ผลงานพิมพ์ “ แผ่นพับ Santory ”

ผลงานพิมพ์ “ แผ่นพับ Santory ”

รายละเอียดงาน

• ขนาดสำเร็จ 10 * 40 cm (กางออก 10 * 40 cm)
• กระดาษอาร์ตมัน 1570g
• พิมพ์ 4 สี 2 หน้า
• พับขนาน 3 ทบ 4 ตอน (Accordion Fold)
เป็นการพับ 3 ทบ และแบ่งกระดาษออกเป็น 4 ส่วน โดยริ่มแรกเราจะพับครึ่งกระดาษ พับ 1 ทบ จากนั้นก็พับครึ่งกระดาษอีกครั้ง ซึ่งเหมาะสำหรับการทำแผ่นพับที่มีเนื้อหาเยอะๆ

ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์แผ่นพับของเรา รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ

สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 064-6947222 (คุณมิ้นท์) / 095-7692010 (คุณอร) / 098-2781974 (คุณป๊อบ)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

ตัวอย่างงานพิมพ์




เกี่ยวกับ Thaidigitalprint.com 

เว็บไซต์ Thaidigitalprint.com ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ บริหารจัดการภายใต้ บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว. กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์แบบครบวงจรทั้ง Digital & Offset ประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Thaidigitalprint.com รับผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจรทั้ง Digital & Offset อาทิ เช่นนามบัตร แผ่นพับ ใบปลิว โบรชัวร์ วารสาร การ์ดต่างๆ PhotoBook Direct Mail เมนูอาหาร Package ฉลากสินค้า งานพิมพ์จำนวนน้อยสำหรับ SME รวมถึง Print on demand (พิมพ์จำนวนน้อย) มีบริการงานพิมพ์ด่วน ส่งตรงเวลาและราคาถูกที่สุด พร้อมรับงานพิมพ์ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่

ทำความรู้จักกับแกรมกระดาษ และแกรมกระดาษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ต่าง ๆ

กระดาษมีอยู่หลายประเภท แต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การเลือกกระดาษที่เหมาะสมสำหรับงานพิมพ์หรืองานออกแบบ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผลงานของเราออกมาดูดี มีคุณภาพ นอกจากนี้ การรู้จักกับน้ำหนัก และแกรมของกระดาษ จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกกระดาษได้เหมาะกับการใช้งานอีกด้วย ซึ่งสำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ แต่ยังไม่เข้าใจว่าแกรมของกระดาษมีผลอย่างไรกับงานพิมพ์ ในบทความนี้เราก็จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแกรมกระดาษ และแกรมกระดาษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ต่าง ๆ มาฝากกันค่ะ

ทำความรู้จักกับแกรมกระดาษ

แกรม (GSM: Gram Per Square Metre) คือ น้ำหนักกระดาษ แต่เป็นน้ำหนักความหนาของกระดาษ โดยมีหน่วยวัดเป็น กรัม : กระดาษขนาด 1 ตารางเมตร หรือ แกรม ก็คือ หน่วยที่ใช้วัดมวลของกระดาษ ซึ่งทำให้ทราบว่ากระดาษที่มีพื้นที่ 1 x 1 ตารางเมตรของกระดาษชนิดนั้น ๆ เมื่อนำมาชั่ง จะมีน้ำหนักกี่กรัมแกรม โดยตัวเลขที่สูงขึ้นแสดงถึงกระดาษที่มีความหนา และหนักมากขึ้น

แกรมกระดาษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ต่าง ๆ

กระดาษที่ใช้ในงานพิมพ์ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ตั้งแต่ 80 – 350 แกรม ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของงาน และชนิดเครื่องพิมพ์ที่ใช้ เพราะเครื่องพิมพ์บางเครื่องอาจไม่รองรับกระดาษแกรมบางชนิดได้ ซึ่งแกรมกระดาษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ต่าง ๆ มีดังนี้

  • กระดาษรองแก้ว / กระดาษรองจาน นิยมใช้กระดาษปอนด์ ไม่เกิน 80 แกรม หรือกระดาษซับขาว 210 แกรม
  • หนังสือ นิยมใช้กระดาษอาร์ตมันหรือกระดาษอาร์ตด้านหรือกระดาษถนอมสายตา 80 – 120 แกรม (ไม่รวมปก)
  • คูปอง ตั๋ว บัตรเข้างาน นิยมใช้กระดาษปอนด์ กระดาษอาร์ตมันหรือกระดาษอาร์ตด้าน ตั้งแต่ 80 – 160 แกรม
  • ใบปลิว นิยมใช้กระดาษอาร์ตมันหรือกระดาษอาร์ตด้าน 80 – 160 แกรม
  • แผ่นพับ / โปสเตอร์ นิยมใช้กระดาษอาร์ตมันหรือกระดาษอาร์ตการ์ดเคลือบมัน/ด้าน ตั้งแต่ 160 – 250 แกรม
  • ปฏิทิน นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ดหรือกระดาษการ์ดขาว ตั้งแต่ 200 แกรมขึ้นไป (ไม่รวมฐาน)
  • เมนูอาหาร / โฟโต้บุ๊ค นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด 200 – 350 แกรม
  • ป้ายแท็ก นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด ตั้งแต่ 250 ขึ้นไป
  • นามบัตร / การ์ดเชิญ นิยมใช้กระดาษอาร์ตการ์ด 250 – 350 แกรม

สรุป

แกรม เป็นหน่วยที่บอกถึงขนาดความหนา และน้ำหนักของกระดาษ ซึ่งจะวัดหน่วยเป็นพื้นที่ของกระดาษเท่ากับ 1×1 ตารางเมตร ก็จะเหมือนกับการนำเอากระดาษไปวางบนตาชั่ง ได้น้ำหนักเท่าไร ผลที่ออกมาก็คือค่าจำนวนที่ออกมาเป็น แกรม ดังนั้น กระดาษขนาด 60 แกรม หมายถึงกระดาษที่มีน้ำหนัก 60 แกรมต่อตารางเมตรนั่นเอง ซึ่งการเลือกกระดาษมาทำงานพิมพ์ นอกจากจะดูคุณสมบัติของกระดาษแต่ละชนิดแล้ว ก็ต้องดูความหนาของกระดาษแต่ละชนิดด้วย เพื่อให้เลือกได้เหมาะกับการนำมาใช้งาน อีกทั้งยังทำให้งานพิมพ์ออกมาดูดี และมีคุณภาพอีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นพับ โบว์ชัวร์ โปสเตอร์ นามบัตร คูปอง การ์ดเชิญ เมนูอาหาร ปฏิทิน หนังสือ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ต่างกันยังไง? ที่นี่มีคำตอบ

สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ล้วนเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใช้ในการโฆษณา และช่วยในการประชาสัมพันธ์สินค้า และบริการต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จัก รวมไปถึงยังสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งสิ่งพิมพ์ทั้ง 3 อย่างนี้ ถึงแม้จะมีความเหมือน แต่ก็มีความต่างกัน ดังนั้น เพื่อให้คุณเข้าใจ และเลือกใช้สิ่งพิมพ์เหล่านี้ให้เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจคุณ ในบทความนี้เราจะพาไปดูกันว่า สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ต่างกันยังไง ถ้าอยากรู้แล้ว ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

โบรชัวร์

โบรชัวร์ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มักจะมีเนื้อหา และรายละเอียดต่าง ๆ เยอะมาก ทั้งนี้ยังรวมไปถึงภาพประกอบ และการเสนอข่าวสารเป็นการเฉพาะ เพราะใช้ในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ร้านค้าเปิดใหม่ ประชาสัมพันธ์โปรโมชั่น ส่วนลด หรือเชิญชวนไป event

การทำโบรชัวร์ ส่วนใหญ่มักจะทำออกมาตั้งแต่ขนาด A5 – A4 – A3 และรูปแบบของโบรชัวร์ อาจจะเป็นตั้งแต่แบบแผ่นพับขึ้นไป จนถึงแบบที่เย็บเล่มหลาย ๆ หน้า ก็สามารถเรียกรวม ๆ ว่า โบรชัวร์ ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างโบรชัวร์ เช่น โบรชัวร์ธุรกิจ โบรชัวร์บริษัท โบรชัวร์สินค้า เป็นต้น

 

แผ่นพับ

แผ่นพับ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่พิมพ์ข้อมูลลงไปในกระดาษ มีลักษณะเป็นใบที่สามารถพับได้ ส่วนมากใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลในเชิงความรู้ หรือทางการขายสินค้า หรือจะเป็นการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ

โดยรูปแบบของแผ่นพับสามารถพิมพ์ 1 ด้าน หรือ 2 ด้านก็ได้ นอกจากนี้แผ่นพับสามารถพับได้หลายแบบ ทั้งพับแบบ 2 พับ 3 พับหรือ 4 พับก็ได้ ยกตัวอย่างแผ่นพับ เช่น แผ่นพับร้านอาหาร แผ่นพับร้านกาแฟ แผ่นพับแนะนำโรงเรียน แผ่นพับสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น

 

ใบปลิว

ใบปลิว เป็นสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาสาระเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ส่วนมากข้อความมักจะเป็นการให้ข้อมูล เพื่อแจกจ่ายไปยังกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ แนะนำสินค้า หรือส่งเสริมการขายแบบ ลด แลก แจก นอกจากนี้ใบปลิวยังเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะหยิบจับได้ง่ายอีกด้วย

การทำใบปลิว ส่วนใหญ่มักจะทำออกมาเป็นแผ่นที่ไม่ใหญ่มาก ประมาณ A5 – A4 และเป็นแผ่นเรียบ ๆ ไม่ได้มีการพับกระดาษ ทั้งนี้ในการแจกใบปลิว สามารถที่จะเจาะถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นอย่างดี หรือบางทีอาจจะวางไว้ตามจุดประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างใบปลิว เช่น ใบปลิวสินค้า ใบปลิวโปรโมชั่น ใบปลิวแนะนำองค์กร ใบปลิวโครงการหมู่บ้าน เป็นต้น

 

สรุป

สิ่งพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ต่างก็เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้รับความนิยม ซึ่งทั้งหมดล้วนใช้ในการโฆษณา และช่วยประชาสัมพันธ์สิ่งต่าง ๆ โดยความแตกต่างของทั้ง 3 สิ่งพิมพ์ มีทั้งข้อมูลที่ใส่ลงไป รูปแบบของการใช้งาน หรือการเข้าเล่มที่แตกต่างกัน ดังนั้น เมื่อคุณทราบแล้วว่าสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละแบบมีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างไร ก็จะสามารถทำให้คุณเลือกสื่อสิ่งพิมพ์ไปใช้กับงานของคุณได้อย่างเหมาะสมค่ะ

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์โบรชัวร์ แผ่นพับ และใบปลิว ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แนะนำ 5 เทคนิคหลังการพิมพ์ ตัวช่วยเพิ่มความโดดเด่น ให้ดูมีอะไรมากยิ่งขึ้น

งานพิมพ์มีมากมายหลายประเภท ซึ่งการจะทำให้งานพิมพ์มีความโดดเด่น และน่าสนใจ นอกจากเนื้อหา และการออกแบบงานพิมพ์แล้วนั้น การใช้เทคนิคหลังการพิมพ์ ก็สามารถช่วยเพิ่มความสวยงาม และมีเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับงานพิมพ์ได้อีกด้วย ดังนั้น ในบทความนี้เราก็อยากจะมาแนะนำ 5 เทคนิคหลังการพิมพ์ ตัวช่วยเพิ่มความโดดเด่น ให้ดูมีอะไรมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเลือกเทคนิคงานพิมพ์ให้ตรงกับจุดประสงค์ที่ต้องการได้ค่ะ ว่าแต่จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

การเคลือบเงา / เคลือบด้าน

การเคลือบมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การเคลือบ UV, การเคลือบ PVC, การเคลือบวานิช, เและการเคลือบวอเตอร์เบส ซึ่งแต่ละแบบก็มีความแตกต่างกันออกไปตามการใช้งาน ดังนี้

  • การเคลือบ UV เป็นการเคลือบด้วยน้ำยาที่ผ่านกระบวนการแห้งตัวด้วยแสงอุลตร้าไวโอเล็ต ซึ่งการเคลือบ UV จะช่วยเพิ่มความเงางาม และป้องกันรอยขีดข่วนให้งานพิมพ์ ที่สำคัญสามารถเคลือบลงบนวัสดุได้หลากหลาย และมีความทนต่อแสงแดดด้วย
  • การเคลือบ PVC เป็นการเคลือบผิวชิ้นงานพิมพ์ด้วยแผ่นฟิล์ม PVC และจะมีให้เลือกใช้งาน 2 แบบ คือ การเคลือบ PVC ด้าน และการเคลือบ PVC เงา ทั้งนี้การเคลือบชนิดนี้สามารถป้องกันการเสียดสี และความชื้นได้ดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้งานพิมพ์มีความคงทน
  • การเคลือบวานิช เป็นการเคลือบผิวกระดาษด้วยน้ำมันวานิช เพื่อปัองกันหมึกพิมพ์จากการขัดถู และเสียดสี แต่ทั้งนี้การเคลือบวานิชให้ความเงาไม่สูงมาก โดยการเคลือบประเภทนี้จะมี 2 แบบ คือ การเคลือบวานิชเงา และการเคลือบวานิชด้าน
  • การเคลือบวอเตอร์เบส เป็นการเคลือบผิวงานให้เกิดความเงาด้วยน้ำมันวานิช โดยมีน้ำเป็นตัวทำละลาย เป็นการเคลือบผิวกระดาษ เพื่อปัองกันการขัดถู และเสียดสี ให้ความเงาดูเป็นธรรมชาติ ไม่มันวาวเท่าการเคลือบชนิดอื่น ๆ

 

การปั๊มนูน / ปั๊มจม

การปั๊มนูน เป็นการขึ้นรูปกระดาษโดยการกดทับกระดาษให้นูนขึ้นได้รูปลักษณ์ตามแบบของแม่พิมพ์ที่ใช้กดทับ เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กระดาษมีมิติเป็นแบบนูนต่ำ ทำให้ตัวอักษร โลโก้ หรือบริเวณที่ต้องการเน้น มีความคมชัด ในส่วนของการปั๊มจม เป็นการสร้างลวดลายด้วยการกดทับกระดาษให้ลึกลงไปให้ได้รูปลักษณ์ตามแบบของแม่พิมพ์ที่กดทับ เป็นการทำให้บางส่วนของงานพิมพ์มีลักษณะจมลงกว่าปกติ เพื่อเน้นให้งานพิมพ์บริเวณนั้น ๆ สวยงาม ดูมีมิติมากขึ้น

 

การเคลือบเฉพาะจุด

การเคลือบเฉพาะจุด (Spot UV) เป็นการเคลือบเงาเฉพาะบางบริเวณของงานพิมพ์ เช่น โลโก้ ตัวอักษรสำคัญ ภาพที่ต้องการเน้น เป็นต้น ซึ่งจะนิยมเคลือบพีวีซีด้านทั้งแผ่นก่อนการเคลือบยูวีเฉพาะจุด เพราะจะทำให้งานออกมาดูดีกว่าการเคลือบเฉพาะจุดเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้การเคลือบเงาเฉพาะจุดเป็นการเพิ่มให้ส่วนที่เคลือบเงานั้นดูโดดเด่นมากกว่าส่วนอื่น และเป็นการเน้นความสำคัญตรงจุดนั้นหรือเพื่อเพิ่มความสวยงาม และมีผิวสัมผัสมันวาวดูแล้วน่าสนใจ

 

การปั๊มเค ปั้มฟอยล์

การปั๊มเค หรือ การปั้มฟอยล์ เป็นการปั้มฟอยล์สีที่ผ่านความร้อนลงบนกระดาษแต่ละประเภท โดยใช้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และเพิ่มมูลค่าให้กับงานพิมพ์ ซึ่งฟลอยด์ที่นิยมใช้มากที่สุด คือ สีทอง สีเงิน แต่ก็ยังมีสีอื่น ๆ ให้เลือก เช่น สีโรสโกลด์ สีทองเเดง สีชมพู สีน้ำเงิน สีเขียว สีแดง เป็นต้น และด้วยการเคลือบทับด้วยความร้อน ผิวที่เคลือบจะมีความมันเงา วาวแบบโลหะ รวมถึงเนื้อสัมผัสจะเปลี่ยนไปเป็นผิวเรียบลื่น

 

การเคลือบ UV Drip off

การเคลือบ UV Drip off เป็นการเคลือบแบบให้ผิวสัมผัสเหมือนเม็ดทราย หรือกากเพชร กลิตเตอร์ บนกระดาษ ซึ่งการเคลือบชนิดนี้สามารถเคลือบแบบเว้นจุด หรือเฉพาะจุดได้ ส่วนมากจะนิยมเคลือบบนกระดาษเมทัลไลท์ฟอยล์ เพราะจะมีความแวววาวสะท้อนแสงได้ดี และทำให้สินค้าดูหรูหรา มีมูลค่ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเคลือบชนิดนี้ยังทนทานต่อการเสียดสี ขีดข่วน และป้องกันรอยนิวมือได้ดีอีกด้วย

สรุป

ทั้งหมดก็เป็น 5 เทคนิคหลังการพิมพ์ ที่แต่ละเทคนิคมีความสวยงามแตกต่างกัน ซึ่งคุณสมารถเลือกเทคนิคที่ชอบให้เหมาะกับงานพิมพ์ของคุณได้เลยค่ะ รับรองว่าการใช้เทคนิคการพิมพ์เหล่านี้จะช่วยให้งานพิมพ์ของคุณมีความสวยงาม โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก ที่สำคัญยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับงานพิมพ์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

สำหรับท่านใดที่สนใจผลิตสติกเกอร์ PP และสติกเกอร์ PVC บริษัท ThaiDigitalPrint.com ของเรา รับออกแบบ และผลิตสติกเกอร์ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

3 งานพิมพ์ที่ควรมีสำหรับการเริ่มเปิดร้านอาหารของคุณ

การทำธุรกิจร้านอาหาร สื่อสิ่งพิมพ์ยังคงเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับร้านมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสร้างความโดดเด่น สวยงาม และให้ความสะดวกต่อการบริการลูกค้าได้ด้วย ซึ่งสำหรับร้านเปิดใหม่ การโปรโมทร้านอาหารที่เรามักจะเห็นกันบ่อย ๆ คือ งานสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่วางอยู่หน้าร้าน หรือภายในร้าน นอกจากจะช่วยในการโปรโมทร้านแล้ว ยังสามารถช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับร้านอาหารได้ดีอีกด้วย ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพาไปดู 3 งานพิมพ์ที่ควรมีสำหรับการเริ่มเปิดร้านอาหาร จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

3 งานพิมพ์ที่ควรมีสำหรับการเริ่มเปิดร้านอาหารของคุณ

เมนูอาหาร

เมนูอาหาร เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ สำหรับธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากมีไว้ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการได้เลือกดูรายการอาหาร และสั่งอาหารได้อย่างสะดวก ซึ่งในเมนูอาหารจะมีรายการอาหาร ราคา และภาพประกอบ ที่จะเป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นอกจากนี้การออกแบบเมนูอาหาร ก็ต้องให้ความสำคัญ และใส่ใจเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้เมนูอาหารที่ดูดี สวยงาม และน่าดึงดูด ซึ่งจะสามารถทำให้ร้านดูน่าเข้ามายิ่งขึ้น และยังช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อีกด้วย

 

โปสเตอร์

โปสเตอร์ เป็นสื่อที่สำคัญในการโฆษณา เพื่อดึงดูดความสนใจ และสื่อสารข้อมูลให้กับลูกค้าใหม่ และลูกค้าเก่าที่แวะเวียนเข้ามาใช้บริการอยู่เป็นประจำ โดยงานพิมพ์โปสเตอร์ส่วนใหญ่เป็นป้ายสำหรับบอกข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่น ส่วนลด หรือเมนูแนะนำประจำเทศกาล ซึ่งงานพิมพ์โปสเตอร์ นอกจากจะเป็นการโปรโมทที่ดีอีกหนึ่งช่องทางแล้ว ยังสามารถเข้ามาช่วยจัดตกแต่งให้ในร้านมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย ดังนั้น การออกแบบโปสเตอร์ ก็ต้องมีความสวยงาม และน่าดึงดูดด้วยเช่นกัน

 

ไวนิล

ไวนิล เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ได้ดี เนื่องจากมีขนาดใหญ่ สีคมชัดคุณภาพสูง โดดเด่น มองเห็นได้แต่ไกล ที่สำคัญใช้งานได้นาน ทนต่อแสงแดด และมีความแข็งแรงทนทานสูง อีกทั้งยังเก็บง่าย ติดตั้งง่าย พับเก็บง่าย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด นอกจากนี้ป้ายไวนิล ยังเป็นตัวช่วยดึงดูดลูกค้าให้สนใจ และเข้าร้านมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้น การออกแบบป้ายไวนิลให้มีความสวยงาม ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ทางร้านมีป้ายไวนิลที่ดูดี และมีคุณภาพ ใครเห็นก็ต้องอ่าน และต้องสนใจ

สรุป

การเปิดร้านอาหาร ย่อมมีรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่าส่วนอื่น ๆ ของร้านนั้น คือ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ โดยทั้ง 3 งานพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็น เมนูอาหาร โปสเตอร์ และไวนิล ต่างก็เป็นสิ่งพิมพ์ที่ต้องมีในการเปิดร้าน ทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการสั่งอาหาร ทั้งเพื่อเป็นการโฆษณา ดึงดูดความสนใจ และสื่อสารข้อมูลให้กับลูกค้า รวมไปถึงยังเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้ได้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย

สำหรับท่านใดที่กำลังจะเปิดร้านอาหาร และต้องการจะสั่งทำสื่อสิ่งพิมพ์ในร้านอาหาร บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint เรารับออกแบบ และผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ในร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหาร โปสเตอร์ ไวนิล คูปอง เต้นท์การ์ด กระดาษรองจาน และกระดาษรองแก้ว แพ็คเกจ และสายคาดกล่องอาหาร ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ต้องร้อง อ๋อ เมื่อรู้ว่า แผ่นพับก็พับแบบนี้ได้ !

แผ่นพับ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีขนาดเล็ก หยิบง่าย ให้ข้อมูลรายละเอียดได้กระชับ ใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ส่งข้อมูลให้สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลในเชิงความรู้ หรือทางการขายสินค้า หรือจะเป็นการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ ซึ่งแผ่นพับสามารถพิมพ์ 1 ด้าน หรือ 2 ด้านก็ได้ และแผ่นพับยังสามารถพับได้หลายแบบอีกด้วย ดังนั้น ในบทความนี้เราก็จะพาทุกคนไปดูรูปแบบของแผ่นพับที่มีมากกว่าที่คิด มาฝากกันค่ะ ถ้าอยากรูปแล้วว่าจะมีรูปแบบไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

รูปแบบของแผ่นพับ ที่มีมากกว่าที่คิด !

พับครึ่ง (Half Fold)

แผ่นพับแบบพับครึ่ง เป็นการพับ 1 ทบ โดยการพับครึ่งกระดาษ ซึ่งเป็นการแบ่งกระดาษออกเป็น 2 ส่วน และสามารถออกแบบใช้ได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน โดยจะเป็นเนื้อหา 2 ส่วน และพับ 1 ทบ

 

พับแบบ 2 ทบ 3 ตอน (Tri Fold Tri Fold)

แผ่นพับแบบพับ 2 ทบ 3 ตอน เป็นการพับแบบจดหมาย คือ การพับ 2 ครั้ง และแบ่งกระดาษออกเป็น 3 ส่วน เหมือนกับการพับกระดาษใส่ซองจดหมาย ซึ่งการพบแบบนี้ใช้งานง่ายที่สุด และนิยมใช้ที่สุด

 

พับแบบซิกแซ็ก หรือ ตัว Z ( Z Fold ) 

แผ่นพับแบบซิกแซ็ก หรือ ตัว Z เป็นการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน และพับ 2 ทบ ซึ่งจะเหมือนกับกำลังเปิด และปิดหีบเพลง นอกจากนี้รูปร่างของกระดาษที่พับแบบนี้เมื่อมองจากด้านบนมีลักษณะเป็นซิกแซ็กอีกด้วย

 

พับแบบหน้าต่าง (Gate Fold)

แผ่นพับแบบพับหน้าต่าง เป็นการพับกระดาษที่มีลักษณะเหมือนหน้าต่าง ซึ่งการพับแบบนี้เป็นการพับ 2 ทบ ทำให้แบ่งกระดาษออกเป็น 3 ส่วน

 

พับแบบหน้าต่าง 4 ตอน (Double Gate Fold)

แผ่นพับแบบหน้าต่าง 4 ตอน เป็นการพับกระดาษที่มีลักษณะเหมือนหน้าต่าง แต่พับเล็กลง โดยการพับแบบ 4 ส่วน และพับ 3 ทบ

 

พับขนาน 3 ทบ 4 ตอน (Accordion Fold)

แผ่นพับแบบขนาน 3 ทบ 4 ตอน เป็นการพับที่คล้าย ๆ กับแบบ Z Fold แต่จะพับเพิ่มขึ้น 1 ครั้ง ทำให้แผ่นพับแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ซึ่งจะต้องใช้กระดาษที่ใหญ่มากขึ้น และต้องคำนึงถึงความหนากระดาษ และการพับด้วย

 

พับขนาน (Double Parallel Fold)

แผ่นพับแบบพับขนาน เป็นการพับ 3 ทบ และแบ่งกระดาษออกเป็น 4 ส่วน โดยริ่มแรกเราจะพับครึ่งกระดาษ พับ 1 ทบ จากนั้นก็พับครึ่งกระดาษอีกครั้ง ซึ่งเหมาะสำหรับการทำแผ่นพับที่มีเนื้อหาเยอะ ๆ

 

พับแบบม้วน (Roll Fold) 

แผ่นพับแบบม้วน เป็นการพับกระดาษที่มีลักษณะแบบม้วน ซึ่งการพับแบบนี้เป็นการพับ 4 ส่วน และพับ 3 ทบจากขวาไปซ้าย

สรุป

แผ่นพับ เป็นสื่อโฆษณา ที่พบเห็นได้บ่อย ๆ จากการแจกตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งการทำแผ่นพับ นอกจากจะเน้นในเรื่องของเนื้อหา และการออกแบบแล้ว การรู้รูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับ จะช่วยทำให้คุณเลือกรูปแบบของแผ่นพับให้เหมาะสมกับงานของคุณได้เป็นอย่างดี และมีคุณภาพ รวมไปถึงตอบโจทย์กับผู้ที่ได้รับแผ่นพับไปอ่านด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานแผ่นพับ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตแผ่นพับต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รวมเทคนิคจับคู่สีให้งานพิมพ์ดูโดดเด่นสวยงาม

การทำงานพิมพ์ มีขั้นตอนรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การเลือกใช้สี เพราะถ้าเลือกใช้สีไม่ดี ก็จะทำให้งานออกมาไม่โดดเด่น ไม่ดึงดูดสายตาได้ แต่ถ้าคุณเลือกใช้สีได้เหมาะสม ก็จะช่วยให้งานพิมพ์น่าสนใจ และสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้การจับคู่สีในงานพิมพ์ง่ายขึ้น เราสามารถใช้เทคนิควงล้อสี ซึ่งเป็นแผนภาพแสดงภาพประกอบของทั้ง 12 สีรอบ ๆ วงกลมเพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์ของสีแต่ละสี สีที่จัดเรียงไว้ตรงข้ามกัน สีที่อยู่ใกล้กับสีอื่น ๆ มีลักษณะร่วมกัน และมักจับคู่กันนั่นเอง ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังทำงานพิมพ์อะไรอยู่ก็ตาม แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้สีอะไรดี ในบทความนี้เราก็ได้รวมเทคนิคจับคู่สีให้งานพิมพ์ดูโดดเด่นสวยงาม มาฝากทุกคนกันค่ะ

รวมเทคนิคจับคู่สีให้งานพิมพ์ดูโดดเด่นสวยงาม

สีสมดุลรูปสามเหลี่ยม

เป็นเทคนิคการเลือกสีโดยใช้สามเหลี่ยมด้านเท่ามาทาบลงบนวงล้อสี ซึ่งสีทั้งสามคือ สีเหลือง สีน้ำเงิน และสีแดง ซึ่งทั้งหมดเป็นสีที่สามารถสร้างความสมดุลได้ โดยสีทั้งสามสีจะอยู่ห่างในระยะที่เท่า ๆ กัน การใช้เฉดสีนี้สามารถจับคู่สีได้ทุกสีในวงล้อ แต่จะต้องเป็นการจับคู่ในสมดุลย์ของรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า เช่น สีแดง,สีเหลือง และสีน้ำเงิน หรือ สีม่วง,สีเขียว และสีส้ม เป็นต้น

 

สีข้างเคียง

เป็นกลุ่มของสามหรือสี่สีที่ติดกันภายในวงล้อสี โดยเราจะตั้งสีหลักก่อน 1 สี จากนั้นนับไปอีก 2 สีข้างเคียงในวงล้อสี โดยคำว่าเฉดสีใกล้เคียงกันนั้นสีที่เลือกอีก 2 เฉดสีนั้นจะต้องมีความกลมกลืน และเข้ากันได้ดี ซึ่งการใช้เฉดสีใกล้เคียงกันนี้ จะทำให้งานมีความหลากลายมากกว่า และทำให้สามารถแยกความแตกต่างขององค์ประกอบต่าง ๆ ได้ดีกว่าการใช้สีเพียงเฉดสีเดียว

 

สีคู่ตรงข้าม

เป็นการจับคู่สีที่อยู่ตำแหน่งตรงข้ามกันของสีในวงล้อสี ซึ่งโดยปกติแล้วการจับคู่สีแบบนี้จะเป็นเฉดสีในกลุ่มสีขั้นที่ 1 และเฉดสีในสีขั้นที่ 2 เช่น สีน้ำเงินกับสีส้ม, สีแดงกับสีเขียว และสีเหลืองกับสีม่วง เป็นต้น โดยเทคนิคนี้จะทำให้งานออกแบบดูโดดเด่น น่าสนใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าต้องการใช้วิธีจัดคู่สีแบบมีความสดสูงมาจับเฉดสีร่วมกัน ควรจะต้องใช้การเพิ่มหรือลดความสว่างของสีนั้น ๆ ลงด้วย

 

สีตรงกันข้ามข้างเคียงทั้งสองด้าน

เป็นการใช้คู่สีแบบคู่สีตรงข้าม 2 คู่ เรียงกันคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า จึงมีเฉดสีให้เลือกถึง 4 สีที่แตกต่างกัน แต่อาจเกิดปัญหาได้หากสีมีความแตกต่างกันมากเกินไป เช่น อาจจะทำให้นักออกแบบสับสน และออกแบบหลุดจากที่คิดไว้ วิธีป้องกันคือให้เลือกสีหลัก 1 สี และใช้สีอื่น ๆ เป็นสีรอง ซึ่งสีโทนนี้ถ้าใช้เป็นจะเพิ่มความน่าหลงไหลให้กับงาน และการใช้งานกับงานที่หลากหลายขึ้น

 

สีตรงข้ามเยื้อง

เป็นสีที่มีลักษณะคล้ายกับคู่สี แต่ชุดค่าผสมนี้ รวมทั้งเฉดสีที่อยู่ใกล้เคียงกันสองสี ซึ่งประกอบด้วย 1 สีหลัก และ 2 สีรอง โดย 2 รองจะอยู่สีข้างซ้าย และขวาของสีคู่ตรงข้ามกับสีหลัก เช่น สีเหลืองคู่กับม่วงฟ้า และม่วงแดง โทนสีนี้มีภาพลักษณ์คล้ายคลึงกับคู่สีตรงข้าม แต่จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่า และช่วยลดความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงได้เป็นอย่างดี

สรุป

เมื่อคุณทราบเทคนิคจับคู่สีแต่ละแบบไปแล้ว ก็จะสามารถทำให้คุณนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้งานในงานพิมพ์ได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย และสำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร คูปอง แผ่นพับ การ์ด เมนูอาหาร หนังสือ ปฏิทิน บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รวมเทคนิคการเคลือบในงานพิมพ์ เพิ่มความสวยงาม และโดดเด่น

งานพิมพ์มีมากมายหลายประเภท ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของงานนั้น ๆ ทั้งนี้การทำให้งานพิมพ์มีความสวยงาม และน่าสนใจนั้น นอกจากการออกแบบแล้ว การเคลือบงานพิมพ์ก็เป็นการอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยทำให้งานพิมพ์ชิ้นนั้น ๆ มีความโดดเด่น และสะดุดตา ซึ่งการเคลือบงานพิมพ์นั้นก็มีหลายประเภท แต่ละประเภทก็แตกต่างกัน ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังทำงานพิมพ์ และต้องการเพิ่มความสวยงาม โดดเด่น และมีเอกลักษณ์ให้กับงานพิมพ์ของตัวเอง ในบทความนี้เราก็ได้รวมเทคนิคการเคลือบในงานพิมพ์ เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถเลือกการเคลือบให้ตรงกับจุดประสงค์ที่ต้องการได้ค่ะ ว่าแต่จะมีการเคลือบแบบใดบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

รวมเทคนิคการเคลือบในงานพิมพ์

การเคลือบ UV

การเคลือบ UV จะช่วยเพิ่มความเงางาม และป้องกันรอยขีดข่วนให้งานพิมพ์ ที่สำคัญสามารถเคลือบลงบนวัสดุได้หลากหลาย และมีความทนต่อแสงแดด ซึ่งการเคลือบแบบนี้เป็นการเคลือบผิวกระดาษด้วยน้ำยาเงา และทำให้แห้งด้วยแสงอุลตร้าไวโอเลต ให้ความเงาสูงกว่าการเคลือบแบบวานิช โดยการเคลือบประเภทนี้เหมาะสำหรับปกนิตยสาร แผ่นพับ ฉลาก โปสเตอร์ ใบปลิว โบรชัวร์ เป็นต้น

 

การเคลือบ PVC

การเคลือบ PVC สามารถป้องกันการเสียดสี และความชื้นได้ดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้งานพิมพ์มีความคงทน รวมไปถึงความเรียบ และความเงามากกว่าการเคลือบประเภทอื่น ซึ่งการเคลือบแบบนี้ คือ การใช้กาว หรือความร้อนอัดฟิล์มแผ่นบาง ๆ ให้ติดบนผิวงานพิมพ์ โดยจะมีให้เลือก 2 แบบ คือ การเคลือบ PVC ด้าน และ PVC เงา ซึ่งงานที่นิยมการเคลือบประเภทนี้ เช่น สติกเกอร์ ปกนิตยสาร บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

 

การเคลือบวานิช

การเคลือบวานิช เป็นการเคลือบผิวกระดาษ เพื่อป้องกันหมึกพิมพ์ และผิวกระดาษจากการเสียดสี อีกทั้งยังให้ความเงางามอีกด้วย ซึ่งการเคลือบแบบนี้จะเคลือบโดยการใส่น้ำมันวานิชลงไปในรางหมึกพิมพ์ แล้วปล่อยให้ไหลลงไปเคลือบผิวกระดาษ แต่ทั้งนี้การเคลือบวานิชให้ความเงาไม่สูงมาก ซึ่งงานที่นิยมการเคลือบประเภทนี้ เช่น นามบัตร แผ่นพับ ปกนิตยสาร หนังสือ บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

 

การเคลือบเฉพาะจุด

การเคลือบเฉพาะจุด หรือ การสปอตยูวี (Spot UV) เป็นการเคลือบเน้นส่วนที่สำคัญหรือส่วนที่ต้องการให้โดดเด่น เช่น โลโก้ ตัวอักษร หรือรูปภาพ ซึ่งการเคลือบแบบนี้ทำให้มีผิวสัมผัสมันวาว ดูแล้วน่าสนใจ โดยวิธีการทำจะนำเอาแผ่นฟิล์มมาทาบลงไปยังกับงานพิมพ์ และใช้แสงยูวีเคลือบเฉพาะจุด เพื่อทำให้แผ่นฟิล์มนาบติดลงไป ซึ่งการเคลือบประเภทนี้เหมาะสำหรับนามบัตร แผ่นพับ ปกนิตยสาร หนังสือ บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

 

การเคลือบวอเตอร์เบส

การเคลือบวอเตอร์เบส (Water Base) เป็นการเคลือบผิวกระดาษ เพื่อปัองกันการขัดถู และเสียดสี ให้ความเงาดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเคลือบผิวงานให้เกิดความเงาด้วยน้ำมันวานิช โดยมีน้ำเป็นตัวทำละลาย จะมีลักษณะเงาที่เป็นธรรมชาติ ไม่มันวาวเท่าการเคลือบชนิดอื่น ๆ ดังนั้น การเคลือบประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับใส่อาหาร และบรรจุภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์

สรุป

การเคลือบในงานพิมพ์ เป็นการเพิ่มความสวยงาม ความโดดเด่น สะดุดตา และเพิ่มความคงทนให้กับงานพิมพ์ได้ ซึ่งการเคลือบงานพิมพ์นั้นก็มีหลายประเภท ดังนั้น การทำความรู้จักกับเทคนิคการเคลือบในงานพิมพ์แบบต่าง ๆ จะช่วยให้เราสามารถเลือกการเคลือบที่เหมาะกับงานพิมพ์ของเราได้มากที่สุดค่ะ

สำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร คูปอง แผ่นพับ การ์ด เมนูอาหาร หนังสือ ปฏิทิน บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ทำความรู้จักกับงานพิมพ์เต้นท์การ์ด (Tent Card)

สื่อส่งเสริมการขายในท้องตลาดมีอยู่มากมายหลายแบบ ซึ่งสื่อการตลาดแบบออฟไลน์ ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ค่อนข้างได้ผล และตรงประเด็นเช่นกัน โดยเราสามารถใส่ภาพเพื่อดึงดูดความสนใจ และใส่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้าเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจได้อย่างละเอียด และสามารถโฆษณาได้ตลอดเวลา ดังนั้น ในบทความนี้เราก็จะพาไปทำความรู้จักกับงานพิมพ์เต้นท์การ์ด (Tent Card) ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อสิ่งพิมพ์เสริมการขายที่ได้ยังรับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากขนาดเล็ก จัดวางได้ง่าย ประกอบ และพับเก็บได้ง่ายอีกด้วย ถ้าอยากรู้แล้วว่างานพิมพ์เต้นท์การ์ดเป็นอย่างไรบ้าง ก็ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

ทำความรู้จักกับงานพิมพ์เต้นท์การ์ด (Tent Card)

เต้นท์การ์ด (Tent Card) เป็นการ์ดสำหรับตั้งโชว์ เพื่อเป็นสื่อช่วยส่งเสริมการขาย โดยจัดแสดงในตำแหน่งที่ต้องการให้เห็นเด่นชัด ไม่ว่าจะตั้งโชว์หน้าเคาน์เตอร์ ในห้องพัก หรือห้องอาหาร เพื่อให้สะดุดตาแก่ผู้ที่พบ ถือว่าเป็นอีกสื่อทางการตลาดอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมใช้กัน เพื่อประโยชน์ด้านการตลาด

โดยขนาดเต้นท์การ์ดส่วนใหญ่จะทำขนาด A3 A4 A5 ทำเป็นสามเหลี่ยม แบบให้เห็นด้านเดียว หรือเห็นทั้ง 2 ด้าน ทำได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน ซึ่งกระดาษที่ใช้มีให้เลือกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระดาษอาร์ตการ์ด กระดาษการ์ดขาว กระดาษคราฟท์สีน้ำตาล เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีเทคนิคพิเศษเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับงานพิมพ์เต้นท์การ์ด เช่น การเคลือบเงา ปั๊มฟอยล์ ไดคัท Spot UV เป็นต้น

รูปแบบของเต้นท์การ์ด (Tent Card)

เต้นท์การ์ดแบบขาตั้งสามเหลี่ยม

เต้นท์การ์ดแบบนี้ นิยมใส่เป็นรูปผลิตภัณฑ์ หรือรูปเมนูอาหารที่ขึ้นชื่อของทางร้าน อีกทั้งยังใช้เป็นการโปรโมทผลิตภัณฑ์ สินค้าใหม่ ๆ ของทางร้าน และอาจจะใส่เป็นภาพโค้ดชำระเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เพื่อง่าย และสะดวกต่อการชำระสินค้าอีกด้วย ซึ่งเต้นท์การ์ดแบบขาตั้งสามเหลี่ยม สามารถพิมพ์ได้ 2 หน้า หรือ 1 หน้า

เต้นท์การ์ดแบบขาตั้งปีกผีเสื้อ

เต้นท์การ์ดแบบนี้ เป็นเต้นท์การ์ดที่ใส่ข้อมูลได้น้อย ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ใส่ลงไปจะเป็นพวกโปรโมชั่น รายละเอียดผลิตภัณฑ์ หรือจะใส่เป็นภาพโค้ดชำระเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เพื่อง่าย และสะดวกต่อการชำระ จึงเหมาะวางไว้บนเคาน์เตอร์ และเหมาะกับธุรกิจเกือบทุกประเภท ซึ่งเต้นท์การ์ดแบบขาตั้งปีกผีเสื้อ สามารถพิมพ์ได้หน้าเดียว

เต้นท์การ์ดแบบตั้ง 3 หน้า หรือ 4 หน้า

เต้นท์การ์ดแบบนี้ เป็นเต้นท์การ์ดที่เนื้อหาในเต้นท์การ์ด ส่วนใหญ่จะใส่เป็นเมนูอาหารที่เป็นโปรโมชั่นประจำเดือนนั้น ๆ เพื่อให้เห็นเมนูแนะนำ หรือเมนูโปรโมชั่นอย่างเด่นชัด และทำให้ร้านอาหารดูน่าสนใจอีกด้วย ซึ่งเต้นท์การ์ดแบบนี้เหมาะสำหรับตั้งไว้ในร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นบนเคาน์เตอร์ หรือวางบนโต๊ะอาหาร

สรุป

เต้นท์การ์ด เป็นอีกสื่อทางการตลาดอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมใช้เพื่อประโยชน์ด้านการตลาด ซึ่งงานพิมพ์เต้นท์การ์ด เหมาะสำหรับตั้งโชว์ในห้องพัก ห้องอาหาร หรือโชว์หน้าเคาท์เตอร์ เพื่อให้ผู้ที่พบเห็นสะดุดตา และอ่านข้อมูลได้ง่าย ในส่วนรูปแบบของเต้นท์การ์ด สามารถออกแบบได้ตามลักษณะงานที่ต้องการ

สำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์เต้นท์การ์ด (Tent Card) บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์เต้นท์การ์ด ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ทำความรู้จักกับระยะตัดตก ในงานพิมพ์

การทำงานพิมพ์ทุกประเภท ต้องใส่ใจ และให้ความสำคัญในทุกขั้นตอน เพื่อให้งานพิมพ์ออกมาดี มีคุณภาพ ซึ่งการตัดตกงานพิมพ์ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามลืมทำเด็ดขาด เพราะการตัดตกงานพิมพ์ คือ การเว้นระยะเผื่อความคลาดเคลื่อนของการตัดกระดาษที่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะงานพิมพ์ที่มีพื้นหลังเป็นสีสันหรือลวดลายชัดเจน เมื่อพิมพ์ออกมาแล้วนำไปตัด หากไม่มีการเผื่อขอบระยะตัดตกไว้ องค์ประกอบของภาพในงานจะถูกตัดขาด ทำให้ดูไม่สวยงาม ซึ่งในบทความนี้เราก็จะพาคุณไปทำความรู้จักกับระยะตัดตก ในงานพิมพ์ ที่คนทำงานพิมพ์ต้องรู้ เพื่อลดปัญหาความผิดพลาดต่าง ๆ และยังทำให้การพิมพ์งานได้คุณภาพที่ดี สีสวยคมชัดตามแบบที่ต้องการอีกด้วยค่ะ

ทำความรู้จักกับระยะตัดตก ในงานพิมพ์

ระยะตัดตก (Bleed) คือ การตั้งระยะเผื่อพื้นที่ของงานในส่วนที่เป็นพื้นหลังให้กว้างกว่าขนาดของงานจริงออกไป ซึ่งจะให้สี และลวดลายของส่วนที่ตั้งระยะเผื่อเป็นสี และลวดลายเดียวกันกับพื้นหลัง หรือก็คือพื้นที่ที่อยู่นอกขอบงานออกไป และพื้นที่ส่วนนี้จะถูกตัดทิ้งไปโดยไม่ได้ใช้งานแต่อย่างใด ทั้งนี้ระยะตัดตกจะป้องกันให้งานพิมพ์ไม่มีขอบสีขาวนั่นเอง

ระยะปลอดภัย หรือ ระยะขอบ (Margin) ซึ่งจะอยู่ด้านในขอบของชิ้นงานเข้ามา เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากการวางตัวอักษร และลวดลายกราฟิกที่มีความสำคัญ และส่วนนี้จะไม่ถูกตัดจากเครื่องตัดกระดาษ

การทำงานพิมพ์ ควรต้องเผื่อระยะตัดตก และระยะขอบ เพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนจากการตัดกระดาษ ซึ่งระยะขอบ (Margin) และระยะตัดตก (Bleed) เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้รูปภาพของสิ่งพิมพ์ออกมาสวยงามได้ตามที่ต้องการ โดยไฟล์ที่จะส่งพิมพ์ในระบบดิจิตอล ควรมีระยะขอบทุกด้านอย่างน้อย 3 มม. และระยะตัดตกทุกด้านอีก 3 มม. เพื่อที่ชิ้นงานที่ออกแบบมีความเรียบร้อยตรงกับความต้องการของเรา

สรุป

การออกแบบงานพิมพ์ ไฟล์งานสำหรับส่งให้โรงพิมพ์จำเป็นต้องมี ระยะตัดตก ( Bleed ) และระยะขอบ ( Margin ) ในทุกงานพิมพ์ และงานพิมพ์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ตหรือระบบดิจิตอลก็ตาม เพื่อให้งานนั้นตัดออกมาเรียบร้อย สวยงาม ดูดี มีมาตรฐาน และได้คุณภาพ ดังนั้น ก่อนส่งงานพิมพ์ให้กับโรงพิมพ์ต้องตรวจเช็คส่วนต่าง ๆ ให้ละเอียด ครบถ้วน เพื่อที่งานจะได้ไม่มีปัญหา และเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการแก้ไขใหม่ได้อีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โปสการ์ด นามบัตร คูปอง เมนูอาหาร หนังสือ สติ๊กเกอร์ กล่องบรรจุภัณฑ์  ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Exit mobile version