ต (130–160 แกรม) ซึ่งช่วยให้สีสันคมชัด ไล่เฉดได้เนียน และดูสมจริง

จัดวาง Layout อย่างเป็นระบบ

งานพิมพ์ที่ดูดีเริ่มต้นจากการจัดระเบียบหน้ากระดาษอย่างมีระบบ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย และสร้างประสบการณ์การอ่านที่ลื่นไหลมากขึ้น โดยมีหลักสำคัญดังนี้

  • เว้นระยะขอบ (Margin) ให้เหมาะสม กำหนดพื้นที่ว่างรอบหน้ากระดาษอย่างสมดุล ช่วยให้เนื้อหาดูโปร่ง อ่านสบายตา และควรเผื่อระยะด้านสันหนังสือ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อความจมเข้าไปด้านใน
  • ใช้ฟอนต์น้อยแต่มาก เลือกใช้ฟอนต์ประมาณ 2–3 แบบ เช่น สำหรับหัวข้อ และเนื้อหา เพื่อสร้างความต่อเนื่องของงานออกแบบ และช่วยให้ผู้อ่านไม่สับสนระหว่างลำดับข้อมูล
  • จัดวางองค์ประกอบด้วย Grid วางภาพ และข้อความตามโครงสร้างที่ชัดเจน มีจุดนำสายตาที่เหมาะสม ช่วยให้หน้าหนังสือดูเป็นระเบียบ และไม่กระจายจนเสียสมดุล

เลือกการเข้าเล่มให้เหมาะกับการใช้งาน

การเข้าเล่มที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มทั้งความทนทาน และภาพลักษณ์ของหนังสือ หากเลือกให้สอดคล้องกับลักษณะงาน จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี โดยรูปแบบการเข้าเล่มที่นิยม มีดังนี้

  • ไสกาว ให้สันหนังสือเรียบคม ดูเหมือนหนังสือวางจำหน่ายทั่วไป เหมาะกับงานที่มีจำนวนหน้ามาก กาวแน่น ไม่หลุดง่าย
  • เย็บมุงหลังคา เหมาะกับหนังสือ หรือพอร์ตโฟลิโอขนาดบาง (ไม่เกินประมาณ 60 หน้า) สามารถกางได้สุด ช่วยให้แสดงผลงานได้เต็มหน้า
  • เข้าเล่มกระดูกงู / ห่วงเหล็ก มีความทนทาน เปิดใช้งานสะดวก เหมาะสำหรับคู่มือ หรือพอร์ตโฟลิโอที่ต้องใช้งานบ่อย

เพิ่มความพรีเมียมด้วยงานเคลือบ และเทคนิคพิเศษ

หากต้องการให้หนังสือมีความโดดเด่น และดูพรีเมียมมากขึ้น การใช้เทคนิคหลังการพิมพ์จะช่วยสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหนังสือสำหรับจำหน่าย หรือพอร์ตโฟลิโอที่ใช้ในการนำเสนอ

  • เคลือบด้าน ให้ผิวสัมผัสเรียบเนียน ดูหรูหรา ลดการสะท้อนแสง และช่วยลดรอยนิ้วมือ ทำให้งานดูสะอาดตาอยู่เสมอ
  • เคลือบเงา ช่วยเพิ่มความฉ่ำวาวให้สีสัน ทำให้ภาพดูสด และโดดเด่น เหมาะกับงานกราฟิก หรือภาพถ่าย
  • Spot UV การเคลือบเงาเฉพาะจุด เช่น บนชื่อหนังสือ หรือโลโก้ ช่วยเพิ่มมิติ และลูกเล่นของแสง ทำให้งานดูมีระดับมากขึ้น
  • ปั๊มฟอยล์ ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับองค์ประกอบสำคัญบนปก เช่น ชื่อเรื่อง หรือโลโก้ ทำให้หนังสือดูพรีเมียม และสะดุดตามากยิ่งขึ้น

เตรียมไฟล์งานพิมพ์ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือการเตรียมไฟล์ต้นฉบับให้ถูกต้อง เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของงานพิมพ์ การตั้งค่าที่เหมาะสมจะช่วยลดความผิดพลาด และทำให้งานออกมาตรงตามแบบที่ออกแบบไว้ ซึ่งสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนส่งพิมพ์ ได้แก่

  • ใช้โหมดสี CMYK เพื่อให้สีตรงกับงานพิมพ์จริง
  • ความละเอียดภาพ 300 dpi เพื่อให้ภาพคมชัด
  • เผื่อระยะตัดตก (Bleed) อย่างน้อย 3 มม. เพื่อป้องกันขอบงานขาด หรือคลาดเคลื่อน

สรุป 

การพิมพ์หนังสือให้ดูเป็นมืออาชีพนั้นเกิดจากการใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกกระดาษที่เหมาะสม การจัดวางเนื้อหาที่อ่านง่าย ไปจนถึงเทคนิคการเข้าเล่ม และงานเคลือบที่ช่วยเพิ่มสัมผัสที่พิเศษ เมื่อทุกอย่างผสมผสานกันอย่างลงตัว หนังสือของคุณจะไม่ใช่แค่สื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไป แต่จะเป็นผลงานที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ และเพิ่มมูลค่าให้กับเนื้อหาข้างในได้เป็นอย่างดี

หากคุณต้องการเริ่มต้นทำหนังสือ ThaiDigitalPrint พร้อมให้บริการพิมพ์หนังสือทุกรูปแบบ ด้วยคุณภาพงานระดับพรีเมียม เพื่อให้คุณได้งานคุณภาพดี และได้งานที่ตรงใจกับคุณที่สุดค่ะ


ผลงานพิมพ์ “ หนังสือเมื่อใจไม่ทุกข์ ”

ผลงานพิมพ์ “ หนังสือ เมื่อใจไม่ทุกข์ ”

รายละเอียดงาน

• ขนาดสำเร็จ A5 (14.8 x 21 cm)
• กระดาษ ปก อาร์ตการ์ด 260g +เคลือบ PVC ด้าน 1 หน้า
• กระดาษ เนื้อใน กรีนรีด 75g
• พิมพ์ 4 สี 150 หน้ารวมปก
• เข้าเล่ม ไสกาว
📖 หนังสือดีๆ ที่ช่วยเติมพลังใจให้ตัวเองอีกครั้ง

ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์หนังสือของเรา รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ

สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณอร) / 098-2781974 (คุณป๊อบ) / 091-7459286 (คุณบีม)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

ตัวอย่างงานพิมพ์





11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีแห่งความสดใส ที่จะทำให้คนอ่านได้รับแสงสว่างในหัวใจ

หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เป็นหนังสือที่รวมเอาเคล็ดลับ และทฤษฎีในการใช้ชีวิต การเรียน และการทำงาน มาถ่ายทอดเป็นตัวอักษรที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น และนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ซึ่งหนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง ก็มีรูปแบบการเขียนที่หลากหลาย ทั้งมีภาพประกอบ ที่เป็นแบบภาพถ่าย และรูปวาดการ์ตูน เพื่อให้น่าอ่านมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการเลือกสีสันของหน้าปก ที่สามารถช่วยดึงดูดให้คนสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้เราก็มี 11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีแห่งความสดใส ที่จะทำให้คนอ่านได้รับแสงสว่างในหัวใจ มาแนะนำกันค่ะ จะมีเล่มไหนน่าอ่านบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข

ผู้เขียน : Vex King

ผู้แปล : กิษรา รัตนาภิรัต คุโด

เนื้อหาโดยสังเขป : ความลับของการบรรลุในสิ่งยิ่งใหญ่คือการเข้าใจ กฎแห่งแรงสั่นสะเทือนที่กล่าวว่า “ทุกอย่างในจักรวาลล้วนเกิดจากแรงสั่นสะเทือน ทุกแรงสั่นสะเทือนที่มีความถี่ตรงกัน สามารถดึงดูดกันได้” อย่าเผลอไผลไปตามสมองที่ติดนิสัยชอบผลักไสโชค และสิ่งดี ๆ ด้วยพลังลบ ยิ่งคุณส่งคลื่นพลังบวกออกสู่ภายนอก จักรวาลจะยิ่งสะท้อนคลื่นความสุขกลับมาเท่าทวีคูณ ทุกคำพูด อารมณ์ และการกระทำของคุณเปลี่ยนชีวิตคุณได้ทันที “ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข” เล่มนี้ เป็นผลงานเล่มเยี่ยมที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก โดย “เว็กซ์ คิงส์” ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณแก่คนรุ่นใหม่ จะเปลี่ยนคลื่นความถี่ทางอารมณ์ของคุณ ให้ตรงกับพลังงานบวกทั้งหลาย เพื่อดึงดูดความสุข และความสำเร็จอย่างที่คุณอาจไม่เคยคิดฝัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรักตัวเองมากกว่าเดิม และไม่ยอมให้ใครมาพรากความสุขไปจากคุณอีกต่อไป

ราคา : 245 บาท

 

เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวเองมาเป็นไลฟ์โค้ช

ผู้เขียน : Stephane Garnier

ผู้แปล : อรณี อรุณีกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : นึกถึงตัวเองเป็นอันดับแรก ไม่เคยเปรียบเทียบตัวเองกับใคร ไม่มานั่งกังวลเรื่องอดีตหรืออนาคต ไม่ปล่อยให้เรื่องแย่ ๆ มาทำลายวันดี ๆ ใช้ชีวิตง่าย ๆ สบาย ๆ แบบนี้เห็นจะมีแต่ “แมว” เท่านั้น! “เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวเองมาเป็นไลฟ์โค้ช” เล่มนี้ จะพาคุณไปพบกับ 40 คำแนะนำ ที่จะทำให้ชีวิตคุณเบาสบายขึ้นในทุก ๆ ด้าน จากไลฟ์โค้ชขนฟูที่อยู่เคียงข้างคุณมาตลอด ชวนคุณมาพบกับเคล็ดลับอันเรียบง่ายของ “แมว” เพื่อให้คุณได้ถอยออกจากชีวิตประจำวันที่วุ่นวาย ค้นพบความสุขกายสบายใจ รวมถึงรอยยิ้มของคุณอีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งใดล่ะที่แมวทำได้อย่างถูกต้อง ถ้ายกตำแหน่งให้แมวเป็นไลฟ์โค้ช มันจะมอบแรงบันดาลใจ และสอนสิ่งใดให้กับเรา นับจากวันนี้เป็นต้นไป ลองจินตนาการถึงวิธีมองชีวิตแบบใหม่ด้วยการใช้ชีวิตอย่างแมวของคุณ!

ราคา : 175 บาท

 

สัญญานะ ว่าจะยิ้มให้กับตัวเอง

ผู้เขียน : Whenimfeeeling

เนื้อหาโดยสังเขป : แค่ยิ้ม ทุกอย่างจะง่ายขึ้นจริงหรือ…ทุกครั้งเมื่อเจอปัญหา ในความคิดแรกคือ “ใครจะไปยิ้มออก” แต่รู้อะไรไหม หากเธอมองว่าปัญหาเป็นเพียงบทเรียนหนึ่ง ที่เข้ามาเพื่อทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น เธอก็จะยิ้มให้กับปัญหาเหล่านั้นได้ และพบว่าทุกอย่าง “ก็แค่นี้เอง” “สัญญานะ ว่าจะยิ้มให้กับตัวเอง” เล่มนี้ เขียนขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนรู้ว่า จริง ๆ แล้วการมีชีวิตที่มีความสุข อาจจะไม่ใช่เรื่องยากสักนิดเลย โดยเนื้อหามุ่งเน้นถึงการให้กำลังใจ ให้รัก และภูมิใจในความเป็นตัวเองเป็นเหมือนคำพูดดี ๆ ที่ส่งต่อให้กันได้ พร้อมกับภาพประกอบที่ดูอบอุ่นใจเป็นกันเอง หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนที่หยิบขึ้นมาอ่าน มีความสุขกับความเรียบง่ายในชีวิตที่เกิดขึ้นทุกวัน และก้าวข้ามปัญหาในวันที่ยากได้อย่างง่ายดาย

ราคา : 245 บาท

 

จงเป็นดั่งดอกทานตะวันที่หันหาเพียงแสงอาทิตย์อยู่เสมอ

ผู้เขียน : ปานตะวัน

เนื้อหาโดยสังเขป : แม้คุณจะไม่ใช่ผู้ถูกเลือก มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณบกพร่อง แม้คุณจะถูกมองข้ามจากใครคนหนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าการมีอยู่ของคุณมันไร้คุณค่า แม้ท้ายที่สุด คุณจะเป็นเพียงดอกไม้ดอกเดียวที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ ฉันก็ขอให้คุณรู้เอาไว้ว่า คุณยังมีค่า และคงงดงามในแบบของคุณเสมอ หนังสือ “จงเป็นดั่งดอกทานตะวันที่หันหาเพียงแสงอาทิตย์อยู่เสมอ” เล่มนี้ เป็นความเรียงที่จะช่วยสร้างกำลังใจเกี่ยวกับชีวิต ความฝัน ความสัมพันธ์ และความรัก ซึ่งได้นำเสนอผ่านความหมายของดอกทานตะวัน ในเล่มประกอบไปด้วยสองบทหลัก ได้แก่ บทที่หนึ่ง Sun ดึงกิมมิมิกของดวงอาทิตย์มาเปรียบเทียบกับชีวิตของคนเรา และบทที่สอง Flower ดึงกิมมิกเรื่องดอกไม้มาเชื่อมโยงกับความรัก และความสัมพัมพันธ์ สุดท้ายแล้ว เราอาจจะเป็นเพียงดอกทานตะวันที่รอคอยแสงอาทิตย์ เพื่อมีชีวิตต่อไปอย่างสวยงาม

ราคา : 245 บาท

 

อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น

ผู้เขียน : Tadashi Yasuda

ผู้แปล : ช่อลดา เจียมวิจักษณ์

เนื้อหาโดยสังเขป : ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ประกอบอาชีพไหน เมื่อถึงจุดหนึ่งจะมี “บางสิ่ง” ที่สำคัญแซงหน้าความรู้ความสามารถ หากขาดมันไป ต่อให้คุณพยายามทุ่มเทมากเพียงใด คุณก็จะประสบความสำเร็จแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไปได้ไม่ไกลอย่างที่คาดหวังไว้ สิ่งนั้นคือ “ทักษะคุยเล่น” หนังสือ “อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น” เล่มนี้ จะเผยทักษะคุยเล่นของคนชั้นแนวหน้าในทุกวงการ ซึ่งช่วยให้พวกเขาก้าวสู่จุดสูงสุดของอาชีพได้ ทั้งที่หลายคนไม่ใช่คนที่คุยเก่งมาตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็น พูดโดยใช้เสียงในระดับ “ฟา” หรือ “ซอล” , หัดเล่าถึงความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเอง, ฝึกชมแบบ “พึมพำ” , ทำไมการถามว่า “ทำไมล่ะ” ถึงดูสิ้นคิด และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังได้อธิบายเกี่ยวกับเทคนิคในการพัฒนาทักษะการคุยเล่น โดยหยิบยกวิธีการที่นำไปทดลองปฏิบัติจริง แล้วได้ผลมาสรุปเป็นคำแนะนำที่ละเอียดชัดเจน เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ราคา : 220 บาท

 

Mini Habits “นิสัยจิ๋ว” ของคนที่ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน : Satoh Den

ผู้แปล : ณัฐกฤตา เพ็ญกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : ทุกความสำเร็จล้วนเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลง แต่ใครบอกว่าต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กันล่ะ “จริง ๆ แล้วแค่เปลี่ยนวันละ 0.1% ก็พอ” ไม่ว่าจะเรื่องงาน เงิน หรือชีวิต ถึงแม้จะเป็นกิจวัตรเล็ก ๆ ง่าย ๆ แต่กลับมีพลังมหาศาล และสามารถนำพาคุณไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้ดังใจ อาทิ หมั่นขยับมือข้างที่ไม่ถนัด, ฟัง 80% พูด 20%, พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่รู้สึกดี, พูดความฝันที่ปรารถนาออกมาระหว่างอาบน้ำ, ทำงานที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกดี, เชื่อในลางสังหรณ์ ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน และอีกมากมาย มาเริ่มสร้าง “นิสัยจิ๋ว” กันเถอะ!

ราคา : 200 บาท

 

เป็นเราในเวอร์ชั่นที่มีความสุข

ผู้เขียน : คิดมาก

เนื้อหาโดยสังเขป : ถึง ตัวฉันเอง… ในวันที่ “โลกใจร้าย” ฉันจะ “ใจดี” กับตัวเอง ในวันที่ความรักของบางคน “หมดลง” ฉันจะ “รักตัวเอง” ให้มากขึ้น ในวันที่ “ผิดพลาด” ฉันจะ “ให้อภัยตัวเอง” ในวันที่ “ทุกข์ใจ” ฉันจะ “เติบโตขึ้น” ไม่สัญญาว่าจะเป็นคนสมบูรณ์แบบ แต่ฉันสัญญาว่า “จะเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกวัน” “เป็นเราในเวอร์ชั่นที่มีความสุข” เล่มนี้ เป็นผลงานอีกเล่มของ “คิดมาก” นำเสนอบทความ ข้อความเกี่ยวกับการมองโลกในแง่ดีในสถานการณ์ต่าง ๆ ของชีวิต เพื่อสร้างพลังบวกให้กับตัวเอง พร้อมบอกเล่าแนวคิด Manifest กฎแห่งแรงดึงดูด สังเกต และมองให้เห็นสิ่งดี ๆ รอบตัว เพราะผลลัพธ์ของการเป็นคนมองโลกในแง่ดี จะเปลี่ยนชีวิตของเราไปในทิศทางที่มีความสุขมากขึ้น

ราคา : 255 บาท

 

วิถีคนปานกลาง

ผู้เขียน : ธนา เธียรอัจฉริยะ

เนื้อหาโดยสังเขป : ในยุคสมัยที่ใคร ๆ ต่างบอกว่าเป็นยุคอวสานของคนปานกลาง แต่คนปานกลางที่รู้ตัวเอง ยอมรับตัวเองว่ามีทักษะปานกลาง และมีทัศนคติไม่ยอมอยู่กับความปานกลางไปชั่วชีวิตย่อมมีหนทางอยู่ “ธนา เรียรอัจฉริยะ” รวบรวมปัญญา และประสบการณ์มาแบ่งปันว่า “คนปานกลาง” ควรทำอย่างไร และทำอะไรบ้างในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ เพื่อพาตัวเองไปสู่จุดที่เหนือกว่าคนปานกลางทั่วไป ภูมิใจกับตัวเองได้ และโดดเด่นในวิถีของเรา… วิถีคนปานกลาง

ราคา : 340 บาท

 

ควบคุมอารมณ์ได้ เป็นนายชีวิต

ผู้เขียน : Song Xiaodong

ผู้แปล : กัญญรัตน์ จิราสวัสดิ์

เนื้อหาโดยสังเขป : หนังสือเล่มนี้จะมาบอกให้คุณรู้วิธีควบคุมอารมณ์เพื่อพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ โดย “อาจารย์ซ้ง” นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง จะใช้วิชาความรู้เฉพาะทาง และกรณีตัวอย่างมาแนะนำให้คุณรู้จักควบคุมอารมณ์ โดยผ่านวิธีสื่อสาร รูปแบบความคิด และการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา เพื่อนำไปใช้เอาชนะข้อบกพร่องต่าง ๆ ของตัวเอง เปิดช่องทางพัฒนาตัวเองให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ราคา : 245 บาท

 

แค่ใช้เวลาเป็น ไม่ต้องเก่งก็ไปได้ไกลกว่า

ผู้เขียน : Kevin Kruse

ผู้แปล : กนกกาญจน์ เวชชวิศิษฏ์

เนื้อหาโดยสังเขป : ทุกคนมีเวลาเท่ากันวันละ 24 ชั่วโมง แต่ทำไมบางคนจึงทำงานได้มากกว่าคนอื่นถึง 10 เท่า พวกเขารู้บางอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้หรือเปล่า? “Kevin Kruse” นักเขียนขายดี New York Times ได้ศึกษาเคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐี นักกีฬาโอลิมปิก นักเรียนหัวกะทิ และนักธุรกิจชั้นนำรวมกว่า 200 คน พบว่ามี “ความลับ” ที่รู้กันเฉพาะในหมู่พวกเขา ซึ่งช่วยให้มีเวลาเหลือเฟือ และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมได้ หนังสือ “แค่ใช้เวลาเป็น ไม่ต้องเก่งก็ไปได้ไกลกว่า” เล่มนี้ จะเผยความลับเหล่านั้นแบบหมดเปลือก พร้อมแนะวิธีนำมันมาใช้กับตัวคุณให้ได้ผล เช่น สุดยอดเทคนิค 3 ข้อจากฮาร์วาร์ด แค่นำมาใช้ ก็ประหยัดเวลาทำงานไปได้ 8 ชั่วโมง, วิธีที่ผู้บริหารเฟซบุ๊ก กูเกิล และแอปเปิลใช้สร้างผลงานขั้นสูงสุด, เคล็ดลับที่ทำให้ประธานาธิบดีอเมริกาอ่านหนังสือได้เกือบ 100 เล่มต่อปี, วิธีเรียนเก่งสไตล์คนขี้เกียจ อ่านหนังสือแค่ 20% ก็รู้เรื่อง 80%, เทคนิคค้นหาเศษเวลาที่ทำหายไป เปลี่ยนวัยรุ่นจน ๆ ให้กลายเป็นนักธุรกิจชื่อดัง เป็นต้น การบริหารเวลาเป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกของชีวิต ถ้าคุณกลัดถูก ความสำเร็จก็จะตามมาอย่างง่ายดาย!

ราคา : 245 บาท

 

ฉันจะผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง

ผู้เขียน : Rapport Mi

ผู้แปล : วิลาสินี ชวาลรติกุล

เนื้อหาโดยสังเขป : “ทุกชีวิตย่อมมีช่วงเวลาที่เฉิดฉายแม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ทว่าไม่เคยหายไปไหน เพียงแต่แอบซ่อนอยู่ในซอกหลืบของจิตใจ และสักวันจะกลับมาพบกันใหม่ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว” หนังสือ “ฉันจะผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง” เล่มนี้ ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต และความรู้สึกในช่วงเวลาที่หลากหลาย ผ่านตัวละครชายหญิงที่แตกต่างกัน และมีหมู่มวลดอกไม้ที่แสดงความสดใสในทุก ๆ ภาพ รวมถึงแมวน้อยที่มีชีวิตชีวาของเธอ ในเนื้อหาเป็นความเรียงที่ช่วยให้กำลังใจ อ่านง่าย ที่มาพร้อมกับภาพประกอบลายเส้นน่ารักสดใส 4 สีสวยงามตลอดทั้งเล่ม และจะช่วยเป็นกำลังใจให้คุณในยามที่ใจหม่นให้กลับมามีความหวัง และมีรอยยิ้มอีกครั้ง เนื้อหาอัดแน่นไปด้วยความห่วงใยทุกบรรทัด เป็นเหมือนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเข้าใจ และคอยตบไหล่คุณเบา ๆ ว่า “เราทุกคนต่างผลิบานในฤดูกาลของตัวเอง”

ราคา : 345 บาท

 

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับ 11 หนังสือจิตวิทยา พัฒนาตนเอง เล่มสีเหลือง สีที่แสดงถึงความสดใส กระตือรือร้น และมองโลกในแง่ดี ที่เมื่อคุณได้อ่านหนังสือเหล่านี้จบแล้ว คุณจะพบกับความสว่างในหัวใจ ที่จะช่วยเพิ่มทักษะความรู้ ความสุข พร้อมสู้กับปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ ดังนั้น ใครสนใจเล่มไหน ก็ไปเลือกอ่านกันได้ตามชอบเลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.se-ed.com/

หนังสือ

 

 

งานพิมพ์หนังสือคือกระบวนการการผลิตหนังสือที่มีการจัดทำเนื้อหา ออกแบบรูปแบบ และพิมพ์ลงบนกระดาษหรือสื่ออื่น ๆ เพื่อให้เป็นรูปสมบัติของหนังสือที่สามารถจำหน่ายหรือกระจายได้ในสาธารณะ เช่น หนังสือทั่วไป หนังสือเรียน หนังสือการ์ตูน หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือวิชาการ เป็นต้น งานพิมพ์หนังสือมีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อน เช่น การเขียนเนื้อหา การออกแบบสไตล์และรูปแบบ การแก้ไขข้อผิดพลาด การเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์ เป็นต้น การจัดทำหนังสือต้องมีการคำนึงถึงประสิทธิภาพในด้านการสื่อสารและการถ่ายทอดความรู้ไปยังผู้อ่านอย่างเหมาะสมด้วย นอกจากนี้ การตลาดและกระจายหนังสือก็เป็นส่วนสำคัญของงานพิมพ์หนังสือเพื่อให้ได้รับความนิยมและมียอดขายที่สูงขึ้น

สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาโรงพิมพ์ หนังสือต่าง ๆ เรามีบริการรับออกแบบ จัดหน้า และรับพิมพ์หนังสือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น หนังสือสารคดี (Non-Fiction Book) หนังสือบันเทิงคดี (Fiction Book) หนังสือตำรา หนังสือแบบเรียน หนังสือนวนิยาย หนังสือเรื่องสั้น หนังสือสำหรับเด็ก หนังสืออ้างอิง (Reference Books) หนังสือความเรียง หนังสือวรรณกรรม หนังสือนิทาน เรารับพิมพ์หนังสือ 1 เล่ม ราคาตามจำนวนหน้า ถ้าพิมพ์หนังสือ 100 เล่ม ราคาก็ยิ่งถูกลง จำนวนเล่มยิ่งมาก ราคาต่อเล่มยิ่งถูกลง เรารับพิมพ์ไม่มีจำนวนขั้นต่ำ 1 เล่มเราก็รับพิมพ์ ยิ่งสั่งเยอะราคาต่อเล่มก็ยิ่งถูกลง

ตัวอย่างงานรับพิมพ์หนังสือ

เคล็ด (ไม่) ลับดูแลหนังสือ และกระดาษอย่างไรให้สภาพเหมือนใหม่ตลอดเวลา

สำหรับคนที่รักหนังสือ ชอบอ่านหนังสือ การเก็บหนังสือถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้าคุณเก็บหนังสือไม่ดี อาจทำให้หน้ากระดาษเหลืองกรอบ กลายเป็นสีน้ำตาล กระดาษขาดหรือยับ หรือแม้กระทั่งมีเชื้อรา เลอะฝุ่น เลอะคราบ หรือที่โหดร้ายที่สุดคือการถูกปลวกแทะ ซึ่งบางเล่มซื้อมาดองไว้ยังไม่ทันได้อ่านก็ต้องกลายสภาพเป็นของเก่าไปซะก่อน ดังนั้น ในบทความนี้เราก็มี เคล็ดลับดูแลหนังสือ และกระดาษอย่างไรให้สภาพเหมือนใหม่ตลอดเวลา มาฝากคนรักหนังสือกันค่ะ

เคล็ด (ไม่) ลับดูแลหนังสือ และกระดาษให้สภาพเหมือนใหม่ตลอดเวลา

ห่อปกหนังสือ

การห่อปกหนังสือ นอกจากจะเป็นการป้องกันฝุ่น ความชื้น และปลวกแล้ว ยังช่วยป้องกันคราบสกปรกที่จะมาเลอะหนังสือ รวมไปถึงรอยยับ รอยขีดเขียน หรือเผลอทำขาดได้ ดังนั้น ควรห่อปกหนังสือทันทีหลังซื้อ นอกจากนี้การห่อปกหนังสือยังช่วยรักษามุม และขอบหนังสือให้คมเหมือนใหม่ และสันปกไม่เปื่อยอีกด้วย

ใส่ถุงซิปล็อก

การนำหนังสือมาใส่ถุงซิปล็อก โดยใส่หนังสือแยกกันไปแต่ละเล่ม เพื่อป้องกันการรุกรานจากความชื้น ฝุ่นละออง กันปลวก และยังช่วยให้หนังสือไม่ยับ โดยก่อนปิดถุงซิปล็อกจะต้องไล่อากาศข้างในถุงออกไปให้หมด และอย่าลืมปิดซิปล็อกให้สนิท เพื่อรักษาหนังสือให้สวยเหมือนใหม่อยู่เสมอ

เปิดอ่านอย่างทะนุถนอม

การเปิดอ่านหนังสือ ก็ควรเปิดอ่านอย่างทะนุถนอม โดยเปิดอ้าหนังสือแค่เท่าที่อ่านเห็น ไม่ควรเปิดอ้าออกกว้างจนเกินไป ไม่พับปกหน้าไปด้านหลัง พลิกหน้ากระดาษให้เบามือที่สุดเพื่อไม่ให้มีรอยยับ อย่าพับมุมหนังสือ แต่ให้ใช้ที่คั่นหนังสือแทน และอย่าหงายหรือคว่ำหนังสือ เพราะจะทำให้หนังสือบาน เสียรูปทรงได้

เก็บหนังสือในที่ที่อากาศถ่ายเท

ตำแหน่งของตู้หรือชั้นหนังสือ ควรอยู่ในที่แห้ง อากาศถ่ายเท และไม่ควรเก็บไว้ในที่ที่ร้อนหรือเย็นเกินไป เพราะถ้าเก็บไว้ในที่ร้อนจะทำให้หนังสือซีด กระดาษเหลือง และกรอบได้ ส่วนเก็บในที่ที่เย็นเกินไป มีความชื้นที่สูง จะทำให้หนังสือพอง กระดาษย่น ไม่สวยงาม จึงควรเก็บในที่แห้ง มิดชิด ไม่ร้อนหรือเสี่ยงที่จะโดนน้ำ

ใส่ใจการจัดวางหนังสือทุกครั้ง

การจัดวางหนังสือบนชั้น ควรจัดวางแบบตั้ง ระวังอย่าวางทับกันหรือวางเรียงติดกันจนแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้หนังสือซ้อนกัน และยับได้ รวมไปถึงอาจทำให้หนังสือเสียรูปทรง และเสื่อมสภาพลงได้ หากเก็บหนังสือไว้ในกล่องพลาสติกก็ควรวางเรียงให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ดูแลความสะอาดของหนังสืออยู่เสมอ

นอกจากการเก็บหนังสือที่ดีแล้ว การดูแลทำความสะอาดก็สำคัญเช่นเดียวกัน ซึ่งการทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ทุกครั้งที่อ่านเสร็จก็อย่าลืมปัดฝุ่น เช็ดทำความสะอาดคราบหรือรอยเปื้อนที่อาจติดอยู่ที่หนังสือ พยายามไม่กินไปอ่านไป เพราะอาจทำให้คราบอาหารหรือเครื่องดื่มหกเลอะหนังสือได้

สรุป

ทั้งหมดก็เป็นเคล็ดลับดูแลหนังสือ และกระดาษให้สภาพเหมือนใหม่ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อคุณรู้วิธีเหล่านี้แล้ว อย่างลืมเก็บหนังสือเล่มโปรดของคุณให้ถูกวิธี เพื่อจะให้หนังสือเหล่านี้ยังคงสภาพดี เหมือนใหม่ และยืดอายุหนังสือให้ยาวนาน พร้อมให้คุณได้อ่านอยู่เสมอ

สำหรับใครที่สนใจอยากทำหนังสือต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตหนังสือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น หนังสือเรียน หนังสือนิยาย หนังสือคู่มือ หนังสือรุ่น หนังสือธรรมะ หนังสือสวดมนต์ นิตยสาร แคตตาล็อก ไดอารี่ สมุดโน๊ต ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

หนังสือกับการเปลี่ยนแปลงสุดน่าทึ่ง ที่หลายคนยังไม่รู้!!

หนังสือ มีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือจิตวิทยา หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูน นิตยสาร และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้คุณสามารถได้เลือกอ่านกัน แต่รู้หรือไม่ว่า หนังสือเกิดขึ้นมาได้อย่างไร การทำหนังสือ เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยไหน และการทำหนังสือ มีขั้นตอนที่ยุ่งยากเพียงใด วัสดุที่ใช้ทำหนังสือในอดีตแตกต่างกันไปในแต่ละชนชาติหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูหนังสือกับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย จนถึงปัจจุบัน มาฝากกันค่ะ

หนังสือกับการเปลี่ยนแปลงสุดน่าทึ่ง!!

จุดเริ่มต้นของหนังสือ 

ก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์รู้จักวิธีการเขียนหนังสือลงบนกระดาษที่เรียกว่า “ Papyrus ” และทำเป็นเล่มโดยการม้วนในลักษณะที่เรียกว่า“ Volumen ” ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นคำว่า “ Volume ” หนังสือลักษณะนี้ เล่มที่เก่าแก่ที่สุดคือ “ The Great Harris Papyrus ” ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ประเทศอังกฤษ มีความยาวของม้วน 133 ฟุต และหน้ากว้าง 16 ¾ นิ้ว เป็นหนังสือที่ระบุเวลาไว้ว่า เป็นปีที่ 32 ของกษัตริย์รามเสส ที่ 3

เมื่อราว 400 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวจีนรู้จักการนำผ้าไหมมาใช้งาน ได้มีการเขียนหนังสือลงบนผ้าไหม ทำเป็นเล่มในลักษณะม้วนเหมือนกับอียิปต์ และหลังจากที่จีนคิดกระดาษขึ้นใช้ใน ค.ศ. 105 การทำหนังสือก็ยังใช้ลักษณะเป็นม้วนเช่นเดิม หนังสือของจีนที่พิมพ์ด้วยบล็อกไม้ และมีหลักฐานคงเหลืออยู่คือ ชิ้นพิมพ์วัชรสูตร เป็นม้วนกระดาษยาว 16 ฟุต กว้าง 1 ฟุต มีวันที่พิมพ์ และชื่อผู้พิมพ์ปรากฏในหนังสือว่า “ พิมพ์เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม 868 โดย วางชี ” สำหรับแจกทั่วไปเพื่อเป็นที่ระลึกถึง บิดามารดา นับว่าเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งก็มีลักษณะเป็นม้วน

ชิ้นพิมพ์ที่เก่าที่สุด

ชิ้นพิมพ์ที่เก่าที่สุดที่มีลักษณะเป็นชิ้นพิมพ์ที่พบที่ญี่ปุ่น เป็นการพิมพ์ยันต์ และคาถา จัดพิมพ์ขึ้นโดยโองการของจักรพรรดิ โชโตกุ เพื่อแจกในปี ค.ศ. 770 ก่อนที่จีนจะรู้จักการใช้ผ้าไหม และกระดาษ การเขียนหนังสือจะเขียนลงบนไม้ไผ่ ทำเป็นเล่มหนังสือโดยเจาะรูร้อยเชือกไว้เป็นมัด ๆ การทำเล่มหนังสือในลักษณะนี้ทำขึ้นในราวประมาณ 500 ปี ก่อนคริสตกาล

อินเดียก็มีการทำเล่มหนังสือโดยใช้วิธีจารลงบนใบลาน แล้วจึงเจาะร้อยเชือกเป็นเล่มในลักษณะคัมภีร์พระเทศน์ ที่ยังคงมีใช้กันในปัจจุบันนี้ หนังสือใบลานลักษณะนี้ใกล้เคียงกับสมัยพุทธกาล คือในราว 500 ปี ก่อนคริสตกาล

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบหนังสือ

ก่อนคริสตกาล ชาวกรีกเขียนหนังสือแล้วใช้แผ่นไม้ 2 แผ่น มีห่วงโลหะยึดให้ติดกันไว้ตรงกลาง มีลักษณะคล้ายกับเล่มหนังสือ

ต่อมาในปี ค.ศ. 950 ชาวจีนเป็นผู้ริเริ่มดัดแปลงรูปเล่มหนังสือก่อนชาติอื่น เนื่องจากการใช้หนังสือที่มีลักษณะเป็นม้วน ทำให้ขาดความสะดวกในการค้นคว้าหรืออ้างอิงในส่วนกลาง ๆ ของเล่ม เพราะจะต้องหมุนม้วนไปจนถึงบริเวณที่ต้องการ ทำให้เสียเวลา จึงได้คิดค้นทำหนังสือให้เป็นลักษณะหนังสือพับ ( Folder book ) คือพับไปพับมามีลักษณะคล้ายสมุดข่อยของไทย ทำให้เกิดความสะดวกในการค้นคว้า จะเปิดอ่านตอนไหนของเล่มก็สะดวก และรวดเร็ว

เกิดหนังสือแบบเย็บเล่ม ( Stitch book )

ปี ค.ศ. 1116 จีนเริ่มรู้จักเย็บเล่มหนังสือพับด้วยเชือก โดยเย็บทางด้านข้างให้ติดกับด้านหนึ่ง และเปิดอ่านอีกด้านหนึ่ง กระดาษที่จีนทำด้วยมือในระยะแรก ๆ จะเป็นกระดาษบาง ตัวหนังสือเขียนด้วยพู่กัน และหมึกที่มีตัวนำเป็นน้ำ ทำให้กระดาษเขียนได้หน้าเดียวคือเขียนลงบนกระดาษแล้วพับกลาง ให้ด้านที่เขียนหนังสืออยู่ข้างนอก แล้วเรียงลำดับซ้อนกัน และเย็บติดกันตรงสันซึ่งเป็นด้านปลายกระดาษ ด้านพับจึงเป็นด้านริมของหนังสือที่เปิดได้ นับว่า จีนเป็นผู้คิดหนังสือเย็บเล่ม ( Stitch book ) เป็นชาติแรก และชาติอื่น ๆ จึงได้นำมาเลียนแบบ

ในยุโรปมีการคิดทำ Parchment ( หนังสัตว์ที่ฟอกแล้ว ) มาใช้สำหรับเขียน และมีการทำหนังสือโดยการเขียนด้วยมือ พระ และบาทหลวงตามวัดต่าง ๆ ได้ผลิตหนังสืออกมาเป็นจำนวนมาก โดยใช้วิธีการเขียนหนังสือคัดตัวบรรจงอย่างสวยงาม มีการใส่กนกลวดลาย ภาพประดิษฐ์ต่าง ๆ ในหน้าหนังสือ และระบายสีอย่างงดงาม เรียกหนังสือนี้ว่า “ Illuminated book ” มีการทำปกแข็งด้วยหนัง และโลหะ แล้วเย็บเป็นเล่มให้เปิดได้ด้านหนึ่ง มีลักษณะคล้ายหนังสือในปัจจุบันนี้ แต่มีขนาดตัวเล่มใหญ่มาก ส่วนใหญ่ต้องตั้งอ่านบนโต๊ะ

รูปแบบหนังสือที่นำมาใช้ในปัจจุบัน

จนถึงปี ค.ศ. 1499 Aldus Manutius ซึ่งเป็นช่างพิมพ์ชาวเวณิช ในอิตาลี ได้จัดทำตัวพิมพ์ให้มีขนาดเล็กลง และผลิตหนังสือให้มีลักษณะรูปเล่ม และขนาดหนังสือเท่ากับหนังสือที่ใช้กันในปัจจุบัน สำนักพิมพ์ของเขาคือ Aldine Press ซึ่งมีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ทำให้มีผู้นิยมอ่านหนังสือกันอย่างแพร่หลาย แต่รูปเล่มของหนังสือยังขาดความประณีตสวยงาม เพียงให้มีลักษณะเป็นเล่มเท่านั้น

กระทั่งในปี ค.ศ. 1888 William Morris ได้ตั้ง Kelmscott Press ขึ้นที่ประเทศอังกฤษ และได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการผลิตหนังสือ โดยให้มีการออกแบบ และวางรูปเล่มอย่างเป็นศิลปะที่จะต้องทำด้วยความประณีต และรอบคอบ ดังนั้น ความคิดต่าง ๆ ในการออกแบบ การจัดวางรูปเล่ม และการจัดพิมพ์หนังสือ จึงเกิดได้ขึ้นอย่างแพร่หลาย ทำให้มีผู้สนใจศึกษากันมากยิ่งขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้

รูปแบบหนังสือของไทย 

เนื่องจากประเทศไทยมีแบบฉบับหนังสือเป็นของตนเองมานาน ตั้งแต่โบราณกาล โดยการใช้วัตถุดิบของท้องถิ่นที่มีในธรรมชาติ ประดิษฐ์เล่มหนังสือ อาทิ ใบไม้ เปลือกไม้ และเยื่อไม้ เป็นวัสดุรองรับในการเขียน ใช้อินทรีย์วัตถุ เช่น ดิน หิน – แร่ธาตุ เป็นหมึก และสีสำหรับบันทึกตัวอักษร และวาดภาพ เพื่อใช้สำหรับบันทึกเรื่องราวทางศาสนา ตำรา จดหมายเหตุ วรรณคดี ตลอดจนภาพจิตรกรรมต่าง ๆ หนังสือของไทยจึงนับเป็นสมบัติที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ที่ทรงคุณค่าทั้งทางด้านศาสตร์ และศิลป์ของชาติไทย

หนังสือของไทยมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นลำดับอันยาวนาน และมีหลากหลายลักษณะรูปเล่ม เช่น หนังสือฉบับเขียน หนังสือใบลาน หนังสือสมุดไทย หนังสือฉบับพิมพ์ หนังสือหายาก หนังสืองานศพ และในปัจจุบันก็ยังมีหนังสือในรูปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-book อีกด้วย

สรุป

ในอดีตการทำหนังสือวัสดุที่ใช้ทำหนังสือจะแตกต่างกันไปในแต่ละชนชาติ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ พัฒนาจนเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก ทั้งวัสดุที่นำมาทำหนังสือ และรูปแบบการเข้าเล่ม จนทำให้เป็นหนังสือที่เราได้อ่านกันในปัจจุบันนี้ค่ะ และในปัจจุบันก็ยังมีหนังสือในรูปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( E-book ) ให้เราได้อ่านกันอีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจอยากทำหนังสือต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูน นิตยสาร ไดอารี่ และหนังสืออื่น ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แจกพิกัด 6 ห้องสมุดน่านั่งย่านเมืองกรุง ที่คนชอบอ่านหนังสือไม่ควรพลาด!

การอ่านหนังสือ นอกจากจะได้ความรู้ ได้พัฒนาตนเองแล้ว การอ่านหนังสือ ยังถือเป็นการพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสำหรับใครที่ชอบอ่านหนังสือ อยากหาหนังสืออ่าน และอยากได้ที่เงียบ ๆ ในการอ่านหนังสือ หรือนั่งทำงาน วันนี้เราก็มีพิกัด 6 ห้องสมุดน่านั่งย่านเมืองกรุง ที่ไม่ได้มีแค่โซนอ่านหนังสือเท่านั้น แต่ยังมีโซนคาเฟ่ โซนพักผ่อน จะนั่งดูหนัง หรือฟังเพลงเงียบ ๆ คนเดียวก็ได้ มาฝากนักอ่านทุกคนกันค่ะ

แจกพิกัด 6 ห้องสมุดน่านั่งย่านเมืองกรุง

หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร 

หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นหอสมุดที่มีสไตล์คลาสสิกสีเหลืองอ่อน ตั้งเด่นอยู่บริเวณสี่แยกคอกวัว ที่นี่ให้บริการที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยมีการจัดสรรพื้นที่แบ่งออกเป็น 4 ชั้น ไม่ว่าจะเป็นโซนนิทรรศการหมุนเวียน ห้องคลังนิตยสาร และหนังสือพิมพ์ ห้องฉายภาพยนตร์ และห้องสมุดสาหรับผู้พิการ โซนสำหรับเด็ก และเยาวชน โซนหนังสือต่างประเทศ วรรณกรรมหายาก เป็นต้น ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่ก็จะเน้นความโปร่ง เหมาะกับการใช้งานหลายรูปแบบ ด้านโต๊ะ เก้าอี้ และโซฟา ก็มีหลากหลายรูปแบบ และถูกจัดวางไว้หลายมุม ทุกคนสามารถเลือกสรรที่นั่งได้ตามใจชอบ เป็นอีกหนึ่งห้องสมุดที่น่าไปมาก ๆ ค่ะ

ที่ตั้ง: 39 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: วันอังคาร – วันเสาร์ เวลา 08.00 – 21.00 น. / วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 20.00 น. (ปิดวันจันทร์)

เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/bangkokcitylibrary

 

ห้องสมุดศิลปะ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

ห้องสมุดศิลปะ ที่ตั้งอยู่ที่ชั้น L ของอาคารหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เป็นห้องสมุดด้านศิลปะโดยเฉพาะ และมีบริการทรัพยากรสารสนเทศด้านศิลปะประเภทต่าง ๆ อย่างเช่น หนังสือ นิตยสารทางด้านศิลปะร่วมสมัยหลากหลายแขนง สูจิบัตรนิทรรศการ ภาพยนตร์ และสารคดีเกี่ยวกับศิลปะ รวมไปถึงบริการชาร์จไฟ และ Wi-Fi ฟรีด้วย ในส่วนพื้นที่ของห้องสมุด ก็โปร่งโล่งไม่แออัด ผู้ใช้บริการสามารถนั่งอ่านหนังสือหรือนั่งทำงาน พร้อมรับแสงธรรมชาติผ่านกระจกใสบานใหญ่ ที่ล้อมรอบตัวห้องสมุดไว้ เป็นอีกห้องสมุดที่มีความเงียบสงบ และน่าไปอ่านหนังสือมาก ๆ ค่ะ

ที่ตั้ง: ชั้น L ของอาคารหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 20.00 น. (ปิดวันจันทร์)

เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/baccpage

 

ห้องสมุดมารวย

ห้องสมุดมารวย เป็นห้องสมุดที่อยู่ภายใต้การดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งสารสนเทศด้านตลาดการเงิน และการลงทุน ให้บริการทรัพยากรหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วยหนังสือ ตำราวิชาการ วารสาร นิตยสาร สื่อโสตทัศนวัสดุ รวมถึงบริการอินเทอร์เน็ต ความน่าสนใจของที่นี่คือจะมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เป็นประจำทุกเดือน ทั้งในด้านการเงิน การลงทุน การบริหารธุรกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และสังคม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในส่วนค่าบริการสามารถสมัครสมาชิกได้ในราคาปีละ 100 บาท เป็นอีกห้องสมุดที่คนชอบด้านการเงิน การลงทุน ควรมาค่ะ

ที่ตั้ง: 93 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/set.or.th

 

Neilson Hays Library

ห้องสมุด Neilson Hays Library เป็นห้องสมุดคลาสสิกที่เปิดให้บริการมาแล้วเกือบร้อยปี และเป็นแหล่งรวบรวมหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ซึ่งนอกจากการให้บริการด้านหนังสือแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านการอ่านเขียนภาษาอังกฤษ เช่น กิจกรรมบรรยายประวัติศาสตร์ที่เน้นแลกเปลี่ยนความรู้ และความคิดเห็น กิจกรรมอ่านนิทานหรือร้องเพลงภาษาอังกฤษให้เด็กเล็ก เวิร์กช็อปต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ที่นี่ยังได้รับความนิยมใช้เป็นสถานที่พรีเวดดิ้ง และจัดงานแต่งงานอีกด้วย เนื่องจากมีบรรยากาศร่มรื่น ถือเป็นอีกสมุดที่คนชอบความสบายธรรมชาติ ควรมามาก ๆ ค่ะ

ที่ตั้ง: 195 ซอยสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร์)

เฟซบุ๊ก: facebook.com/NeilsonHaysLibrary

 

TK Park

ห้องสมุด TK Park ตั้งอยู่ชั้น 8 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นห้องสมุดที่มีหนังสือ และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย อย่างเช่น หนังสือ วารสาร สื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งไทยและสากล รวมไปถึงเกมสร้างสรรค์ต่าง ๆ ด้วย นอกจากนั้น อุทยานการเรียนรู้แห่งนี้ยังถูกแบ่งออกเป็นโซนต่าง ๆ อย่างเช่น มุมเงียบสำหรับอ่านหนังสือ ห้องการเรียนรู้สำหรับเด็ก ห้องสมุดดนตรี ห้องฉายภาพยนตร์ แถมยังมีคาเฟ่อีกด้วย ซึ่งก่อนเข้าใช้บริการต้องสมัครสมาชิก ค่าสมัคร 100 – 200 บาทต่อปีตามช่วงอายุ ห้องสมุดแห่งนี้ ถือเป็นห้องสมุดที่เดินทางมาได้สะดวกมาก ๆ แถมยังมีหนังสือ และกิจกรรมให้ทำเยอะมาก ๆ

ที่ตั้ง: ชั้น 8 Central World , Dazzle Zone ถนนราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.

เฟซบุ๊ก: facebook.com/tkparkclub

 

The Reading Room

ห้องสมุด The Reading Room ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 4 ของอาคารในสีลมซอย 19 ห้องสมุดแห่งนี้มีเพียงห้องเดียว ตกแต่งเรียบง่าย ซึ่งที่นี่ให้บริการหนังสือเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ ประกอบด้วยสูจิบัตรนิทรรศการ หนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะ ทฤษฎีศิลป์ นิตยสาร และสื่ออิเล็คทรอนิกส์ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย เช่น การเสวนาพูดคุย การจัดฉายภาพยนตร์ และการทำ workshop ทางศิลปะ และสาขาอื่น ๆ โดยห้องสมุดของที่นี่เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และเปิดให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ

ที่ตั้ง: 2 ซอยสีลม 19 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 13.00 – 19.00 น. (ปิดวันจันทร์กับวันอังคาร)

ทวิตเตอร์: @ReadingRoomBKK

สรุป

ห้องสมุดในกรุงเทพฯ มีอยู่มากมายหลายแห่ง และมีความเฉพาะด้านหลากหลายให้เลือก ซึ่งห้องสมุดในปัจจุบัน ไม่ได้มีโซนอ่านหนังสือเท่านั้น แต่ยังมีโซนคาเฟ่ โซนพักผ่อน จะนั่งดูหนัง หรือฟังเพลงก็ได้ ที่สำคัญยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายให้ได้ทำกันอีกด้วย ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังอยากหาที่สงบ ๆ ในการอ่านหนังสือ สามารถเเลือกห้องสมุดที่เรานำมาฝากได้เลยค่ะ ใครอยู่ใกล้ที่ไหน ก็ไปที่นั่นได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

5 ประเภท รูปแบบการเข้าเล่มในงานหนังสือ ที่คนทำหนังสือควรรู้!

หนังสือ และสมุด แต่ละเล่ม แต่ละประเภท ต่างก็มีรูปแบบการเข้าเล่มที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้นำไปใช้งาน และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ซึ่งงานเข้าเล่มถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำหนังสือ เพื่อให้หนังสือแต่ละเล่มนั้นมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้เกิดความน่าอ่าน พกพาง่าย และสะดวกต่อการใช้งานอีกด้วย ซึ่งรูปแบบของการเข้าเล่มหนังสือนั้นมีหลายรูปแบบ ดังนั้น ในบทความนี้เราจึงได้นำ 5 ประเภท รูปแบบการเข้าเล่มในงานหนังสือ ที่คนทำหนังสือควรรู้ มาฝากทุกคนกันค่ะ

5 ประเภท รูปแบบการเข้าเล่มในงานหนังสือ

การเข้าเล่มแบบไสกาว 

การเข้าเล่มแบบไสกาว เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากเข้าเล่มได้เรียบร้อย รวดเร็ว โดยวิธีการเข้าเล่มเป็นการนำกระดาษที่เรียงหน้าเรียบร้อยแล้ว มาไสกระดาษด้านข้างแล้วนำไปทากาว เหมาะสำหรับหนังสือที่มีความหนาประมาณ 70 หน้าขึ้นไป แต่ความแน่นหนาในการเข้าเล่มไม่มาก ทำให้ไม่สามารถกางหนังสือออกมากได้ เนื่องจากจะทำให้กรดาษหลุดออกจากไสกาว ซึ่งการเข้าเล่มประเภทนี้เหมาะกับงานพิมพ์หนังสือคู่มือ นิตยสาร วารสาร และรายงานประจำปี

การเข้าเล่มแบบเย็บมุงหลังคา 

การเข้าเล่มแบบเย็บมุงหลังคา เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กับการเย็บสมุด หนังสือ ที่มีจำนวนหน้าน้อย ๆ ไม่เกิน 80 หน้า โดยวิธีการเข้าเล่มเป็นการนำกระดาษทั้งเล่มมาเรียงกันแล้วพับครึ่ง จากนั้นใช้เครื่องลวดเย็บลวดตรงแนวพับ 2-3 ตัว ก็จะทำให้ได้การเข้าเล่มแบบเย็บมุงหลังคานั่นเอง

การเข้าเล่มแบบเย็บกี่ 

การเข้าเล่มแบบเย็บกี่ เป็นการเข้าเล่มที่มีความแข็งแรงที่สุด เหมาะสำหรับหนังสือที่มีความหนามาก ๆ โดยวิธีการเข้าเล่มจะเป็นการนำกระดาษทั้งเล่มมาแยกออกเป็นส่วน ๆ แล้วใช้ด้ายเย็บแต่ละส่วนให้ยึดติดกันจะเหมือนเย็บมุงหลังคา จากนั้นจึงนำแต่ละส่วนมาร้อยรวมกันเป็นเล่มใหญ่อีกที แล้วจึงหุ้มด้วยปกอีกชั้น ซึ่งการเข้าเล่มประเภทนี้เหมาะกับงานพิมพ์พจนานุกรม ดิกชันนารี และสารานุกรม

การเข้าเล่มแบบเข้าห่วง

การเข้าเล่มแบบเข้าห่วง นิยมใช้สำหรับงานพิมพ์ที่ไม่หนาเกินไป และทำจำนวนน้อย อีกทั้งยังเพิ่มความสวยงามหรูหราให้กับงานหนังสือมากยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ห่วงพลาสติก หรือห่วงเหล็กในการเข้าเล่ม ทำให้สามารถกางหนังสือออกได้จนสุด ซึ่งการเข้าเล่มประเภทนี้เหมาะกับงานพิมพ์ปฏิทิน ไดอารี่ หรืิอสมุดบันทึก

การเข้าเล่มแบบกาวหัว

การเข้าเล่มกาวหัว เป็นการเข้าเล่มสำหรับให้ฉีกออกไปใช้งานได้ง่าย และสะดวก โดยวิธีการเข้าเล่มเป็นการนำกระดาษมาเรียงกันเป็นตั้ง แล้วเอากาวทาที่สันตรงหัวกระดาษ จึงได้ชื่อว่าการเข้าเล่มแบบกาวหัว ซึ่งการเข้าเล่มประเภทนี้เหมาะกับงานพิมพ์กระดาษโน๊ต สมุดฉีก และคูปองส่วนลด

สรุป

รูปแบบการเข้าเล่มในงานหนังสือ ทั้ง 5 ประเภท ต่างก็มีการใช้งานที่แตกต่างกันไป ดังนั้น สำหรับคนที่ทำหนังสือ จำเป็นต้องรู้จักรูปแบบการเข้าเล่มหนังสือ เพราะงานพิมพ์หนังสือแต่ละประเภทต่างก็มีการเข้าเล่มที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้น จึงควรเลือกการเข้าเล่มหนังสือให้มีความเหมาะสมกับเล่มของหนังสือนั้น ๆ และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์หนังสือต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์หนังสือต่าง ๆ เช่น หนังสือคู่มือ หนังสือธรรมะ นิตยสาร แคตตาล็อก ไดอารี่ สมุดโน้ต ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ผลงานพิมพ์ “หนังสือ Arista”

รายละเอียดงาน

• ขนาด A5(21 x 14.8 cm) แนวนอน
• อาร์ตด้าน 157 g
• 4 สี 32 หน้ารวมปก
• เย็บมุงหลังคา
ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์หนังสือของเรา รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ

สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณส้ม)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

ตัวอย่างงานพิมพ์

 

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint.com 

เว็บไซต์ Thaidigitalprint.com ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ บริหารจัดการภายใต้ บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว. กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์แบบครบวงจรทั้ง Digital & Offset ประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Thaidigitalprint.com รับผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรทั้ง Digital & Offset อาทิ เช่นนามบัตร แผ่นพับ ใบปลิว โบรชัวร์ วารสาร การ์ดต่างๆ PhotoBook Direct Mail เมนูอาหาร Package ฉลากสินค้า งานพิมพ์จำนวนน้อยสำหรับ SME รวมถึง Print on demand (พิมพ์จำนวนน้อย) มีบริการงานพิมพ์ด่วน ส่งตรงเวลาและราคาถูกที่สุด พร้อมรับงานพิมพ์ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่

ผลงานพิมพ์ หนังสือรายงานประจำปี ROJANA พร้อมชุดแผ่น CD

รายละเอียดงาน

  • ขนาด A4 (21 x 29.7 cm.)
  • ปกอาร์ตการ์ด 300g
  • 4 สี(ปกหน้า-ปกหลัง) + เคลือบเงา 1หน้า
  • เนื้อในปอนด์ 80 g
  • พิมพ์ 4 สี 4 หน้า / พิมพ์ขาวดำ 156 หน้า
  • เข้าเล่มไสกาว

ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์ของเรา
รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ
สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณอีฟ)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

Exit mobile version