ออกกำลังกายฉบับหนุ่ม-สาวออฟฟิศอยู่ที่ทำงานก็เป๊ะได้

สำหรับหนุ่ม สาวออฟฟิศ ที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมนาน ๆ แถมยังต้องฝ่าฟันปัญหาจราจรที่รถติดหนักหลังเลิกงาน กว่าจะถึงบ้านก็อาจเหนื่อยจนแทบหมดแรง และกินเวลาถึงค่ำมืดดึกดื่น จึงทำให้พนักงานออฟฟิศหลายคนไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย แต่ในวันนี้เรามีวิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ระหว่างเดินทางไปทำงานหรือขณะทำงานอยู่ที่โต๊ะ คุณก็สามารถออกกำลังกายไปด้วยได้ เพราะการนั่งนาน ๆ ไม่ค่อยได้ขยับตัว อาจเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ ว่าแต่จะมีวิธีอะไรบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

จัดท่านั่งให้ถูกต้อง
การจัดท่านั่งให้ถูกต้อง จะช่วยให้คุณนั่งได้สบาย และยังทำให้คุณมีบุคลิกภาพที่ดีอีกด้วย ซึ่งการนั่งที่ถูกต้อง ต้องนั่งให้เต็มเก้าอี้ สะโพก และขา ตั้งฉาก 90 องศา ปรับพนักพิงให้อยู่ที่ 100-110 องศา และเวลานั่งพิงพนัก ไม่ควรก้มหน้ามาชิดกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และไม่ควรยกไหล่ในขณะพิมพ์งาน ทั้งนี้การนั่งที่ถูกต้องยังช่วยลดต้นขาได้อีกด้วย

ขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์
การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เป็นวิธีที่จะช่วยเบิร์นไขมัน ทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น แถมยังช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้การขึ้นบันไดสามารถเผาผลาญพลังงานส่วนเกินได้ ถึง 8 – 11 กิโลแคลอรีต่อนาที ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายทั่วไป ส่วนการลงบันไดจะใช้พลังงานประมาณ 1 ใน 3 ของการขึ้นบันได

ขยับร่างกายระหว่างนั่งทำงาน
ขณะที่นั่งทำงานในแต่ละวัน คุณควรที่จะขยับปรับเปลี่ยนอิริยาบถทุก 1-2 ชั่วโมง อย่างการขยับเขยื้อนร่างกายด้วยการยืดเส้นยืดสาย และอาจฝึกกล้ามเนื้อโดยลองหาอุปกรณ์เล็ก ๆ อย่างดัมเบลหรือยางยืดมาออกกำลังกายขณะพักเที่ยงหรือช่วงเวลาที่ว่างจากงาน

ลุกขึ้นยืนเป็นระยะ
การนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะนาน ๆ จะทำให้คุณรู้สึกปวดเมื่อยได้ ดังนั้น คุณควรที่จะลุกเดินไปไหนบ้าง และควรลุกขึ้นเป็นช่วง ๆ เพื่อยืดเส้นยืดสาย และขาได้ออกกำลัง เช่น ลุกไปเข้าห้องน้ำ ลุกไปคุยงานกับเพื่อนอีกโต๊ะ ก็จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น แถมยังช่วยป้องกันกระดูกสันหลังผิดรูปได้

ยืดบริหารกล้ามเนื้อแขน
การนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบให้อวัยวะตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอ่อนล้า และมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งการยืดบริหารกล้ามเนื้อแขน สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เอามือประสานกันไว้แล้วยกขึ้น และยกลง ทำครั้งละ 20 ที ทั้งหมด 3 เซต ก็จะช่วยกระชับแขนได้ดีมาก และช่วยเรื่องหน้าท้องได้นิดหน่อย แถมยังแก้ง่วง และแก้ปวดเมื่อยได้อีกด้วย

ยืดบริหารกล้ามเนื้อขา
นั่งทำงานนาน ๆ ต้องงอขา ห้อยขาทั้งวัน อาจเกิดอาการปวดข้อ ปวดเข่าขึ้นมาได้ และส่งผลเสียกับกล้ามเนื้อขา และสะโพกได้ ซึ่งการยืดกล้ามเนื้อขา ทำได้โดยนั่งหลังตรงพิงพนักเก้าอี้ ยกขาขวาเหยียดไปข้างหน้า ให้ปลายเท้าตั้งฉากขึ้น แล้วกระดกข้อเท้าเข้าหาตัว พร้อมแขม่วท้อง แล้วงอเข่าลง สลับไปทำอีกข้าง ทำข้างละ 10 ครั้ง วันละ 2-3 รอบ ก็จะทำให้อาการดีขึ้น

ทั้งหมดเป็นวิธีการบริหารร่างกายด้วยวิธีง่าย ๆ ที่คุณสามารถออกกำลังกายได้ แม้อยู่ในออฟฟิศ ซึ่งการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีแล้ว ยังช่วยไม่ให้เป็นออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตของชาวออฟฟิศอย่างเรา ๆ ด้วยค่ะ

ผลงานพิมพ์ “ใบประกาศนียบัตร ศปน.ตร.”

รายละเอียดงาน
• ขนาด 31.70 x 23 cm กางออกได้ 31.70 x 46 cm
• อาร์ตการ์ด 350 g
• 4 สี 2 ด้าน + เคลือบด้าน 2 ด้าน
• พับครึ่ง
ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์ใบประกาศนียบัตรของเรา
รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ
สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณอีฟ)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

ผลงานพิมพ์ “หนังสือรุ่นพระพรหมวชิรญาณ”

รายละเอียดงาน
• ขนาด 15.03 x 21 cm.
• ปกอาร์ตการ์ด 300 g / พิมพ์ 4 สี 1 ด้าน (ปกในไม่พิมพ์) + เคลือบเงา 1 ด้าน
• เนื้อในอาร์ตมัน 128 g / พิมพ์ 4 สี 62 หน้า
• ไสกาว จำนวน 66 หน้ารวมปก
ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์หนังสือรุ่นของเรา
รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ
สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณอีฟ)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

ผลงานพิมพ์ “Power of Spirit Card”

รายละเอียดงาน
• ขนาด A5 (14.8 x 21 cm.)
• การ์ดขาว 250g
• 4 สี 1 หน้า + รันเลข 1 จุด
• ตัดเป็นใบ
ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์การ์ดของเรา
รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ
สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณอีฟ)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

แนะนำสื่อสิ่งพิมพ์รักษ์โลกด้วยกระดาษคราฟท์

ปัจจุบันเทรนด์รักษ์โลก ยังคงเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และใช้สิ่งของจากธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ผลิตหลาย ๆ แบรนด์ จึงลดการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ และนำวัสดุทางเลือกใหม่ ๆ เข้ามาใช้ หนึ่งในนั้นก็คือกระดาษคราฟต์ ซึ่งกระดาษคราฟต์ เป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และยังสามารถนำมากลับมาใช้ซ้ำได้อีกด้วย นอกจากนี้กระดาษคราฟต์ ยังมีความหนาให้เลือกได้หลายแกรม จึงทำให้กระดาษชนิดนี้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับกระดาษคราฟต์ให้มากขึ้นกันค่ะ

ทำความรู้จักกับกระดาษคราฟท์ สิ่งพิมพ์รักษ์โลก
กระดาษคราฟท์ คืออะไร ?
กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) เป็นกระดาษที่มีกระบวนการผลิตผ่านกรรมวิธีทางเคมี หรือที่เรียกกันว่า “เยื่อเคมี” ซึ่งผลิตโดยการนำเยื่อจากธรรมชาติ หรือการนำเนื้อไม้จากต้นไผ่ ต้นปอ ต้นยูคาลิปตัส และต้นสน มาเข้าสู่กรรมวิธีการผลิตด้วยกระบวนการทางเคมี เมื่อนำเข้าไปผลิตแล้ว ก็จะได้เป็นกระดาษคราฟท์น้ำตาลที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติของเนื้อไม้นั่นเอง นอกจากนี้กระดาษคราฟท์ยังมีความยืดหยุ่นและ ความแข็งแรงอีกด้วย
งานพิมพ์ที่เหมาะกับกระดาษคราฟท์
เนื่องจากกระดาษคราฟท์ เป็นวัสดุที่ทนทาน และคุ้มค่า อีกทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้กระดาษบาง ๆ มาประยุกต์ทำเป็นของสวยงาม ทำเป็นของตกแต่ง นอกจากนี้ ก็มีกระดาษคราฟท์ที่มีความหนา และแข็ง ด้วยความแข็งแรง และทนทาน พร้อมทั้งใยกระดาษมีความเหนียว จึงมีผู้นำกระดาษลักษณะนี้ไปใช้เพื่อกันกระแทก เพื่อช่วยลดความเสียหายของสินค้าหรือของที่แตกหักง่าย ๆ รวมถึงอาจนำไปใช้ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ และสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ดังนี้
สติ๊กเกอร์

สายคาดสินค้า


กล่องบรรจุภัณฑ์


ถุงกระดาษ


ซอง


การ์ด & โปสการ์ด


นามบัตร


เมนูอาหาร


ซึ่งสิ่งพิมพ์เหล่านี้ เป็นสิ่งพิมพ์ที่เราสามารถพบเห็นกันได้ทั่วไป และพบเห็นได้บ่อย ๆ นั่นเอง
ประโยชน์ของกระดาษคราฟท์
1. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กระดาษคราฟท์ เป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ จึงเป็นวัสดุทางเลือกที่ผู้ผลิตหลายแบรนด์ต้องการลดการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้สารเคมี และน้ำที่ใช้ในระหว่างการคราฟต์ ยังสามารถเอากลับมาใช้ซ้ำได้อีกด้วย
2. มีความแข็งแรงทนทาน
เนื่องจากเยื่อกระดาษคราฟต์ เป็นเยื่อกระดาษจากกรรมวิธีทางเคมีจะมีความเหนียว และนุ่มกว่าวิธีเชิงกลที่ใช้ในการผลิตกระดาษแข็งทั่วไป ซึ่งมักจะผลิตกระดาษออกมาให้มีความหนาบางหลายขนาด เริ่มตั้งแต่ความหนาระหว่าง 100 ถึง 500 แกรม และที่สำคัญกระดาษคราฟต์มีน้ำหนักเบามาก
3. เพิ่มความโดดเด่นให้กับชิ้นงาน
เนื้อสัมผัสของกระดาษคราฟต์ สามารถสื่อถึงความเป็นธรรมชาติได้ และสีน้ำตาลของกระดาษยังสร้างเอกลักษณ์ให้กับบรรจุภัณฑ์ และสื่อถึงความเรียบง่ายได้อย่างชัดเจน จึงเหมาะกับธุรกิจสีเขียว ที่ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
4. ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย
กระดาษคราฟต์ แทบไม่มีข้อจำกัดสำหรับการประยุกต์ใช้ เพราะคุณสมบัติที่ดีหลายประการ จึงสามารถนำมาผลิตได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นปกสมุด กล่องอาหาร กระดาษห่อของขวัญ ป้ายแท็กสินค้า และอื่น ๆ รวมไปถึงทนแทนการใช้พลาสติก ตั้งแต่ครอบแก้วกาแฟ ไปจนถึงถุงช้อปปิ้ง
5. นำกลับมาใช้ซ้ำได้
เนื่องจากกระดาษคราฟต์ มีความโดดเด่นเรื่องความแข็งแรง จึงทำให้กระดาษชนิดนี้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีกหลายครั้ง เพราะทนต่อสภาพแวดล้อม แสงแดด ความชื้น และละอองน้ำได้ดี ถือเป็นหนึ่งในหลัก 3 R เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน


สำหรับท่านใดที่สนใจพิมพ์งานพิมพ์ด้วยกระดาษคราฟท์ ThaiDigitalPrint.com เรารับพิมพ์งานพิมพ์ต่าง ๆ ด้วยกระดาษคราฟท์ ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก ทั้งนี้เรายังรับออกแบบและพิมพ์งานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์ สายคาดสินค้า กล่องบรรจุภัณฑ์ ถุงกระดาษ ซอง การ์ด โปสการ์ด นามบัตร และเมนูอาหาร ซึ่งลูกค้าสามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบขาวดำ หรือ 4 สี หรือแม้แต่การพิมพ์สีพิเศษ ต่าง ๆ พิมพ์ 1 หน้า หรือ 2 หน้า แล้วแต่ลูกค้าออกแบบ นอกจากนั้นการพิมพ์ยังสามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความน่าสนใจได้หลากหลาย อาทิ Spot UV , ปั๊มเคเงิน/ทอง, ปั๊มนูน/จม เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

ผลงานพิมพ์ “คูปองกับข้าวแพนกวิน”

รายละเอียดงาน
• ขนาด 7 x 11 cm.
• อาร์ตด้าน 120 g
• 4 สี 1 หน้า + รันเลข 1 จุด
• กาวหัวหุ้มปกกระดาษน้ำตาลเล่มละ 100 ใบ
ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์คูปองของเรา
รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ
สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณอีฟ)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

ผลงานพิมพ์ “หนังสือคู่มือมิชลิน”

รายละเอียดงาน
• ขนาด A6 (10.5 x14.8 cm)
• ปกอาร์ตการ์ด 300g / พิมพ์ 4 สี 1 ด้าน + เคลือบด้าน 1 ด้าน
• เนื้อในอาร์ตมัน 120 g / พิมพ์ 4 สี 72 หน้า
• ไสกาว
ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์หนังสือคู่มือของเรา
รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ
สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณอีฟ)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

เมนูอาหารคลีน 7 วัน ไม่เบื่อ ไม่อ้วน

อาหารคลีน (Clean Food) คือ การกินอาหารตามหลักโภชนาการ ต้องกินให้ครบทั้ง 5 หมู่ กินให้หลากหลาย เหมาะสมตามวัย และต้องเป็นอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป หรือถ้ามีการแปรรูปก็ต้องน้อยที่สุด ลดเครื่องปรุง เปรี้ยว เค็ม หวาน อาหารหมักดอง รวมไปถึงอาหารที่ปราศจากสารปนเปื้อน ได้แก่ ยาฆ่าแมลง สารกันบูด สารปรุงแต่ง กลิ่น สี และรสชาติ ซึ่งการกินอาหารคลีน ต้องเลือกแต่สารอาหารที่ร่างกายต้องการ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน

ในปัจจุบันการกินอาหารคลีนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วน หรือฟิตหุ่นสร้างกล้าม แต่ถึงอย่างนั้นคนทั่วไปก็สามารถกินอาหารคลีนได้ โดยไม่ต้องเคร่ง ต้องคลีนทั้งหมด แต่เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการกิน ให้สุขภาพร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ และหากใครที่กำลังสนใจอยากกินอาหารคลีน วันนี้เราได้นำเมนูอาหารคลีน 7 วัน ไม่เบื่อ ไม่อ้วน ยิ่งกินยิ่งดีมาฝากกันค่ะ

วันจันทร์
มื้อเช้า: ขนมปังไข่คน โดยนำขนมปังไปปิ้งจนกรอบ และนำพักไว้ หลังนั้นใส่น้ำมันลงกระทะ ตั้งไฟอ่อน ๆ ให้ร้อน แล้วตอกไข่ลงกระทะ ปรุงรสพริกไทยดำ และซีอิ๊วสูตรโซมเดียมต่ำ คนไข่ในกระทะขยี้ ๆ คน ๆ จนความสุกแล้วแต่ชอบ แล้วนำมาวางบนขนมปังที่พักไว้ พร้อมเสิร์ฟ

มื้อเที่ยง: ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + คั่วกลิ้งไก่ + ไข่ต้ม โดยนำขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง กระเทียม พริกไทยดำเม็ด พริกแห้ง ขมิ้นมาโขลก แล้วนำไปผัดเครื่องให้หอมก่อน แล้วใส่ไก่สับ เสิร์ฟหั่นใบมะกรูดซอยเป็นเส้น ๆ ไว้โรยหน้าปิดท้าย หากกลัวไม่อิ่มก็เพิ่มไข่ต้มได้อีก 1 ฟอง
มื้อเย็น: สลัดผักอกไก่ ไข่ต้ม โดยนำอกไก่ที่ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำให้สุกทั่วชิ้น แล้วนำไปอบด้วยหม้ออบลมร้อน หลังจากนั้นนำไข่ไปต้ม แล้วนำไปวางบนผักสลัดต่าง ๆ ที่เตรียมไว้

วันอังคาร
มื้อเช้า: ไข่ดาวอะโวคาโด โดยนำอะโวคาโดผ่าออกเป็น 2 ซีก แล้วเอาเม็ดออก จากนั้นตอกไข่ไก่ใส่ลงไป แล้วนำไปใส่หม้ออบลมร้อน อบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส ประมาณ 10-15 นาที ก็พร้อมทานได้เลย แต่ถ้ากลัวไม่อิ่มอาจจะเพิ่มขนมปังโฮวีลอีก 1 แผ่นก็ได้เช่นกัน
มื้อเที่ยง: ข้าวผัดกิมจิ โดยนำกระเทียมมาผัดให้หอม แล้วใส่ไข่ลงไปผัดจนไข่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นใส่ผักกิมจิ และข้าวลงไปผัด จากนั้นปรุงรสตามใจชอบ เมื่อผัดทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว ก็ตักใส่จาน เพิ่มผักสดตามต้องการ พร้อมทานได้เลย
มื้อเย็น: ต้มจืดไข่น้ำหมูสับ โดยนำไข่มาเจียวแล้วทอดด้วยน้ำมันมะกอก พักไว้ นำสันในหมูสับให้ละเอียดปั้นเป็นก้อน จากนั้นต้มน้ำให้เดือด ใส่หมูก้อนลงไป ตามด้วยวุ้นเส้น ไข่เจียว ผักกาดขาว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว โรยผักชี

วันพุธ
มื้อเช้า: สลัดผลไม้กรีกโยเกิร์ต โดยนำกรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ และผลไม้แคลอรี่ต่ำอย่าง สับปะรด แอปเปิลเขียว สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และส้ม แล้วนำผลไม้ที่เตรียมไว้มา คลุกเคล้าเข้ากับกรีกโยเกิร์ต เสร็จแล้วรับประทานได้เลย
มื้อเที่ยง: ข้าวหน้าแซลมอนเทอริยากิ โดยนำซอสเทอริยากิสำเร็จรูป 1 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่นให้เจือจางเอา แล้วนำมาหมักปลาแซลมอน จากนั้นนำไปย่างบนกระทะเทฟล่อน สุกแล้วโรยงา ทานคู่ ข้าวกล้องร้อน ๆ และผักสด ผักลวก ตามใจชอบ
มื้อเย็น: อกไก่นุ่มพริกไทยดำ โดยนำอกไก่ลอกหนังคลุกซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ นมสดไขมันต่ำ และพริกไทยสับละเอียด ทิ้งไว้สักพัก แล้วนำเข้าเตาอบหรือหม้ออบร้อน ระหว่างรอไก่สุก ให้นำบล็อกโคลีไปนึ่งจนสุก แล้วพักไว้ เมื่อไก่สุกจัดใส่จาน แล้วนำบล็อกโครีที่นึ่งไว้ลงมาย่างในกระทะใบเดิมที่ใช้ย่างไก่ เติมเกลือเพิ่มรสชาติได้เล็กน้อย จนเริ่มมีสีสันสวยงามก็ยกลงจัดจานกันได้เลย

วันพฤหัสบดี
มื้อเช้า: แซนด์วิชเนยถั่วกล้วย โดยนำขนมปังโฮวีลไปปิ้งจนกรอบ หลังจากนั้นทาเนยถั่วบาง ๆ แล้วหั่นกล้วยหอมเป็นแว่น ๆ วางตามลงไป แล้วนำขนมปังอีกแผ่นมาปิด ก็พร้อมทานได้เลย แต่ถ้ากลัวว่าจะไม่อิ่มอาจจะทานคู่กับนมวัวไขมันต่ำ หรือนมอัลมอนด์
มื้อเที่ยง: ข้าวผัดอกไก่ โดยนำถั่วลันเตา แครอทหั่นเต๋า และหัวหอมใหญ่ ผัดลงไปจนเครื่องหอมแล้วนำข้าวสวยหุงแล้วใส่ทีละครึ่งถ้วย ตามด้วยไข่ไก่ ผัดให้เข้ากันแล้วจึงใส่ข้าวสวยที่เหลือ กับโรยเนื้อไก่สับที่ต้มไว้สุกแล้ว
มื้อเย็น: น้ำพริกปลาทูผัดแห้ง + ไข่ต้ม โดยนำพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม เนื้อปลาทูย่าง ปั่นรวมกันแล้วเอาไปผัดในน้ำมันคาโนล่า ใช้เพียง 1 ช้อนชา ทานคู่กับผักสด และผักลวกตามชอบ ทั้งนี้อาจจะเพิ่มไข่ต้มเข้าไปด้วยก็ได้เช่นกัน

วันศุกร์
มื้อเช้า: โจ๊กข้าวโอ๊ตอกไก่ โดยนำอกไก่ไปนึ่งให้สุก แล้วยกพักไว้ และฉีก ๆ เตรียมไว้ จากนั้นตั้งน้ำ และใส่ข้าวโอ๊ตลงไป คนจนข้าวโอ๊ตเริ่มสุก แล้วใส่ไก่ฉีกลงไป รอน้ำเดือดอีกทีใส่เห็ดหอมคน ๆต่อไปปรุงรสตามใจชอบ ก็สามารถทานได้เลย
มื้อเที่ยง: ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + แกงส้มกุ้ง โดยนำน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำพริกแกงส้ม มาผสมเป็นเครื่องแกงส้มแบบคลีน ๆ จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือด ใส่ผัก และกุ้ง หลังจากนั้นฉีกใบมะกรูดตบท้ายเพื่อให้ได้กลิ่นหอม แล้วทานคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รี่
มื้อเย็น: เมี่ยงปลาเผา โดยนำปลาทับทิมที่ล้างทำความสะอาดแล้ว นำเข้าหม้ออบลมร้อนจนเนื้อปลาสุกทั่วทั้งตัว ระหว่างรอเนื้อปลาสุก เตรียมผักนึ่ง ผักสด ลวกเส้นหมี่ข้าวกล้อง และปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดด้วยรากผักชีสับละเอียด พริกขี้หนูสับ กระเทียมปั่น ซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง

วันเสาร์
มื้อเช้า: ไข่กระทะ โดยนำสเปรย์น้ำมันมะกอกมาฉีดบาง ๆ ลงในกระทะ พอกระทะเริ่มร้อนได้ที่ ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป พอไข่ขาวเริ่มสุกได้ที่ ก็เริ่มเทส่วนผสมทั้งหลายลงไป เริ่มจากแครอท เมล็ดข้าวโพด ถั่วแระญี่ปุ่น และอกไก่สับที่รวนไว้ ตั้งไฟต่ออีกสักพักจนไข่ขาวสุก ส่วนไข่แดงเลือกความสุกตามชอบ พอได้ที่ก็จัดการโรยต้นหอมลงไป ปิดไฟ โรยพริกไทยนิดหน่อย พร้อมเสิร์ฟ
มื้อเที่ยง: ข้าวยำปลาทู โดยนำปลาทูไปนึ่งให้สุก จากนั้นเลาะแต่เอาแต่เนื้อมายีให้พอละเอียด พักไว้ก่อน มาเตรียมน้ำยำ โดยใช้พริกขี้หนูสับ ซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำมะนาว น้ำผึ้ง ปรุงรสให้เข้ากัน นำเนื้อปลาทูที่เตรียมไว้ลงไปคลุก ใส่ตะไคร้ซอย แล้วขยำให้เนื้อเข้ากัน ตามด้วยใส่หอมแดง ผักชีฝรั่ง ผักชี ต้นหอม คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง ทานคู่กับข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ และผักสดตามต้องการ
มื้อเย็น: ข้าวลาบไก่สับ ไข่ต้ม โดยนำไก่สับ รวนให้สุก แล้วนำหอมแดง ผักชี ใบเลื่อย สะระแหน่ พริกป่น มะนาว ข้าวคั่ว น้ำปลา เอาทุกอย่างคลุกด้วยกัน ทานคู่กับไข่ต้ม ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และผักสดตามชอบ

วันอาทิตย์
มื้อเช้า: โยเกิร์ตแอปเปิล กราโนล่า โดยนำแอปเปิลมาล้างน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หรือแบบลูกเต๋าพอดีคำก็ได้ หลังจกานั้นนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติตักใส่ถ้วย เสร็จแล้วนำแอปเปิลที่หั่นเตรียมไว้วางลงไปบนโยเกิร์ตเลย และโรยหน้าด้วยกราโนล่า อาจจะราดน้ำผึ้งนิดหน่อยเพิ่มความอร่อย
มื้อเที่ยง: ข้าวกะเพราอกไก่สับ โดยนำกระเทียม พริกชี้ฟ้าสับละเอียด ใส่ลงในกระทะที่มีน้ำมันมะกอก ตามด้วยใส่อกไก่สับ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำตาลทรายแดง และใส่ใบกะเพรา กินพร้อมข้าวกล้อง หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ อาจจะเพิ่มไข่ต้มลงไปด้วย
มื้อเย็น: ยำไก่ยอสันในหมูสับ โดยนำไก่ยอมาหั่นเป็นแว่น ๆ ลวกให้สุกแล้วพักไว้ ใช้เนื้อหมูสันในสับละเอียดนำไปต้มให้สุก จากนั้นทำน้ำยำ ด้วยพริกขี้หนูสับ ซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำมะนาว น้ำผึ้ง ปรุงรสให้เข้ากัน ใส่หมูยอ และหมูสับลงไปคลุกให้เข้ากัน ใส่หอมแดง หัวหอม ผักชีฝรั่ง มะเขือเทศ คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง โรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์

อาหารคลีนที่เรานำมาฝาก เป็นเมนูที่ทำได้ง่าย ๆ มีทั้งเมนูต้ม เมนูผัด เมนูยำ ทำให้การทานอาหารคลีนไม่น่าเบื่อ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถนำเมนูเหล่านี้ไปปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ อาจจะสลับวัน สลับเมนูกันได้ แต่แนะนำว่าเมนูเช้า ก็ควรจะเป็นเมนูเช้า ไม่สลับเช้าไปกลางวัน หรือกลางวันไปกลางคืนจะดีที่สุด สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักก็ทานอาหารคลีน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ก็จะยิ่งทำให้เห็นผลมากยิ่งขึ้น

ผลงานพิมพ์ “Mida Drinks Menu”

รายละเอียดงาน
• ขนาด 14 x 29 cm. (กางออก 28 x 29 cm.)
• อาร์ตการ์ด 350g
• 4 สี 2 ด้าน + เคลือบเงา 2 ด้าน
• พับครึ่ง
ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์เมนูอาหารของเรา
รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ
สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณอีฟ)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th

ผลงานพิมพ์ “Thank You Card”

รายละเอียดงาน
• ขนาด 3 x 4 นิ้ว
• อาร์ตการ์ด 300g
• 4 สี 1 หน้า
• ตัดเป็นใบ
ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในงานพิมพ์การ์ดของเรา
รับออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ
สอบถามหรือสั่งงานพิมพ์เรา
Line ID : @thaidigitalprint
Tel : 095-7692010 (คุณอีฟ)
E-mail : infoprint@miwgroup.co.th
Exit mobile version