3 งานพิมพ์ที่ควรมีสำหรับการเริ่มเปิดร้านอาหารของคุณ

การทำธุรกิจร้านอาหาร สื่อสิ่งพิมพ์ยังคงเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับร้านมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสร้างความโดดเด่น สวยงาม และให้ความสะดวกต่อการบริการลูกค้าได้ด้วย ซึ่งสำหรับร้านเปิดใหม่ การโปรโมทร้านอาหารที่เรามักจะเห็นกันบ่อย ๆ คือ งานสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่วางอยู่หน้าร้าน หรือภายในร้าน นอกจากจะช่วยในการโปรโมทร้านแล้ว ยังสามารถช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับร้านอาหารได้ดีอีกด้วย ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพาไปดู 3 งานพิมพ์ที่ควรมีสำหรับการเริ่มเปิดร้านอาหาร จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

3 งานพิมพ์ที่ควรมีสำหรับการเริ่มเปิดร้านอาหารของคุณ

เมนูอาหาร

เมนูอาหาร เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ สำหรับธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากมีไว้ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการได้เลือกดูรายการอาหาร และสั่งอาหารได้อย่างสะดวก ซึ่งในเมนูอาหารจะมีรายการอาหาร ราคา และภาพประกอบ ที่จะเป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นอกจากนี้การออกแบบเมนูอาหาร ก็ต้องให้ความสำคัญ และใส่ใจเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้เมนูอาหารที่ดูดี สวยงาม และน่าดึงดูด ซึ่งจะสามารถทำให้ร้านดูน่าเข้ามายิ่งขึ้น และยังช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อีกด้วย

 

โปสเตอร์

โปสเตอร์ เป็นสื่อที่สำคัญในการโฆษณา เพื่อดึงดูดความสนใจ และสื่อสารข้อมูลให้กับลูกค้าใหม่ และลูกค้าเก่าที่แวะเวียนเข้ามาใช้บริการอยู่เป็นประจำ โดยงานพิมพ์โปสเตอร์ส่วนใหญ่เป็นป้ายสำหรับบอกข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่น ส่วนลด หรือเมนูแนะนำประจำเทศกาล ซึ่งงานพิมพ์โปสเตอร์ นอกจากจะเป็นการโปรโมทที่ดีอีกหนึ่งช่องทางแล้ว ยังสามารถเข้ามาช่วยจัดตกแต่งให้ในร้านมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย ดังนั้น การออกแบบโปสเตอร์ ก็ต้องมีความสวยงาม และน่าดึงดูดด้วยเช่นกัน

 

ไวนิล

ไวนิล เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ได้ดี เนื่องจากมีขนาดใหญ่ สีคมชัดคุณภาพสูง โดดเด่น มองเห็นได้แต่ไกล ที่สำคัญใช้งานได้นาน ทนต่อแสงแดด และมีความแข็งแรงทนทานสูง อีกทั้งยังเก็บง่าย ติดตั้งง่าย พับเก็บง่าย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด นอกจากนี้ป้ายไวนิล ยังเป็นตัวช่วยดึงดูดลูกค้าให้สนใจ และเข้าร้านมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้น การออกแบบป้ายไวนิลให้มีความสวยงาม ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ทางร้านมีป้ายไวนิลที่ดูดี และมีคุณภาพ ใครเห็นก็ต้องอ่าน และต้องสนใจ

สรุป

การเปิดร้านอาหาร ย่อมมีรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่าส่วนอื่น ๆ ของร้านนั้น คือ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ โดยทั้ง 3 งานพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็น เมนูอาหาร โปสเตอร์ และไวนิล ต่างก็เป็นสิ่งพิมพ์ที่ต้องมีในการเปิดร้าน ทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการสั่งอาหาร ทั้งเพื่อเป็นการโฆษณา ดึงดูดความสนใจ และสื่อสารข้อมูลให้กับลูกค้า รวมไปถึงยังเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้ได้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย

สำหรับท่านใดที่กำลังจะเปิดร้านอาหาร และต้องการจะสั่งทำสื่อสิ่งพิมพ์ในร้านอาหาร บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint เรารับออกแบบ และผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ในร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหาร โปสเตอร์ ไวนิล คูปอง เต้นท์การ์ด กระดาษรองจาน และกระดาษรองแก้ว แพ็คเกจ และสายคาดกล่องอาหาร ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ไขข้อข้องใจ กระดาษฟู้ดเกรด (Food Grade) คืออะไร ? ทำไมจึงสัมผัสอาหารได้โดยตรง

บรรจุภัณฑ์ใส่อาหารที่เห็นบ่อย ๆ เช่น พลาสติก โฟม ล้วนแต่เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ยาก ใช้เวลาย่อยสลายนานมาก ๆ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสัมผัสอาหารได้โดยตรง ที่สำคัญยังสามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ และสามารถนำมารีไซเคิลใช้งานใหม่ได้ 100% ทำให้ไม่เกิดเป็นมลพิษทางขยะอีกด้วย ซึ่งบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารที่เราได้กล่าวถึงนี้ คือ กระดาษฟู้ดเกรด (Food grade) ที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ดังนั้น ในบทความนี้เราก็จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับกระดาษฟู้ดเกรด (Food Grade) ให้มากขึ้น และจะพาทุกคนไปไขข้อข้องใจ กระดาษฟู้ดเกรด (Food Grade) คืออะไร ทำไมจึงสัมผัสอาหารได้โดยตรง ถ้าอยากรู้แล้ว ไปดูกันเลยค่ะ

ทำความรู้จักกับกระดาษฟู้ดเกรด (Food Grade)

กระดาษฟู้ดเกรด (Food Grade) คืออะไร?

กระดาษฟู้ดเกรด เป็นกระดาษที่ถูกผลิตขึ้นจากเยื่อกระดาษใหม่ ที่ไม่ผ่านการใช้งานใด ๆ ไม่มีสารเคมี และไร้สารฟอกขาว ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากกระดาษฟู้ดเกรด เป็นกระดาษที่ได้รับมาตรฐานสากลจาก FDA (Food and Drug Administration) ที่เป็นมาตรฐานความปลอดภัยจากองค์กรอาหาร และยาของสหรัฐอเมริกา ทำให้กระดาษฟู้ดเกรดที่ได้รับมาตรฐานอย่างถูกต้องนั้น จึงสามารถนำมาบรรจุอาหารได้อย่างปลอดภัยโดยที่อาหารสามารถสัมผัสกับกระดาษได้โดยตรง

คุณสมบัติของกระดาษฟู้ดเกรด 

กระดาษฟู้ดเกรด เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตมาจากวัสดุที่ปลอดภัย ไร้สิ่งเจือปน และปลอดสารเคมีตกค้าง นอกจากนี้กระบวนการผลิตกระดาษฟู๊ดเกรด จะใช้หมึกพิมพ์ที่ทำจากถั่วเหลือง และสารเคมีต่าง ๆ ที่มาจากธรรมชาติ ทำให้สามารถนำมาบรรจุอาหารได้อย่างปลอดภัยโดยที่อาหารสามารถสัมผัสกับกระดาษได้โดยตรง ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในความปลอดภัยได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้กระดาษฟู้ดเกรด ยังสามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติอีกด้วย

ความสำคัญของกระดาษฟู้ดเกรด 

กระดาษฟู้ดเกรด เป็นกระดาษที่ปลอดภัยจากสารปนเปื้อนทุกชนิด จึงเหมาะมาก ๆ กับภาคธุรกิจร้านอาหาร และหลาย ๆ ธุรกิที่ต้องมีการนำอาหารไปสู่การบริการแก่ลูกค้า เพราะจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจได้ดี นอกจากนี้กระดาษฟู้ดเกรด ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดมลพิษได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

บรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้กระดาษฟู๊ดเกรด 

กระดาษฟู้ดเกรดสามารถนำมาสร้างเป็นบรรจุภัณฑ์ได้ทั้งกล่องกระดาษใส่อาหาร, ถุงคราฟท์, ถุงซิปล็อคใส่ขนม, กล่องลูกฟูก และแก้วกระดาษใส่เครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้กระดาษฟู๊ดเกรด คือ กล่องเค้ก, กล่องใส่เฟรนซ์ฟราย, กล่องพิซซ่า, กล่องใส่อาหารแบบ Take Away, ถุงกระดาษใส่อาหาร, กระดาษห่อแฮมเบอเกอร์, ถาดกระดาษใส่อาหาร, บรรจุภัณฑ์ยา และอาหารเสริมต่าง ๆ, บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง

สรุป

กระดาษฟู้ดเกรด เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตมาจากวัสดุที่ปลอดภัย สามารถนำมาบรรจุอาหารได้โดยตรง ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งนี้การใช้กระดาษฟู้ดเกรด ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านค้าหรือแบรนด์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้กระดาษฟู้ดเกรด ยังสามารถนำไปทำเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่อาหารได้หลากหลายอีกด้วย

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจอยากทำ Portfolio แบบให้สวยเป๊ะ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิต Portfolio และงานพิมพ์อื่น ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

6 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนสั่งทำปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นของขวัญแจกวันปีใหม่

ปฏิทินตั้งโต๊ะ ยังคงเป็นของขวัญยอดนิยม ที่หลาย ๆ องค์กร มักจะมอบให้กับลูกค้าในช่วงวันปีใหม่ เพื่อเป็นการขอบคุณที่ลูกค้ายังคงซื้อสินค้าหรือใช้บริการกับทางองค์กรอยู่เสมอ ทั้งนี้การมอบปฏิทินตั้งโต๊ะ ยังสามารถเป็นสื่อโฆษณาที่ทำหน้าที่ได้ดีอีกด้วย เพราะเมื่อลูกค้าได้รับปฏิทินตั้งโต๊ะไปแล้ว มักจะนำไปไว้บนโต๊ะทำงาน จึงทำให้สื่อสิ่งพิมพ์นี้อยู่กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเราตลอดทั้งปี นอกจากนี้ปฏิทินตั้งโต๊ะยังมีขนาดที่กระทัดรัด ไม่ใหญ่จนเกินไป เคลื่อนย้ายได้สะดวก จะจดบันทึกข้อมูลก็ง่าย ดังนั้น สำหรับใครที่อยากจะพิมพ์ปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นของตัวเอง หรืออยากจะพิมพ์ให้กับองค์กรของคุณ วันนี้เราก็มี 6 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนสั่งทำปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นของขวัญแจกวันปีใหม่ มาฝากกันค่ะ หรือถ้าอยากทราบรายละเอียดต่าง ๆ รวมไปถึงราคาในการจัดทำปฏิทินแบบตั้งโต๊ะ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ThaiDigitalPrint.com ของเราได้เลยค่ะ

6 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนทำปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นของขวัญแจกวันปีใหม่

เลือกขนาด และจำนวนหน้า

ขนาดของปฏิทินตั้งโต๊ะ แนวตั้ง / แนวนอน

รูปแบบที่ 1

1. ขนาด 6×8 นิ้ว

  • จำนวน 7 แผ่น 14 หน้า / จำนวน 14 แผ่น 28 หน้า
  • เข้าห่วง สีขาว / สีดำ (เข้าห่วงแบบ 4 ข้อ 2 ช่วง)
  • ฐาน สีขาว / สีน้ำตาล

2. ขนาด 7×9 นิ้ว

  • จำนวน 7 แผ่น 14 หน้า / จำนวน 14 แผ่น 28 หน้า
  • เข้าห่วง สีขาว / สีดำ (เข้าห่วงแบบ 4 ข้อ 2 ช่วง)
  • ฐาน สีขาว / สีน้ำตาล

รูปแบบที่ 2

1. ขนาด 6×8 นิ้ว

  • จำนวน 7 แผ่น 14 หน้า / 14 แผ่น 28 หน้า
  • เข้าห่วง สีขาว / สีดำ (เข้าห่วงแบบตลอดแนว)
  • ฐาน สีขาว / สีน้ำตาล

2. ขนาด 7×9 นิ้ว

  • จำนวน 7 แผ่น 14 หน้า / จำนวน 14 แผ่น 28 หน้า
  • เข้าห่วง สีขาว / สีดำ (เข้าห่วงแบบตลอดแนว)
  • ฐาน สีขาว / สีน้ำตาล

 

เลือกกระดาษ

  • ชนิดของกระดาษที่นำมาทำปฏิทินด้านใน คือ กระดาษอาร์ตการ์ด ตั้งแต่ 210 – 350  แกรม หรือ กระดาษการ์ดขาว
  • ฐานปฏิทิน ใช้กระดาษอาร์ตหรือกระดาษปอนด์ 100 แกรม หรือ กระดาษอาร์ต 120-160 แกรม ใช้กระดาษแบบจั่วปังแข็งหุ้มกระดาษขาวหรือกระดาษน้ำตาล

 

เทคนิคหลังการพิมพ์

การพิมพ์ปฏิทินตั้งโต๊ะ ยังมีเทคนิคพิเศษเพิ่มนอกเหนือจากการพิมพ์ เพื่อเพิ่มความโดดเด่น และน่าสนใจให้กับปฏิทินได้ ยกตัวอย่างเช่น การเคลือบ UV, เคลือบ PVC แบบมัน/ด้าน, เคลือบวานิชแบบมัน/ด้าน, เคลือบ Spot UV, การปั๊มเคเงิน, ปั๊มเคทอง, ปั๊มจม, ปั๊มนูน เป็นต้น

 

การเข้าเล่ม

การเข้าเล่มปฏิทินตั้งโต๊ะจะมี 2 แบบ คือ เจาะรูร้อยห่วงกระดูกงู 4 ข้อ เว้นเป็น 2 ช่วง และ เจาะรูร้อยห่วงกระดูกงูตลอดแนว

 

พูดคุยกับทางโรงพิมพ์เรื่องสเปคงาน

พูดคุยกับทางโรงพิมพ์ โดยการแจ้งจำนวนปฏิทินตั้งโต๊ะที่ต้องการ บอกรายละเอียดเรื่องขนาด จำนวนหน้า กระดาษ เทคนิคหลังงานพิมพ์ และการเข้าเล่ม เพื่อให้ทางโรงพิมพ์ประเมินราคาให้ และหลังจากตกลงราคาแล้ว ชำระเงินผ่านทางธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 045-2-40586-5 ชื่อบัญชี บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว กรุ๊ป จำกัด หลังชำระเงินแล้วจะมีการขึ้นรูป (ปรูฟงาน) ให้ลูกค้าดูก่อนที่จะสั่งผลิตงานจริงทั้งหมด

 

แจ้งข้อมูลที่อยู่การจัดส่ง

หลังจากที่พิมพ์ปฏิทินตั้งโต๊ะเสร็จแล้ว และพร้อมส่งให้กับลูกค้า ทางโรงพิมพ์จะสอบถามชื่อที่อยู่ผู้รับสินค้า เบอร์โทรติดต่อผู้รับสินค้า เพื่อทำการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือ ต่างจังหวัด โรงพิมพ์มีบริการส่งงานพิมพ์ให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย

 

สรุป

การทำปฏิทินตั้งโต๊ะ ไม่ว่าจะนำไปใช้เอง หรือจะนำไปแจกเป็นของขวัญปีใหม่ คุณควรรู้ 6 สิ่งนี้ เพื่อจะทำให้คุณพูด และทำความเข้าใจกับโรงพิมพ์ได้ง่าย รวมไปถึงทำให้ได้ปฏิทินตั้งโต๊ะในรูปแบบที่คุณต้องการค่ะ และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำปฏิทิน 2567/2024 ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป ร้านค้า หรือองค์ต่าง ๆ ที่อยากจะทำของขวัญมอบให้กับคนพิเศษ หรือของขวัญเพื่อขอบคุณลูกค้าในวันปีใหม่ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตปฏิทิน 2567/2024 ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

พาชมตัวอย่าง Template ปฏิทินปี 2567 ของ ThaiDigitalPrint พร้อมสั่งผลิตแบบไม่มีขั้นต่ำ ราคาเริ่มต้นที่ 39 บาท

เชื่อว่าหลาย ๆ องค์กร หรือหลาย ๆ บริษัท ยังคงนิยมมอบปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นของขวัญให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้า และบริการอยู่ทุกปี เนื่องจากการมอบปฏิทินตั้งโต๊ะให้กับลูกค้า นอกจากจะเป็นการแสดงถึงความขอบคุณ และการใส่ใจต่อลูกค้าแล้ว ยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ที่สำคัญยังสามารถเป็นสื่อโฆษณาที่ทำหน้าที่ได้ดี เพราะเมื่อลูกค้าได้รับปฏิทินตั้งโต๊ะไปแล้ว มักจะนำไปไว้บนโต๊ะทำงาน และอาจจะใช้จดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ด้วย จึงทำให้สื่อสิ่งพิมพ์นี้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเราใช้งานอยู่ตลอด และอยู่กับลูกค้าตลอดทั้งปีอีกด้วย

ในบทความนี้เราก็จะพาทุกท่านไป ชมตัวอย่าง Template ปฏิทินปี 2567 ของ ThaiDigitalPrint พร้อมสั่งผลิตแบบไม่มีขั้นต่ำ มาฝากกันค่ะ ดังนั้น ช่วงใกล้จะปีใหม่แบบนี้ องค์กรหรือบริษัทใดที่ต้องการจะทำปฏิทินตั้งโต๊ะ เพื่อมอบให้กับลูกค้าเป็นของขวัญปีใหม่ โดยบริษัท ThaiDigitalPrint ของเรา รับผลิตปฏิทินตั้งโต๊ะ ทั้งรูปแบบแนวตั้ง และแนวนอน มี Template ปฏิทินปี 2567 ให้ท่านได้เลือกใช้ฟรี ไม่มีขั้นต่ำ สั่งทำ 1 ชุด ทางเราก็รับผลิต ราคาเริ่มต้นที่ 39 บาทเท่านั้น แถมยังสั่งฟรีอีกด้วย และถ้าหากอยากทราบรายละเอียดต่าง ๆ ในการจัดทำปฏิทินแบบตั้งโต๊ะ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ThaiDigitalPrint ของเราได้เลยค่ะ

พาชมตัวอย่าง Template ปฏิทินปี 2567 ของ ThaiDigitalPrint

ปฏิทินตั้งโต๊ะ แนวตั้ง (จำนวน 7 แผ่น 14 หน้า)

ปฏิทินตั้งโต๊ะ แนวนอน (จำนวน 7 แผ่น 14 หน้า)

ปฏิทินตั้งโต๊ะ แนวตั้ง (จำนวน 14 แผ่น 28 หน้า)

ปฏิทินตั้งโต๊ะ แนวนอน (จำนวน 14 แผ่น 28 หน้า)

 

รายละเอียดของปฏิทินตั้งโต๊ะ แนวตั้ง / แนวนอน

รูปแบบที่ 1

1. ขนาด 6×8 นิ้ว

  • จำนวน 7 แผ่น 14 หน้า / จำนวน 14 แผ่น 28 หน้า
  • เข้าห่วง สีขาว / สีดำ (เข้าห่วงแบบ 4 ข้อ 2 ช่วง)
  • ฐาน สีขาว / สีน้ำตาล

2. ขนาด 7×9 นิ้ว

  • จำนวน 7 แผ่น 14 หน้า / จำนวน 14 แผ่น 28 หน้า
  • เข้าห่วง สีขาว / สีดำ (เข้าห่วงแบบ 4 ข้อ 2 ช่วง)
  • ฐาน สีขาว / สีน้ำตาล

รูปแบบที่ 2

1. ขนาด 6×8 นิ้ว

  • จำนวน 7 แผ่น 14 หน้า / 14 แผ่น 28 หน้า
  • เข้าห่วง สีขาว / สีดำ (เข้าห่วงแบบตลอดแนว)
  • ฐาน สีขาว / สีน้ำตาล

2. ขนาด 7×9 นิ้ว

  • จำนวน 7 แผ่น 14 หน้า / จำนวน 14 แผ่น 28 หน้า
  • เข้าห่วง สีขาว / สีดำ (เข้าห่วงแบบตลอดแนว)
  • ฐาน สีขาว / สีน้ำตาล

สรุป

ทั้งหมดก็เป็น Template ปฏิทินปี 2567 ของ ThaiDigitalPrint ที่เราได้นำมาให้ดูเป็นอย่าง หากท่านใดหรือองค์กรใด ที่สนใจอยากทำปฏิทิน 2567/2024 เป็นของขวัญมอบให้กับลูกค้า เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ และสวัสดีปีใหม่ บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint รับผลิตปฏิทิน 2567/2024 ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน มี Template ปฏิทินปี 2567 ให้ท่านได้เลือกใช้ฟรี ไม่มีขั้นต่ำ สั่งทำ 1 ชุด ทางเราก็รับผลิต ราคาเริ่มต้นที่ 39 บาทเท่านั้น ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก แถมยังสั่งฟรีอีกด้วย ซึ่งเรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น ถ้าหากว่าคุณสนใจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร 095-769-2010 (ส้ม) และ LINE: @thaidigitalprint ได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

วิธีการทำ Portfolio ให้เป๊ะปัง เข้าตากกรรมการจนร้อง ว้าว

สำหรับน้อง ๆ มัธยมปลายที่ใกล้จะจบ และกำลังหาที่เรียนมหาวิทยาลัย Portfolio หรือ แฟ้มสะสมผลงาน นับเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้กรรมการของทางมหาวิทยาลัยมีความสนใจในตัวของน้อง ๆ ได้ เนื่องจาก Portfolio นั้นเปรียบเสมือนตัวเราโดยสังเขป ที่จะนำเสนอทั้งประวัติ การศึกษา และผลงานของเรา ซึ่งในบทความนี้เราก็มีวิธีการทำ Portfolio ให้เป๊ะปัง เข้าตากกรรมการจนร้อง ว้าว มาแนะนำให้กับน้อง ๆ ได้ลองไปปรับใช้กับ Portfolio ของตัวเองกันค่ะ เพื่อให้ได้ Portfolio ที่สวยงาม โดดเด่น และน่าสใจค่ะ

วิธีการทำ Portfolio ให้เป๊ะปัง เข้าตากรรมการจนร้อง ว้าว

Portfolio หรือ แฟ้มสะสมผลงาน คือ แฟ้มไว้รวบรวมผลงานที่น้อง ๆ เคยทำมาไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรม การเข้าร่วมแข่งขัน หรือเกียรติบัตรนั่นเอง ดังนั้น การทำ Portfolio เข้ามหาลัยที่มีเนื้อหาครบถ้วนทุกส่วน ทั้งหน้าปก คำนำ ประวัติส่วนตัว และอื่น ๆ อีกมากมายก็จะทำให้น้อง ๆ มีโอกาสได้รับความสนใจในการรับเข้าศึกษามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การทำ Portfolio นอกจากจะแสดงถึงความสามารถของน้อง ๆ แล้ว ยังเป็นสิ่งสะท้อนถึงตัวตนของเจ้าของได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ทำ Portfolio ต้องมีอะไรบ้าง ?

หน้าปก ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้กรรมการตัดสินใจว่าจะเปิดแฟ้มเพื่อดูผลงานหรือไม่ ถ้าหากเนื้อหาภายในมีความน่าสนใจ แต่หน้าปกไม่มีความดึงดูดใจ ก็อาจทำให้คณะกรรมการมองข้ามไปได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น การทำหน้าปกจึงต้องให้ความสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ ซึ่งการทำหน้าปกควรออกแบบ Portfolio ให้มีความโดดเด่น น่าสนใจ ตรงกับธีมของคณะ/สาขาที่ได้เลือกมาเพื่อดึงดูดใจคณะกรรมการ ซึ่งสิ่งที่ควรมีบนหน้าปกของ Portfolio ประกอบด้วย 4 ส่วนคือ ชื่อจริง-นามสกุล ชื่อเล่น ชื่อโรงเรียน และชื่อมหาวิทยาลัย/คณะ/สาขา ที่ยื่นสมัคร และรูปในชุดนักเรียนที่เห็นใบหน้าชัดเจน

คำนำ คือส่วนที่จะต้องบอกถึงเหตุผลที่อยากเข้าศึกษาที่นี่ เพราะอะไร สิ่งไหนที่เป็นแรงบันดาลใจ โดยมีจุดที่สำคัญคือ จะต้องเขียนออกมาให้กรรมการอ่านแล้วรู้ว่าเราสนใจจริง ๆ เกี่ยวกับการศึกษาหาข้อมูลของคณะ และมหาวิทยาลัย เช่น คณะ/สาขานี้เรียนเกี่ยวกับอะไร น่าสนใจตรงไหน และเหมาะกับเรายังไง โดยบอกเล่าออกมาให้เห็นถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และความพยายาม รวมถึงทัศนคติที่ดีต่อคณะ/สาขาที่ยื่น ซึ่งก็จะต้องใช้คำพูดในเชิงบวก แต่ไม่จำเป็นต้องเขียนยาวมากนัก แต่เน้นเนื้อหาให้สั้น และกระชับมากกว่า และไม่ควรมีจำนวนเกิน 1 หน้ากระดาษ A4

ประวัติส่วนตัว ถือเป็นการแนะนำตัวให้คณะกรรมการได้รู้จักกับเรามากยิ่งขึ้น จึงควรใส่ข้อมูลสำคัญให้ครบถ้วน เช่น รูปภาพในชุดนักเรียน ข้อมูลพื้นฐาน ความชอบ งานอดิเรก ความสามารถพิเศษ (ถ้าเกี่ยวกับคณะที่จะเข้าก็จะยิ่งดี) ข้อมูลครอบครัวที่สามารถติดต่อได้เมื่อมีปัญหา และข้อมูลการติดต่อของเราเอง เป็นต้น ซึ่งข้อมูลที่จะใส่ลงไป ควรตรวจเช็กให้ถูกต้อง และครบถ้วนที่สุด โดยเฉพาะส่วนของข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อกลับ หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ติดต่อกลับได้อย่างถูกต้อง และถ้าหากอยากให้ Portfolio มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ส่วนของข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถใส่ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย

ประวัติการศึกษา เป็นส่วนที่แสดงถึงผลการเรียนที่ผ่านมาของเราว่า มีการพัฒนาขึ้นหรือลดลงอย่างไร และเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ด้วยว่า ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกหรือไม่ รวมถึงประวัติการเข้าศึกษาในโรงเรียนต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งความสามารถในการเรียนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คณะกรรมการใช้ตัดสินใจในการรับเข้าศึกษา ดังนั้น การเขียนจะต้องบอกรายละเอียดต่าง ๆ อย่างชื่อโรงเรียนที่จบมา ในแต่ละระดับชั้น ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ในแต่ละชั้นปี ทั้งนี้ถ้าหากไม่มีข้อมูลเหล่านี้มาแสดงให้เห็นก็อาจพลาดโอกาสสำคัญที่จะได้เข้าศึกษาได้

ผลการสอบวัดระดับทักษะ การใส่ผลการสอบวัดระดับด้านภาษาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หรือภาษาอื่น ๆ ก็จะช่วยดึงดูดกรรมการได้เป็นอย่างดี เนื่องจากบางคณะ และสาขา ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นอีกหนึ่งเกณฑ์ที่คณะกรรมการจะให้ความสนใจในการรับเข้าศึกษา โดยเฉพาะคณะด้านสายภาษาศิลป์ ทำให้ถึงแม้ว่าผลคะแนนสอบวัดระดับนอกโรงเรียนจะเป็นส่วนที่ไม่ได้บังคับ แต่การที่เราใส่ผลการสอบวัดระดับเข้าไปก็สามารถช่วยเราได้

กิจกรรมที่เข้าร่วม การทำกิจกรรมในโรงเรียน ทั้งการเป็นประธานนักเรียน เป็นประธานชมรม เป็นคณะกรรมการนักเรียน หรือการเป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน ก็สามารถใส่กิจกรรมที่เข้าร่วมลงใน Portfolio ส่วนนี้ได้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของเราได้ และยังแสดงถึงความสามารถพิเศษของตนเองผ่านกิจกรรมที่ได้เข้าร่วมแข่งขันได้อีกด้วย ซึ่งในการเขียนเกี่ยวกับกิจกรรม ควรคัดเลือกกิจกรรมที่โดดเด่น เข้ารอบ หรือได้รับรางวัล และเลือกใช้รูปภาพที่เห็นตัวเองขณะทำกิจกรรมนั้นได้อย่างชัดเจน สุดท้ายอธิบายรายละเอียดของกิจกรรมให้กระชับ เข้าใจง่าย และเห็นภาพ รวมถึงรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขันนี้ด้วย

ผลงาน และเกียรติบัตร เป็นส่วนที่จะแสดงผลงาน รางวัล เกียรติบัตรต่าง ๆ ของเรา ที่รวบรวมตลอดการศึกษาที่ผ่านมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถพิเศษ ความกระตือรือร้น และการจัดการเวลาระหว่างการเรียน และการทำกิจกรรมได้ดี โดยการจัดเรียงผลงาน ควรเรียงจากรางวัลใหญ่ ไปรางวัลเล็ก และควรแสกนรูปภาพผลงาน แบบสี เพื่อความสวยงาม ชัดเจน ขนาดรูปภาพไม่ควรเล็กจนเกินไป จะทำให้เห็นรายละเอียดได้ไม่ชัดเจน นอกจากนี้ต้องเขียนคำบรรยายใต้ภาพด้วยว่า เราเข้าร่วมกิจกรรมหรือการแข่งขันอะไร และได้รับรางวัลอะไรมาบ้างในทุก ๆ ภาพให้กระชับที่สุด เพื่อให้สามารถเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ควรทำในการทำ Portfolio

การจัดวาง Layout ให้เป็นสัดส่วน โดยการจัดวางหน้ากระดาษให้มีความสวยงาม เป็นสัดส่วน และมีระเบียบเรียบร้อย จะทำให้อ่านได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเนื้อหาควรเริ่มจากประวัติส่วนตัว ประวัติผลการเรียน กิจกรรม และผลงานต่าง ๆ เรียงจากกิจกรรมหรือผลงานล่าสุด และใหญ่ ไปจนถึงกิจกรรมหรือผลงานในระดับเล็ก มีรูปแทรกอยู่บ้าง แต่ถ้ารูปเยอะเกินไปควรแบ่งจัดออกไปไว้ในหน้าของภาคผนวกเพราะจะทำให้อ่านง่ายมากขึ้น ซึ่งการทำให้ Portfolio มีความเป็นระเบียบ และอ่านได้ง่าย โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่

  • ตัวอักษร (Text) เป็นคำอธิบายรายละเอียดของเรา แบ่งเป็น หัวข้อ (Headline) หัวข้อย่อย (Sub-headline) และข้อความ (Text)
  • รูปภาพ (Photo) ควรเป็นรูปภาพที่เห็นหน้าชัดเจน ไม่ใส่เยอะจนเกินไป ซึ่งต้องถามตัวเองให้ดีก่อนว่าภาพที่ใส่มีความจำเป็นหรือไม่
  • ตาราง (Gridline) คือเส้นที่ใช้การกำหนดตำแหน่ง เพื่อให้จัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ในการทำ Portfolio ได้อย่างสวยงาม เป็นระเบียบ และสมดุล
  • ระยะห่างระหว่างบรรทัด (Space) คือส่วนสำคัญที่ทำให้ข้อความน่าอ่านมากยิ่งขึ้น ซึ่งควรปรับระยะห่างให้ไม่ชิดหรือห่างจนเกินไป เพราะอาจทำให้ Portfolio มีความทางการจนเกินไปหรือสื่อสารไม่เข้าใจได้

ความถูกต้องของเนื้อหา และหลักภาษา การทำ Portfolio เข้ามหาลัย ความถูกต้องของเนื้อหา และเรื่องภาษาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ทั้งในแง่ของการสะกดคำ และเนื้อหาภายในแฟ้ม ยิ่งเป็นภาษาไทยยิ่งต้องสะกดให้ถูกต้อง ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ความละเอียด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งยังป้องกันการเข้าใจผิดในการสื่อสารอีกด้วย และถ้าหากเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ควรสะกด และใช้ไวยากรณ์ให้ถูกต้อง ไม่ต้องใช้ศัพท์ยากก็ได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกต้อง ในส่วนของเนื้อหาภายในแฟ้ม ไม่ควรเขียนเกินจริง คัดลอกจากที่อื่น หรือแต่งขึ้นมาเอง ซึ่งอาจจะมีโอกาสที่จะถูกคัดออกสูงมากเช่นกัน

เลือกฟอนต์ที่อ่านง่าย และกึ่งทางการ การทำ Portfolio เข้ามหาลัยให้สวยงาม ควรใช้ฟอนต์ที่อ่านง่าย ไม่เกิน 2-3 รูปแบบ โดยฟอนต์ที่แนะนำ มีดังนี้

  • ไทยสารบัญ (TH Sarabun PSK) ฟอนต์ที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นทางการ แต่ไม่เรียบร้อยจนเกินไป ทำให้เหมาะกับส่วนรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มากกว่าหัวข้อใหญ่
  • อาร์เอสยู (RSU) ฟอนต์ไม่มีหัวที่ให้ความรู้สึกทันสมัย แต่ก็อ่านง่ายในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่สามารถนำมาใช้ได้เป็นอย่างดี
  • พร้อม (Prompt) ฟอนต์ที่เหมาะกับใช้บริเวณหัวข้อ โดยมีลักษณะเด่นคือ ไร้หัว แต่อ่านง่าย ไม่เป็นทางการจนเกินไป สามารถนำมาใช้ได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

การเลือกใช้โทนสี ภายใน Portfolio เข้ามหาลัยควรใช้สีไม่เกิน 3 สี เพราะจะทำให้สามารถควบคุมโทนสีได้ง่าย ซึ่งมีวิธีการเลือกสีดังนี้

  • สีประจำมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ยื่น เพราะโดยส่วนมากแล้ว สีเหล่านี้จะมีเพียง 1-3 สีเท่านั้น และการใช้สีดังกล่าวยังแสดงถึงความตั้งใจในการทำ Portfolio เพื่อการสมัครเข้าอีกด้วย เช่น จุฬาลงกรณ์-สีชมพู ธรรมศาสตร์-สีน้ำเงิน และสีแดง เป็นต้น
  • สีตามเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีที่มีมากกว่า 1 สี และไม่แตกต่างจนเกินไป ดังนั้น สำหรับคนที่ไม่รู้จะเลือกใช้สีไหน โทนไหนมาใช้ ลองดูจากในเว็บที่ช่วยจับคู่สีได้ เช่น Color Hunt BrandColors Coolors
  • สีที่ชื่นชอบ สามารถใช้สีที่ตัวเองรู้สึกว่าชอบ และถูกใจ แต่อาจจะเลือกเป็นโทนสีที่ดูสบายตา และยังสามารถอ่านตัวอักษรได้อย่างชัดเจน

 

สรุป

การทำ Portfolio หรือ แฟ้มสะสมผลงาน ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้การสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะนอกจากเป็นการแสดงผลงาน และความสามารถต่าง ๆ ให้คณะกรรมการได้เห็นแล้ว ยังสามารถนำตัวตน และความคิดสร้างสรรค์ที่มีใส่ลงไปใน Portfolio ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย ดังนั้น ถ้าหากว่าเรารู้เทคนิคเหล่านี้ก็จะช่วยให้การทำ Portfolio ง่ายขึ้น และถูกต้อง รับรองว่า Portfolio ของเราจะออกมาปังอย่างแน่นอน อีกทั้งยังได้ Portfolio ดี ๆ ไปเสนอต่อหน้ากรรมการเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยนั้น ๆ ได้อีกด้วย หวังว่าวิธีการทำ Portfolio ที่เราได้นำมาฝากกันนี้ จะเป็นประโยชน์กับน้อง ๆ ไม่มากก็น้อยค่ะ

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจอยากทำ Portfolio แบบให้สวยเป๊ะ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิต Portfolio และงานพิมพ์อื่น ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

วิธีการออกแบบนามบัตร ที่คุณอาจยังไม่รู้ (ฉบับมือใหม่หัดทำนามบัตร)

นามบัตร เป็นอีกหนึ่งสิ่งพิมพ์ที่มีความสำคัญอย่างมากในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ดีกับคู่ค้า และกลุ่มเป้าหมายของคุณ เพื่อเปิดกว้างการเชื่อมความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และสร้างโอกาสในการประสบความสำเร็จที่ใหญ่กว่า และเร็วขึ้นมากกว่าเดิม นอกจากนี้นามบัตร ยังช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ความเป็นทางการ และเปรียบเสมือนตัวแทนบริษัทหรือแบรนด์ของคุณอีกด้วย ดังนั้น การออกแบบนามบัตรจึงต้องให้ความสำคัญ และใส่ใจเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้ดีไซน์ที่สวยงาม โดดเด่น และน่าจดจำ ซึ่งในบทความนี้เราก็มี วิธีการออกแบบนามบัตร ที่คุณอาจยังไม่รู้ (ฉบับมือใหม่หัดทำนามบัตร) มาฝากกันค่ะ รับรองว่าจะช่วยให้นามบัตรของคุณดูมืออาชีพอย่างแน่นอนค่ะ

วิธีการออกแบบนามบัตร ที่คุณอาจยังไม่รู้ (ฉบับมือใหม่ทำนามบัตร)

ขนาดที่เหมาะสม

ขั้นตอนแรกในการทำนามบัตร คือตัดสินใจเลือกขนาดนามบัตรที่เหมาะสมที่สุด ไม่ควรมีขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป จนไม่สามารถใส่ในกระเป๋าสตางค์ได้ หรือพกพาไม่สะดวก โดยขนาดนามบัตรที่ได้รับความนิยม คือ 3.5 x 2 นิ้ว เป็นขนาดมาตรฐานที่นิยมทำกัน และสามารถใส่ในกระเป๋าสตางค์ส่วนใหญ่ได้ ทั้งนี้ขนาดของนามบัตรอาจเล็กหรือใหญ่กว่าขนาดมาตรฐานได้เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ต้องการระบุบนบัตรด้วย

 

ประเภทกระดาษ

การเลือกกระดาษในการทำนามบัตร ก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ เนื่องจากกระดาษที่ใช้พิมพ์นามบัตรมีมากมายหลากหลาย ผิวสัมผัสเรียบไปจนถึงหยาบทั้งนี้ต้องดูด้วยว่าธุรกิจเราเป็นแบบไหน และเลือกใช้กระดาษให้ถูกจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับนามบัตรได้ โดยประเภทของกระดาษที่ใช้พิมพ์นามบัตร มีดังนี้

  • กระดาษเคลือบ คือ นามบัตรที่เมื่อจัดพิมพ์เรียบร้อยจะถูกนำไปเคลือบผิวบนอีกครั้งตามความต้องการว่าอยากได้แบบมันเงาหรือแบบด้านแตกต่างกันไปตามเทคนิคที่ใช้เคลือบ ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับแทบทุกรูปแบบนามบัตร เนื่องจากการเคลือบป้องกันกระดาษจากการเลอะหรือซีดจางได้เป็นอย่างดี
  • กระดาษที่ไม่เคลือบผิว คือ พื้นผิวของกระดาษชนิดนี้จะดูเป็นธรรมชาติ ได้ผิวสัมผัสที่มีเทกเจอร์ของเยื่อกระดาษ ซึ่งมีสีของกระดาษ และเทคเจอร์ของกระดาษให้เลือกมากมาย เป็นทางเลือกที่ดีหากคุณต้องการให้นามบัตรของคุณไม่ดูเป็นทางการเกินไป เข้าถึงได้ง่ายขึ้น หรือไม่เน้นงานดีไซน์แต่มุ่งเน้นวัสดุแทน
  • กระดาษคราฟท์หรือกระดาษรีไซเคิล เป็นกระดาษที่ถูกนำมารีไซเคิล ทำให้ภาพลักษณ์องค์กรคุณเข้ากับเทรนด์ ความยั่งยืน หรือ Sustainable ได้ เพราะกระดาษชนิดนี้จะไม่ฟอกขาว ซึ่งมีพื้นผิวหยาบบ้าง และเรียบบ้าง เหมาะสำหรับรูปแบบนามบัตรที่ต้องการให้ผู้รับรู้สึกถึงความใส่ใจ และเป็นกันเอง

 

ข้อมูลสำคัญที่ต้องใส่

การกำหนดรายละเอียดที่จะระบุอยู่บนนามบัตร ซึ่งหลักสำคัญสำหรับขั้นตอนนี้คือ ไม่รกสายตา แต่ข้อมูลครบถ้วน โดยข้อมูลที่ควรมีในนามบัตร คือ โลโก้บริษัทหรือแบนด์, ชื่อ และตำแหน่งของเจ้าของนามบัตร, ช่องทางการติดต่อ เช่น ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล และเว็บไซต์ นอกจากนั้นเพื่อให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบัน รวมถึงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้บริษัทดูทันสมัย ก็ควรที่จะมี QR Code เพื่อให้คู่ค้าธุรกิจสามารถสแกนดูข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

 

ใช้ทุกพื้นให้เกิดประโยชน์ 

เนื่องจากนามบัตรมีด้วยกันสองด้าน ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญทั้งบริเวณด้านหน้าที่เป็นข้อมูล และด้านหลังก็ไม่ควรปล่อยว่างไว้ เพราะลักษณะนามบัตรที่ดีควรจะใช้พื้นที่ดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ ซึ่งด้านหลังสามารถใส่คำคมสร้างแรงบันดาลใจ หรือวิสัยทัศน์ของบริษัทลงไปได้ เพราะนอกจากจะทำให้นามบัตรดูน่าสนใจขึ้นแล้ว ยังเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่บริษัทอีกด้วย

 

กำหนดคอนเซปต์

ขั้นตอนสำคัญในการออกแบบนามบัตร คือ การกำหนดคอนเซปต์ให้สอดคล้องกับประเภทธุรกิจของบริษัทนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น บริษัทสินเชื่อการเงิน ต้องการสื่อสารความน่าเชื่อถือผ่านนามบัตร การใช้โทนสีที่สุภาพจึงอาจตอบโจทย์กว่า ส่วนบริษัทโฆษณา อยากบอกผ่านนามบัตร คือความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น รูปแบบนามบัตรจึงควรลดความเป็นทางการลง และใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปให้มากขึ้น

 

สรุป

นามบัตร ถือเป็นตัวช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ความเป็นทางการ และเปรียบเสมือนตัวแทนบริษัทหรือแบรนด์ของคุณ ดังนั้น ถ้าคุณต้องการจะออกแบบนามบัตรให้ดูดี โดดเด่น ก็สามารถนำวิธีการออกแบบนามบัตรที่เราได้นำมาฝากกันนี้ ไปลองปรับใช้กันดูค่ะ เพื่อให้ได้นามบัตรที่ดี มีคุณภาพแบบมืออาชีพค่ะ

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำนามบัตร บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตนามบัตร ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ต้องร้อง อ๋อ เมื่อรู้ว่า แผ่นพับก็พับแบบนี้ได้ !

แผ่นพับ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีขนาดเล็ก หยิบง่าย ให้ข้อมูลรายละเอียดได้กระชับ ใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ส่งข้อมูลให้สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลในเชิงความรู้ หรือทางการขายสินค้า หรือจะเป็นการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ ซึ่งแผ่นพับสามารถพิมพ์ 1 ด้าน หรือ 2 ด้านก็ได้ และแผ่นพับยังสามารถพับได้หลายแบบอีกด้วย ดังนั้น ในบทความนี้เราก็จะพาทุกคนไปดูรูปแบบของแผ่นพับที่มีมากกว่าที่คิด มาฝากกันค่ะ ถ้าอยากรูปแล้วว่าจะมีรูปแบบไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

รูปแบบของแผ่นพับ ที่มีมากกว่าที่คิด !

พับครึ่ง (Half Fold)

แผ่นพับแบบพับครึ่ง เป็นการพับ 1 ทบ โดยการพับครึ่งกระดาษ ซึ่งเป็นการแบ่งกระดาษออกเป็น 2 ส่วน และสามารถออกแบบใช้ได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน โดยจะเป็นเนื้อหา 2 ส่วน และพับ 1 ทบ

 

พับแบบ 2 ทบ 3 ตอน (Tri Fold Tri Fold)

แผ่นพับแบบพับ 2 ทบ 3 ตอน เป็นการพับแบบจดหมาย คือ การพับ 2 ครั้ง และแบ่งกระดาษออกเป็น 3 ส่วน เหมือนกับการพับกระดาษใส่ซองจดหมาย ซึ่งการพบแบบนี้ใช้งานง่ายที่สุด และนิยมใช้ที่สุด

 

พับแบบซิกแซ็ก หรือ ตัว Z ( Z Fold ) 

แผ่นพับแบบซิกแซ็ก หรือ ตัว Z เป็นการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน และพับ 2 ทบ ซึ่งจะเหมือนกับกำลังเปิด และปิดหีบเพลง นอกจากนี้รูปร่างของกระดาษที่พับแบบนี้เมื่อมองจากด้านบนมีลักษณะเป็นซิกแซ็กอีกด้วย

 

พับแบบหน้าต่าง (Gate Fold)

แผ่นพับแบบพับหน้าต่าง เป็นการพับกระดาษที่มีลักษณะเหมือนหน้าต่าง ซึ่งการพับแบบนี้เป็นการพับ 2 ทบ ทำให้แบ่งกระดาษออกเป็น 3 ส่วน

 

พับแบบหน้าต่าง 4 ตอน (Double Gate Fold)

แผ่นพับแบบหน้าต่าง 4 ตอน เป็นการพับกระดาษที่มีลักษณะเหมือนหน้าต่าง แต่พับเล็กลง โดยการพับแบบ 4 ส่วน และพับ 3 ทบ

 

พับขนาน 3 ทบ 4 ตอน (Accordion Fold)

แผ่นพับแบบขนาน 3 ทบ 4 ตอน เป็นการพับที่คล้าย ๆ กับแบบ Z Fold แต่จะพับเพิ่มขึ้น 1 ครั้ง ทำให้แผ่นพับแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ซึ่งจะต้องใช้กระดาษที่ใหญ่มากขึ้น และต้องคำนึงถึงความหนากระดาษ และการพับด้วย

 

พับขนาน (Double Parallel Fold)

แผ่นพับแบบพับขนาน เป็นการพับ 3 ทบ และแบ่งกระดาษออกเป็น 4 ส่วน โดยริ่มแรกเราจะพับครึ่งกระดาษ พับ 1 ทบ จากนั้นก็พับครึ่งกระดาษอีกครั้ง ซึ่งเหมาะสำหรับการทำแผ่นพับที่มีเนื้อหาเยอะ ๆ

 

พับแบบม้วน (Roll Fold) 

แผ่นพับแบบม้วน เป็นการพับกระดาษที่มีลักษณะแบบม้วน ซึ่งการพับแบบนี้เป็นการพับ 4 ส่วน และพับ 3 ทบจากขวาไปซ้าย

สรุป

แผ่นพับ เป็นสื่อโฆษณา ที่พบเห็นได้บ่อย ๆ จากการแจกตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งการทำแผ่นพับ นอกจากจะเน้นในเรื่องของเนื้อหา และการออกแบบแล้ว การรู้รูปแบบต่าง ๆ ของแผ่นพับ จะช่วยทำให้คุณเลือกรูปแบบของแผ่นพับให้เหมาะสมกับงานของคุณได้เป็นอย่างดี และมีคุณภาพ รวมไปถึงตอบโจทย์กับผู้ที่ได้รับแผ่นพับไปอ่านด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำงานแผ่นพับ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตแผ่นพับต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

โรคปวดหลังสุดฮิต ที่มักพบเจอในพนักงานออฟฟิศ อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม !

เชื่อว่าอาการปวดหลัง เป็นปัญหาสุขภาพที่มักพบบ่อยในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งอยู่กับที่ และจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมได้มากกว่ากลุ่มอื่น ส่วนใหญ่เป็นอาการที่เกิดจากการอักเสบ และเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการปวดคอ ปวดตามตัว รวมถึงการปวดหลังเรื้อรังตามมา ซึ่งการปวดหลังเรื้อรังถือเป็นลักษณะอาการสำคัญอย่างหนึ่งของโรคออฟฟิศซินโดรมนั่นเอง ดังนั้น ในบทความนี้เราอยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคปวดหลังสุดฮิต ที่มักพบเจอในพนักงานออฟฟิศ มาฝากกันค่ะ รวมไปถึงยังพาไปดูสาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกัน เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี และไม่ปวดหลังจนมากเกินไปค่ะ

โรคปวดหลังสุดฮิต ที่มักพบเจอในพนักงานออฟฟิศ

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คือกลุ่มอาการที่เกิดจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือใช้ท่าทางในการทำงานที่ไม่เหมาะสมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จนทำให้เกิดความผิดปกติของระบบในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบกระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ หรือดวงตา ที่ต้องรับบทหนักขณะทำกิจกรรมเหล่านี้ ซึ่งออฟฟิศซินโดรมมักจะเกิดขึ้นในคนทำงานที่อยู่ในวัย 30-40 ปี แต่ปัจจุบันการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ไม่ใช่จำกัดแค่พนักงานออฟฟิศหรือคนทำงานทั่วไป คนรุ่นใหม่ต่างต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ออฟฟิศซินโดรมเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในวัย 20 ปีหรือน้อยกว่านั้น รวมถึงผู้สูงอายุที่ปัจจุบันหันมาใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มากขึ้นเช่นกัน

สาเหตุของการเกิดออฟฟิศซินโดรม

การปวดหลังเรื้อรังถือเป็นลักษณะอาการสำคัญอย่างหนึ่งของโรคออฟฟิศซินโดรม ที่เกิดจากการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งช้ำ เป็นเวลานาน หรืออยู่ในท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสมต่อเนื่อง แล้วยังอาจเกิดจากปัจจัยอื่นได้ เช่น

  • สภาพแวดล้อมหรืออุปกรณ์ในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น โต๊ะหรือเก้าอี้ที่ใช้ทำงานสูงหรือต่ำจนเกินไป ไม่เหมาะกับโครงสร้างของร่างกาย เป็นต้น
  • อิริยาบถในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งนาน นั่งหลังค่อม นั่งยกไหล่ หรือแม้แต่การปรับตำแหน่งจอคอมพิวเตอร์สูงหรือต่ำจนเกินไป ส่งผลให้ต้องก้มหรือเงยจนก่อให้เกิดอาการปวดคอ และปวดหลังเรื้อรัง
  • สภาพร่างกายอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่ออาการเจ็บป่วย เช่น ความเครียดจากการทำงาน การพักผ่อนที่ไม่เพียง การได้รับสารอาหารไม่ครบ หรือทานอาหารไม่ตรงเวลา เป็นต้น
  • คุณภาพของกล้ามเนื้อที่แย่ลงจากการขาดความเอาใส่ใจในการออกกำลังกาย

 

อาการของออฟฟิศซินโดรม

  • ปวดกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง บริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง และสะโพก
  • ปวด และชาที่มือ แขน จากเอ็นรัดข้อมืออักเสบกดทับเส้นประสาท และความผิดปกติของความตึงตัวของเส้นประสาท
  • ปวดแขน ปวดข้อมือ ข้อศอกจากกล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างด้านนอกอักเสบ
  • ปวดนิ้ว นิ้วล็อค
  • หลังยึดติดในท่าแอ่น

 

การรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม คือ กลุ่มอาการเจ็บป่วยที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์ และตัวผู้ป่วย เพราะเป็นโรคที่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยด้วยว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงาน เพื่อให้เอื้อกับการรักษามากน้อยแค่ไหน ในเบื้องต้น การรักษาจะเน้นวิธีทางกายภาพบำบัด การปรับพฤติกรรม ซึ่งเป็นการแก้ที่ต้นเหตุของออฟฟิศซินโดรม และทำให้อาการบาดเจ็บของร่างกายในส่วนนั้น ๆ ลดลงได้ โดยวิธีการรักษา มีดังนี้

  • รักษาด้วยยา
  • ทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือกายภาพบำบัดตามความเหมาะสมของอาการเช่น อัลตร้าซาวด์ เลเซอร์รักษา การกระตุ้นไฟฟ้า และการประคบร้อน การยืดกล้ามเนื้อ เป็นต้น
  • ฝังเข็ม บรรเทาอาการปวด และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • การปรับสภาพแวดล้อมการทำงาน ท่าทางการทำงาน และพฤติกรรมการทำงานให้ถูกต้องตามอิริยาบถ

 

การป้องกันการเกิดออฟฟิศซินโดรม

  1. การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อแข็งแรง เน้นการออกกำลังกายที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วน โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อ และเอ็นกล้ามเนื้อที่มักเจ็บปวดได้ง่าย
  2. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานระหว่างทำงาน
  3. ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงน เช่น ปรับระดับความสูงของโต๊ะ และเก้าอี้ ให้สามารถนั่งทำงานในท่าที่สบาย ปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา
  4. ระหว่างนั่งทำงานให้หยุดพักทุกหนึ่งชั่วโมง ด้วยการลุกเดิน เปลี่ยนท่าทาง เพื่อให้ร่างกายได้พักไปในตัว
  5. กายบริหารเบา ๆ ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัว เช่น ขวดน้ำบนโต๊ะทำงาน ลูกบอลบีบบริหารมือ เป็นต้น
  6. การป้องกันด้วยอุปกรณ์พยุงต่าง ๆ ไม่ควรซื้อมาลองใช้เอง ควรปรึกษาแพทย์

 

สรุป

หากใครที่เริ่มมีอาการปวดหลัง ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงาน จัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้หมาะสม ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้น ลดอาการบาดเจ็บจากการทำงาน เพิ่มคุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างถาวรอีกด้วย แต่ถ้าใครที่มีอาการปวดหลังหนักมาก ๆ จนทนไม่ไหว พยายามปรับพฤติกรรมแล้วแต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร แนะนำให้ไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาตามความเหมาะสมค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ห้ามพลาด!! รีวิวซีรีส์เกาหลี “Mask Girl” (2023) ดราม่า ตลกร้าย ระทึกขวัญ ครบรส

ซีรีส์เกาหลี ยังคงเป็นซีรีส์ยอดฮิตที่ใคร ๆ หลายคนมักจะเลือกดูเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากซีรีส์ทำออกมาได้ดี มีความสนุก และสะท้อนสังคมที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน รวมไปถึงการสอดแทรกเรื่องราวของวัฒนธรรมของประเทศเกาหลีที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก และซีรีส์เกาหลีก็มีหลากหลายแนวให้ได้เลือกรับชมกันอีกด้วย ซึ่งสำหรับใครที่กำลังหาซีรีส์เกาหลีสนุก ๆ ดู ในช่วงวันหยุดนี้ เราก็มีซีรีส์ Mask Girl ซีรีส์ดราม่า ตลกร้าย ระทึกขวัญ จาก Netflix มาฝากกันค่ะ

รีวิวซีรีส์เกาหลี “Mask Girl” (2023) ดราม่า ตลกร้าย ระทึกขวัญ ครบรส

ซีรีส์ Mask Girl เป็นเรื่องราวของคิมโมมี เธอมีความฝันอยากเป็นดารา สิ่งที่เธอปรารถนามาตลอดชีวิต คือ การได้เฉิดฉายท่ามกลางแสงสี แต่ความฝันของเธอเริ่มห่างไกลไปเรื่อย ๆ เมื่อเธอเริ่มโตขึ้นหน้าตาของเธอก็เริ่มห่างไกลจากคำว่าสวย แต่การเป็น “ Mask Girl มาสก์เกิร์ล” ทำให้เธอได้เติมเต็มสิ่งที่ปรารถนา เธอได้ร้อง เต้น โชว์เรือนร่างที่สวยงาม ภายใต้หน้ากากที่ปกปิดใบหน้าที่แท้จริงเอาไว้ จนทำให้คิมโมมีกลายเป็นตัวท็อปไลฟ์สด ในนาม Mask Girl มีผู้คนหลงไหลในเสน่ห์อันเย้ายวนของเธอ แต่ในชีวิตจริงเธอก็เป็นเพียงพนังงานออฟฟิศธรรมดา ๆ ที่ถูกสังคมการทำงานถากถางเรื่องหน้าตาให้เจ็บช้ำน้ำใจอยู่เสมอ จนนำไปสู่เหตุฆาตกรรมอำพราง และการแก้แค้นอย่างไม่มีวันจบสิ้น

ซีรีส์ Mask Girl เป็นซีรีส์ดราม่า ตลกร้าย ระทึกขวัญ ที่ได้หยิบมาจากเว็บตูนเรื่อง Mask Girl Webtoon ซึ่งเขียนเอาไว้อย่างดีงาม โดยในซีรีส์จะค่อย ๆ เล่าเรื่อง และไต่ระดับเลเวลความดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ โทนการเล่าเรื่องในช่วงแรก ๆ ยังเป็นการปูเรื่องเหมือนคนคนหนึ่ง มาเล่าเรื่องราวชีวิตตัวเองให้ใครสักคนฟัง ก่อนจะไต่ระดับไปสู่การเสียชีวิตของใครบางคน การฆาตกรรมอำพราง และการแก้แค้นที่แสนดุเดือดเลือดพล่าน ซึ่งความดีงามของซีรีส์ Mask Girl ในเรื่องมีทั้งหมด 7 ตอน การเล่าเรื่องกลายเป็น 7 พาร์ท โดยใช้ชื่อตอนเป็นชื่อตัวละคร และนำเสนอให้ผู้ชมได้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังตัวละครทุกตัว ทุกตอนสนุกมาก เป็น 7 ตอนที่กระชับเรื่องราวได้อย่างดี ไต่ระดับความเข้มข้นขึ้นทุก ๆ อีพี ก่อนจะจบเรื่องลงอย่างงดงาม คลายทุกปมปัญหา โดยสิ้นไร้ความสงสัย และความคลางแคลงใจ

ตัวอย่างหนัง

สรุป

สำหรับใครที่ชอบดูซีรีส์ดราม่า ระทึกขวัญ Mask Girl ถือเป็นซีรีส์ที่ครบรสทั้งการเสียดสีสังคม และการเผยสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ เพราะคิมโมมี ก็เป็นเหมือนตัวแทนผู้หญิงที่ถูกทำร้ายจิตใจจากการบูลลี่ในสังคม ไม่ควรมีใครต้องเจ็บปวดกับคำพูดของคนอื่น และความฝันของเราก็ไม่ควรโดนปัดทิ้งจากคนอื่นเช่นกัน ดังนั้น ถ้าใครอยากรู้ว่าเรื่องราวของหญิงสาวคนนี้จะเป็นอย่างไร สามารถดู Mask Girl ทั้ง 7 ตอนรวด ทาง Netflix ได้เลยค่ะ รับรองว่าดูจบแล้ว คุณจะได้อะไรจากเรื่องนี้อย่างแน่นอนค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แจก Template ปฏิทิน 2567 ฟรี เตรียมพร้อมสำหรับสั่งพิมพ์ปฏิทินต้อนรับปีใหม่

ปฏิทิน เป็นอีกหนึ่งสิ่งพิมพ์ที่มักจะนิยมแจกหรือให้เป็นของขวัญในช่วงวันปีใหม่มาก ๆ เพราะเมื่อเปลี่ยนปีไปแล้ว ก็จะต้องเปลี่ยนปฏิทินใหม่ด้วย ซึ่งในปีหน้าที่ใกล้จะถึงอีกไม่กี่เดือนนี้ สำหรับใครที่อยากได้ปฏิทินปี 2567 วันนี้เราก็มี Template ปฏิทิน 2567 แจกฟรี เตรียมพร้อมสำหรับสั่งพิมพ์ปฏิทินต้อนรับปีใหม่ ไม่ว่าจะนำไปแจกหรือมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนสำคัญ หรือลูกค้า ก็สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้เลยค่ะ

แจก Template ปฏิทิน 2567 ฟรี!

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.vecteezy.com/vector-art/27722241-cute-orange-2024-calendar-layout-template

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.vecteezy.com/vector-art/13661006-2024-calendar-template-editable-vector

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.vecteezy.com/vector-art/27831162-calendar-layout-for-2024-blue-whales-swim-in-the-sea-horizontal-and-vertical-printing-template

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.vecteezy.com/vector-art/27213833-calendar-layout-for-2024-the-retro-cassette-is-bright-horizontal-and-vertical-layout-for-printing-monthly-planner

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.vecteezy.com/vector-art/27213839-calendar-template-for-2024-empty-space-for-your-design-or-photo-vertical-and-vertical-format

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.vecteezy.com/vector-art/14525520-2024-calendar-template-editable-vector

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.vecteezy.com/vector-art/14525501-2024-calendar-template-editable-vector

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.vecteezy.com/vector-art/4686320-2024-calendar-template-simple-and-easy-to-use

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.vecteezy.com/vector-art/12717839-2024-calendar-template-editable-vector

ลิงค์ดาวน์โหลด: https://www.vecteezy.com/vector-art/12717842-2024-calendar-template-editable-vector

 

สรุป

Template ปฏิทิน 2567 ที่เราได้นำมาฝากกันนี้ มีหลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกใช้กัน ใครชอบแบบไหนก็สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ตามชอบหรือจะนำไปปรับแต่งให้เป็นแบบที่ตัวเองชอบก็ได้เช่นกันค่ะ

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำปฏิทิน 2567/2024 บริษัทของเรา ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตปฏิทิน 2567/2024 ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Exit mobile version