เตรียมพร้อมก่อนไปเลือกตั้ง 2566

ในเดือนพฤษภาคมนี้ นับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง 2566 โดยกติกาการเลือกตั้งรอบนี้แตกต่างจากปี 2562 เล็กน้อย ซึ่งในบทความนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่เราต้องรู้ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มาฝากกันค่ะ

เลือกตั้ง 2566 ต้องรู้ และเตรียมอะไรบ้าง ?

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์
  • สัญชาติไทย หากโอนสัญชาติไทยมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี
  • มีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนวันเลือกตั้ง หากย้ายไม่ถึง 90 วัน ต้องกลับไปเลือกที่เขตเดิม

วันเวลาที่เลือกตั้ง

  • เลือกตั้งล่วงหน้า วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2566 และ เลือกตั้งปกติ วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566
  • หีบเปิด ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ก่อน 17.00 น. ก็ยังสามารถใช้สิทธิได้

เอกสารหลักฐานที่ใช้ในวันเลือกตั้ง

  • บัตรประจำตัวประชาชน (บัตรหมดอายุใช้ได้)
  • บัตรหรือหลักฐานอื่นทางราชการหรือหน่วยงานรัฐที่มีรูปถ่าย และเลขบัตรประชาชน (บัตรหมดอายุใช้ไม่ได้) เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐ ใบขับขี่ และพาสปอร์ต
  • บัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์จาก แอปพลิเคชัน D.DOPA หรือ ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์จากแอปพลิเคชัน DLT QR LICENCE สามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงตนได้

บัตรเลือกตั้ง

เลือกตั้งรอบนี้ มีบัตร 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกคน หรือ ส.ส.เขต และอีกใบเลือกพรรค หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

จำนวน ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

ส.ส.เขต มีทั้งหมด 400 คน ทั่วประเทศ ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีทั้งหมด 100 คน รวมทั้งหมดมี ส.ส. 500 คน

การกาบัตรเลือกตั้ง

  • ส.ส. แบบแบ่งเขตคนละเขตเบอร์ไม่เหมือนกัน ไม่มีชื่อคนต้องจำเองทำเครื่อง
  • ทำเครื่องหมายกากบาทเท่านั้น เครื่องหมายอื่นเป็นบัตรเสีย เขียนข้อความ หรือ กาเลยช่องก็เป็นบัตรเสีย

ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง และหน่วยเลือกตั้ง

  • เอกสารที่ กกต. จัดส่งไปยังเจ้าบ้าน ก่อนวันเลือกตั้ง 20 วัน
  • ช่องทางออนไลน์ โดยตรวจสอบจากแอปพลิเคชันของ กกต. ได้ที่เว็บไซต์ https://www.bora.dopa.go.th/home/

สรุป

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปเลือกตั้ง จะทำให้คุณเข้าใจระบบการเลือกตั้ง และทำให้ดำเนินการเลือกตั้งได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งวันเวลาที่เลือกตั้ง จะเลือกตั้งล่วงหน้า วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2566 และ เลือกตั้งปกติ วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 โดยหีบเปิด ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ก่อน 17.00 น. ก็ยังสามารถใช้สิทธิได้ ที่สำคัญอย่าลืมนำบัตรประจำตัวประชาชน บัตรหรือหลักฐานอื่นทางราชการหรือหน่วยงานรัฐที่มีรูปถ่าย และเลขบัตรประชาชน เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐ ใบขับขี่ และพาสปอร์ต ใกล้จะถึงวันเลือกตั้งแล้ว ทุกคนอย่าลืมไปใช้สิทธิกันนะคะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ข้อมูล: https://ilaw.or.th/

มัดรวมเทคนิคพิเศษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์

สิ่งพิมพ์ มีอยู่มากมายหลายประเภท สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งการเพิ่มมูลค่าให้กับงานพิมพ์ ด้วยการใช้เทคนิคพิเศษในการพิมพ์นั้น จะช่วยทำให้งานพิมพ์ มีความสวยงาม โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังสามารถทำให้งานพิมพ์ดูดี ดูมีราคา และดูพรีเมี่ยม โดยเทคนิคต่าง ๆ ที่ได้นำมาใช้กับงานพิมพ์นั้น วันนี้เราก็ได้มัดรวมเทคนิคพิเศษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ มาฝากกันค่ะ

รวมเทคนิคพิเศษที่นิยมใช้ในงานพิมพ์

สปอตยูวี

การสปอตยูวี (Spot UV) หรือการเคลือบเฉพาะจุด ทำให้งานพิมพ์ดูมีมิติ โดดเด่น และสะดุดตาแก่ผู้พบเห็น ช่วยเพิ่มมูลค่าให้งานดูแพง และยังเพิ่มมูลค่าทางการขายสินค้าได้อีกด้วย โดยวิธีการทำจะนำเอาแผ่นฟิล์มมาทาบลงไปยังแพคเกจจิ้ง และใช้แสงยูวี เพื่อทำให้แผ่นฟิล์มนาบติดไปกับตัวแพคเกจ ซึ่งการสปอตยูวี สามารถทำได้ทั้งรูปภาพ ลวดลาย ตัวอักษร รวมถึงข้อความต่าง ๆ ที่ต้องการจะเน้นหรือต้องการให้มีความโดดเด่น โดยการสปอตยูวีจะนิยมทำลงบนงานพิมพ์ที่มีผิวด้าน เพราะจะทำให้งานมีความโดดเด่นมากกว่าผิวเงา และมีผิวสัมผัสมันวาว ดูแล้วน่าสนใจอีกด้วย

ปั๊มนูน 

การปั๊มนูน (Embossing) สามารถที่จะสร้างความโดดเด่น และเพิ่มความสวยงามให้กระดาษมีมิติเป็นแบบนูนต่ำ ทำให้ตัวอักษร โลโก้ ลวดลายของงานพิมพ์ หรือบริเวณที่ต้องการเน้น มีความคมชัด ซึ่งการปั๊มนูน เป็นการขึ้นรูปกระดาษโดยการกดทับกระดาษให้นูนขึ้นได้รูปลักษณ์ตามแบบของแม่พิมพ์ที่ใช้กดทับ โดยด้านหนึ่งจะนูนขึ้นมา ส่วนอีกด้านจะเห็นเป็นรอยกดของกระดาษ ทำให้งานพิมพ์ชิ้นนี้ ดูมีราคา มีเอกลักษณ์ และดูพรีเมี่ยมมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งงานพิมพ์ และบริเวณที่นิยมปั๊มนูน ยกตัวอย่างเช่น ปั๊มนูนโลโก้ของนามบัตร ตัวหนังสือบนปกหนังสือหรือกระดาษหัวจดหมาย เป็นต้น

ปั๊มจม 

การปั๊มจม (Debossing) เป็นการทำให้บางส่วนของงานพิมพ์มีลักษณะจมลงกว่าปกติ เพื่อเน้นให้งานพิมพ์บริเวณนั้น ๆ ช่วยเพิ่มความสวย และดูมีมิติมากขึ้น โดยบริเวณที่ปั๊มจม อาจเป็นรูปภาพหรือข้อความก็ได้ ซึ่งการปั๊มจม เป็นวิธีการกดทับกระดาษให้ลึกลงตามแบบของแม่พิมพ์ โดยพื้นผิวของวัสดุจะเป็นรอยลึกลงไปตามรูปร่างของแม่พิมพ์ที่กดทับ เป็นพื้นผิวนูนต่ำ ทำให้เห็นพื้นผิวมีร่องที่ลึกขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้งานพิมพ์ และบริเวณที่นิยมปั๊มจม เช่น ปั๊มจมโลโก้ของนามบัตร โลโก้บนปกไดอารี่ ตัวหนังสือบนปกหนังสือ เป็นต้น

ปั๊มฟอยล์เงิน ฟอยล์ทอง 

การปั๊มฟอยล์ (Foiling) หรือเรียกอีกอย่างว่า ปั๊มเค ช่วยเพิ่มความหรูหรา โดดเด่น และน่าสนใจ ในแบบเฉพาะคุณได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังเพิ่มมูลค่าให้กับงานพิมพ์ได้อีกด้วย ซึ่งฟลอยด์ที่นิยมใช้มากที่สุด คือ สีทอง สีเงิน แต่ก็ยังมีสีอื่น ๆ ให้เลือก เช่น สีโรสโกลด์ สีทองเเดง สีชมพู สีน้ำเงิน สีเขียว สีแดง เป็นต้น ในส่วนงานพิมพ์ที่นิยมปั๊มฟอยล์ เช่น นามบัตร การ์ดแต่งงาน ปกหนังสือ กระดาษหัวจดหมาย บัตรประกันสินค้า โปสการ์ด บรรจุภัณฑ์สินค้าต่าง ๆ อีกทั้งยังปรับใช้ได้กับงานพิมพ์ได้หลากหลายประเภทอีกด้วย

พิมพ์สีพิเศษ 

การพิมพ์สีพิเศษ ที่มีค่าสีเฉพาะตัว โดยจะมีรหัสสีกำหนด จึงต้องพิมพ์แยกโดยใช้แท่นพิมพ์เฉพาะ เมื่อพิมพ์ออกมาสีที่ได้จะตรงกับไกด์สี Pantone ที่เลือกไว้ ทำให้ได้สีที่แม่นยำ และสีไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งสีพิเศษที่นิยมกันทั่วไป คือ สีทอง และสีเงิน มีทั้งแบบที่เป็นมันวาว มีความเงาของสี และแบบด้าน โดยส่วนมากจะนิยมเน้นสีของโลโก้สินค้าหรือแบรนด์

สรุป

เทคนิคพิเศษในการพิมพ์ มีมากมายหลายเทคนิค แต่ละเทคนิคก็มีความสวยงามที่แตกต่างกันไป ซึ่งคุณสามารถเลือกเทคนิคพิเศษเหล่านี้ ให้เหมาะกับงานพิมพ์ของคุณได้ตามที่ต้องการ ก็จะช่วยให้งานพิมพ์ของคุณมีความสวยงาม โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก ที่สำคัญยังสามารถเพิ่มมูลค่า ดูดีมีราคา และดูพรีเมี่ยมอีกด้วยค่ะ

สำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร โปสการ์ด เมนูอาหาร หนังสือ สติ๊กเกอร์ สายคาดสินค้า กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

เคล็ด (ไม่) ลับดูแลหนังสือ และกระดาษอย่างไรให้สภาพเหมือนใหม่ตลอดเวลา

สำหรับคนที่รักหนังสือ ชอบอ่านหนังสือ การเก็บหนังสือถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้าคุณเก็บหนังสือไม่ดี อาจทำให้หน้ากระดาษเหลืองกรอบ กลายเป็นสีน้ำตาล กระดาษขาดหรือยับ หรือแม้กระทั่งมีเชื้อรา เลอะฝุ่น เลอะคราบ หรือที่โหดร้ายที่สุดคือการถูกปลวกแทะ ซึ่งบางเล่มซื้อมาดองไว้ยังไม่ทันได้อ่านก็ต้องกลายสภาพเป็นของเก่าไปซะก่อน ดังนั้น ในบทความนี้เราก็มี เคล็ดลับดูแลหนังสือ และกระดาษอย่างไรให้สภาพเหมือนใหม่ตลอดเวลา มาฝากคนรักหนังสือกันค่ะ

เคล็ด (ไม่) ลับดูแลหนังสือ และกระดาษให้สภาพเหมือนใหม่ตลอดเวลา

ห่อปกหนังสือ

การห่อปกหนังสือ นอกจากจะเป็นการป้องกันฝุ่น ความชื้น และปลวกแล้ว ยังช่วยป้องกันคราบสกปรกที่จะมาเลอะหนังสือ รวมไปถึงรอยยับ รอยขีดเขียน หรือเผลอทำขาดได้ ดังนั้น ควรห่อปกหนังสือทันทีหลังซื้อ นอกจากนี้การห่อปกหนังสือยังช่วยรักษามุม และขอบหนังสือให้คมเหมือนใหม่ และสันปกไม่เปื่อยอีกด้วย

ใส่ถุงซิปล็อก

การนำหนังสือมาใส่ถุงซิปล็อก โดยใส่หนังสือแยกกันไปแต่ละเล่ม เพื่อป้องกันการรุกรานจากความชื้น ฝุ่นละออง กันปลวก และยังช่วยให้หนังสือไม่ยับ โดยก่อนปิดถุงซิปล็อกจะต้องไล่อากาศข้างในถุงออกไปให้หมด และอย่าลืมปิดซิปล็อกให้สนิท เพื่อรักษาหนังสือให้สวยเหมือนใหม่อยู่เสมอ

เปิดอ่านอย่างทะนุถนอม

การเปิดอ่านหนังสือ ก็ควรเปิดอ่านอย่างทะนุถนอม โดยเปิดอ้าหนังสือแค่เท่าที่อ่านเห็น ไม่ควรเปิดอ้าออกกว้างจนเกินไป ไม่พับปกหน้าไปด้านหลัง พลิกหน้ากระดาษให้เบามือที่สุดเพื่อไม่ให้มีรอยยับ อย่าพับมุมหนังสือ แต่ให้ใช้ที่คั่นหนังสือแทน และอย่าหงายหรือคว่ำหนังสือ เพราะจะทำให้หนังสือบาน เสียรูปทรงได้

เก็บหนังสือในที่ที่อากาศถ่ายเท

ตำแหน่งของตู้หรือชั้นหนังสือ ควรอยู่ในที่แห้ง อากาศถ่ายเท และไม่ควรเก็บไว้ในที่ที่ร้อนหรือเย็นเกินไป เพราะถ้าเก็บไว้ในที่ร้อนจะทำให้หนังสือซีด กระดาษเหลือง และกรอบได้ ส่วนเก็บในที่ที่เย็นเกินไป มีความชื้นที่สูง จะทำให้หนังสือพอง กระดาษย่น ไม่สวยงาม จึงควรเก็บในที่แห้ง มิดชิด ไม่ร้อนหรือเสี่ยงที่จะโดนน้ำ

ใส่ใจการจัดวางหนังสือทุกครั้ง

การจัดวางหนังสือบนชั้น ควรจัดวางแบบตั้ง ระวังอย่าวางทับกันหรือวางเรียงติดกันจนแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้หนังสือซ้อนกัน และยับได้ รวมไปถึงอาจทำให้หนังสือเสียรูปทรง และเสื่อมสภาพลงได้ หากเก็บหนังสือไว้ในกล่องพลาสติกก็ควรวางเรียงให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ดูแลความสะอาดของหนังสืออยู่เสมอ

นอกจากการเก็บหนังสือที่ดีแล้ว การดูแลทำความสะอาดก็สำคัญเช่นเดียวกัน ซึ่งการทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ทุกครั้งที่อ่านเสร็จก็อย่าลืมปัดฝุ่น เช็ดทำความสะอาดคราบหรือรอยเปื้อนที่อาจติดอยู่ที่หนังสือ พยายามไม่กินไปอ่านไป เพราะอาจทำให้คราบอาหารหรือเครื่องดื่มหกเลอะหนังสือได้

สรุป

ทั้งหมดก็เป็นเคล็ดลับดูแลหนังสือ และกระดาษให้สภาพเหมือนใหม่ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อคุณรู้วิธีเหล่านี้แล้ว อย่างลืมเก็บหนังสือเล่มโปรดของคุณให้ถูกวิธี เพื่อจะให้หนังสือเหล่านี้ยังคงสภาพดี เหมือนใหม่ และยืดอายุหนังสือให้ยาวนาน พร้อมให้คุณได้อ่านอยู่เสมอ

สำหรับใครที่สนใจอยากทำหนังสือต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตหนังสือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น หนังสือเรียน หนังสือนิยาย หนังสือคู่มือ หนังสือรุ่น หนังสือธรรมะ หนังสือสวดมนต์ นิตยสาร แคตตาล็อก ไดอารี่ สมุดโน๊ต ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รวมทริค รับมืออากาศร้อนไฟลุก ในช่วงเดือนเมษายน

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี เพราะอากาศร้อน ๆ ในเดือนเมษายน อาจมีความเสี่ยงเกิดอาการป่วยจากอาการที่ร้อน และแห้งจัด เช่น อาการเพลียแดด ตะคริว ผิวหนังไหม้ ฯลฯ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่วางแผนออกไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งนาน ๆ ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลตัวเองให้ดี เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของทั้งตัวเราเอง และคนรอบข้าง ซึ่งในบทความนี้เราก็ได้ รวมทริค รับมืออากาศร้อนไฟลุก ในช่วงเดือนเมษายน มาฝากกันค่ะ

รวมทริค ดูแลตัวเอง รับมืออากาศร้อนไฟลุก

จิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ 

เนื่องจากอากาศร้อน จะส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ และทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ ดังนั้น จึงควรจิบน้ำบ่อย ๆ แทนการดื่มครั้งละมาก ๆ หลังจากไม่ได้ดื่มเป็นเวลานาน นอกจากจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ทันแล้ว ยังช่วยลดการปัสสาวะบ่อยจากการดื่มน้ำจำนวนมากอีกด้วย ทั้งนี้การดื่มน้ำในแต่ละวันควรดื่มปริมาณ 1.5 ลิตร เพื่อรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกาย

ลือกใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

อากาศร้อน ๆ แบบนี้ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าบางหรือโปร่ง สามารถดูดซับเหงื่อ และระบายความร้อนได้ดีมาใส่ เช่น ผ้าคอตตอน ผ้าฝ้าย ผ้าซาติน เพราะมีน้ำหนักเบา และช่วยอากาศถ่ายเทได้ดีกว่าเนื้อผ้าชนิดอื่น อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกสบายตัว ลดความเหนอะหนะได้ และยังช่วยลดการกักเก็บความร้อนในร่างกาย ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียน้ำเพิ่มได้อีกด้วย

ทาครีมกันแดด

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ การทาครีมกันแดด เป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นมาก ๆ ซึ่งควรทาก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 20 นาที และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดคงที่ตลอดทั้งวัน ในการเลือกใช้ครีมกันแดด จะต้องเลือกที่ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB โดยครีมกันแดดที่ดีควรมีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ซึ่งการทาครีมกันแดด จะช่วยลดการเปลี่ยนสีของผิว ลดความเสี่ยงจากผิวหนังไหม้ และมะเร็งผิวหนังในระยะยาวได้

ทานอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ การรับประทานอาหาร ก็ต้องเลือกทานอาหารอย่างระมัดระวัง เน้นรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ โดยเฉพาะอาหารที่มีนม กะทิ ไข่แดง และอาหารทะเล เป็นส่วนประกอบ เพราะอาจจะเน่าเสียได้ง่าย ดังนั้น ควรเก็บรักษาวัตถุดิบอย่างเหมาะสมตามชนิดของอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงโรคท้องร่วง อาหารเป็นพิษ จากการเติบโตของแบคทีเรีย และเชื้อโรค

ทานผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น

อากาศร้อน ๆ แบบนี้ การทานผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม แอปเปิล แคนตาลูป สับปะรด ชมพู่ ส้มโอ มังคุด ฯลฯ จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น และช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย คลายความร้อน และทำให้รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวมากขึ้น เพราะเป็นการเติมน้ำเข้าสู่ร่างกายไปพร้อมกับการเติมวิตามิน และสารอาหารที่มีประโยชน์ในผลไม้เหล่านั้นอีกด้วย

หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มเย็นจัด

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ หลายคนจะรู้สึกดีมาก ถ้าได้ดื่มน้ำเย็น ๆ ที่พึ่งออกจากช่องแช่แข็ง หรือใส่น้ำแข็งจำนวนมาก แต่นั่นคือพฤติกรรมที่ทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากร่างกายมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 37 องศาเซลเซียส การบริโภคของเย็นจำนวนมาก จะทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน และดูดซึมน้ำได้ไม่ดี

หลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมจ่อในขณะหลับ

อากาศร้อน ๆ แบบนี้ ไม่ควรเปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศจ่อในขณะหลับ เพราะการสัมผัสกับลมเย็น หรือลมร้อนโดยตรง อาจทำให้ความร้อนนั้นสะสมภายในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะ ไม่สดชื่น และเป็นไข้หวัดได้ แนะนำใช้พัดลม โดยเปิดแบบส่ายให้ห่างจากตัว และเปิดหน้าต่าง ระบายอากาศร้อน

สรุป

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ต้องจิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ เลือกใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี จะออกไปข้างนอก หรืออยู่ในห้องก็ต้องทาครีมกันแดด ในส่วนของอาหารการกิน ก็ต้องทานอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ ทานผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มเย็นจัด รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมจ่อในขณะหลับ ซึ่งถ้าได้ลองทำตามนี้ ก็จะมีสุขภาพที่ดี ในหน้าร้อน และห่างไกลโรคภัยต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้น หน้าร้อนนี้ อย่าลืมดูแลตัวเอง และคนรอบข้างกันด้วยนะคะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ต้อนรับเทศกาลขึ้นปีใหม่ไทย รวมสถานที่จัดงานสงกรานต์ 2566

ในปี 2566 นี้ ประเทศไทยได้กลับมาจัดงานสงกรานต์อีกครั้ง หลังจากที่การจัดงานสงกรานต์ในบ้านเราถูกยกเลิกการจัดไปอย่างยาวนานกว่า 3 ปี เนื่องจากสถานการณ์ของโรคระบาดอย่างโควิด-19 แต่ในปีนี้สถานการณ์ได้เริ่มคลี่คลายลงไปจึงทำให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศให้จัดงานเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศไทย ดังนั้น สำหรับใครที่วางแผนจะไปเล่นน้ำสงกรานต์กันล่ะก็ ในบทความนี้เราก็ได้ รวมสถานที่จัดงานสงกรานต์ 2566 ว่าแต่จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้างตามไปดูกันค่ะ!

รวมสถานที่จัดงานสงกรานต์ 2566

Water Festival 2023 จังหวัดกรุงเทพฯ

ที่มา: facebook.com/WaterFestivalThailand

Water Festival 2023 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย วันที่ 13-16 เมษายน 2566 ใน 6 จังหวัดทั่วไทย ครอบคลุมพื้นที่การจัดงานที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมพร้อมกันทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย ใน 6 จังหวัด คือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ ที่จัดขึ้นบนแลนด์มาร์กหลัก ริมโค้งน้ำเจ้าพระยา (5 วัด 6 ท่าน้ำ) ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “ชื่นอุรา น่าสบาย” ร้อนนี้มาเย็นกาย เย็นใจ รับปีใหม่ไทยด้วยความร่มเย็น ใครอยู่ใกล้ที่ไหนก็สามารถเลือกไปเล่นสงกรานต์ที่นั่นได้เลยค่ะ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Water Festival Thailand

 

สงกรานต์สยามผ้าขาวม้าปล่อยจอย จังหวัดกรุงเทพฯ

ที่มา: facebook.com/photo

สงกรานต์สยาม ผ้าขาวม้าปล่อยจอย จัดขึ้นที่สยามสแควร์ ตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายน 2566 เวลา 11.00-22.00 น. ด้วยการเนรมิตสยามสแควร์ให้เป็นลานสงกรานต์สีขาว ปลอดภัย ไม่โป๊ ไม่เปลือย ไม่แป้ง และไม่แอลกอฮอล์ แต่งตัวให้จอยกับไอเทมผ้าขาวม้าสุดคูล นุ่งชุดไทย พาดผ้าขาวม้า หรือแต่งชุดไทยสวยเก๋ มาสัมผัสบรรยากาศประเพณีสงกรานต์ตามวิถีชาวสยาม ภายในงานพบกับกิจกรรมความสนุกต่าง ๆ มากมาย ตามวิถีชาวสยาม ไม่ว่าจะเป็นสรงน้ำพระ อิ่มอร่อยไปกับโซนอาหาร รวมไปถึงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง และที่สำคัญทั้ง 3 วันสามารถเข้าได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ใครอยากเล่นน้ำใจกลางเมือง ห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สงกรานต์สยาม

 

S2O Songkran Music Festival จังหวัดกรุงเทพฯ

ที่มา: facebook.com/s2ofestival

S2O Songkran Music Festival จัดขึ้นที่ Live Park พระราม 9 เริ่มตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายน 2566 ซึ่งงานนี้มาพร้อมด้วยสายน้ำแบบ 360 องศา และแดนช์ให้ถึงใจกับแนวเพลง EDM จากดีเจชั้นนำระดับโลกมากมาไม่ว่าจะเป็น Baauer, Nicky Romero, Sebastian Ingrosso, Valentino Khan ถ้าใครอยากมาฉุ่มฉ่ำลองมาสัมผัสกับบรรยากาศเหล่านี้กันได้ ถือเป็นอีกงานสงกรานต์ที่คนชอบเพลงแนว EDM ห้ามพลาด

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ S2O Songkran Music Festival

 

Water War Chiang Mai จังหวัดเชียงใหม่

ที่มา: facebook.com/photo

Water War Chiang Mai ณ ลานม่วนใจ๋ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ที่ยกขบวนศิลปินยอดฮิตในขณะนี้มาแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็นขวัญใจวัยรุ่นฟันน้ำนมอย่าง PAPER PLANES, WONDERFRAME, POTATO, THREE MAN DOWN และวงอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นงานวอเตอร์มิวสิคครั้งแรกของเชียงใหม่ สนุกสนานไปกับเอฟเฟกต์น้ำตามบีทเพลง สายแดนช์เต้นกันสนุกกับ DJ EDM พร้อมเครื่องดื่มจาก 6 ผับดัง ใครอยู่เชียงใหม่ถือว่าไม่ควรพลาดมาก ๆ ค่ะ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Water War Chiang Mai

 

นางดาน อลังการเมืองนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช

ที่มา: facebook.com/photo

นางดาน อลังการเมืองนคร งานจัดวันที่ 14 เมษายน 2566 ณ บริเวณโบสถ์พราหมณ์ หอพระอิศวร ชมขบวนแห่นางดานสุดอลังการ พบกับการแสดงแสง สี เสียง ในระบบมัลติมีเดีย เทคโนโลยีสมัยใหม่ จัดเต็มพลุดอกไม้ไฟ ไพโรเทคนิค พิธีโล้ชิงช้า ตรียัมปวาย ที่นี่ที่เดียว “หนึ่งเดียวในประเทศไทย” ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ใครที่ชอบชมประเพณีเก่าแก่ของภาคใต้ ห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TAT : Nakhon Si Thammarat + Phatthalung

 

งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน “สาดซิ่ง สาดศิลป์” จังหวัดขอนแก่น

ที่มา: thainews.prd.go.th

งานเทศกาลดอกคูนเสียงแคน และถนนข้าวเหนียว “สาดซิ่ง สาดศิลป์” ปีนี้ก็จัด ณ บริเวณแก่นนคร และถนนศรีจันทร์ ตั้งแต่วันที่ 8 -15 เมษายน 2566 เพลิดเพลินไปกับพิธีเปิดงาน การแสดงจากศิลปินหมอลำพื้นบ้าน พิธีอัญเชิญพระศรีสัตนาคนหุต พิธีพุทธาภิเษกหลวงพ่อพระลับ การประกวดก่อพระทราย รำวงย้อนยุค และการประกวดธิดาดอกคูนเสียงแคน ใครที่ชอบชมประเพณีเก่าแก่ของภาคอีสาน ก็ต้องไปที่นี่เลยค่ะ

 

Songkran Cha Am-Hau Hin on the Beach Festial จังหวัดเพชรบุรี

ที่มา: aec-tv-online1.com

Songkran Cha Am-Hau Hin on the Beach Festial งานจัดขึ้นวันที่ 13-16 เมษายน 2566 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ชายหาดค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ชวนมาเล่นน้ำสงกรานต์บนชายหาด พร้อมกับกิจกรรมมากมาย พิเศษ ! สนุกสนานไปกับคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องชื่อดังต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Cocktail, ดา เอ็นโดฟิน, ป็อป ปองกูล, ไอซ์ ศรัณยู และ เพียว เดอะวอยช์ ใครอยากเล่นน้ำสงกรานต์พร้อมดูคอนเสิร์ตสนุก ๆ สามารถมาที่นี่ได้เลยค่ะ

 

วันไหลเมืองพัทยา 2566 จังหวัดชลบุรี

ที่มา: travel.kapook.com

วันไหลเมืองพัทยา ปีนี้จัดยาวจุใจกันถึง 8 วันเต็ม ๆ ตั้งแต่วันที่ 11-19 เมษายน 2566 จัดเต็มทั้งประเพณีก่อพระทราย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่ชลบุรีมาอย่างยาวนาน สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรจากผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำตลอดทั้ง 8 วัน ไม่ว่าจะเป็นที่ บ่อวิน, พนัสนิคม, เมืองชลบุรี, เกาะโพธิ์, บางแสน, นาเกลือ, บางพระ, เกาะสีซัง, บางเสร่ และบ้านบึง เรียกได้เลยว่าจุใจตัวเปื่อยกันเลยทีเดียว ใครอยากเล่นน้ำ และชมประเพณีของชาวชลบุรี ก็ต้องไปที่นี่เลยค่ะ

 

สงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

ที่มา: blog.hungryhub.com

สงกรานต์พระประแดง ปีนี้จะอยู่ในวันที่ 21-23 เมษายน 2566 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า วัดโปรดเกศเชษฐาราม พระอารามหลวง และชุมชน/หมู่บ้านชาวรามัญภายในเขตเทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมสืบสานประเพณีเก่าแก่ที่มีศิลปวัฒนธรรมซึ่งสืบทอดกันมา หัวใจของงานคือการจัดขบวนแห่นางสงกรานต์ ขบวนแห่รถบุปผชาติ การประกวดนางสงกรานต์ และหนุ่มลอยชาย การฟื้นฟูสืบสานการละเล่นพื้นบ้าน สะบ้ามารัญ วัฒนธรรมการแต่งกาย และวิถีชีวิตของชาวมอญ (ชาวไทยเชื้อสายรามัญ) เป็นอีกที่ที่ห้ามพลาดเลยค่ะ

สรุป

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานสงกรานต์ ปี 2566 ที่มีมากมายให้คุณได้เลือกไปกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นเล่นน้ำสงกรานต์ที่ไหน ก็อย่าลืมดูแลตัวเอง และให้เวลากับครอบครัวด้วยนะคะ สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ดีไซน์การ์ดแต่งงานสุดเก๋ เห็นแล้วต้องร้องว้าว!

การ์ดแต่งงาน เป็นหนึ่งในไอเทมสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ ในการเตรียมงานแต่งงาน เนื่องจากการ์ดแต่งงาน คือตัวแทนของบ่าวสาว ที่ถูกสื่อสารไปยังแขกผู้มีเกียรติทุกคนในงาน นอกจากจะบอกรายละเอียดการจัดงานว่าจัดที่ไหน เวลาใด ธีมอะไร และพิธีการคร่าว ๆ เป็นอย่างไรแล้ว สิ่งสำคัญที่แฝงอยู่ในการ์ดแต่งงาน นั่นก็คือ ตัวตนของบ่าวสาว ทั้งการเลือกใช้สี การออกแบบ ที่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ และความชอบ ซึ่งการ์ดแต่งงานก็มีให้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์ ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะแต่งงาน ในวันนี้เราก็มี ดีไซน์การ์ดแต่งงานสุดเก๋ มาฝากเป็นไอเดียให้กับคู่รักที่วางแผนจะแต่งงานกันค่ะ

ดีไซน์การ์ดแต่งงานสุดเก๋

การ์ดแต่งงานแบบปั๊มฟอยล์

การ์ดสไตล์นี้ เป็นการ์ดที่มองดูเรียบง่าย แต่สวยสะดุดตา และมีความหรูหราเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังทำให้การ์ดมีมิติโดดเด่นสุด ๆ ในส่วนสีฟอยล์ก็มีให้เลือกมากมาย เช่น ฟอยล์สีทอง สีเงิน สีโรสโกลด์ สีทองแดง สีน้ำเงิน เป็นต้น ซึ่งบ่าวสาวสามารถเลือกได้ตามความชอบ

การ์ดแต่งงานสไตล์มินิมอล 

การ์ดสไตล์นี้ เป็นอีกตัวเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นการ์ดแต่งงานที่มีความเป็นธรรมชาติ เรียบง่าย แต่ดูดี และการ์ดแบบนี้มักจะเน้นคุมโทนด้วยสีขาว สีดำ สีเอิร์ธโทน สีอิฐ โดยใส่ข้อความให้น้อยที่สุด ซึ่งเหมาะกับคู่บ่าวสาวที่ชอบความเรียบง่าย แต่ดูเนี้ยบ และดูดี

การ์ดแต่งงานใสเคลือบขุ่น

การ์ดสไตล์นี้ เป็นการ์ดที่ให้ความหรูหรา ทันสมัย เหมาะกับคู่บ่าวสาวที่ชอบความเรียบง่าย แต่ดูหรูหรา และมีลูกเล่น ซึ่งการ์ดแต่งงานใสเคลือบขุ่น ถือว่าเหมาะมาก ๆ แถมไม่ต้องกลัวว่าเปียกน้ำแล้วจะเปื่อยเหมือนการ์ดแต่งงานกระดาษปกติด้วย

การ์ดแต่งงานลายดอกไม้

การ์ดสไตล์นี้ ถือว่าคลาสสิคทุกยุคทุกสมัย เพราะการ์ดพิมพ์ลายดอกไม้สีสดใส และใบไม้สีเขียวสบายตา มีความเรียบแต่หรู สวยหวานละมุน และมีความโรแมนติก โดยเฉพาะใครที่จัดงานแต่งธีมธรรมชาติ หรือแต่งงานในสวน การ์ดแต่งงานแนวนี้จะเหมาะมาก

การ์ดแต่งงานสไตล์สีน้ำ

การ์ดสไตล์นี้ เป็นการ์ดที่เหมาะกับคู่บ่าวสาวที่ชอบความอาร์ต และมีเอกลักษณ์ในตัว เพราะการ์ดแต่งงานสไตล์สีน้ำ ให้ความรู้สึกที่เบา สามารถถ่ายทอดอารมณ์อาร์ต ๆ ออกมาได้ดี อีกทั้งยังดูโดดเด่นสะดุดตาจนต้องมองซ้ำหลายครั้ง

การ์ดแต่งงานไดคัท

การ์ดสไตล์นี้  เป็นการ์ดที่เหมาะกับคู่บ่าวสาวครีเอทีฟ เพราะสามารถนำการ์ดไปไดคัทรูปทรงสวย ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทรงแบบไหนก็สามารถออกแบบให้เข้ากับธีมงานของคุณได้ เป็นอีกหนึ่งการ์ดแต่งงานที่มีความเก๋ และสะดุดตาแบบสุด ๆ

สรุป

เป็นอย่างไรบ้างคะกับดีไซน์การ์ดแต่งงานสุดเก๋ที่เราได้นำมาฝากกัน ต้องบอกเลยว่ามีหลากหลายแบบให้บ่าวสาวได้เลือกกันตามความชอบเลยค่ะ และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากทำการ์ดแต่งงาน ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตการ์ดแต่งงาน และการ์ดอื่น ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ไขความลับของกระดาษคราฟท์ที่น้อยคนจะรู้

กระดาษคราฟท์ เป็นอีกหนึ่งในวัสดุทางเลือกใหม่ ๆ ที่ผู้ผลิตหลาย ๆ แบรนด์ หันมาใช้แทนการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากกระดาษคราฟท์ เป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และยังสามารถนำมากลับมาใช้ซ้ำได้ นอกจากนี้กระดาษคราฟต์ ยังมีอีกหลายประเภท จึงทำให้กระดาษชนิดนี้นำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ดังนั้น ในบทความนี้เราก็จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก และไขความลับของกระดาษคราฟท์ที่น้อยคนจะรู้กันค่ะ

ทำความรู้จัก และไขความลับของกระดาษคราฟท์ที่น้อยคนจะรู้

กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) คืออะไร ?

กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) คือ กระดาษที่มีกระบวนการผลิตผ่านกรรมวิธีทางเคมี หรือที่เรียกกันว่า เยื่อเคมี ซึ่งผลิตโดยการนำเยื่อจากธรรมชาติ หรือการนำเนื้อไม้จากต้นไผ่ ต้นปอ ต้นยูคาลิปตัส และต้นสน โดยใช้สารเคมี และความร้อนในการแยกเยื่อออกจากกัน เมื่อนำเข้าไปผลิตแล้ว ก็จะได้เป็นกระดาษคราฟท์ โดยสีที่ได้จะเป็นสีน้ำตาลตามเนื้อไม้ที่ใช้ผลิต นอกจากนี้กระดาษคราฟท์จะมีความแข็งแรง และเหนียวกว่ากระดาษชนิดอื่นอีกด้วย

ประเภทของกระดาษคราฟท์

KW – กระดาษคราฟท์สีขาว ผิวมีความเรียบ สวย และมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ จึงเหมาะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความแข็งแรง และยังเหมาะสำหรับงานพิมพ์ต่าง ๆ เช่น กล่องของเล่น หุ่นฟิคเกอร์ ไปจนถึงเครื่องสำอางชนิดต่าง ๆ น้ำหนักมาตราฐาน :170g. กรัม/ตารางเมตร

KA – กระดาษคราฟท์สีเหลืองทอง มีคุณสมบัติสามารถทนต่อความชื้นได้ดี ทั้งยังสามารถพิมพ์งานลวดลายต่าง ๆ ได้สวย ทนทาน รับน้ำหนักได้มาก จึงเหมาะสำหรับพัสดุสินค้าอะไหล่ยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ กล่องเฟอร์นิเจอร์ ที่ต้องเน้น และมีความมั่นใจในเรื่องความแข็งแรงทุกรูปแบบ น้ำหนักมาตราฐาน : 125, 150, 185, 230 กรัม/ตารางเมตร

KT – กระดาษคราฟท์สีน้ำตาล ผลิตจากเยื่อ Recycled 100% เมื่อนำมาออกแบบผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ นอกจากสวยงามแล้วยังแข็งแรงคงทน ยังสามารถรองรับการกดทับจากวางเรียงซ้อนได้ เหมาะสำหรับสินค้าหลากหลายชนิด เพื่อใช้ในการขนส่ง และเพื่อส่งเสริมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม น้ำหนักมาตราฐาน : 125, 150 กรัม/ตารางเมตร

KI – กระดาษคราฟท์สีน้ำตาลอ่อน มีความสามารถในการจัดเรียง วางซ้อนได้ง่าย และยังทนต่อความชื้นของอากาศได้ เหมาะกับกล่องสินค้าขนาดเล็กที่บรรจุภัณฑ์ไม่ต้องมีความแข็งแรงมากนัก ใช้กับงานพิมพ์ภาพหรือพิมพ์ตัวหนังสือได้อย่างสวยงาม เช่น กล่องอาหารสำเร็จรูป กล่องเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการพิมพ์เป็นภาพสี กล่องเครื่องสำอางขนาดเล็ก น้ำหนักมาตรฐานของกระดาษ : 125, 150, 185 กรัม/ตารางเมตร

KK – กระดาษคราฟท์สีเหลืองอ่อนธรรมชาติ เป็นกระดาษคราฟท์เกรดต่ำ แต่มีความแข็งแรง ทนทานใช้ได้ ทั้งยังเหมาะสำหรับการวางเรียงซ้อน นิยมนำไปใช้กับพัสดุต่าง ๆ เช่น กล่องลังเบียร์ กล่องใส่มาม่า เป็นต้น  น้ำหนักมาตราฐาน : 125, 150,185 กรัม/ตารางเมตร

งานพิมพ์ที่นิยมทำมาจากกระดาษคราฟท์

เนื่องจากกระดาษคราฟท์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เพราะมีคุณสมบัติทนทาน แข็งแรง แถมเนื้อกระดาษมีความเรียบ ช่วยให้สามารถนำไปใช้กับงานพิมพ์ต่าง ๆ ได้สวยกว่ากระดาษชนิดอื่น ๆ และกระดาษคราฟท์ยังมีหลายชนิด และหลายสี สามารถนำไปดัดแปลง พับ ตัด หรือติดปะเข้ากับสิ่งไหนก็ได้ รวมถึงนำไปใช้ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ และสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น กล่องบรรจุภัณฑ์ ถุงกระดาษ ซอง สติ๊กเกอร์ สายคาดสินค้า โปสการ์ด นามบัตร เมนูอาหาร ไปจนกระทั่งงานฝีมือต่าง ๆ อีกมากมาย

ข้อดีของกระดาษคราฟท์

  • แข็งแรง ทนทานสูง เหมาะนำไปใช้เป็นบรรจุภัณฑ์
  • น้ำหนักเบา แต่สามารถรองรับสิ่งของหนัก ๆ ได้
  • พื้นผิวเรียบ ทำให้เหมาะแก่การงานพิมพ์ ช่วยเพิ่มความสวยงาม
  • นำกลับมารีไซเคิล ใช้งานได้ใหม่ ช่วยลดปัญหามลภาวะจากขยะ
  • เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายตามธรรมชาติได้
  • ดัดแปลง และใช้งานได้หลากหลาย
  • ราคาถูก ช่วยลดต้นทุนให้กับบริษัทได้

ข้อเสียของกระดาษคราฟท์

  • ทนต่อแรงเจาะทะลุได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับวัสดุชนิดอื่น
  • ไม่สามารถป้องกันการซึมของน้ำ และการเปียก หากโดนแช่อยู่ในน้ำ
  • ไม่สามารถป้องกันความชื้น และความมันได้สูงนัก

สรุป

ในปัจจุบันคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และใช้สิ่งของจากธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จึงทำให้กระดาษคราฟท์ ที่เป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และยังสามารถนำมากลับมาใช้ซ้ำได้ ทำให้ผู้ผลิตหลาย ๆ แบรนด์ หันมาใช้แทนการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้กระดาษคราฟท์ ก็ยังมีหลากหลายประเภท จึงทำให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลายอีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กล่องบรรจุภัณฑ์ ถุงกระดาษ ซอง สติ๊กเกอร์ สายคาดสินค้า โปสการ์ด นามบัตร เมนูอาหาร ฯลฯ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รูปภาพ: https://www.behance.net/

รวมบ้านพัก ริมทะเล บรรยากาศดี น่าไปพักผ่อน

ทะเล เป็นอีกหนึ่งในสถานที่พักผ่อนยอดนิยม เหมาะสมสำหรับทุกเพศทุกวัย ซึ่งใครที่กำลังวางแผนที่จะไปเที่ยวทะเลใกล้ ๆ กรุงเทพฯ และอยากได้ที่พักเป็นแบบบ้านพัก ฟีลเหมือนบ้านพักตากอากาศริมทะเล ตื่นมาชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงทะเล ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวมบ้านพัก ริมทะเล บรรยากาศดี น่าไปพักผ่อน มาฝากทุกคนกันค่ะ ซึ่งไม่ว่าจะไปกับเพื่อนสนิท ไปกับแฟน หรือไปกับครอบครัว รับรองว่าจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และมีแต่ความประทับใจแน่นอนค่ะ

รวมบ้านพัก ริมทะเล บรรยากาศดี

Koh Kood Resort

Koh Kood Resort รีสอร์ทที่ลักษณะที่พักเป็นแบบบังกะโล ตกแต่งด้วยวัสดุไม้ ให้ความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติ และห้องพักของที่นี่อยู่ท่ามกลางต้นไม้ให้ความร่มรื่น ไม่ร้อน แถมแต่ละหลังก็อยู่ห่างกันให้ความเป็นส่วนตัวสุด ๆ อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นแอร์คอนดิชั่น พัดลมเพดาน ห้องน้ำส่วนตัว ห้องแต่งตัว และห้องอาบน้ำแบบเปิดเพดาน ซึ่งมีทั้งน้ำเย็น และน้ำอุ่น ด้านหน้ารีสอร์ทมองเห็นวิวทะเลสวยงาม มีคาเฟ่ชิค ๆ ไว้นั่งชิลชมวิวทะเล และชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นได้อีกด้วย

ที่ตั้ง: 45 หมู่ 5 อ่าวบางเบ้า ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

เฟซบุ๊ก: Koh Kood Resort

เว็บไซต์: https://www.kokoodresort.com/

 

To The Sea The Resort Koh Kood

To The Sea The Resort Koh Kood รีสอร์ทสไตล์ทรอปิคอลบีช ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ ห้องพักมีให้เลือก 4 รูปแบบ ทั้งโซนติดหาดมองจากภายในห้องพักก็เห็นวิวทะเล โซนสวนห่างจากชายหาดไม่ไกล ให้อารมณ์แบบบ้านสวนริมทะเล ซึ่งภายในห้องพักนั้นดีไซน์ด้วยสีเรียบง่าย เน้นความเป็นธรรมชาติ โดยใช้วัสดุจากไม้เป็นหลัก ทั้งนี้ที่นี่ยังมีจุดเด่นอยู่ที่สะพานไม้ทอดยาวหน้ารีสอร์ทให้ไปถ่ายรูปสวย ๆ กันอีกด้วย

ที่ตั้ง: 6/1 หมู่ 5 อ่าวบางเบ้า ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

เฟซบุ๊ก: To The Sea The Resort Koh Kood

เว็บไซต์: https://totheseakohkood.com/

 

Aleenta Hua Hin – Pranburi Resort & Spa

Aleenta Hua Hin – Pranburi Resort & Spa รีสอร์ทสไตล์บูทีคสุดหรูริมทะเลปราณบุรี บรรยากาศส่วนตัว เงียบสงบ การตกแต่งให้กลิ่นอายของบาหลี และห้องมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยส่วนใหญ่มีสระส่วนตัว และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งนี้แต่ละห้องตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาด ทำให้มองเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม ทำให้รู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม และได้สัมผัสธรรมชาติแบบจริง ๆ นอกจากนี้ที่นี่ก็มีร้านอาหาร และร้านเบเกอรี่สุดอร่อยให้ได้ไปนั่งดื่มกาแฟ นั่งทานขนมกันอีกด้วย

ที่ตั้ง: 183 หมู่ 4 ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เฟซบุ๊ก: Aleenta Hua Hin – Pranburi

เว็บไซต์: https://www.aleenta.com/huahin/

 

Regent Chalet Hua Hin

Regent Chalet Hua Hin รีสอร์ทบนชายหาดหัวหิน ตัวรีสอร์ทหันหน้าสู่อ่าวไทย ทางทิศตะวันออก ให้ผู้เข้าพักได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ได้สัมผัสกับธรรมชาติอันร่มรื่น ในส่วนของโซนที่พักแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ๆ ซึ่งแต่ละโซนล้วนมีความเชื่อมโยงและถูกจัดวางไว้ในที่ทางอย่างเหมาะสม โดยมีโซนสระว่ายน้ำเป็นเหมือนศูนย์กลางของรีสอร์ท ที่เปิดพื้นที่ให้แขกที่มาพักแต่ละโซนได้มาเล่นน้ำ พักผ่อนหย่อนใจบริเวณริมสระได้สะดวก ทั้งนี้ห้องพักได้รับการออกแบบผสมผสานความทันสมัย ความเป็นไทย และธรรมชาติไว้อย่างลงตัว

ที่ตั้ง: 849/21 ถนนเพชรเกษม ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

เฟซบุ๊ก: Regent Chalet Hua Hin

เว็บไซต์: https://www.regentchaletchaam.com/th/

 

Resto Sea Resort

Resto Sea Resort รีสอร์ทสไตล์มินิมอลผสมบาหลี ตั้งอยู่ติดริมทะเลบ้านกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มาพร้อมกับห้องพักสไตล์วิลล่า ให้เราได้มาพักผ่อนกันในบรรยากาศเป็นส่วนตัวกับห้องพักที่มีให้เลือกหลายสไตล์ ซึ่งบ้านพักแต่ละหลังก็มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกจัดเต็ม เหมือนเป็นบ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมทะเลจริง ๆ นอกจากนี้ ทางรีสอร์ทยังมีคาเฟ่ และร้านอาหารริมทะเล พร้อมสระว่ายน้ำส่วนกลางให้เราได้มานั่งพักผ่อน และโพสต์ท่า จิบกาแฟ ถ่ายรูปสวย ๆ กันได้เลยค่ะ

ที่ตั้ง: 44/1 ม.9 บ้านกรูด ตำบล ธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เฟซบุ๊ก: Resto Sea Resort

เว็บไซต์: https://www.restosearesort.com/th/index.html

 

Kept Bangsaray Hotel Pattaya

Kept Bangsaray Hotel Pattaya รีสอร์ทที่มีสไตล์การตกแต่งเหมือนบาหลี ให้บรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ ท้องฟ้า และน้ำทะเลที่สวยสดงดงาม ซึ่งที่พักนั้นก็มีให้เลือกทั้งแบบห้องพัก และวิลลาส่วนตัว นอกจากนี้ห้องพัก และวิลลา ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน ฟรีอินเทอร์เน็ต Wi-Fi สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องอาหารก็มีให้บริการอยู่ตลอด และยังมีมุมให้สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนริมทะเลอีกด้วย เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก ๆ

ที่ตั้ง: 4/2 หมู่ 5 ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เฟซบุ๊ก: Kept Bangsaray Hotel Pattaya

เว็บไซต์: https://keptbangsaray.com/th/

สรุป

ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวทะเลใกล้ ๆ กรุงเทพฯ และกำลังมองหาห้องพักแบบบ้านพักเป็นหลัง ๆ เพื่อต้องการความเป็นส่วนตัว และสามารถพักผ่อนได้เต็มที่ ก็สามารถเลือกดูรีสอร์ทด้านบนได้เลยค่ะ ใครชอบที่ไหนก็จองไปพักกันได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

ชี้พิกัดเวียนเทียนวันมาฆบูชา 2566 เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า

วันมาฆบูชาในปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 6 มีนาคม 2566 ซึ่งวันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นวันที่พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และมีเหตุอัศจรรย์พร้อมกัน 4 ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต การประชุมพร้อมกันด้วย องค์ 4 และในวันนี้ พระพุทธเจ้าทรงกระทำวิสุทธิอุโบสถ ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ถือกันว่าเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ซึ่งวันมาฆบูชา นอกจากจะไหว้พระทำบุญแล้ว ยังมีการเวียนเทียนอีกด้วย ดังนั้น สำหรับคนที่ไม่อยากพารถไปเอง หรือไม่มีรถ และต้องการจะไปเวียนเทียน วันนี้เราก็ได้จะมาชี้พิกัดเวียนเทียนวันมาฆบูชา 2566 เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า มาฝากกันค่ะ

พิกัดเวียนเทียนวันมาฆบูชา 2566 ใกล้รถไฟฟ้า

วัดหัวลำโพง

วัดหัวลำโพง เป็นวัดเก่าแก่โบราณ สร้างมาตั้งแต่ช่วงต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ประมาณรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 3 พระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระนามว่า พระพุทธมงคล ซึ่งตามความเชื่อแล้ว การขอพรกับพระพุทธรูปปางมารวิชัย จะช่วยปกป้องในเรื่องของภัยจากศัตรู และการเงินต่าง ๆ นอกจากทำบุญ เวียนเทียนแล้ว ใครที่อยากทำบุญโลงศพ เสริงดวงชะตาก็มาได้ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีสามย่าน ออกทางออกที่ 1 พอออกมาเดินไม่ไกลก็ถึงวัดแล้วค่ะ

รถไฟฟ้า : MRT สถานีสามย่าน ออกทางออกที่ 1

ที่ตั้ง: 728 ถนนพระรามที่ 4 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: เปิด 24 ชั่วโมง

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/wathualampong/?locale=th_TH

 

วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร

วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดราชวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ สถาปนาขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2400 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งที่วัดแห่งนี้มีหลวงพ่อพระเสริม เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่แบบศิลปะล้านช้างเวียงจันทน์ นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระไส” หรือ “พระสายน์” เป็นพระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัยจากเวียงจันทน์ และพระเจดีย์ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ เป็นวัดที่สามารถเดินทางมาทำบุญ และเวียนเทียนได้ง่าย เพราะอยู่ใจกลางเมื่อง ซึ่งการเดินทางนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส BTS ลงสถานีสยาม แล้วออกทางออกที่ 5 ใช้เวลาเดินไปถึงวัดประมาณ 6 นาทีค่ะ

รถไฟฟ้า : BTS สถานีสยาม ออกทางออกที่ 5

ที่ตั้ง: 969 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: 06.00 – 21.00 น.

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/pathumwanaram/?locale=th_TH

 

วัดไตรมิตรวิทยาราม

วัดไตรมิตรวิทยาราม หรือที่เรียกว่า วัดสามจีน ซึ่งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของวัด ก็คือ พระมหามณฑป ที่เป็นที่ประดิษฐานองค์ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ หลวงพ่อทองคำ ที่วิจิตรงดงามอย่างมาก และยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีพระอุโบสถ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนามว่า พระพุทธทศพลญาณ หรือ หลวงพ่อโตวัดสามจีน รวมไปถึงพระวิหาร และธรรมาสน์ลายทองเท้าสิงห์ ในส่วนของการเดินทางมาไหว้พระทำบุญ เวียนเทียนในวันวันมาฆบูชา สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีหัวลำโพง ออกทางออกที่ 1 เดินไปเรื่อยๆ ประมาณ 7 นาทีก็ถึงวัดแล้วค่ะ

รถไฟฟ้า : MRT สถานีหัวลำโพง ออกทางออกที่ 1

ที่ตั้ง: 661 ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: 05.00 – 20.00 น.

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/WatTrimitrWithayaramWorawihan/?locale=th_TH

 

วัดธาตุทอง

วัดธาตุทอง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2481 ในส่วนของพระอุโบสถ ภายในประดิษฐาน “พระสัพพัญญู” พระประธานประจำพระอุโบสถ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย และส่วนของพระวิหาร “สิมปาภรณ์” เป็นพระวิหารหลังเก่าที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2514 ภายในประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน ซึ่งการเดินทางมาไหว้พระทำบุญ และเวียนเทียนในวันวันมาฆบูชา สามารถนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส BTS ลงสถานีเอกมัย แล้วออกทางออกที่ 3 ใช้เวลาเดินไปถึงวัดประมาณ 2 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ

รถไฟฟ้า : BTS สถานีเอกมัย ออกทางออกที่ 3

ที่ตั้ง: 1325 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: 05.00 – 21.30 น.

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/watthatthong/?locale=th_TH

 

วัดบางนาใน

วัดบางนาใน อุโบสถมุงหลังคากระเบื้องดินเผา เคลือบสีแบบเกล็ดหางมน ซุ้มประตูหน้าต่างทำเป็นปูนปั้นลงรักปิดทอง มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องทศชาติชาดกอยู่ภายใน มีพระเจดีย์ทรงกลม องค์สีทอง บนยอดมีฉัตร มีพระปางประทานพรประดับอยู่ยอดองค์เจดีย์ทั้ง 4 ทิศ และมีเจดีย์มุมองค์เล็กสีทองทั้งองค์ทั้ง 4 ทิศ พระประธานประจำองค์เจดีย์ นาม พระพุทธสยามภูมินาถ ซึ่งมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของประชาชนในแผ่นดิน สามารถไปทำบุญ ทำสังฆทาน และเวียนเทียนเสริมความสิริมงคลให้ตัวเองได้ โดยการนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส BTS ลงสถานีบางนา แล้วออกทางออกที่ 2 ใช้เวลาเดินไปถึงวัดประมาณ 9 นาทีค่ะ

รถไฟฟ้า : BTS สถานีบางนา ออกทางออกที่ 2

ที่ตั้ง: 3322 ซอยสรรพาวุธ 1 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: 08.00 – 20.00 น.

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/Watbangnanai.Siyaekbangna/

 

วัดยานนาวา

วัดยานนาวา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญกรุง เป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว โดยจุดเด่นของวัดนี้ก็คือ สำเภายานนาวา ที่โดดเด่นมาแต่ไกล นอกจากนั้นก็มีพระเจดีย์องค์ใหญ่ และเจดีย์องค์เล็ก ๆ อยู่ในลำสำเภารวมอีกด้วย และยังมีภาพจิตรกรรมกระทงใหญ่ ที่ถอดแบบมาจากพระราชพิธีลอยพระประทีป และโถยาคู เหมือนแบบอย่างที่ทำเลี้ยงพระ ในพระราชพิธีสารทในสมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย ซึ่งการมาไหว้พระทำบุญ และเวียนเทียนในวันวันมาฆบูชา สามารถนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส BTS ลงสถานีตากสิน แล้วออกทางออกที่ 4 ใช้เวลาเดินไปถึงวัดประมาณ 12 นาทีค่ะ

รถไฟฟ้า : BTS สถานีตากสิน ออกทางออกที่ 4

ที่ตั้ง: 40 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-เปิด: 08.30 – 17.00 น.

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/pages/category/religious-organization/

สรุป

สำหรับใครที่อยากไปไหว้พระทำบุญ และเวียนเทียนในวันมาฆบูชา ก็สามารถเดินทางได้ง่าย ๆ สะดวกสบาย ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และรถไฟฟ้า BTS แบบไม่ต้องกลัวรถติด ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่จอดรถอีกด้วย เพราะแต่ละวัดที่เราได้มาแจกพิกัด อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า และสามารถเดินไปถึงวัดได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

หนังสือกับการเปลี่ยนแปลงสุดน่าทึ่ง ที่หลายคนยังไม่รู้!!

หนังสือ มีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือจิตวิทยา หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูน นิตยสาร และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้คุณสามารถได้เลือกอ่านกัน แต่รู้หรือไม่ว่า หนังสือเกิดขึ้นมาได้อย่างไร การทำหนังสือ เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยไหน และการทำหนังสือ มีขั้นตอนที่ยุ่งยากเพียงใด วัสดุที่ใช้ทำหนังสือในอดีตแตกต่างกันไปในแต่ละชนชาติหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูหนังสือกับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย จนถึงปัจจุบัน มาฝากกันค่ะ

หนังสือกับการเปลี่ยนแปลงสุดน่าทึ่ง!!

จุดเริ่มต้นของหนังสือ 

ก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์รู้จักวิธีการเขียนหนังสือลงบนกระดาษที่เรียกว่า “ Papyrus ” และทำเป็นเล่มโดยการม้วนในลักษณะที่เรียกว่า“ Volumen ” ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นคำว่า “ Volume ” หนังสือลักษณะนี้ เล่มที่เก่าแก่ที่สุดคือ “ The Great Harris Papyrus ” ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ประเทศอังกฤษ มีความยาวของม้วน 133 ฟุต และหน้ากว้าง 16 ¾ นิ้ว เป็นหนังสือที่ระบุเวลาไว้ว่า เป็นปีที่ 32 ของกษัตริย์รามเสส ที่ 3

เมื่อราว 400 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวจีนรู้จักการนำผ้าไหมมาใช้งาน ได้มีการเขียนหนังสือลงบนผ้าไหม ทำเป็นเล่มในลักษณะม้วนเหมือนกับอียิปต์ และหลังจากที่จีนคิดกระดาษขึ้นใช้ใน ค.ศ. 105 การทำหนังสือก็ยังใช้ลักษณะเป็นม้วนเช่นเดิม หนังสือของจีนที่พิมพ์ด้วยบล็อกไม้ และมีหลักฐานคงเหลืออยู่คือ ชิ้นพิมพ์วัชรสูตร เป็นม้วนกระดาษยาว 16 ฟุต กว้าง 1 ฟุต มีวันที่พิมพ์ และชื่อผู้พิมพ์ปรากฏในหนังสือว่า “ พิมพ์เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม 868 โดย วางชี ” สำหรับแจกทั่วไปเพื่อเป็นที่ระลึกถึง บิดามารดา นับว่าเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งก็มีลักษณะเป็นม้วน

ชิ้นพิมพ์ที่เก่าที่สุด

ชิ้นพิมพ์ที่เก่าที่สุดที่มีลักษณะเป็นชิ้นพิมพ์ที่พบที่ญี่ปุ่น เป็นการพิมพ์ยันต์ และคาถา จัดพิมพ์ขึ้นโดยโองการของจักรพรรดิ โชโตกุ เพื่อแจกในปี ค.ศ. 770 ก่อนที่จีนจะรู้จักการใช้ผ้าไหม และกระดาษ การเขียนหนังสือจะเขียนลงบนไม้ไผ่ ทำเป็นเล่มหนังสือโดยเจาะรูร้อยเชือกไว้เป็นมัด ๆ การทำเล่มหนังสือในลักษณะนี้ทำขึ้นในราวประมาณ 500 ปี ก่อนคริสตกาล

อินเดียก็มีการทำเล่มหนังสือโดยใช้วิธีจารลงบนใบลาน แล้วจึงเจาะร้อยเชือกเป็นเล่มในลักษณะคัมภีร์พระเทศน์ ที่ยังคงมีใช้กันในปัจจุบันนี้ หนังสือใบลานลักษณะนี้ใกล้เคียงกับสมัยพุทธกาล คือในราว 500 ปี ก่อนคริสตกาล

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบหนังสือ

ก่อนคริสตกาล ชาวกรีกเขียนหนังสือแล้วใช้แผ่นไม้ 2 แผ่น มีห่วงโลหะยึดให้ติดกันไว้ตรงกลาง มีลักษณะคล้ายกับเล่มหนังสือ

ต่อมาในปี ค.ศ. 950 ชาวจีนเป็นผู้ริเริ่มดัดแปลงรูปเล่มหนังสือก่อนชาติอื่น เนื่องจากการใช้หนังสือที่มีลักษณะเป็นม้วน ทำให้ขาดความสะดวกในการค้นคว้าหรืออ้างอิงในส่วนกลาง ๆ ของเล่ม เพราะจะต้องหมุนม้วนไปจนถึงบริเวณที่ต้องการ ทำให้เสียเวลา จึงได้คิดค้นทำหนังสือให้เป็นลักษณะหนังสือพับ ( Folder book ) คือพับไปพับมามีลักษณะคล้ายสมุดข่อยของไทย ทำให้เกิดความสะดวกในการค้นคว้า จะเปิดอ่านตอนไหนของเล่มก็สะดวก และรวดเร็ว

เกิดหนังสือแบบเย็บเล่ม ( Stitch book )

ปี ค.ศ. 1116 จีนเริ่มรู้จักเย็บเล่มหนังสือพับด้วยเชือก โดยเย็บทางด้านข้างให้ติดกับด้านหนึ่ง และเปิดอ่านอีกด้านหนึ่ง กระดาษที่จีนทำด้วยมือในระยะแรก ๆ จะเป็นกระดาษบาง ตัวหนังสือเขียนด้วยพู่กัน และหมึกที่มีตัวนำเป็นน้ำ ทำให้กระดาษเขียนได้หน้าเดียวคือเขียนลงบนกระดาษแล้วพับกลาง ให้ด้านที่เขียนหนังสืออยู่ข้างนอก แล้วเรียงลำดับซ้อนกัน และเย็บติดกันตรงสันซึ่งเป็นด้านปลายกระดาษ ด้านพับจึงเป็นด้านริมของหนังสือที่เปิดได้ นับว่า จีนเป็นผู้คิดหนังสือเย็บเล่ม ( Stitch book ) เป็นชาติแรก และชาติอื่น ๆ จึงได้นำมาเลียนแบบ

ในยุโรปมีการคิดทำ Parchment ( หนังสัตว์ที่ฟอกแล้ว ) มาใช้สำหรับเขียน และมีการทำหนังสือโดยการเขียนด้วยมือ พระ และบาทหลวงตามวัดต่าง ๆ ได้ผลิตหนังสืออกมาเป็นจำนวนมาก โดยใช้วิธีการเขียนหนังสือคัดตัวบรรจงอย่างสวยงาม มีการใส่กนกลวดลาย ภาพประดิษฐ์ต่าง ๆ ในหน้าหนังสือ และระบายสีอย่างงดงาม เรียกหนังสือนี้ว่า “ Illuminated book ” มีการทำปกแข็งด้วยหนัง และโลหะ แล้วเย็บเป็นเล่มให้เปิดได้ด้านหนึ่ง มีลักษณะคล้ายหนังสือในปัจจุบันนี้ แต่มีขนาดตัวเล่มใหญ่มาก ส่วนใหญ่ต้องตั้งอ่านบนโต๊ะ

รูปแบบหนังสือที่นำมาใช้ในปัจจุบัน

จนถึงปี ค.ศ. 1499 Aldus Manutius ซึ่งเป็นช่างพิมพ์ชาวเวณิช ในอิตาลี ได้จัดทำตัวพิมพ์ให้มีขนาดเล็กลง และผลิตหนังสือให้มีลักษณะรูปเล่ม และขนาดหนังสือเท่ากับหนังสือที่ใช้กันในปัจจุบัน สำนักพิมพ์ของเขาคือ Aldine Press ซึ่งมีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ทำให้มีผู้นิยมอ่านหนังสือกันอย่างแพร่หลาย แต่รูปเล่มของหนังสือยังขาดความประณีตสวยงาม เพียงให้มีลักษณะเป็นเล่มเท่านั้น

กระทั่งในปี ค.ศ. 1888 William Morris ได้ตั้ง Kelmscott Press ขึ้นที่ประเทศอังกฤษ และได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการผลิตหนังสือ โดยให้มีการออกแบบ และวางรูปเล่มอย่างเป็นศิลปะที่จะต้องทำด้วยความประณีต และรอบคอบ ดังนั้น ความคิดต่าง ๆ ในการออกแบบ การจัดวางรูปเล่ม และการจัดพิมพ์หนังสือ จึงเกิดได้ขึ้นอย่างแพร่หลาย ทำให้มีผู้สนใจศึกษากันมากยิ่งขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้

รูปแบบหนังสือของไทย 

เนื่องจากประเทศไทยมีแบบฉบับหนังสือเป็นของตนเองมานาน ตั้งแต่โบราณกาล โดยการใช้วัตถุดิบของท้องถิ่นที่มีในธรรมชาติ ประดิษฐ์เล่มหนังสือ อาทิ ใบไม้ เปลือกไม้ และเยื่อไม้ เป็นวัสดุรองรับในการเขียน ใช้อินทรีย์วัตถุ เช่น ดิน หิน – แร่ธาตุ เป็นหมึก และสีสำหรับบันทึกตัวอักษร และวาดภาพ เพื่อใช้สำหรับบันทึกเรื่องราวทางศาสนา ตำรา จดหมายเหตุ วรรณคดี ตลอดจนภาพจิตรกรรมต่าง ๆ หนังสือของไทยจึงนับเป็นสมบัติที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ที่ทรงคุณค่าทั้งทางด้านศาสตร์ และศิลป์ของชาติไทย

หนังสือของไทยมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นลำดับอันยาวนาน และมีหลากหลายลักษณะรูปเล่ม เช่น หนังสือฉบับเขียน หนังสือใบลาน หนังสือสมุดไทย หนังสือฉบับพิมพ์ หนังสือหายาก หนังสืองานศพ และในปัจจุบันก็ยังมีหนังสือในรูปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-book อีกด้วย

สรุป

ในอดีตการทำหนังสือวัสดุที่ใช้ทำหนังสือจะแตกต่างกันไปในแต่ละชนชาติ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ พัฒนาจนเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก ทั้งวัสดุที่นำมาทำหนังสือ และรูปแบบการเข้าเล่ม จนทำให้เป็นหนังสือที่เราได้อ่านกันในปัจจุบันนี้ค่ะ และในปัจจุบันก็ยังมีหนังสือในรูปของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( E-book ) ให้เราได้อ่านกันอีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจอยากทำหนังสือต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบ และผลิตหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูน นิตยสาร ไดอารี่ และหนังสืออื่น ๆ ทุกรูปแบบ ทุกประเภท โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint

Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Exit mobile version