จัดโต๊ะทำงานสุดปัง! ตามฮวงจุ้ยรับปี 64

เมื่อปีใหม่มาถึง หลาย ๆ คนก็อยากที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ว่าจะซื้อของใหม่ จัดห้องใหม่ รวมไปถึงการจัดโต๊ะทำงานใหม่ด้วย ซึ่งสำหรับบางคนที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว หรือ บางคนต้องกลับมา Work from Home เนื่องจากสถาการณ์โควิด-19 ที่กลับมาระบาดอีกครั้ง ดังนั้นการจัดโต๊ะทำงานที่บ้าน ก็สามารถทำให้คุณจัดได้เต็ม แต่ถ้าจะจัดโต๊ะทำงานทั้งที เราก็จะมาจัดโต๊ะทำงานตามฮวงจุ้ย ที่จะช่วยเสริมบารมี และเสริมดวงการทำงานให้กับคุณมากยิ่งขึ้น ซึ่งวันนี้เราได้นำการจัดโต๊ะทำงานสุดปัง ตามฮวงจุ้ยรับปี 64 มาฝากกันด้วยค่ะ

ตำแหน่งโต๊ะทำงาน

ในการจัดตำแหน่งโต๊ะทำงานให้ดี ควรตั้งโต๊ะทำงานให้อยู่ในมุมที่มองเห็นสภาพแวดล้อมห้องได้หมด ด้านหลังของเราควรเป็นผนัง ตั้งโต๊ะให้เยื้องกับประตู และควรหันหลังให้กับมุมห้อง เพราะมุมห้อง จะช่วยเสริมอำนาจ ความหนักแน่น และบารมีให้กับเรา ถ้าไม่มีผนังข้างหลัง ควรหาตู้ โต๊ะ หรือกระถางต้นไม้มาวางไว้ อย่าปล่อยให้ข้างหลังของเราว่าง และควรจัดโต๊ะให้ด้านหน้าโล่ง ปลอดโปร่ง

แผนผังปากัว

แผนผังปากัว (Bagua) เป็นแผนผังเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับการทำงานของจักรวาล โดยจะใช้หลัก 8 ทิศของแผนผังปากัวสำหรับการจัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน แผนผังปากัวจะแบ่งเป็น 8 ทิศ โดยไล่จากทางซ้ายไปขวา และวนรอบทิศ เลือกจัดโต๊ะได้ตามทิศที่ต้องการได้ ซึ่งการจัดโต๊ะตามแผนผังปากัวจะทำให้เจ้าของโต๊ะเกิดพลังแห่งปัญญา และประสบผลสำเร็จอย่างง่ายดาย โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้

  • ทิศด้านความอุดมสมบูรณ์ ควรวางเครื่องคิดเลข และต้นไม้
  • ทิศด้านชื่อเสียง ควรวางโคมไฟ
  • ทิศด้านความสัมพันธ์ ควรวางภาพคู่รัก หรือวางแจกันใส่ดอกกุหลาบแดง 2 ดอก
  • ทิศด้านความคิดสร้างสรรค์ ควรวางกล่องใส่อุปกรณ์เครื่องเขียน
  • ทิศด้านผู้ช่วย ควรวางโทรศัพท์
  • ทิศด้านการงาน และอาชีพ ควรวางคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊ก
  • ทิศด้านความรู้ ควรวางหนังสือ
  • ทิศด้านครอบครัว ควรวางกล่องพัสดุลายดอกไม้

รูปทรงโต๊ะทำงาน

ไม่ว่าจะเป็นขนาด และรูปทรง ก็สอดคล้องกับหลักฮวงจุยโต๊ะทำงานเช่นกัน ซึ่งสิ่งแรกควรเลือกโต๊ะทำงานที่มีขนาดใหญ่ไว้ก่อน แต่ต้องอิงหลักที่ว่า สามารถหยิบของได้ง่ายจากทุกจุดบนโต๊ะ ใช้งานได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่กว้างไปจนหยิบของอีกฝั่งไม่ถึง การเลือกโต๊ะได้เหมาะสม จะช่วยแสดงให้เห็นถึงผลผลิต หรือผลงานที่งอกเงย และการควบคุมผลผลิตได้ ถ้าหากเลือกโต๊ะที่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป จะทำให้เราเสียการควบคุมในการจัดการต่าง ๆ ทั้งนี้รูปทรงโต๊ะยังช่วยส่งเสริมในด้านต่าง ๆ ด้วย อย่างโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้มีสมาธิจดจ่อกับการทำงานได้ดี ส่วนโต๊ะกลม เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์ การระดมไอเดีย และความคิดเห็น ด้านโต๊ะโค้ง จะช่วยสร้างสมาธิในการทำงาน และโต๊ะเปิดด้านหน้า ทำให้รู้สึกสบาย ผู้ที่เข้ามาหารู้สึกเป็นกันเอง ใครทำงานแนวไหน หรือชอบโต๊ะแบบไหน ก็สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อได้

การเลือกสี
สีของโต๊ะทำงานก็สามารถสร้างอิทธิพล และส่งผลต่อเจ้าของโต๊ะได้ ซึ่งแต่ละสีก็จะให้ความทรงพลังที่แตกต่างกัน ดังนี้
สีดำ ปรับพลังงานให้ช้าลง เพื่อกระตุ้นความคิด และช่วยให้มีความรอบคอบมากขึ้น
สีน้ำตาล เสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี น่าเชื่อถือ
สีขาว กระตุ้นความคิดจากภายใน และทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย
สีเทา เน้นความสร้างสรรค์จากภายใน และทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
สีเขียว สร้างสมดุลระหว่างร่างกาย และจิตใจในระยะยาว
สีสว่าง กระตุ้นการมองเห็น ทำให้ร่างกาย และสมองผ่อนคลาย

วัสดุของโต๊ะทำงาน
วัสดุของโต๊ะทำงานที่ถูกต้อง ก็ส่งเสริมให้ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานของเรามีพลังที่ถูกหลัก และตรงกับความต้องการของเราได้เช่นกัน อย่างการเลือกใช้ ไม้ ทำให้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี ส่วนโลหะ มีเหลี่ยมในตัว ช่วยเสริมพลังทางด้านจิตใจ และสร้างสมาธิ ต่อมากระจก เป็นวัสดุที่เปิดเผย ฉะนั้นพลังงานจะเคลื่อนที่เร็วมาก ให้ปรับสมดุลด้วยการหาสิ่งของที่เป็นไม้หรือต้นไม้มาวางไว้ สุดท้ายลามิเนต พลังงานจะคงที่พอดิบพอดี ไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป
สำหรับคนที่ทำงานในออฟฟิศ ซึ่งไม่สามารถจะเคลื่อนย้ายอะไรได้มากนัก เราก็มีวิธีการจัดโต๊ะทำงาน ที่จะช่วยเพิ่มพลังฮวงจุ้ยให้กับโต๊ะทำงานมากขึ้นอีกด้วย 1. ห้ามปล่อยให้โต๊ะทำงานรกรุงรัง 2. เลือกของแต่งโต๊ะทำงานอย่างต้นไม้ฟอกอากาศต้นจิ๋ว แต่ไม่ควรตั้งต้นกระบองเพชรบนโต๊ะทำงาน 3. อะไรไม่ใช้แล้วให้ทิ้ง ของที่ใช้ซ้ำจนสีลอก พังแหล่มิพังแหล่ โละทิ้งให้หมด 4. หาแก้วน้ำ และหินไว้ดูดซับพลังงานดี ๆ มาวางไว้ที่ด้านหน้าของโต๊ะ ซึ่งเป็นจุดที่พลังต่าง ๆ จะไหลเข้ามาหาเราโดยตรง 5. นำหนังสือ หรือเอกสารวางไว้ด้านซ้ายมือ เพราะฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน ฝั่งซ้ายมือ จะช่วยส่งเสริมให้เจ้าของโต๊ะพัฒนาความรู้ และความสามารถได้ดียิ่งขึ้น

ไหว้พระ 9 วัดขอพรต้อนรับปีใหม่

สำหรับวันหยุดยาวในช่วงปีใหม่ การไหว้พระ 9 วัด ถือเป็นกิจกรรมยอดฮิต และเป็นที่นิยมกันอย่างมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ดีในการเริ่มต้นชีวิตด้วยการทำแต่สิ่งที่ดี ๆ โดยการไปทำบุญไหว้พระ 9 วัด นอกจากจะได้บุญแล้ว ยังถือเป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิตต้อนรับปี 2564 ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปไหว้พระ 9 วัดต้อนรับปีใหม่กันค่ะ

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
เริ่มกันที่วัดแรก คือ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับข้าวสาร ซึ่งเป็นวัดโบราณสร้างในสมัยอยุธยา ต้องไปกราบสักการะพระประธานพระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ในพระอุโบสถ และกราบสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก มีความเชื่อว่า จะทำให้ชนะทุกสิ่งทุกอย่าง มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง
ที่อยู่ : ถนนจักรพงษ์ แขวง ชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 17.00 น.

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
วัดบวรนิเวศวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านถนนข้าวสาร เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชหลายพระองค์ มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่สไตล์จีนผสมกับไทย ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปสำคัญอยู่ 2 องค์ คือ พระพุทธสุวรรณเขต (หลวงพ่อโต) และพระพุทธชินสีห์ ซึ่งการสักการะบูชาที่วัดแห่งนี้มีความเชื่อว่าจะพบแต่สิ่งดีงามในชีวิต
ที่อยู่ : 248 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 17.00 น.

ศาลหลักเมือง
ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เคียงคู่มากับการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งในการไปกราบสักการะเทพารักษ์ทั้ง 5 คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี ทำให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ไหว้เสาหลักเมืององค์จำลอง ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย
ที่อยู่ : ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 8.30 น. – 15.30 น.

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ภายในประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ซึ่งการสักการะพระแก้วมรกต ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่ จะส่งผลให้ จิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย อธิษฐานสิ่งใดจะได้สมปรารถนา ช่วยปกป้องคุ้มภัย รวมทั้งเสริมสิริมงคลเพื่อให้ชีวิตประสบแต่ความสำเร็จ ร่ำรวยทั้งแก้วแหวนเงินทองตลอดทั้งปี
ที่อยู่ : ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 8.30 น. – 15.30 น.

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย นอกจากนี้ที่วัดยังเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ หรือ พระนอนองค์ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ ซึ่งการกราบไหว้ ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น เชื่อว่าจะมีแต่ความสงบสุขร่มเย็นในชีวิต และทำให้อยู่ดีกินดี มีความสุขได้ตลอดทั้งปี ดั่งการได้อยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทรของพระธรรม
ที่อยู่ : ถนนสนามไชย หลังพระบรมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 17.00 น.

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อวัด ซึ่งพระประธานในอุโบสถวัดกัลยาณมิตร เป็นพระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต หรือ ซำปอกง) ซึ่งในการไปกราบสักการะพระประธานในพระวิหาร ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ จะทำให้เดินทางปลอดภัยพบแต่มิตรไมตรีที่ดี
ที่อยู่ : ถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่ แขวงวัดกัลยา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 น. – 18.00 น.

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นหนึ่งในศาสนสถานสำคัญที่ทรงคุณค่าศิลปะ และสถาปัตยกรรมของพระปรางค์ใหญ่วัดอรุณ อีกทั้งยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 นอกจากนี้ภายในวัดยังมีโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่สำคัญอยู่มากมาย ต้องไปกราบสักการะพระประธาน ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ และต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ พระปรางค์ อีก 3 รอบ เพื่อชีวิตรุ่งโรจน์ ประสบแต่ความสุข ความเจริญ
ที่อยู่ : 158 ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 18.00 น.

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือ วัดหลวงพ่อโต เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นอกจากนี้ยังเคยเป็นพระตำหนัก และหอประทับนั่งของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งกราบสักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหมรังสี) ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู และภาวนาด้วยคาถาชินบัญชร เพื่อความนิยมชมชื่น มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี
ที่อยู่ : ถนนอรุณอมรินทร์ ถ.อรุณอมรินทร์ ศิริราช บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 17.00 น.

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ ภูเขาทอง เป็นวัดโบราณในสมัยอยุธยา มีจุดเด่นคือพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อขึ้นไปด้านบนจะเห็นวิวที่สวยงามของกรุงเทพฯ ฝั่งพระนคร ทั้งนี้การไหว้พระวัดสระเกศ มีความเชื่อว่าจะเสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล

ที่อยู่ : 344 ถนน บริพัตร แขวง บ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 18.00 น.

ทั้ง 9 วัดที่เรานำมาฝาก สามารถเดินทางได้ง่าย เพราะมีทั้งรถประจำทาง และเรือผ่าน ซึ่งแต่ละวัดก็จะอยู่ไม่ไกลกันมาก ทำให้การไหว้พระ 9 วัดของคุณ สามารถไหว้เสร็จได้ในวันเดียวเลยค่ะ ทั้งนี้นอกจากจะอิ่มอกอิ่มใจจากการทำบุญแล้ว ยังได้ชมความสวยงามทางสถาปัตยกรรมในแต่ละวัดอีกด้วยค่ะ

แนะนำกลยุทธ์สร้างยอดขายด้วยการทำ Direct Mail (การตลาดทางตรง)

 

การสร้างยอดขายเป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับธุรกิจ หากธุรกิจใดไม่สามารถสร้างยอดขายได้ แน่นอนว่าธุรกิจนั้นย่อมไปไม่รอด และปิดตัวลงในที่สุดการนำเสนอโปรโมชั่นใหม่ๆออกสินค้าใหม่เรื่อยๆ จะกระตุกและสร้างยอดขายได้ แต่ในบางธุรกิจไม่มีสินค้าใหม่ๆ ออกมา เราก็ต้องเน้นออกโปรโมชั่นแทน ซึ่งการออกโปรโมชั่น ควรมีการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าเพื่อให้ได้โปรโมชั่นที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าจริงๆ หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่าการตลาดทางตรง หรือการทำ Direct Mail เป็นวิธีที่ยุคะนึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเรามักจะเห็น Direct Mail แบบต่างๆ ส่งมาที่บ้านเรา ตั้งแบบที่เราต้องการ และไม่ต้องการ บางอย่างเราก็รู้สึกว่า มันไม่ตรงกับความต้องการของเราเลยสาเหตุเพราะว่าบริษัทเหล่านั้นขาดความรู้ทางด้านการ ทำ Direct Mail ทำให้ Direct Mail ที่ออกมาไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าที่ได้รับไปก็ไม่กลับไปใช้บริการ หรือซื้อสินค้านั่นๆ ที่สำคัญยังทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ ฉะนั้นการควรวางแผน เลือกกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะกับโปรโมชั่น เลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการ หรือเลือกสินค้าให้ตรงกับความสนใจ บางครั้งลูกค้าอาจจะยังไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ถ้าอยู่ในความสนใจของลูกค้า ไม่วันใดวันหนึ่งต้องกลับมาใช้บริการอย่างแน่นอน

 

รูปแบบของงานพิมพ์ไดเร็กเมล์

ประเภทของ

  • ไปรษณียบัตร
  • แผ่นพับ
  • แผ่นโปสการ์ด
  • ใบปลิวโฆษณา
  • จดหมาย
  • จุลสาร

ขนาด

ตามต้องการ

ขนาดกระดาษและความหนา

  • ปอนด์ 70 g
  • ปอนด์ 80 g
  • ปอนด์ 100 g
  • ปอนด์ 120 g
  • อาร์ตมัน 105 g
  • อาร์ตมัน 120 g
  • อาร์ตมัน 130 g
  • อาร์ตมัน 160 g

รูปแบบการพิมพ์

  • พิมพ์ 1 หน้า
  • พิมพ์ 2 หน้า

เทคนิคการเพิ่มความพิเศษ

  • พับครึ่งแนวนอน
  • พับครึ่งแนวตั้ง
  • พับแบบประตู

การเข้าเล่ม

ไม่มีการเข้าเล่ม

Exit mobile version