สิ่งพิมพ์สื่อรัก…บอกรักด้วยการ์ดแทนใจ

ใกล้เทศกาลวันแห่งความรักทั้งที หลาย ๆ คนคงกำลังหาของขวัญแทนใจที่จะมอบให้กับคนรัก เพื่อน คนพิเศษ คนที่แอบชอบ หรือครอบครัว เพื่อเป็นการบอกรักให้กับคนที่เรารัก ซึ่งของขวัญก็มีหลากหลายให้ได้เลือกกัน และหนึ่งในนั้น ก็คือ การ์ด ถึงแม้การ์ดจะเป็นเพียงแค่กระดาษ 1 ใบ แต่ก็สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับได้ไม่ลืม เพราะคุณสามารถส่งต่อความรู้สึกผ่านการ์ดบอกรัก ในแบบฉบับที่เราดีไซน์ได้เอง ทำให้ผู้รับได้รับรู้ถึงความตั้งใจ และความใส่ใจ
โดยการออกแบบการ์ด เราสามารถออกแบบได้หลากหลาย ใส่รูปได้ทุกโอกาส รูปเฉพาะผู้รับ รูปคู่รักที่ถ่ายด้วยกัน รูปเพื่อนสนิท รูปครอบครัว หรือรูปที่มีความทรงจำดีต่อกัน รวมไปถึงยังสามารถระบุชื่อถึงผู้รับ ระบุวันครบรอบ หรือวันสำคัญต่อกัน รวมทั้งข้อความที่ต้องการสื่อถึงผู้รับได้อีกด้วย ทั้งนี้เมื่อคุณได้ออกแบบการ์ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว การเลือกโรงพิมพ์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าคุณเลือกโรงพิมพ์ที่ดี คุณก็จะได้การ์ดออกมาดี มีคุณภาพ สีสันชัดเจน สวยงาม และยังช่วยสร้างความประทับใจให้กับคนที่คุณรักมากยิ่งขึ้น

หากท่านใดสนใจพิมพ์การ์ดแทนใจ หรือการ์ดต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับพิมพ์การ์ดต่าง ๆ ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก ทั้งนี้เรายังรับออกแบบและพิมพ์การ์ดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ์ดแทนใจ การ์ดเชิญ การ์ดอวยพร ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ซึ่งลูกค้าสามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบขาวดำ หรือ 4 สี หรือแม้แต่การพิมพ์สีพิเศษ ต่าง ๆ พิมพ์ 1 หน้า หรือ 2 หน้า แล้วแต่ลูกค้าออกแบบ นอกจากนั้นการพิมพ์นามบัตรสามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความน่าสนใจได้หลากหลาย อาทิ เคลือบ PVC แบบมัน/ด้าน, Spot UV , ปั๊มเคเงิน/ทอง, ปั๊มนูน/จม เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

8 อันดับของขวัญแทนใจ “วันแห่งความรัก”

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรัก ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนจะมอบความรักให้กัน และกันเป็นพิเศษ รวมไปถึงการมอบของขวัญให้กันและกันในวันนี้ด้วย ซึ่งก็มีของขวัญมากมายที่ให้ได้เลือกซื้อกัน แต่ในวันนี้เราจะพาไปดูกันว่าของขวัญแทนใจอะไรบ้างที่คนนิยมซื้อให้กันในวันแห่งความรักเช่นนี้ จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันเลยค่ะ

1. ช่อดอกไม้
การมอบดอกไม้ให้กัน ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำวันแห่งความรักไปแล้ว ซึ่งดอกไม้ที่นิยมมอบให้กัน คือ ดอกกุหลาบ เพราะนอกจากจะดูสวยงาม ยังสามารถแสดงความรู้สึกได้จากสีของดอกกุหลาบ ได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็สามารถมอบดอกไม้อื่นให้ได้เช่น ก็ถือเป็นการแสดงออกถึงความรักอีกรูปแบบหนึ่ง

2. ช็อกโกแลต
ช็อกโกแลต เป็นอีกหนึ่งของขวัญที่นิยมกันมากในช่วงวันวาเลนไทน์ เพื่อเป็นการบอกความรู้สึกภายในใจ และเป็นการแสดงออกถึงความรัก ซึ่งช็อกโกแลต ก็มีให้เลือกหลายหลายรูปแบบ และสามารถหาซื้อได้ง่าย แถมยังมีให้เลือกหลายราคาอีกด้วย

3. ดินเนอร์
การไปดินเนอร์ในวันแห่งความรัก ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกภายใต้แสงเทียน และได้ทานอาหารอร่อย ๆ ด้วยกัน พูดคุยถึงเรื่องราวต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นของขวัญที่ดีอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากยิ่งขึ้น

4. กระเป๋า
การมอบกระเป๋าให้กันในวันแห่งความรัก ก็ถือเป็นของขวัญที่แทนใจได้ดีเช่นเดียวกัน เพราะกระเป๋าถือเป็นไอเทมที่ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย ซึ่งเป็นจำเป็นที่ต้องใช้อยู่แล้ว ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะให้เป็นใบใหญ่หรือใบเล็ก คนที่ได้รับก็ต้องดีใจอย่างแน่นอน

5. น้ำหอม
น้ำหอม ถือเป็นของขวัญยอดนิยมอันดับต้น ๆ ที่เป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งผู้ชายผู้หญิง ซึ่งการเลือกซื้อน้ำหอมให้กับคนที่รักนั้น ก็ถือเป็นการแสดงออกถึงความโรแมนติกได้เช่นเดียวกัน เพราะคุณจะเลือกน้ำหอมที่เหมาะกับคนที่คุณรัก หรือจะซื้อกลิ่นที่เขาใช้เป็นประจำ หรือกลิ่นที่เขาเคยบ่นว่าอยากได้ เมื่อคุณมอบให้เขา รับรองว่าเขาจะต้องดีใจอย่างแน่นอน

6. นาฬิกา
นาฬิกา ก็ถือเป็นของขวัญแทนใจได้ดีอีกอย่างหนึ่ง เพราะสำหรับบางคนจะชอบใส่นาฬิกา เมื่อใส่นาฬิกาที่คนรักมอบให้แล้ว ก็ต้องคิดถึงคนรักทุกครั้งที่ได้ก้มมองดู ซึ่งนาฬิกา ก็เปรียบเสมือนว่าเราได้อยู่ด้วยตลอดเวลา ในส่วนของราคาก็มีหลายราคาให้ได้เลือกซื้อกัน รวมไปถึงแบรนด์ และรูปแบบของนาฬิกา

7. รองเท้า
การมอบรองเท้าให้เป็นของขวัญในวันแห่งความรัก ถือเป็นของขวัญที่สามารถใช้ได้หลากหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบ รองเท้าแตะ รองเท้าทำงาน ซึ่งการมอบรองเท้าให้ก็เปรียบเสมือนเป็นการร่วมเดินทางใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไป เป็นของขวัญอีกชิ้นที่มีความหมายดี ๆ และสร้างความประทับใจให้กับผู้รับได้ดีอีกด้วย

8. เครื่องประดับ
การมอบเครื่องประดับให้เป็นของขวัญแทน ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ ต่างหูหรือกำไล ต่างก็เป็นสิ่งของแทนใจได้ทั้งนั้น เพราะสามารถสวมใส่ได้ทุกวัน โดยอาจจะเลือกเป็นรูปหัวใจ หรือรูปอื่น ๆ ที่เขาชอบหรือสลักเป็นชื่อคนรัก ก็ถือเป็นของขวัญสุดพิเศษที่คนรักของคุณจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

ของขวัญทั้ง 8 อับดับที่เรานำมาฝาก เป็นของขวัญที่คนนิยมมอบให้กันในวันแห่งความรัก ซึ่งของขวัญแต่ละอย่างก็เป็นของขวัญที่มีความหมายดี เชื่อว่าคนที่ได้รับของขวัญเหล่านี้ก็จะรู้สึกดีใจ และประทับใจอย่างแน่นอนค่ะ

รวมไอเทมพกติดตัวป้องกัน COVID-19

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้กลับมาระบาดอีกครั้ง ทำให้ทุกคนต้องกลับมาดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันตัวเองจากภาวะเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นอกจากการเว้นระยะห่างทางสังคม และไม่ไปในพื้นที่แออัดแล้ว การพกไอเทมที่ช่วยป้องกันโรคโควิด-19 ก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในวันนี้เราได้รวบรวมไอเทมพกติดตัวป้องกัน COVID-19 มาฝากกันค่ะ จะมีไอเทมอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

หน้ากากอนามัย
หน้ากากอนามัย เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ทุกคนต้องมี และต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก หรือ ต้องออกไปพบเจอผู้คน เพราะโรคโควิด-19 มีความสามารถพิเศษในการแพร่กระจายเชื้อในอากาศได้ง่าย และรวดเร็ว ซึ่งหน้ากากอนามัย ถือเป็นวิธีป้องกันที่ง่าย และดีที่สุดสำหรับตัวคุณเอง ทั้งนี้หน้ากากอนามัยที่ใช้ป้องกันเชื้อโรค เชื้อไวรัสได้นั้น มีให้เลือกทั้งแบบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หน้ากากอนามัยแบบคาร์บอน หรือหน้ากากอนามัย N95 ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงสุดในเรื่องการป้องกันเชื้อโรค และฝุ่นละออง

แอลกอฮอล์เจลล้างมือ
แอลกอฮอล์เจลล้างมือแบบพกพา เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เพราะความสะอาดของมือเป็นเรื่องสำคัญ จึงทำให้ต้องล้างมือบ่อย ๆ ซึ่งแอลกอฮอล์เจลล้างมือ มีขนาดที่พกพาง่าย ใช้งานสะดวก โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องใช้รถสาธารณะแล้วเกิดไปสัมผัสกับราวหรือสิ่งของต่าง ๆ ก็สามารถหยิบขึ้นมาทำความสะอาดได้ทันที โดยแอลกอฮอล์เจลล้างมือที่พกติดตัวควรมีความเข้มข้น 70% จึงจะสามารถผ่านเข้าสู่เซลล์ไปฆ่าเชื้อโรคได้ง่ายกว่าความเข้มข้นที่มากกว่า 90% ดังนั้นการเลือกควรดูฉลากข้างขวด และเลือกขวดที่มี อย. เสมอเพื่อความปลอดภัย

สเปรย์แอลกอฮอล์
สเปรย์แอลกอฮอล์ หรือ สเปรย์ฆ่าเชื้อ ก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับทำความสะอาดมือ แต่ทั้งนี้สเปรย์แอลกอฮอล์ยังสามารถนำไปฉีดพ่นบนพื้นผิวต่าง ๆ เพื่อทำความสะอาดชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ก่อนหยิบจับ เช่น สมาร์ทโฟน แล็บท็อป คีย์บอร์ด หูฟัง ธนบัตร เหรียญ หรือฉีดบนพื้นผิวก่อนเข้าใช้ห้องน้ำสาธารณะ ช่วยเพิ่มความสะอาดให้คุณได้อีกขั้น แต่สเปรย์แอลกอฮอล์ที่ใช้ต้องผสมด้วยแอลกอฮอล์เข้มข้น 70% ขึ้นไป จึงจะสามารถฆ่าเชื่อโรคได้

สบู่ล้างมือ
ในช่วงที่มีโรคระบาดอย่างโควิด-19 การล้างมือให้สะอาดจึงมีความจำเป็นอย่างมาก ซึ่งการพกสบู่ล้างมือจึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ควรพกติดตัวไว้ เพราะการล้างมือด้วยสบู่ และล้างมืออย่างถูกวิธี โดยทำการขัด ถูตามนิ้วมือ ซอกเล็บ รวมไปถึงข้อมือ และล้างอย่างน้อย 20 วินาที จะทำให้เชื้อโรคออกจากมือของคุณได้หมดจด

ทิชชูเปียกผสมแอลกอฮอล์
การพกทิชชูเปียกผสมแอลกอฮอล์ เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ควรเพราะติดตัวไว้ เพราะมือของคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ได้เลย ซึ่งทิชชูเปียกผสมแอลกอฮอล์ สามารถพกพาได้สะดวก เพราะมีน้ำหนักเบา และหยิบใช้งานง่าย ทั้งนี้นอกจากจะนำมาเช็ดมือแล้ว ยังสามารถนำไปเช็ดพวกพื้นผิวต่าง ๆ ในพื้นที่สาธารณะ และใช้เช็ดของใช้ส่วนตัวของคุณที่มักหยิบจับ และลืมทำความสะอาด อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ กุญแจบ้าน กุญแจรถ ขวดแอลกอฮอล์เจลล้างมือ เป็นต้น

ช้อน ส้อม และกระบอกน้ำ
เนื่องจากการใช้ชีวิตในยุคโควิด-19 การสัมผัสสิ่งของสาธารณะ รวมถึงการแชร์อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ กลายมาเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด ซึ่งช้อน ส้อม และกระบอกน้ำส่วนตัว จึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่เราแนะนำให้คุณพกติดกระเป๋าเอาไว้ ไม่ว่าคุณจะจะทานอาหาร ช้อน ส้อม และกระบอกน้ำส่วนตัวที่ล้างทำความสะอาดเองกับมือจะช่วยให้ความมั่นใจว่าสะอาดปลอดภัย ลดความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสจากการใช้ช้อน ส้อม และแก้วน้ำสาธารณะร่วมกับคนอื่น ๆ ได้อีกด้วย

ถุงมือยาง
ถ้าหากคุณต้องออกไปข้างนอก แต่คุณไม่มีทั้งแอลกอฮอล์เจลล้างมือ และไม่สะดวกหาก๊อกน้ำสำหรับล้างมือ การสวมถุงมือยาง ถือเป็นตัวช่วยที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งในตอนที่คุณสวมถุงมือยาง จะต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่ควรใช้มือที่สวมถุงมือนั้นสัมผัสใบหน้า เพราะคุณอาจจะไม่รู้ว่าพื้นผิวที่สัมผัสไปนั้นมีคราบหรือน้ำปะปนมา เนื่องจากไม่ได้สัมผัสด้วยผิวตัวเองจึงอาจจะไม่รู้สึก ดังนั้นเมื่อใช้งานถุงมือยางเสร็จ ควรล้างมือให้สะอาด และถอดถุงมือทิ้งลงถังขยะให้มิดชิดหรือถ้าไม่อยากทิ้งก็ต้องล้างทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ และตากแดดให้แห้งทุกครั้ง

การระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งนี้ ยังคงพบผู้ติดเชื้ออยู่ทุกวัน ดังนั้นก็ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด ล้างมือบ่อย ๆ และเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตรค่ะ

ทริคออมเงิน ให้เป็นเศรษฐีตั้งแต่ต้นปี!

เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาบางคนอาจต้องใช้เงินเก็บทั้งปีเพื่อท่องเที่ยว ฉลอง และพักผ่อนร่างกายที่แสนเหนื่อยล้าตลอดปีที่ผ่านมา แต่เมื่อการฉลองจบลง ก็ถึงช่วงเวลาที่ต้องเริ่มกลับมาวางแผนการเก็บเงินอีกครั้ง เพื่อจะได้ใช้ในอนาคต และได้มีเงินเพิ่มไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น ซึ่งในวันนี้เราได้มีทริคออมเงินง่าย ๆ ที่คนเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ก็สามารถเก็บได้ มาฝากกันค่ะ

ตั้งเป้าหมาย
การตั้งเป้าหมาย จะทำให้เราเห็นถึงความต้องการของตัวเองได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้สามารถคาดคะเนระยะเวลาที่จะต้องเก็บออม เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งทุกคนต่างมีเป้าหมายการเก็บเงินแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะเก็บเงินไปซื้อโทรศัพท์ เก็บเงินให้พ่อแม่ เก็บเงินซื้อกองทุน หรืออื่น ๆ แต่ไม่ว่าจะมีความต้องการแบบไหน ก็จะช่วยให้มีกำลังใจในการเก็บเงินตามแผนได้ดีขึ้น

เก็บก่อนใช้
การเก็บเงินที่ดี คือ ต้องเก็บเงินก่อนใช้ ไม่ใช่ใช้ก่อนเก็บ เหลือเก็บค่อยนำมาใช้ เหลือจ่ายค่อยนำมาเก็บ ถือเป็นเคล็ดลับการเก็บเงินที่หลาย ๆ คนมักจะทำกัน สมมติมีเงินเดือน 15,000 บาท ให้กันเงินไว้ 10% จากเงินเดือน คือ 1,500 บาท ใน 1 ปี ก็จะมีเงินเก็บถึง 18,000 บาท ซึ่งการเก็บแบบนี้จะทำให้คุณมีเงินเก็บอย่างแน่นอน

ทำบัญชีรายรับรายจ่าย
การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เป็นการสร้างนิสัยการออมเงินที่ดี เพราะจะทำให้เราได้รู้ว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้างในแต่ละวัน ทั้งยังช่วยให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของการใช้จ่ายของตัวเอง และยังได้รู้ว่าเราสุรุ่ยสุร่าย ใช้จ่ายเกินวงเงินหรือเปล่า และเมื่อเห็นช่องโหว่ของตัวเอง จะได้อุดรูช่องว่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นได้ทัน

เปิดบัญชีเงินฝากประจำ
การเปิดบัญชีเงินฝากประจำ ถือเป็นตัวช่วยที่ดี ในการเก็บเงินในจำนวนเท่ากันทุกเดือน ตามระยะเวลาที่กำหนด อาจจะเป็น 3 เดือน, 6 เดือน, 12 เดือน, 24 เดือน หรือ 36 เดือน โดยเงินจำนวนนี้ไม่สามารถถอนออกก่อนกำหนดได้ เหมาะสำหรับผู้ที่เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ เพราะจะได้ทั้งเงินออม และผลตอบแทนจากดอกเบี้ย ทั้งนี้นอกจากจะช่วยให้เราออมเงินได้ดีแล้ว ยังสามารถใช้บัญชีเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคารได้อีกด้วย

พกเงินแค่พอใช้จ่ายรายวัน
เมื่อคุณกดเงินออกมาแล้ว ให้นำมาแบ่งใส่กระเป๋าสตางค์ไปแค่พอใช้จ่ายรายวัน สมมุติเวลาไปทำงานคุณใช้จ่ายวันละ 250 บาท ก็ใส่เงินไว้ในกระเป๋าแค่ 250 บาท ซึ่งวิธีนี้จะช่วยคุมงบบานปลายได้ดีมาก หรือจะแบ่งเงินใส่ซองซิป 30-31 ซอง เพื่อความสะดวกสบายในการหยิบใช้มากยิ่งขึ้นก็ได้

หยอดกระปุกทุกวัน
การเก็บเงินโดยการหยอดกระปุกทุกวัน เป็นการเก็บสะสมทีละเล็กละน้อยไม่ต้องคิดมาก วิธีการ คือทุกครั้งหลังจากที่ซื้อของหรือใช้บริการต่าง ๆ แล้วได้เงินทอนเป็นเศษเหรียญ จะไม่แตะต้องเหรียญเหล่านั้นเด็ดขาด เพราะจะต้องนำเหรียญทั้งหมดที่ได้มาแต่ละวัน ไปหยอดกระปุกที่บ้าน แล้วลองมาเปิดกระปุกดูช่วงสั้นเดือน หรือ 1 ปี จะพบว่าวิธีนี้ช่วยเซฟเงินไว้ได้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

เก็บแบงก์ 50 บาท
การเก็บแบงก์ 50 บาท วิธีการก็คือ ทุกครั้งที่ใช้จ่ายในการซื้อของหรือบริการต่าง ๆ หากได้ทอนเป็นแบงก์ 50 ก็จะต้องเก็บ และห้ามยุ่งกับแบงก์ดังกล่าวเด็ดขาด โดยนำไปเก็บใส่กล่อง หรือกระปุกทันที พร้อมกำหนดระยะเวลาการเก็บ อาจเป็น 6 เดือน หรือ 1 ปี เมื่อถึงเวลานับ จะมีเงินมากขึ้นแบบคาดไม่ถึง ซึ่งวิธีออมเงินแบบนี้มีข้อดีคือ เป็นวิธีออมเงินที่ง่าย สามารถทำได้ทันทีเมื่อได้เงินทอน อีกทั้งการออมเงินด้วยแบงก์ 50 ก็ถือว่าไม่มาก และไม่น้อยเกินไป

การเริ่มเก็บเงินจากเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถทำให้เรามีเงินเป็นก้อนได้ ซึ่งเราก็ต้องมีวินัยในการออม รวมทั้งการวางแผนการเงินที่ดี เพราะการที่มีเงินออมไว้นั้น ถือเป็นหลักประกันไว้ใช้ในชีวิตยามฉุกเฉินได้ สำหรับบางคนที่ยังไม่เริ่มเก็บเงิน ก็สามารถเริ่มเก็บได้เลย โดยทริคข้างต้นที่เราได้บอกไปนั้น สามารถทำตามได้ง่าย ๆ โดยคุณสามารถเลือกเก็บเงินได้ตามความสะดวกได้เลยค่ะ

สิ่งพิมพ์ที่ใช้เป็นของที่ระลึกได้ในทุกโอกาส

ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เรามักจะหาของขวัญหรือของที่ระลึกให้กับครอบครัว เพื่อน คนรัก เจ้านาย หรือลูกค้า ซึ่งในบางครั้งเราก็ไม่รู้จะให้อะไรเป็นของที่ระลึกดี ดังนั้นวันนี้เราจึงนำสิ่งพิมพ์ที่ใช้เป็นของที่ระลึกได้ในทุกโอกาส ที่ประกอบไปด้วย โปสการ์ด สมุดโน้ต โฟโต้บุ๊ค และปฏิทิน ซึ่งแต่ละสิ่งพิมพ์จะมีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

โปสการ์ด (Postcard)

อาจเป็นบัตรที่จำหน่ายเป็นที่ระลึก บัตรเชิญ หรือแม้กระทั่งเป็นไปรษณียบัตรสำหรับส่งให้กับลูกค้า นอกจากนี้โปสการ์ด ยังเป็นสิ่งพิมพ์ที่แทนความรู้สึกจากข้อความผู้ให้ถึงผู้รับด้วยการให้โปสการ์ด ซึ่งสามารถระบุข้อความถึงผู้รับได้ ทั้งนี้โปสการ์ด ยังเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะเน้นความสวยงามเป็นหลัก กระดาษที่ใช้เป็นกระดาษหนาดูดี น่าเก็บสะสมไว้เป็นที่ระลึก จึงเหมาะที่จะให้ได้ในทุกโอกาส

สมุดโน้ต (Notebook)
เป็นสมุดที่ใช้จดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะจดเป็นเรื่องงาน หรือจดเป็นไดอารี่เขียนเรื่องราวประจำวันก็ได้เช่นกัน ซึ่งสมุดโน้ต ก็เป็นสิ่งพิมพ์อีกชิ้นที่จะให้เป็นของที่ระลึกได้ในทุกโอกาสเนื่องจากหน้าปกสมุดโน้ตสามารถเลือกรูปใส่ได้ แถมมีขนาดรูปเล่มให้เลือกหลายขนาด ทั้งนี้ยังสามารถระบุชื่อเจ้าของ ชื่อผู้รับ เพื่อช่วยเพิ่มความประทับใจให้แก่ผู้รับได้ดีอีกด้วย

โฟโต้บุ๊ค (Photobook)
โฟโต้บุ๊ค หรือ สมุดภาพ คือการรวบรวมภาพถ่ายที่ประทับใจจากกล้องดิจิตอล, สมาร์ทโฟน หรืออื่น ๆ มาจัดหน้า เรียบเรียงเรื่องราว และเหตุการณ์เป็นรูปเล่ม ในรูปแบบของสมุดภาพ เพื่อเก็บบันทึกภาพเรื่องราว เตือนความทรงจำกับเหตุการณ์ ในรูปแบบของคุณเอง อาจจะเป็นรูปภาพจากการท่องเที่ยว, งานเลี้ยง, งานครบรอบ, ภาพครอบครัว, เพื่อน หรือรูปภาพส่วนตัว ก็สามารถนำมาจัดรวมภาพทำเป็นโฟโต้บุ๊คได้ทั้งหมด เป็นสิ่งพิมพ์ที่ใช้เป็นของที่ระลึกได้ในทุกโอกาสจริง ๆ

ปฏิทิน (Calendar)
คือระบบที่ใช้ในการเรียกชื่อช่วงระยะเวลา เช่น วัน เดือน ปี เป็นต้น วันเป็นที่รู้จักในฐานะ วันปฏิทิน ซึ่งวันจะขึ้นอยู่กับการเคลื่อนที่วัตถุทางดาราศาสตร์ เราสามารถแสดงปฏิทินได้ในหลายรูปแบบ ส่วนมากมักเป็นกระดาษ เช่น แบบฉีก แบบแขวน แบบตั้งโต๊ะ ฯลฯ ทั้งนี้ปฏิทินยังสามารถทำเป็นปฏิทินส่วนตัวเฉพาะบุคคล หรือเฉพาะกลุ่มได้ สามารถใส่รูปได้, ระบุวันเกิด, วันครบรอบ หรือวันสำคัญต่าง ๆ ได้ จึงเหมาะที่จะให้ในช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้

หากท่านใดสนใจ ThaiDigitalPrint.com เรารับพิมพ์สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก ทั้งนี้เรายังรับออกแบบและพิมพ์โปสการ์ด สมุดโน้ต โฟโต้บุ๊ค ปฏิทิน ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ซึ่งลูกค้าสามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบขาวดำ หรือ 4 สี หรือแม้แต่การพิมพ์สีพิเศษ ต่าง ๆ พิมพ์ 1 หน้า หรือ 2 หน้า แล้วแต่ลูกค้าออกแบบ นอกจากนั้นการพิมพ์นามบัตรสามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความน่าสนใจได้หลากหลาย อาทิ เคลือบ PVC แบบมัน/ด้าน, Spot UV , ปั๊มเคเงิน/ทอง, ปั๊มนูน/จม เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

จัดโต๊ะทำงานสุดปัง! ตามฮวงจุ้ยรับปี 64

เมื่อปีใหม่มาถึง หลาย ๆ คนก็อยากที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ว่าจะซื้อของใหม่ จัดห้องใหม่ รวมไปถึงการจัดโต๊ะทำงานใหม่ด้วย ซึ่งสำหรับบางคนที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว หรือ บางคนต้องกลับมา Work from Home เนื่องจากสถาการณ์โควิด-19 ที่กลับมาระบาดอีกครั้ง ดังนั้นการจัดโต๊ะทำงานที่บ้าน ก็สามารถทำให้คุณจัดได้เต็ม แต่ถ้าจะจัดโต๊ะทำงานทั้งที เราก็จะมาจัดโต๊ะทำงานตามฮวงจุ้ย ที่จะช่วยเสริมบารมี และเสริมดวงการทำงานให้กับคุณมากยิ่งขึ้น ซึ่งวันนี้เราได้นำการจัดโต๊ะทำงานสุดปัง ตามฮวงจุ้ยรับปี 64 มาฝากกันด้วยค่ะ

ตำแหน่งโต๊ะทำงาน

ในการจัดตำแหน่งโต๊ะทำงานให้ดี ควรตั้งโต๊ะทำงานให้อยู่ในมุมที่มองเห็นสภาพแวดล้อมห้องได้หมด ด้านหลังของเราควรเป็นผนัง ตั้งโต๊ะให้เยื้องกับประตู และควรหันหลังให้กับมุมห้อง เพราะมุมห้อง จะช่วยเสริมอำนาจ ความหนักแน่น และบารมีให้กับเรา ถ้าไม่มีผนังข้างหลัง ควรหาตู้ โต๊ะ หรือกระถางต้นไม้มาวางไว้ อย่าปล่อยให้ข้างหลังของเราว่าง และควรจัดโต๊ะให้ด้านหน้าโล่ง ปลอดโปร่ง

แผนผังปากัว

แผนผังปากัว (Bagua) เป็นแผนผังเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับการทำงานของจักรวาล โดยจะใช้หลัก 8 ทิศของแผนผังปากัวสำหรับการจัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน แผนผังปากัวจะแบ่งเป็น 8 ทิศ โดยไล่จากทางซ้ายไปขวา และวนรอบทิศ เลือกจัดโต๊ะได้ตามทิศที่ต้องการได้ ซึ่งการจัดโต๊ะตามแผนผังปากัวจะทำให้เจ้าของโต๊ะเกิดพลังแห่งปัญญา และประสบผลสำเร็จอย่างง่ายดาย โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้

  • ทิศด้านความอุดมสมบูรณ์ ควรวางเครื่องคิดเลข และต้นไม้
  • ทิศด้านชื่อเสียง ควรวางโคมไฟ
  • ทิศด้านความสัมพันธ์ ควรวางภาพคู่รัก หรือวางแจกันใส่ดอกกุหลาบแดง 2 ดอก
  • ทิศด้านความคิดสร้างสรรค์ ควรวางกล่องใส่อุปกรณ์เครื่องเขียน
  • ทิศด้านผู้ช่วย ควรวางโทรศัพท์
  • ทิศด้านการงาน และอาชีพ ควรวางคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊ก
  • ทิศด้านความรู้ ควรวางหนังสือ
  • ทิศด้านครอบครัว ควรวางกล่องพัสดุลายดอกไม้

รูปทรงโต๊ะทำงาน

ไม่ว่าจะเป็นขนาด และรูปทรง ก็สอดคล้องกับหลักฮวงจุยโต๊ะทำงานเช่นกัน ซึ่งสิ่งแรกควรเลือกโต๊ะทำงานที่มีขนาดใหญ่ไว้ก่อน แต่ต้องอิงหลักที่ว่า สามารถหยิบของได้ง่ายจากทุกจุดบนโต๊ะ ใช้งานได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่กว้างไปจนหยิบของอีกฝั่งไม่ถึง การเลือกโต๊ะได้เหมาะสม จะช่วยแสดงให้เห็นถึงผลผลิต หรือผลงานที่งอกเงย และการควบคุมผลผลิตได้ ถ้าหากเลือกโต๊ะที่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป จะทำให้เราเสียการควบคุมในการจัดการต่าง ๆ ทั้งนี้รูปทรงโต๊ะยังช่วยส่งเสริมในด้านต่าง ๆ ด้วย อย่างโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้มีสมาธิจดจ่อกับการทำงานได้ดี ส่วนโต๊ะกลม เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์ การระดมไอเดีย และความคิดเห็น ด้านโต๊ะโค้ง จะช่วยสร้างสมาธิในการทำงาน และโต๊ะเปิดด้านหน้า ทำให้รู้สึกสบาย ผู้ที่เข้ามาหารู้สึกเป็นกันเอง ใครทำงานแนวไหน หรือชอบโต๊ะแบบไหน ก็สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อได้

การเลือกสี
สีของโต๊ะทำงานก็สามารถสร้างอิทธิพล และส่งผลต่อเจ้าของโต๊ะได้ ซึ่งแต่ละสีก็จะให้ความทรงพลังที่แตกต่างกัน ดังนี้
สีดำ ปรับพลังงานให้ช้าลง เพื่อกระตุ้นความคิด และช่วยให้มีความรอบคอบมากขึ้น
สีน้ำตาล เสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี น่าเชื่อถือ
สีขาว กระตุ้นความคิดจากภายใน และทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย
สีเทา เน้นความสร้างสรรค์จากภายใน และทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
สีเขียว สร้างสมดุลระหว่างร่างกาย และจิตใจในระยะยาว
สีสว่าง กระตุ้นการมองเห็น ทำให้ร่างกาย และสมองผ่อนคลาย

วัสดุของโต๊ะทำงาน
วัสดุของโต๊ะทำงานที่ถูกต้อง ก็ส่งเสริมให้ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานของเรามีพลังที่ถูกหลัก และตรงกับความต้องการของเราได้เช่นกัน อย่างการเลือกใช้ ไม้ ทำให้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี ส่วนโลหะ มีเหลี่ยมในตัว ช่วยเสริมพลังทางด้านจิตใจ และสร้างสมาธิ ต่อมากระจก เป็นวัสดุที่เปิดเผย ฉะนั้นพลังงานจะเคลื่อนที่เร็วมาก ให้ปรับสมดุลด้วยการหาสิ่งของที่เป็นไม้หรือต้นไม้มาวางไว้ สุดท้ายลามิเนต พลังงานจะคงที่พอดิบพอดี ไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป
สำหรับคนที่ทำงานในออฟฟิศ ซึ่งไม่สามารถจะเคลื่อนย้ายอะไรได้มากนัก เราก็มีวิธีการจัดโต๊ะทำงาน ที่จะช่วยเพิ่มพลังฮวงจุ้ยให้กับโต๊ะทำงานมากขึ้นอีกด้วย 1. ห้ามปล่อยให้โต๊ะทำงานรกรุงรัง 2. เลือกของแต่งโต๊ะทำงานอย่างต้นไม้ฟอกอากาศต้นจิ๋ว แต่ไม่ควรตั้งต้นกระบองเพชรบนโต๊ะทำงาน 3. อะไรไม่ใช้แล้วให้ทิ้ง ของที่ใช้ซ้ำจนสีลอก พังแหล่มิพังแหล่ โละทิ้งให้หมด 4. หาแก้วน้ำ และหินไว้ดูดซับพลังงานดี ๆ มาวางไว้ที่ด้านหน้าของโต๊ะ ซึ่งเป็นจุดที่พลังต่าง ๆ จะไหลเข้ามาหาเราโดยตรง 5. นำหนังสือ หรือเอกสารวางไว้ด้านซ้ายมือ เพราะฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน ฝั่งซ้ายมือ จะช่วยส่งเสริมให้เจ้าของโต๊ะพัฒนาความรู้ และความสามารถได้ดียิ่งขึ้น

ไหว้พระ 9 วัดขอพรต้อนรับปีใหม่

สำหรับวันหยุดยาวในช่วงปีใหม่ การไหว้พระ 9 วัด ถือเป็นกิจกรรมยอดฮิต และเป็นที่นิยมกันอย่างมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ดีในการเริ่มต้นชีวิตด้วยการทำแต่สิ่งที่ดี ๆ โดยการไปทำบุญไหว้พระ 9 วัด นอกจากจะได้บุญแล้ว ยังถือเป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิตต้อนรับปี 2564 ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปไหว้พระ 9 วัดต้อนรับปีใหม่กันค่ะ

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
เริ่มกันที่วัดแรก คือ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับข้าวสาร ซึ่งเป็นวัดโบราณสร้างในสมัยอยุธยา ต้องไปกราบสักการะพระประธานพระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ในพระอุโบสถ และกราบสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก มีความเชื่อว่า จะทำให้ชนะทุกสิ่งทุกอย่าง มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง
ที่อยู่ : ถนนจักรพงษ์ แขวง ชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 17.00 น.

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
วัดบวรนิเวศวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านถนนข้าวสาร เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชหลายพระองค์ มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่สไตล์จีนผสมกับไทย ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปสำคัญอยู่ 2 องค์ คือ พระพุทธสุวรรณเขต (หลวงพ่อโต) และพระพุทธชินสีห์ ซึ่งการสักการะบูชาที่วัดแห่งนี้มีความเชื่อว่าจะพบแต่สิ่งดีงามในชีวิต
ที่อยู่ : 248 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 17.00 น.

ศาลหลักเมือง
ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เคียงคู่มากับการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งในการไปกราบสักการะเทพารักษ์ทั้ง 5 คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี ทำให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ไหว้เสาหลักเมืององค์จำลอง ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย
ที่อยู่ : ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 8.30 น. – 15.30 น.

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ภายในประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ซึ่งการสักการะพระแก้วมรกต ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่ จะส่งผลให้ จิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย อธิษฐานสิ่งใดจะได้สมปรารถนา ช่วยปกป้องคุ้มภัย รวมทั้งเสริมสิริมงคลเพื่อให้ชีวิตประสบแต่ความสำเร็จ ร่ำรวยทั้งแก้วแหวนเงินทองตลอดทั้งปี
ที่อยู่ : ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 8.30 น. – 15.30 น.

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย นอกจากนี้ที่วัดยังเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ หรือ พระนอนองค์ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ ซึ่งการกราบไหว้ ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น เชื่อว่าจะมีแต่ความสงบสุขร่มเย็นในชีวิต และทำให้อยู่ดีกินดี มีความสุขได้ตลอดทั้งปี ดั่งการได้อยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทรของพระธรรม
ที่อยู่ : ถนนสนามไชย หลังพระบรมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 17.00 น.

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อวัด ซึ่งพระประธานในอุโบสถวัดกัลยาณมิตร เป็นพระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต หรือ ซำปอกง) ซึ่งในการไปกราบสักการะพระประธานในพระวิหาร ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ จะทำให้เดินทางปลอดภัยพบแต่มิตรไมตรีที่ดี
ที่อยู่ : ถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่ แขวงวัดกัลยา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 น. – 18.00 น.

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นหนึ่งในศาสนสถานสำคัญที่ทรงคุณค่าศิลปะ และสถาปัตยกรรมของพระปรางค์ใหญ่วัดอรุณ อีกทั้งยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 นอกจากนี้ภายในวัดยังมีโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่สำคัญอยู่มากมาย ต้องไปกราบสักการะพระประธาน ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ และต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ พระปรางค์ อีก 3 รอบ เพื่อชีวิตรุ่งโรจน์ ประสบแต่ความสุข ความเจริญ
ที่อยู่ : 158 ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 18.00 น.

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือ วัดหลวงพ่อโต เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นอกจากนี้ยังเคยเป็นพระตำหนัก และหอประทับนั่งของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งกราบสักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหมรังสี) ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู และภาวนาด้วยคาถาชินบัญชร เพื่อความนิยมชมชื่น มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี
ที่อยู่ : ถนนอรุณอมรินทร์ ถ.อรุณอมรินทร์ ศิริราช บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 17.00 น.

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ ภูเขาทอง เป็นวัดโบราณในสมัยอยุธยา มีจุดเด่นคือพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อขึ้นไปด้านบนจะเห็นวิวที่สวยงามของกรุงเทพฯ ฝั่งพระนคร ทั้งนี้การไหว้พระวัดสระเกศ มีความเชื่อว่าจะเสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล

ที่อยู่ : 344 ถนน บริพัตร แขวง บ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 18.00 น.

ทั้ง 9 วัดที่เรานำมาฝาก สามารถเดินทางได้ง่าย เพราะมีทั้งรถประจำทาง และเรือผ่าน ซึ่งแต่ละวัดก็จะอยู่ไม่ไกลกันมาก ทำให้การไหว้พระ 9 วัดของคุณ สามารถไหว้เสร็จได้ในวันเดียวเลยค่ะ ทั้งนี้นอกจากจะอิ่มอกอิ่มใจจากการทำบุญแล้ว ยังได้ชมความสวยงามทางสถาปัตยกรรมในแต่ละวัดอีกด้วยค่ะ

แนะนำกลยุทธ์สร้างยอดขายด้วยการทำ Direct Mail (การตลาดทางตรง)

 

การสร้างยอดขายเป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับธุรกิจ หากธุรกิจใดไม่สามารถสร้างยอดขายได้ แน่นอนว่าธุรกิจนั้นย่อมไปไม่รอด และปิดตัวลงในที่สุดการนำเสนอโปรโมชั่นใหม่ๆออกสินค้าใหม่เรื่อยๆ จะกระตุกและสร้างยอดขายได้ แต่ในบางธุรกิจไม่มีสินค้าใหม่ๆ ออกมา เราก็ต้องเน้นออกโปรโมชั่นแทน ซึ่งการออกโปรโมชั่น ควรมีการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าเพื่อให้ได้โปรโมชั่นที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าจริงๆ หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่าการตลาดทางตรง หรือการทำ Direct Mail เป็นวิธีที่ยุคะนึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเรามักจะเห็น Direct Mail แบบต่างๆ ส่งมาที่บ้านเรา ตั้งแบบที่เราต้องการ และไม่ต้องการ บางอย่างเราก็รู้สึกว่า มันไม่ตรงกับความต้องการของเราเลยสาเหตุเพราะว่าบริษัทเหล่านั้นขาดความรู้ทางด้านการ ทำ Direct Mail ทำให้ Direct Mail ที่ออกมาไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าที่ได้รับไปก็ไม่กลับไปใช้บริการ หรือซื้อสินค้านั่นๆ ที่สำคัญยังทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ ฉะนั้นการควรวางแผน เลือกกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะกับโปรโมชั่น เลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการ หรือเลือกสินค้าให้ตรงกับความสนใจ บางครั้งลูกค้าอาจจะยังไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ถ้าอยู่ในความสนใจของลูกค้า ไม่วันใดวันหนึ่งต้องกลับมาใช้บริการอย่างแน่นอน

 

รูปแบบของงานพิมพ์ไดเร็กเมล์

ประเภทของ

  • ไปรษณียบัตร
  • แผ่นพับ
  • แผ่นโปสการ์ด
  • ใบปลิวโฆษณา
  • จดหมาย
  • จุลสาร

ขนาด

ตามต้องการ

ขนาดกระดาษและความหนา

  • ปอนด์ 70 g
  • ปอนด์ 80 g
  • ปอนด์ 100 g
  • ปอนด์ 120 g
  • อาร์ตมัน 105 g
  • อาร์ตมัน 120 g
  • อาร์ตมัน 130 g
  • อาร์ตมัน 160 g

รูปแบบการพิมพ์

  • พิมพ์ 1 หน้า
  • พิมพ์ 2 หน้า

เทคนิคการเพิ่มความพิเศษ

  • พับครึ่งแนวนอน
  • พับครึ่งแนวตั้ง
  • พับแบบประตู

การเข้าเล่ม

ไม่มีการเข้าเล่ม

Exit mobile version