แนะนำสื่อสิ่งพิมพ์รักษ์โลกด้วยกระดาษคราฟท์

ปัจจุบันเทรนด์รักษ์โลก ยังคงเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และใช้สิ่งของจากธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ผลิตหลาย ๆ แบรนด์ จึงลดการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ และนำวัสดุทางเลือกใหม่ ๆ เข้ามาใช้ หนึ่งในนั้นก็คือกระดาษคราฟต์ ซึ่งกระดาษคราฟต์ เป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และยังสามารถนำมากลับมาใช้ซ้ำได้อีกด้วย นอกจากนี้กระดาษคราฟต์ ยังมีความหนาให้เลือกได้หลายแกรม จึงทำให้กระดาษชนิดนี้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับกระดาษคราฟต์ให้มากขึ้นกันค่ะ

ทำความรู้จักกับกระดาษคราฟท์ สิ่งพิมพ์รักษ์โลก
กระดาษคราฟท์ คืออะไร ?
กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) เป็นกระดาษที่มีกระบวนการผลิตผ่านกรรมวิธีทางเคมี หรือที่เรียกกันว่า “เยื่อเคมี” ซึ่งผลิตโดยการนำเยื่อจากธรรมชาติ หรือการนำเนื้อไม้จากต้นไผ่ ต้นปอ ต้นยูคาลิปตัส และต้นสน มาเข้าสู่กรรมวิธีการผลิตด้วยกระบวนการทางเคมี เมื่อนำเข้าไปผลิตแล้ว ก็จะได้เป็นกระดาษคราฟท์น้ำตาลที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติของเนื้อไม้นั่นเอง นอกจากนี้กระดาษคราฟท์ยังมีความยืดหยุ่นและ ความแข็งแรงอีกด้วย
งานพิมพ์ที่เหมาะกับกระดาษคราฟท์
เนื่องจากกระดาษคราฟท์ เป็นวัสดุที่ทนทาน และคุ้มค่า อีกทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้กระดาษบาง ๆ มาประยุกต์ทำเป็นของสวยงาม ทำเป็นของตกแต่ง นอกจากนี้ ก็มีกระดาษคราฟท์ที่มีความหนา และแข็ง ด้วยความแข็งแรง และทนทาน พร้อมทั้งใยกระดาษมีความเหนียว จึงมีผู้นำกระดาษลักษณะนี้ไปใช้เพื่อกันกระแทก เพื่อช่วยลดความเสียหายของสินค้าหรือของที่แตกหักง่าย ๆ รวมถึงอาจนำไปใช้ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ และสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ดังนี้
สติ๊กเกอร์

สายคาดสินค้า


กล่องบรรจุภัณฑ์


ถุงกระดาษ


ซอง


การ์ด & โปสการ์ด


นามบัตร


เมนูอาหาร


ซึ่งสิ่งพิมพ์เหล่านี้ เป็นสิ่งพิมพ์ที่เราสามารถพบเห็นกันได้ทั่วไป และพบเห็นได้บ่อย ๆ นั่นเอง
ประโยชน์ของกระดาษคราฟท์
1. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กระดาษคราฟท์ เป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ จึงเป็นวัสดุทางเลือกที่ผู้ผลิตหลายแบรนด์ต้องการลดการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้สารเคมี และน้ำที่ใช้ในระหว่างการคราฟต์ ยังสามารถเอากลับมาใช้ซ้ำได้อีกด้วย
2. มีความแข็งแรงทนทาน
เนื่องจากเยื่อกระดาษคราฟต์ เป็นเยื่อกระดาษจากกรรมวิธีทางเคมีจะมีความเหนียว และนุ่มกว่าวิธีเชิงกลที่ใช้ในการผลิตกระดาษแข็งทั่วไป ซึ่งมักจะผลิตกระดาษออกมาให้มีความหนาบางหลายขนาด เริ่มตั้งแต่ความหนาระหว่าง 100 ถึง 500 แกรม และที่สำคัญกระดาษคราฟต์มีน้ำหนักเบามาก
3. เพิ่มความโดดเด่นให้กับชิ้นงาน
เนื้อสัมผัสของกระดาษคราฟต์ สามารถสื่อถึงความเป็นธรรมชาติได้ และสีน้ำตาลของกระดาษยังสร้างเอกลักษณ์ให้กับบรรจุภัณฑ์ และสื่อถึงความเรียบง่ายได้อย่างชัดเจน จึงเหมาะกับธุรกิจสีเขียว ที่ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
4. ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย
กระดาษคราฟต์ แทบไม่มีข้อจำกัดสำหรับการประยุกต์ใช้ เพราะคุณสมบัติที่ดีหลายประการ จึงสามารถนำมาผลิตได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นปกสมุด กล่องอาหาร กระดาษห่อของขวัญ ป้ายแท็กสินค้า และอื่น ๆ รวมไปถึงทนแทนการใช้พลาสติก ตั้งแต่ครอบแก้วกาแฟ ไปจนถึงถุงช้อปปิ้ง
5. นำกลับมาใช้ซ้ำได้
เนื่องจากกระดาษคราฟต์ มีความโดดเด่นเรื่องความแข็งแรง จึงทำให้กระดาษชนิดนี้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีกหลายครั้ง เพราะทนต่อสภาพแวดล้อม แสงแดด ความชื้น และละอองน้ำได้ดี ถือเป็นหนึ่งในหลัก 3 R เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน


สำหรับท่านใดที่สนใจพิมพ์งานพิมพ์ด้วยกระดาษคราฟท์ ThaiDigitalPrint.com เรารับพิมพ์งานพิมพ์ต่าง ๆ ด้วยกระดาษคราฟท์ ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก ทั้งนี้เรายังรับออกแบบและพิมพ์งานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์ สายคาดสินค้า กล่องบรรจุภัณฑ์ ถุงกระดาษ ซอง การ์ด โปสการ์ด นามบัตร และเมนูอาหาร ซึ่งลูกค้าสามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบขาวดำ หรือ 4 สี หรือแม้แต่การพิมพ์สีพิเศษ ต่าง ๆ พิมพ์ 1 หน้า หรือ 2 หน้า แล้วแต่ลูกค้าออกแบบ นอกจากนั้นการพิมพ์ยังสามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความน่าสนใจได้หลากหลาย อาทิ Spot UV , ปั๊มเคเงิน/ทอง, ปั๊มนูน/จม เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เมนูอาหารคลีน 7 วัน ไม่เบื่อ ไม่อ้วน

อาหารคลีน (Clean Food) คือ การกินอาหารตามหลักโภชนาการ ต้องกินให้ครบทั้ง 5 หมู่ กินให้หลากหลาย เหมาะสมตามวัย และต้องเป็นอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป หรือถ้ามีการแปรรูปก็ต้องน้อยที่สุด ลดเครื่องปรุง เปรี้ยว เค็ม หวาน อาหารหมักดอง รวมไปถึงอาหารที่ปราศจากสารปนเปื้อน ได้แก่ ยาฆ่าแมลง สารกันบูด สารปรุงแต่ง กลิ่น สี และรสชาติ ซึ่งการกินอาหารคลีน ต้องเลือกแต่สารอาหารที่ร่างกายต้องการ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน

ในปัจจุบันการกินอาหารคลีนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วน หรือฟิตหุ่นสร้างกล้าม แต่ถึงอย่างนั้นคนทั่วไปก็สามารถกินอาหารคลีนได้ โดยไม่ต้องเคร่ง ต้องคลีนทั้งหมด แต่เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการกิน ให้สุขภาพร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ และหากใครที่กำลังสนใจอยากกินอาหารคลีน วันนี้เราได้นำเมนูอาหารคลีน 7 วัน ไม่เบื่อ ไม่อ้วน ยิ่งกินยิ่งดีมาฝากกันค่ะ

วันจันทร์
มื้อเช้า: ขนมปังไข่คน โดยนำขนมปังไปปิ้งจนกรอบ และนำพักไว้ หลังนั้นใส่น้ำมันลงกระทะ ตั้งไฟอ่อน ๆ ให้ร้อน แล้วตอกไข่ลงกระทะ ปรุงรสพริกไทยดำ และซีอิ๊วสูตรโซมเดียมต่ำ คนไข่ในกระทะขยี้ ๆ คน ๆ จนความสุกแล้วแต่ชอบ แล้วนำมาวางบนขนมปังที่พักไว้ พร้อมเสิร์ฟ

มื้อเที่ยง: ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + คั่วกลิ้งไก่ + ไข่ต้ม โดยนำขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง กระเทียม พริกไทยดำเม็ด พริกแห้ง ขมิ้นมาโขลก แล้วนำไปผัดเครื่องให้หอมก่อน แล้วใส่ไก่สับ เสิร์ฟหั่นใบมะกรูดซอยเป็นเส้น ๆ ไว้โรยหน้าปิดท้าย หากกลัวไม่อิ่มก็เพิ่มไข่ต้มได้อีก 1 ฟอง
มื้อเย็น: สลัดผักอกไก่ ไข่ต้ม โดยนำอกไก่ที่ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำให้สุกทั่วชิ้น แล้วนำไปอบด้วยหม้ออบลมร้อน หลังจากนั้นนำไข่ไปต้ม แล้วนำไปวางบนผักสลัดต่าง ๆ ที่เตรียมไว้

วันอังคาร
มื้อเช้า: ไข่ดาวอะโวคาโด โดยนำอะโวคาโดผ่าออกเป็น 2 ซีก แล้วเอาเม็ดออก จากนั้นตอกไข่ไก่ใส่ลงไป แล้วนำไปใส่หม้ออบลมร้อน อบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส ประมาณ 10-15 นาที ก็พร้อมทานได้เลย แต่ถ้ากลัวไม่อิ่มอาจจะเพิ่มขนมปังโฮวีลอีก 1 แผ่นก็ได้เช่นกัน
มื้อเที่ยง: ข้าวผัดกิมจิ โดยนำกระเทียมมาผัดให้หอม แล้วใส่ไข่ลงไปผัดจนไข่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นใส่ผักกิมจิ และข้าวลงไปผัด จากนั้นปรุงรสตามใจชอบ เมื่อผัดทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว ก็ตักใส่จาน เพิ่มผักสดตามต้องการ พร้อมทานได้เลย
มื้อเย็น: ต้มจืดไข่น้ำหมูสับ โดยนำไข่มาเจียวแล้วทอดด้วยน้ำมันมะกอก พักไว้ นำสันในหมูสับให้ละเอียดปั้นเป็นก้อน จากนั้นต้มน้ำให้เดือด ใส่หมูก้อนลงไป ตามด้วยวุ้นเส้น ไข่เจียว ผักกาดขาว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว โรยผักชี

วันพุธ
มื้อเช้า: สลัดผลไม้กรีกโยเกิร์ต โดยนำกรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ และผลไม้แคลอรี่ต่ำอย่าง สับปะรด แอปเปิลเขียว สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และส้ม แล้วนำผลไม้ที่เตรียมไว้มา คลุกเคล้าเข้ากับกรีกโยเกิร์ต เสร็จแล้วรับประทานได้เลย
มื้อเที่ยง: ข้าวหน้าแซลมอนเทอริยากิ โดยนำซอสเทอริยากิสำเร็จรูป 1 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่นให้เจือจางเอา แล้วนำมาหมักปลาแซลมอน จากนั้นนำไปย่างบนกระทะเทฟล่อน สุกแล้วโรยงา ทานคู่ ข้าวกล้องร้อน ๆ และผักสด ผักลวก ตามใจชอบ
มื้อเย็น: อกไก่นุ่มพริกไทยดำ โดยนำอกไก่ลอกหนังคลุกซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ นมสดไขมันต่ำ และพริกไทยสับละเอียด ทิ้งไว้สักพัก แล้วนำเข้าเตาอบหรือหม้ออบร้อน ระหว่างรอไก่สุก ให้นำบล็อกโคลีไปนึ่งจนสุก แล้วพักไว้ เมื่อไก่สุกจัดใส่จาน แล้วนำบล็อกโครีที่นึ่งไว้ลงมาย่างในกระทะใบเดิมที่ใช้ย่างไก่ เติมเกลือเพิ่มรสชาติได้เล็กน้อย จนเริ่มมีสีสันสวยงามก็ยกลงจัดจานกันได้เลย

วันพฤหัสบดี
มื้อเช้า: แซนด์วิชเนยถั่วกล้วย โดยนำขนมปังโฮวีลไปปิ้งจนกรอบ หลังจากนั้นทาเนยถั่วบาง ๆ แล้วหั่นกล้วยหอมเป็นแว่น ๆ วางตามลงไป แล้วนำขนมปังอีกแผ่นมาปิด ก็พร้อมทานได้เลย แต่ถ้ากลัวว่าจะไม่อิ่มอาจจะทานคู่กับนมวัวไขมันต่ำ หรือนมอัลมอนด์
มื้อเที่ยง: ข้าวผัดอกไก่ โดยนำถั่วลันเตา แครอทหั่นเต๋า และหัวหอมใหญ่ ผัดลงไปจนเครื่องหอมแล้วนำข้าวสวยหุงแล้วใส่ทีละครึ่งถ้วย ตามด้วยไข่ไก่ ผัดให้เข้ากันแล้วจึงใส่ข้าวสวยที่เหลือ กับโรยเนื้อไก่สับที่ต้มไว้สุกแล้ว
มื้อเย็น: น้ำพริกปลาทูผัดแห้ง + ไข่ต้ม โดยนำพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม เนื้อปลาทูย่าง ปั่นรวมกันแล้วเอาไปผัดในน้ำมันคาโนล่า ใช้เพียง 1 ช้อนชา ทานคู่กับผักสด และผักลวกตามชอบ ทั้งนี้อาจจะเพิ่มไข่ต้มเข้าไปด้วยก็ได้เช่นกัน

วันศุกร์
มื้อเช้า: โจ๊กข้าวโอ๊ตอกไก่ โดยนำอกไก่ไปนึ่งให้สุก แล้วยกพักไว้ และฉีก ๆ เตรียมไว้ จากนั้นตั้งน้ำ และใส่ข้าวโอ๊ตลงไป คนจนข้าวโอ๊ตเริ่มสุก แล้วใส่ไก่ฉีกลงไป รอน้ำเดือดอีกทีใส่เห็ดหอมคน ๆต่อไปปรุงรสตามใจชอบ ก็สามารถทานได้เลย
มื้อเที่ยง: ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + แกงส้มกุ้ง โดยนำน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำพริกแกงส้ม มาผสมเป็นเครื่องแกงส้มแบบคลีน ๆ จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือด ใส่ผัก และกุ้ง หลังจากนั้นฉีกใบมะกรูดตบท้ายเพื่อให้ได้กลิ่นหอม แล้วทานคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รี่
มื้อเย็น: เมี่ยงปลาเผา โดยนำปลาทับทิมที่ล้างทำความสะอาดแล้ว นำเข้าหม้ออบลมร้อนจนเนื้อปลาสุกทั่วทั้งตัว ระหว่างรอเนื้อปลาสุก เตรียมผักนึ่ง ผักสด ลวกเส้นหมี่ข้าวกล้อง และปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดด้วยรากผักชีสับละเอียด พริกขี้หนูสับ กระเทียมปั่น ซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง

วันเสาร์
มื้อเช้า: ไข่กระทะ โดยนำสเปรย์น้ำมันมะกอกมาฉีดบาง ๆ ลงในกระทะ พอกระทะเริ่มร้อนได้ที่ ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป พอไข่ขาวเริ่มสุกได้ที่ ก็เริ่มเทส่วนผสมทั้งหลายลงไป เริ่มจากแครอท เมล็ดข้าวโพด ถั่วแระญี่ปุ่น และอกไก่สับที่รวนไว้ ตั้งไฟต่ออีกสักพักจนไข่ขาวสุก ส่วนไข่แดงเลือกความสุกตามชอบ พอได้ที่ก็จัดการโรยต้นหอมลงไป ปิดไฟ โรยพริกไทยนิดหน่อย พร้อมเสิร์ฟ
มื้อเที่ยง: ข้าวยำปลาทู โดยนำปลาทูไปนึ่งให้สุก จากนั้นเลาะแต่เอาแต่เนื้อมายีให้พอละเอียด พักไว้ก่อน มาเตรียมน้ำยำ โดยใช้พริกขี้หนูสับ ซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำมะนาว น้ำผึ้ง ปรุงรสให้เข้ากัน นำเนื้อปลาทูที่เตรียมไว้ลงไปคลุก ใส่ตะไคร้ซอย แล้วขยำให้เนื้อเข้ากัน ตามด้วยใส่หอมแดง ผักชีฝรั่ง ผักชี ต้นหอม คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง ทานคู่กับข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ และผักสดตามต้องการ
มื้อเย็น: ข้าวลาบไก่สับ ไข่ต้ม โดยนำไก่สับ รวนให้สุก แล้วนำหอมแดง ผักชี ใบเลื่อย สะระแหน่ พริกป่น มะนาว ข้าวคั่ว น้ำปลา เอาทุกอย่างคลุกด้วยกัน ทานคู่กับไข่ต้ม ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และผักสดตามชอบ

วันอาทิตย์
มื้อเช้า: โยเกิร์ตแอปเปิล กราโนล่า โดยนำแอปเปิลมาล้างน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หรือแบบลูกเต๋าพอดีคำก็ได้ หลังจกานั้นนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติตักใส่ถ้วย เสร็จแล้วนำแอปเปิลที่หั่นเตรียมไว้วางลงไปบนโยเกิร์ตเลย และโรยหน้าด้วยกราโนล่า อาจจะราดน้ำผึ้งนิดหน่อยเพิ่มความอร่อย
มื้อเที่ยง: ข้าวกะเพราอกไก่สับ โดยนำกระเทียม พริกชี้ฟ้าสับละเอียด ใส่ลงในกระทะที่มีน้ำมันมะกอก ตามด้วยใส่อกไก่สับ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำตาลทรายแดง และใส่ใบกะเพรา กินพร้อมข้าวกล้อง หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ อาจจะเพิ่มไข่ต้มลงไปด้วย
มื้อเย็น: ยำไก่ยอสันในหมูสับ โดยนำไก่ยอมาหั่นเป็นแว่น ๆ ลวกให้สุกแล้วพักไว้ ใช้เนื้อหมูสันในสับละเอียดนำไปต้มให้สุก จากนั้นทำน้ำยำ ด้วยพริกขี้หนูสับ ซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำมะนาว น้ำผึ้ง ปรุงรสให้เข้ากัน ใส่หมูยอ และหมูสับลงไปคลุกให้เข้ากัน ใส่หอมแดง หัวหอม ผักชีฝรั่ง มะเขือเทศ คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง โรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์

อาหารคลีนที่เรานำมาฝาก เป็นเมนูที่ทำได้ง่าย ๆ มีทั้งเมนูต้ม เมนูผัด เมนูยำ ทำให้การทานอาหารคลีนไม่น่าเบื่อ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถนำเมนูเหล่านี้ไปปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ อาจจะสลับวัน สลับเมนูกันได้ แต่แนะนำว่าเมนูเช้า ก็ควรจะเป็นเมนูเช้า ไม่สลับเช้าไปกลางวัน หรือกลางวันไปกลางคืนจะดีที่สุด สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักก็ทานอาหารคลีน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ก็จะยิ่งทำให้เห็นผลมากยิ่งขึ้น

รวมทะเลไทยน่าเที่ยว หมดโควิดไปเที่ยวกัน

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ การไปเที่ยวทะเลสวย ๆ นอนชิล ๆ รับลมเย็น ๆ ชมวิวริมหาด เป็นการพักผ่อนที่ดีมาก ๆ อีกทั้งยังเป็นการชาตพลังก่อนกลับไปทำงาน เพราะนอกจากจะได้พักผ่อนแล้ว ยังได้ทำกิจกรรมสนุก ๆ อีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวมจุด Check-in ทะเลไทยน่าเที่ยว หมดโควิดเราไปเที่ยวกัน มาฝากทุกคนกันค่ะ

เกาะล้าน พัทยา
เกาะล้าน เป็นเกาะที่น้ำทะเลสีฟ้าคราม หาดทรายขาวละเอียด และมีชายหาดหลายหาดให้ได้ไปเยี่ยมชมกัน ซึ่งหาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ หาดตาแหวน เพราะเป็นชายหาดที่มีพื้นที่กว้าง หาดทรายขาว และมีกิจกรรมมากมาย ทั้งบานาน่าโบ้ท เจ็ทสกีให้ได้เล่นกัน ที่สำคัญมีสะพานไม้สวย ๆ ทอดยาวให้เดินเล่นไปจนถึงหาดสังวาลย์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีหาดอื่น ๆ อย่าง หาดทองหลาง หาดแสม หาดตายาย หาดเทียน และหาดนวล ซึ่งแต่ละหาดก็จะมีบรรยากาศที่ต่างกันออกไป
ที่ตั้ง : อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

เกาะแสมสาร สัตหีบ
เกาะแสมสาร บนเกาะจะมีชายหาดที่สามารถเล่นน้ำ และดำน้ำได้ 2 ชายหาด คือหาดเทียน และหาดลูกลม หาดเทียน ซึ่งหาดลูกลมเป็นชายหาดที่สวยที่สุดของเกาะ มีทรายขาวละเอียด และน้ำทะเลสีฟ้าใส มีจุดชมวิวที่สามารถเห็นวิวทะเลในมุมสูงได้อย่างงดงาม ทั้งนี้เกาะแสมสาร ยังมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย ทั้งเล่นน้ำชิล ๆ เล่นวอลเล่ย์บอลชายหาด พายเรือคายัค ปั่นจักรยานชมเส้นทางธรรมชาติบนเกาะแสมสาร ดำน้ำดูปะการัง หรือนั่งเรือท้องกระจก ก็สามารถเลือกได้เลยค่ะ
ที่ตั้ง : ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เกาะหลีเป๊ะ สตูล
เกาะหลีเป๊ะ มีชายหาดหลัก ๆ 3 หาด หาดแรก คือ หาดพัทยา เป็นหาดที่เรือทุกลำจอดรับส่งนักท่องเที่ยว และมีรีสอร์ทติดหาดยาวไปจนสุดหาดเลย หาดที่สอง คือ หาดซันเซ็ท เป็นจุดรวมตัวของนักท่องเที่ยวที่รอชมพระอาทิตย์ตก และหาดสุดท้าย คือ หาดซันไรส์ ดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ซึ่งการมาเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ ยังมีกิจกรรมดำน้ำดูปะการัง และพายเรือคายัคชมความสวยงามรอบ ๆ เกาะหลีเป๊ะ เป็นอีกเกาะที่ควรมาเที่ยวจริง ๆ ค่ะ
ที่ตั้ง : ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

หมู่เกาะสิมิลัน พังงา
หมู่เกาะสิมิลัน เป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน ซึ่งมี 9 เกาะ เรียงจากเหนือมาใต้ คือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยันเกาะเมี่ยง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลกเกาะสิมิลัน และเกาะบางู โดยหมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามทั้งบนบก และใต้น้ำ มีปะการังที่สวยงามหลายชนิด สามารถดำน้ำ ได้ทั้งน้ำตื้น น้ำลึก และยังสามารถพบปลาที่หายาก เช่น วาฬ โลมา ปลาไหลมอเรย์ สำหรับใครที่ชอบดำน้ำดูปะการัง และปลาหายากต่าง ๆ แนะนำให้มาเที่ยวที่นี่เลยค่ะ
ที่ตั้ง : ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา

เกาะกูด ตราด
เกาะกูด ได้รับการขนานนามว่า อันดามันแห่งทะเลตะวันออก เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยว และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งเกาะกูด มีหาดทรายขาวสะอาดสวยงาม เต็มไปด้วยดงมะพร้าวเรียงรายอยู่ด้านตะวันตก โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา เชิงเขามีสวนมะพร้าว และป่าชายเลน หาดส่วนใหญ่อยู่ทางด้านตะวันตก หาดทรายขาว น้ำทะเลใส และมีคลองเจ้าเป็นธารน้ำสายสำคัญหล่อเลี้ยงชีวิตบนเกาะ เป็นเกาะที่น่ามาผักผ่อนเป็นอย่างมาก เพราะคุณจะได้สัมผัสกับธรรมาติที่แท้จริง
ที่ตั้ง : ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

เกาะเต่า-เกาะนางยวน สุราษฎร์ธานี
เกาะเต่า มีอ่าว และชายหาดหลายแห่ง เช่น หาดทรายรี อ่าวโฉลกบ้านเก่า หาดทรายแดง อ่าวหินวง อ่าวโตนด อ่าวเทียนออก ฯลฯ ซึ่งเกาะเต่า ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบดำน้ำ เพราะมีจุดดำน้ำทั้งดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกที่สวยงามหลายจุด ในส่วนของเกาะนางยวน ประกอบไปด้วย 3 เกาะเชื่อมกันด้วยสันทรายสีขาว 3 เส้น สามารถเดินข้ามไปมาได้ และจากเกาะนางยวนก็สามารถมองเห็นเกาะเต่าได้ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังที่มีฝูงปลาขนาดเล็กสีสันสวยงามมากมาย
ที่ตั้ง : อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เกาะพีพี กระบี่
หมู่เกาะพีพี จะประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่ ๆ คือ เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล และเกาะเล็ก ๆ ข้างเคียง คือ เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ ซึ่งเกาะพีพีดอน และเกาะพีพีเล เป็นเวิ้งหรืออ่าวใหญ่ที่ภายในมีหาดทรายขาวสะอาดสวยงาม น่าเล่นน้ำ และดำน้ำดูปะการัง ทั้งนี้เกาะพีพีดอน ยังเป็นศูนย์กลางของหมู่เกาะพีพี มีสิ่งอำนวยความสะดวกค รวมทั้งยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วย นอกจากนี้เกาะพีพี ประกอบด้วยอ่าว 2 อ่าวที่เป็นเวิ้งอ่าวคู่ คือ อ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัมคั่นด้วยที่ราบเล็ก ๆ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว
ที่ตั้ง : เกาะพีพีดอน ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

เกาะขาม สัตหีบ
เกาะขาม เป็นเกาะเล็ก ๆ ในอำเภอสัตหีบ ที่มีน้ำทะเลใส หาดทรายขาว เหมาะสำหรับมาเล่นน้ำพักผ่อน และยังมีกิจกรรมหลายอย่างให้ได้ทำ ไม่ว่าจะเป็น ดำน้ำดูปะการัง นั่งเรือท้องกระจกชมสัตว์ใต้ทะเล พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน หรือเดินชมพันธุ์ไม้ธรรมชาติตามเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บนเกาะขาม ซึ่งการมาเที่ยวเกาะขาม สามารถเที่ยวได้แบบไปเช้าเย็นกลับ ไม่สามารถค้างคืนได้เนื่องจากเป็นเกาะที่อนุรักษ์ไว้โดยกองทัพเรือ เป็นอีกเกาะที่น่ามาพักผ่อนสุด ๆ เลยค่ะ
ที่ตั้ง : ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เกาะมัดสุม สุราษฎร์ธานี
เกาะมัดสุม หรือที่เรียกว่า เกาะหมู เนื่องจากมีหมูอาศัยอยู่ที่นี่จริง ๆ ซึ่งเกาะมัดสุมเป็นเกาะที่อยู่ใกล้กับเกาะสมุย ตัวเกาะมีรูปร่างเล็ก ๆ แคบ ๆ ไม่กว้างมากนัก สามารถเดินเท้าจากด้านหนึ่งของเกาะไปยังอีกด้านหนึ่งได้ ทั้งเกาะจะถูกล้อมไปด้วยใบไม้สีเขียว และทรายสีขาว พร้อมกับปะการังที่สวยงามเหมาะสำหรับการดำน้ำ พายเรือคายัค นอนชิล ๆ หรือเล่นกับน้องหมู ก็ผ่อนคลายแบบสุด ๆ เลยค่ะ
ที่ตั้ง : ตำบลตลิ่งงาม เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เกาะทั้งหมดที่เรานำมาฝาก ล้วนเป็นเกาะที่สวยงาม หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด ซึ่งแต่ละเกาะก็มีความสวยงามที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ในแต่ละเกาะก็ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทุกคนได้ไปเที่ยวเล่น และพักผ่อนกัน ใครอยากไปเกาะไหน ก็สามารถเลือกได้ตามความชอบเลยค่ะ

ความแตกต่างของงานพิมพ์ระบบ Digital และระบบ Offset

หลาย ๆ คน อาจจะเคยได้ยินงานพิมพ์ระบบดิจิตอล (Digital Printing) และงานพิมพ์ระบบออฟเซ็ท (Offset Printing) ที่มีคุณภาพที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน และมีมาตรฐานด้านงานพิมพ์สีที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ถึงอย่างนั้นงานพิมพ์ทั้ง 2 ระบบนี้ก็มีความแตกต่างกัน ซึ่งถ้าคุณรู้ว่าความแตกต่างของ 2 ระบบนี้ แตกต่างกันอย่างไร ก็จะทำให้คุณเลือกประเภทงานพิมพ์ได้เหมาะสม และทำให้งานของคุณได้งานที่มีคุณภาพสูงสุดอีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปดูงานพิมพ์ Digital & Offset ต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้ประเภทงานพิมพ์ให้เหมาะสม และได้คุณภาพ

งานพิมพ์ระบบดิจิตอล (Digital Printing)
เป็นการพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และสามารถสั่งพิมพ์ได้โดยตรงจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เพียงแค่มีไฟล์งาน ส่งเข้าคอมพิวเตอร์ที่พ่วงกับเครื่องพิมพ์ ก็สามารถสั่งพิมพ์งานได้เลย หากต้องการแก้ไขงานก็สามารถแก้ไขอาร์ตเวิร์คแล้วใช้ไฟล์ใหม่สั่งพิมพ์แทนไฟล์เดิมได้ ซึ่งงานพิมพ์ระบบดิจิตอลเหมาะกับงานพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ จำนวนน้อย 1 ชิ้นก็สามารถทำได้ หรือสามารถพิมพ์งานได้ตามที่ต้องการใช้งานจริง ทั้งนี้งานพิมพ์ในระบบนี้ไม่ต้องทำเพลท ก็สามารถพิมพ์ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงได้ และสามารถรันข้อมูล ตัวเลข ตัวอักษรต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ที่สำคัญใช้เวลาผลิตไม่นานมาก ซึ่งงานพิมพ์ที่นิยมพิมพ์ในระบบดิจิตอล เช่น นามบัตร ใบปลิว หนังสือ เป็นต้น

งานพิมพ์ระบบออฟเซ็ท (Offset Printing)
เป็นการพิมพ์ที่ใช้หลักการน้ำกับน้ำมันไม่รวมตัวกัน โดยสร้างเยื่อน้ำไปเกาะอยู่บนบริเวณไร้ภาพของแผ่นแม่พิมพ์ เมื่อรับหมึก หมึกจะไม่เกาะน้ำ แต่จะไปเกาะบริเวณที่เป็นภาพแล้วถูกถ่ายลงบนผ้ายาง และกระดาษพิมพ์ต่อ ซึ่งงานพิมพ์ทุกงานต้องทำเพลท หรือที่เรียกว่า แม่พิมพ์ เหมาะสำหรับงานพิมพ์ปริมาณมาก ๆ ไม่เร่งรีบ เพราะใช้เวลาในการผลิตมากกว่างานพิมพ์ระบบดิจิตอล ทั้งนี้งานพิมพ์ในระบบนี้จะเน้นภาพที่มีความละเอียดสวยงาม รวมถึงเพิ่มลูกเล่นพิเศษ เช่น เคลือบยูวี เคลือบ PVC เคลือบด้าน เคลือบมัน ไดคัท เป็นต้น หากยิ่งสั่งจำนวนเยอะ ราคาก็จะยิ่งถูกลง ซึ่งงานพิมพ์ที่นิยมพิมพ์ในระบบออฟเซ็ท เช่น การ์ด หนังสือ วารสาร นิตยสาร เป็นต้น

งานพิมพ์ระบบดิจิตอล และระบบออฟเซ็ท มีความแตกต่างกัน คือ หากต้องการงานพิมพ์ปริมาณน้อย รวดเร็ว ประหยัดเวลา สามารถแก้ไขได้ทุกงาน และลงทุนไม่มาก ถือว่างานพิมพ์ดิจิตอลตอบโจทย์ แต่หากต้องการงานพิมพ์ในปริมาณมาก ๆ เน้นคุณภาพ รายละเอียดคม และไม่เร่งรีบเรื่องระยะเวลาการผลิตมากนัก งานพิมพ์ออฟเซ็ทจะเหมาะมากกว่า ซึ่งเมื่อคุณทราบข้อแตกต่างของงานพิมพ์ทั้ง 2 ระบบแล้ว ก็จะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้ประเภทงานพิมพ์ให้เหมาะสมกับงานพิมพ์ของคุณมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

สำหรับท่านใดที่สนใจพิมพ์งานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับพิมพ์งานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก ทั้งนี้เรายังรับออกแบบและพิมพ์การ์ดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร ใบปลิว โบรชัวร์ โปสเตอร์ คูปอง การ์ดเชิญ เมนูอาหาร ปฏิทิน หนังสือ นิตยสาร โฟโต้บุ๊ค ฯลฯ ซึ่งลูกค้าสามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบขาวดำ หรือ 4 สี หรือแม้แต่การพิมพ์สีพิเศษ ต่าง ๆ พิมพ์ 1 หน้า หรือ 2 หน้า แล้วแต่ลูกค้าออกแบบ นอกจากนั้นการพิมพ์นามบัตรสามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความน่าสนใจได้หลากหลาย อาทิ เคลือบ PVC แบบมัน/ด้าน, Spot UV , ปั๊มเคเงิน/ทอง, ปั๊มนูน/จม เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

ต้นไม้มงคล ปลูกง่าย ความหมายดี บ้านไหนมีแล้วรวย

สำหรับคนที่ชอบปลูกต้นไม้ ดอกไม้ เชื่อว่าหลาย ๆ คน อาจะมีต้นไม้มงคลอยู่ที่บ้านกันบ้างแล้ว ซึ่งการปลูกต้นไม้มงคลไว้ในบ้านหรือตัวบ้าน มีความเชื่อกันว่าจะช่วยในเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน ความรัก และครอบครัวอีกด้วย ซึ่งต้นไม้มงคลก็มีให้เลือกทั้งไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ประดับ ดังนั้นวันนี้เราเลยนำต้นไม้มงคล ปลูกง่าย ความหมายดี บ้านไหนมีแล้วรวย มาฝากกันค่ะ

ต้นวาสนา
ต้นวาสนา ถือเป็นไม้เสี่ยงทายคนไทยโบราณ เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจนต้นออกดอกจะช่วยให้คนในครอบครัวได้รับโชคลาภ ปรารถนาสิ่งใดก็จะได้ดังหวัง และส่งเสริมให้มีความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคง โดยลักษณะของพันธุ์ไม้ชนิดนี้มีใบเรียม แหลม ยาว สีเหลืองหรือสีขาวอมเหลือง ดอกวาสนามีสีขาวไปจนถึงสีชมพู มีกลิ่นหอม ซึ่งการดูแลรักษา ควรวางไว้ในจุดที่อากาศถ่ายเท แดดรำไร และรดน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

ต้นกวักมรกต
ต้นกวักมรกต เป็นไม้ประดับที่มีชื่ออันเป็นสิริมงคล และยังเป็นไม้เสี่ยงทาย ซึ่งเชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะช่วยส่งเสริมให้มีโชคลาภ ปรารถนาอะไรก็มักจะสมหวัง ถ้าสามารถปลูกแล้วมีดอกให้เห็นด้วย จะยิ่งร่ำรวยมากขึ้น นอกจากนี้ต้นกวักมรกต ยังช่วยกรองอากาศ และช่วยดูดสารพิษในบ้านได้อีกด้วย ซึ่งการดูแลก็ง่าย เพราะเป็นไม้ประดับที่สามารถปลูกได้ในบ้าน และนอกบ้าน ไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อย ๆ แค่รดน้ำอาทิตย์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว

ต้นโป๊ยเซียน
ต้นโป๊ยเซียน เป็นต้นไม้มงคลจากประเทศจีน เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะนำโชคลาภมาสู่คนในบ้าน และคอยคุ้มครองปกป้องคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข และถ้าปลูกต้นโป๊ยเซียนออกดอกได้ 8 ดอกขึ้นไป จะทำให้มีโชคลาภ ร่ำรวยเงินทอง มีหน้าที่การงานที่ดี ซึ่งการดูแลก็ง่ายมาก ๆ เพราะเป็นต้นไม้ที่ทนทาน ชอบแสงแดดรำไร ไม่ชอบความชื้น ทนแล้งได้ดี โดยรดน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

ต้นกวนอิม
ต้นกวนอิม เป็นไม้ยืนต้นที่มีชื่อใกล้เคียงกับเทพเจ้าของชาวจีน และชาวไทยให้ความเคารพบูชากันทั่วไป เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะช่วยเสริมสิริมงคล ส่งผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวยให้แก่บ้าน และผู้อาศัย ซึ่งต้นกวนอิม เป็นต้นไม้ที่ชอบแดดรำไรหรือแดดจัดก็ได้ รดน้ำไม่ต้องบ่อยแค่รดอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

ต้นเศรษฐีเรือนใน
ต้นเศรษฐีเรือนใน ลักษณะเด่นคือใบเรียวยาวขอบสีเขียว และมีเส้นสีขาวตรงกลาง เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะช่วยป้องกันอันตราย และช่วยเสริมสิริมงคล เสริมโชคลาภ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษภายในอาคารที่พักอาศัย และช่วยกำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ ที่มาจากวัสดุก่อสร้างภายในบ้านในอากาศได้ ดังนั้นคนที่เป็นภูมิแพ้ ควรปลูกต้นนี้ไว้มาก ๆ ซึ่งการดูแลก็ง่าย เนื่องจากเป็นพืชที่ไม่ค่อยชอบน้ำ รดน้ำเพียงสัปดาห์ละครั้ง และตั้งอยู่ในที่แดดรำไร

ต้นลิ้นมังกร
ต้นลิ้นมังกร เป็นต้นไม้มงคลที่มีความแข็งแรง ทนทาน ดูแลง่าย เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะช่วยปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีให้ออกไปจากชีวิต นอกจากนี้ยังมีความสามารถช่วยดูดซับสารพิษ และฟอกอากาศในบ้านได้ ซึ่งการดูแลก็ง่าย ถ้าวางไว้ในร่มรดน้ำอาทิตย์ละครั้ง แต่ถ้าวางไว้ข้างนอกหรือในบริเวณที่มีแสงส่อง รดน้ำอาทิตย์ละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

ต้นชวนชม
ต้นชวนชม เป็นพืชไม้ดอกไม้ประดับมงคลที่คนไทยนิยมปลูก ที่สำคัญยังให้ดอกสีชมพูสวยสด เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะทำให้คนในบ้านเป็นที่นิยมชมชอบ มีเสน่ห์ดึงดูดคนรอบข้างให้ชวนมองชวนชม ซึ่งการปลูกก็ง่าย เพราะต้นชวนชมทนต่อสภาพทนแล้งได้ดี ทนแดด สามารถปลูกไว้กลางแจ้งได้ ควรรดน้ำวันละครั้ง ไม่ควรให้น้ำมากเกินไปเพราะจะทำให้รากเน่าได้

ต้นไม้มงคลที่เรานำมาฝาก แต่ละต้นล้วนมีความหมายดี แถมยังปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก อีกทั้งยังช่วยเสริมโชคลาภ ช่วยเพิ่มความสดชื่นในบ้าน แถมบางต้นยังช่วยฟอกอากาศอีกด้วย สำหรับใครที่อยากปลูกต้นไม้ อาจจะลองหาต้นไม้มงคลมาปลูกดูกันได้ค่ะ นอกจากจะทำให้บ้านสดชื่นแล้ว ยังได้ความเป็นมงคลให้แก่บ้านอีกด้วย

10 ไอเดีย ถ่ายรูปคาเฟ่ยังไงให้ปัง

ยุคสมัยที่ร้านกาแฟ คาเฟ่ ได้เปิดขึ้นมาอย่างมากมาย ทำให้วันหยุดของใครหลาย ๆ คน มักจะไปหาคาเฟ่นั่งดื่มชา กาแฟ และทานขนมกัน แต่คาเฟ่ในปัจจุบันมีการตกแต่งร้านที่ดูสวยงาม ทำให้มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ๆ แต่สำหรับคนที่ถ่ายภาพไม่ค่อยเก่ง ไม่รู้ว่าจะถ่ายยังไงให้ออกมาสวย และดูโดดเด่น วันนี้เราเลยนำไอเดียถ่ายรูปที่คาเฟ่ให้สวยปัง ไม่ซ้ำใคร มาฝากกันค่ะ

1. ถือแก้วน้ำ
การยกแก้วน้ำมาถือไว้ แล้วหาพื้นหลังสวย ๆ หรือจะจับแก้วน้ำไว้ ก็สามารถถ่ายภาพไปลงโซเซียลได้แล้ว นอกจากจะได้ภาพที่ดูสวยแล้ว ยังทำให้ภาพนี้ดูชิคดูเก๋อีกด้วย

2. มุมเบเกอรี่
การถ่ายมุมเบเกอรี่ เป็นอีกมุมที่ถ่ายออกมาสวย ไม่ซ้ำใคร แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกคาเฟ่ที่มีการจัดมุมเบเกอรี่ที่จัดวางขนมแต่ละอย่างให้เห็นแบบชัด ๆ และดูน่าถ่ายรูป เมื่อถ่ายออกมาแล้วก็จะทำให้เราได้รูปเบเกอรี่สวย ๆ ไปลงโซเซียล

3. ถ่ายอาหาร
เมื่อขนม และเครื่องดื่มมาครบแล้ว การถ่ายภาพที่อยู่บนโต๊ะอาหาร ก็ถือเป็นอีกมุมที่สวยไม่แพ้กัน แต่ต้องจัดวางเครื่องดื่ม และขนมให้สวย หรือจะนำอาหารของเราไปวางริมหน้าต่างให้แสดงสาดเข้ามาตกกระทบกับอาหาร ก็จะช่วยให้ภาพที่ถ่ายออกมาดูดีขึ้นอีกด้วย

4. มุมภายในร้าน
การถ่ายรูปเก็บบรรยากาศภายในร้าน หรือมุมฮิตของร้าน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะที่ตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้ โซนเคาน์เตอร์กาแฟ หรือมุมที่มีของตกแต่งเยอะ ๆ ก็จะทำให้คุณได้ภาพสวย ๆ มาลงโซเซียลได้แล้ว

5. จิบเครื่องดื่ม
การถ่ายรูปท่าจิบกาแฟ จิบเครื่องดื่มเป็นทางเลือกที่ดีมาก ๆ ที่จะทำให้ได้รูปสวย ๆ น่ารัก ๆ ดูเป็นธรรมชาติ ดูผ่อนคลาย โดยลองจิบกาแฟเล็กน้อย แสงได้ มุมได้ เท่านี้ ก็จะได้ภาพสวย ๆ แล้ว

6. ท่ามือเท้าคาง
การทำท่ามือเท้าคาง เป็นท่าง่าย ๆ ที่ถ่ายออกมาแล้วดูน่ารัก และยังเป็นท่าที่ช่วยปิดแก้ม ทำให้หน้าดูเรียวเล็กลงได้อีกด้วย

7. ทีเผลอ
การถ่ายรูปแบบเผลอ ๆ เป็นการถ่ายที่ง่าย แถมยังดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย โดยท่าเผลอนั้น แค่มองนู่นมองนี้ไปเรื่อย ๆ จัดมุมดี ๆ แค่นี้ก็ได้ภาพเผลอน่ารัก ๆ แล้ว

8. ท่านั่ง
การโพสต์ท่านั่ง สามารถโพสต์ได้หลาย ๆ แบบ แต่จะให้โพสต์ท่าธรรมดา ๆ ก็กลัวจะไม่เก๋ งั้นลองนั่งไขว้ห้าง หรือนั่งหันข้าง ก็ดูสวยเก๋ไปอีกแบบ

9. ถ่ายแบบไม่เห็นหน้า
การถ่ายแบบไม่เห็นหน้า ก็ทำให้ภาพออกมาดูชิค ๆ เก๋ ๆ โดยอาจจะลองหยิบกล้องมาเหมือนถ่ายภาพ หยิบหนังสือมาบังหน้า ก้มหน้าลงหรือหันข้างให้เห็นปลายผม เพียงแค่นี้ก็จะได้ภาพสวย ๆ ดูดีมีสไตล์

10. ยืนถ่ายหน้าร้าน
การยืนถ่ายภาพบริเวณหน้าร้าน ก็จะทำให้เราได้ภาพที่มีพื้นหลังสวย ๆ และได้มุมภาพที่กว้างขึ้น ซึ่งท่าโพสต์ อาจจะยืนหันหน้า หันข้าง กำลังเดินหรือถ่ายด้านหลัง เมื่อลองถ่ายดูแล้ว ก็จะได้ภาพที่สวยแน่นอน

ทั้งหมดเป็นไอเดียถ่ายรูปที่คาเฟ่ ที่คนถ่ายรูปไม่เก่ง ก็สามารถถ่ายออกมาให้ดูสวย โดดเด่น และไม่ซ้ำใครได้ ไม่ว่าจะถ่ายขนม เครื่องดื่ม บรรยากาศร้าน หรือจะถ่ายเป็นภาพคนก็ดูดีแน่นอน

แนะนำผลไม้ลดพุง อิ่มนาน…ไม่อ้วน

การลดหน้าท้อง นอกจากการออกกำลังกายเฉพาะส่วนแล้วนั้น การเลือกรับประทานอาหารก็มีส่วนช่วยทำให้หน้าท้องลดลงได้เช่นกัน ทั้งนี้สำหรับคนที่ชอบทานขนมจุกจิกระหว่างวันที่อาจจะก่อให้เกิดหน้าท้องเพิ่มขึ้น ดังนั้นลองเปลี่ยนมาทานผลไม้แคลอรี่ต่ำ ช่วยให้อิ่มนาน และช่วยให้ระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหารดีขึ้น แถมยังช่วยลดหน้าท้องได้อีกด้วย จะมีผลไม้ชนิดไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ส้ม เป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าระบบขับถ่ายดีขึ้น ก็จะช่วยให้พุงยุบลงด้วย ซึ่งส้ม 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 42 กิโลแคลอรี่เท่านั้น

ฝรั่ง เป็นผลไม้อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นระโยชน์มากมาย ทั้งวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ โพแทสเซียม คาร์โบไฮเดรต และไฟเบอร์ ที่ทำให้อิ่มท้องได้นาน แถมยังให้พลังงานต่ำอีกด้วย เพราะฝรั่ง 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 60 กิโลแคลอรี่

แตงโม เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยเส้นใย น้ำ เนื่องจากแตงโมอุดมไปด้วยเส้นใย น้ำ และแอล-อาร์จินีนที่มีส่วนช่วยทำให้อิ่มไว แถมยังแคลอรี่ต่ำ เพราะแตงโม 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 25 กิโลแคลอรี่เท่านั้น

แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้เรารู้สึกอิ่ม และไม่อยากอาหารจุกจิก โดยในแอปเปิลมีสารอาหารที่เรียกว่า เพกติน ที่ช่วยเพิ่มกากใยอาหาร และดักจับคอเลสเตอรอลในร่างกาย โดยแอปเปิล 100 กรัม ให้พลังงาน 52 กิโลแคลอรี่

กล้วยหอม เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย แถมมีฟรุกโตสกับกลูโคส ซึ่งเป็นสารแทนความหวานจากธรรมชาติ ทั้งนี้การทานกล้วยหอมยังทำให้อิ่มท้องนานอีกด้วย โดยกล้วยหอม 100 กรัม ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี่

สตรอว์เบอร์รี แม้จะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน แต่ก็ที่ฮอร์โมนอะดิโปเนกติน และฮอร์โมนเลปติน กล้วยหอม เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย แถมมีฟรุกโตสกับกลูโคส ซึ่งเป็นสารแทนความหวานจากธรรมชาติ ทั้งนี้การทานกล้วยหอมยังทำให้อิ่มท้องนานอีกด้วย โดยกล้วยหอม 100 กรัม ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี่

อะโวคาโด เป็นกรดไขมันที่ดี ซึ่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในอะโวคาโด จะช่วยเพื่อเผาผลาญไขมันอิ่มตัวในร่างกาย มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันร้ายในหลอดเลือด จึงเป็นอาหารสำคัญที่เหมาะกับการลดน้ำหนัก และลดหน้าท้องอีกด้วย โดยอะโวคาโด 100 กรัม ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่

มะละกอ เป็นผลไม้ที่ช่วยในการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี เพราะในมะละกอมีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร และอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน เส้นใยไฟเบอร์สูง ที่ช่วยย่อยอาหารที่ย่อยยาก ทำให้ขับถ่ายคล่อง และเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ โดยมะละกอ 100 กรัม ให้พลังงานแค่ 13 กิโลแคลอรี่เท่านั้น

แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง แคลอรี่ต่ำ และทำให้อิ่มท้องนานขึ้น นอกจากนี้แก้วมังกรยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยให้ผิวพรรณดูชุ่มชื่น และเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในการลดพุงได้อีกด้วย โดยแก้วมังกร 100 กรัม ให้พลังงาน 60 กิโลแคลอรี่

ผลไม้ที่เรานำมาฝากล้วนเป็นผลไม้ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด และซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป ซึ่งผลไม้เหล่านี้ก็เป็นผลไม่แคลอรี่ต่ำ อิ่มท้องนาน เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร และลดหน้าท้องอีกด้วย

ร้านกาแฟในกรุงเทพ น่านั่งทำงานหรือนั่งชิลล์ก็ดี

เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ ทำให้หลาย ๆ คน ต้อง Work From Home อยู่บ้านกัน ซึ่งบางครั้งอยู่บ้านหลาย ๆ วัน ก็อาจจะรู้สึกเบื่อ คิดงานไม่ออก อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง ดังนั้นทำให้หลายคนอาจจะกำลังมองหาร้านกาแฟดี ๆ ไว้เปลี่ยนบรรยากาศสำหรับนั่งทำงาน ดังนั้นวันนี้เราจะมา แจกพิกัดคาเฟ่ในกรุงเทพ นั่งชิลล์ก็ได้ นั่งทำงานก็ดี จะมีร้านไหนน่านั่ง โดนใจบ้าง ไปดูกันเลย

Hario Cafe Bangkok
ร้าน Hario Cafe เป็นร้านสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งการตกแต่งร้านจะออกมาในโทนสีขาวแบบสไตล์ Minimal ที่เน้นความสบายตาด้วยแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านกระจกรอบทิศทาง เป็นร้านที่เหมาะจะมานั่งชิลล์ หรือนั่งทำงานก็ได้ นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเมนูเบเกอรี่ และเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้ทานเลือกทาน เลือกดื่มกัน แถมที่นี่ราคายังจับต้องได้ นักเรียน นักศึกษา คนทำงานก็สามารถมานั่งเรียน ทำการบ้าน นั่งทำงานได้ยาว ๆ ทั้งวันอีกด้วย
ที่อยู่ : 291 ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
วันเวลาเปิดบริการ : จันทร์-อาทิตย์ เวลา 06.00-00.00 น.
เบอร์โทร : 085-480-2920
Line : @hariocafebkk
Facebook : HARIO CAFE Bangkok
Instagram : hariocafebkk

Ratio Coffee Relation
ร้าน Ratio Coffee Relation เป็นคาเฟ่ 2 ชั้น ที่อยู่ไม่ไกลจาก MRT ลาดพร้าว ซึ่งตัวร้านเป็นด้วยตึกทรงสูง สีเทาเข้ม ด้านในเป็นเคาน์เตอร์บาร์ ซึ่งเน้นสีขาว และสีน้ำตาลอ่อนของไม้ ส่วนด้านบนก็จะมีโต๊ะนั่ง และมีแบบเคาน์เตอร์บาร์ ที่จะมานั่งชิลล์หรือนั่งทำงานก็ได้ ทั้งนี้ที่ร้านยังมีสปาเก็ตตี้ ข้าว เบเกอรรี่ และเครื่องดื่มหลากหลายให้ได้เลือกดื่ม เลือกทานกันด้วยค่ะ
ที่อยู่ : ซอยลาดพร้าว 19 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
วันเวลาเปิดบริการ : จันทร์-อาทิตย์ เวลา 07.30-18.00 น.
เบอร์โทร : 080-354-7695
Facebook : Ratio coffee relation
Instagram : ratiobangkok

Ease Cafe & Co-Working Space
ร้าน Ease Cafe & Co-Working Space เป็นทั้งร้านคาเฟ่นั่งชิลล์ และยังเป็น Co-Working Space ให้ มานั่งทำงานได้อีกด้วย จะมานั่งทำงานคนเดียวหรือมาเป็นกลุ่ม ทางร้านก็มีบริการเพรียบพร้อมทั้งห้องสำหรับ Meeting room ให้ได้คุยงานแบบเต็มที่ ซึ่งภายในร้านจะแบ่งเป็นหลายโซนตามไลฟ์สไตล์ เลือกนั่งได้ทั้งบาร์ด้านหน้า โต๊ะกลางร้าน และสวนด้านนอกสำหรับคนที่รักธรรมชาติ และชอบความเป็นส่วนตัว ทั้งในส่วนของอาหารก็มีให้เลือกทานหลากหลาย มั้งเมนูคาว หวาน และเครื่องดื่มแสนอร่อย เป็นอีกร้านที่เหมาะจะไปนั่งชิลล์หรือนั่งทำงานมาก ๆ เลยค่ะ
ที่อยู่ : 40/1 ซอยพหลโยธิน 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
วันเวลาเปิดบริการ : จันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น.
เบอร์โทร : 092-828-5424
Facebook : Ease Cafe&CoWorking Space
Instagram : easebkk

Alphabet Café & Bar
ร้าน Alphabet Café & Bar เป็นร้านที่ภายนอกตกแต่งด้วยต้นไม้ประดับที่แขวนไว้ สร้างความผ่นอคลาย สบายตา ส่วนภายในตกแต่งสไตล์ลอฟท์ เรียบง่ายด้วยสีขาว ดำ และน้ำตาล เพิ่มความสดชื่นด้วยการแซมต้นไม้ตกแต่งไว้เป็นจุด ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งมาที่นี่นอกจากจะได้นั่งทำงานในบรรยากาศดี ๆ แล้ว ยังมีอาหารอร่อย ๆ บริการทั้งคาว และหวาน ให้ได้ลือกทานมากมาย รวมไปถึงเครื่องดื่มทั้งชา กาแฟ รสชาติดี ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ
ที่อยู่ : 156 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
วันเวลาเปิดบริการ : จันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-02.00 น.
เบอร์โทร : 081-991-5269, 099-759-9599
Line : @alphabetcafeandbar
Facebook : Alphabet Cafe&Bar
Instagram : alphabetcafeandbar

THINK Café
ร้าน THINK Café เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในโครงการ THE BLOC ซึ่งตัวร้านจะตกแต่งเป็นโทนสีขาวดำ ดูทันสมัย และดูสบายตา นอกจากนี้ที่ร้านยังมีโต๊ะให้นั่งเยอะ และที่ร้านก็มีขายทั้งอาหาร ขนม เบเกอรี่ กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่สำคัญรสชาติอร่อย ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกร้านที่เหมาะจะมานั่งชิลล์ นั่งถ่ายรูป หรือจะมานั่งทำงานก็ได้เช่นกันค่ะ ใครอยู่แถว ๆ ราชพฤกษ์ เป็นอีกร้านที่แนะนำเลยค่ะ
ที่อยู่ : 94 โครงการ The Bloc ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
วันเวลาเปิดบริการ : จันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น.
เบอร์โทร : 086-555-8789
Facebook : THINK cafe
Instagram : think_cafe

ทั้งหมดก็เป็นร้านกาแฟ ที่นั่งชิลล์ก็ได้ นั่งทำงานก็ดี ซึ่งแต่ละร้านที่เรานำมาฝากนั้นก็มีบรรยากาศที่แตกต่างกันไป ใครชอบแบบไหน ก็สามารถเลือกได้เลยค่ะ แต่รับรองว่าแต่ละร้านดีจริง ๆ ทั้งบรรยากาศ อาหาร ขนม และเครื่องดื่มค่ะ

รู้ให้ทัน…ห่างไกล COVID-19

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 ในประเทศไทย ที่ยังคงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน และแพร่กระจายไปในหลายจังหวัด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่นแล้ว เราจึงควรปฏิบัติตัวให้ห่างไกลจากโควิดมากที่สุด ดังนั้นวันนี้ทาง ThaiDigitalPrint ของเรา ได้นำข้อที่ควรปฏิบัติ รู้ให้ทัน…ห่างไกล COVID-19 มาฝากกันค่ะ

2021 รู้ให้ทัน…ห่างไกล COVID-19 ปรับพฤติกรรม เปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่
1. หลีกเลี่ยงสถานที่หรือกิจกรรมที่มีผู้คนจำนวนมาก หรือเลือกไปในช่วงเวลาที่คนน้อย ที่สำคัญต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างน้อย 2 เมตร
2. รักษาระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 2 เมตร เมื่อต้องออกไปในพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ละอองน้ำลายหรือเสมหะจากผู้ที่ติดเชื้อสามารถมาถึงตัวเราได้
3. สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่อยู่ด้านนอก ไม่ว่าคุณจะออกไปที่ไหน และที่สำคัญอย่าลืมเปลี่ยนหน้ากากอนามัยอนามัยทุกวัน หรือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง หากใช้หน้ากากอนามัยแบบผ้าควรซัก และตากแดดให้แห้งก่อนนำกลับมาใช้ใหม่
4. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งควรล้างมือทุกครั้งหลังจับธนบัตร เหรียญ หรือบัตรโดยสารในการเดินทาง หากไม่ได้ล้างมือควรงดการใช้มือสัมผัสปาก หู จมูก ตาในระหว่างวัน
5. รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยการดื่มน้ำสะอาด 8 – 10 แก้ว/วัน รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และหลากหลาย ที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที/วัน 3-5 วัน/สัปดาห์
6. รับประทานอาหารที่สะอาด สดใหม่ เน้นอาหารปรุงสุก ยิ่งในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เช่นนี้ ให้หลีกเลี่ยงอาหารดิบ เน้นอาหารที่ปรุงสุกดีที่สุด
7. แยกภาชนะ ของใช้ส่วนตัว ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น โดยการแยกช้อน ส้อม จาน แก้วน้ำ และเลี่ยงการหยิบจับภาชนะของผู้อื่น
8. กลับถึงบ้านให้อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันที โดยแยกซักเสื้อผ้าที่ใส่ออกนอกบ้าน ออกจากเสื้อผ้าที่ใส่ในบ้าน และหมั่นซักผ้าบ่อย ๆ
9. ติดตามข่าวสารการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด เพื่อให้ได้ทราบข้อมูลผู้ติดเชื้อ และพื้นที่เสี่ยงที่มีการติดเชื้อ

การปฏิบัติตนตามคำแนะนำที่กล่าวไปข้างต้นนั้น เป็นการใช้ชีวิตประจำวัน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้ากับสถานการณ์มากขึ้น นอกจากจะเป็นการปกป้องตนเอง และคนที่คุณรักแล้ว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ได้อีกด้วย

UPDATE เทรนด์สีมาแรงปี 2021

เมื่อปีเก่าผ่านไป ปีใหม่เข้ามา ก็จะมีการ UPDATE เทรนด์สีมาแรงในปีนั้น ๆ เพราะสีเป็นอีกเครื่องมือที่สามารถสื่อความหมายในการนำมาใช้กับแบรนด์หรืองานต่าง ๆ เพื่อบ่งบอกถึงตัวตน ความเป็นเอกลักษณ์ ที่ช่วยสื่อสารความรู้สึกให้เกิดขึ้นในใจลูกค้า หรือเรียกว่า สี เป็นตัวแทนที่มีบทบาททำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยในปีหน้านี้ทาง TCDC หรือศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ ได้วิเคราะห์สรุปเทรนด์สี ปี 2021 ออกมาแล้ว จะมีโทนสีไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลย

Desert Flower สีส้มอมชมพู
Desert Flower (15-1435 TCX) เป็นสีส้มอมชมพู ที่แสดงถึงความีชีวิตชีวา ความอ่อนโยน ซึ่งสีนี้เคยเป็นเฉดสีที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในงานศิลปะศตวรรษที่ 15 มีความหมายถึงการถ่ายทอดความรู้สึกที่ต้องได้รับการเปิดเผย ต่อมาในทศวรรษที่ 60 เฉดสีนี้มีบทบาทมากขึ้น จากกลุ่มคนเคลื่อนไหวทางสังคม ที่เรียกว่า กลุ่มฮิบปี้ (Hippie) ซึ่งใน 2021 นี้ สีส้มอมชมพูจะเป็นสีแห่งการปรับเปลี่ยนความคิดเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นสีแห่งการมองหาสิ่งเรียบง่าย ไม่ปรุงแต่ง

Egret สีขาว
Egret (11-0103 TCX) เป็นสีขาว ที่แสดงถึงความเคารพ การเกิดใหม่ แสงสว่าง โดย ลี เอเดลคอร์ต (Li Edelkoort) นักพยากรณ์เทรนด์ชาวเนเธอร์แลนด์ กล่าวถึงความว่างเปล่า สำหรับการเริ่มต้นใหม่ การเปลี่ยนทิศทาง และการเรียกร้องความข้าใจที่ลึกซึ้ง สีนี้จึงเป็นตัวกลางที่ใช้สื่อสาร นอกจากนี้ในปี 2021 สีขาวจะถูกนำมาใช้ในวงการแฟชั่นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากแสดงถึงแก่นแท้บนเสื้อผ้าได้ว่า เสื้อผ้าชิ้นเรียบง่าย สื่อถึงการใช้งานได้จริง และใช้ได้ยาวนานตลอดชีวิต

Petunia สีม่วง
Petunia (19-3632 TCX) เป็นสีม่วง ที่แสดงถึงความล้ำสมัย ความเท่าเทียมในทุกเพศสภาพ เพราะในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความสำคัญกับผู้คนอย่างมาก เนื่องจากเทคโนโลยียิ่งเข้ามีบทบาทในแทบทุกกิจกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการเกม e-sport ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะสีม่วงแสดงถึงความแข็งแกร่ง และในปี 2021 ก็ถือเป็นปีที่ก้าวเข้าสู่ความทันสมัยด้านอารยธรรม ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียม

Canton สีเขียว
Canton (16-5112 TCX) เป็นสีเขียว เป็นสีที่แสดงถึงชีวิต การบำบัดรักษา และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสีนี้ยังเป็นกลุ่มสีที่ฮิตอย่างต่อเนื่องจาก 2020 แต่จะเพิ่มเฉดความเข้มขึ้น ซึ่งในปี 2021 จะเน้นการสื่อสารถึงความรู้สึกสงบ สุขภาพ การรักษา การสร้างความผ่อนคลาย จนได้รับฉายาว่า สีเขียวเป็นสีแห่งชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นสีที่ช่วยให้ทบทวนถึงสิ่งแวดล้อมโลก และการปลอบประโลมความรู้สึกให้จิตใจสงบ เปรียบเสมือนที่หลบภัยให้ความรู้สึกอุ่นใจ

Cyan Blue สีฟ้า
Cyan Blue (16-4509 TCX) เป็นสีฟ้า ที่แสดงถึงการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ โดยสีฟ้า มีจุดกำเนิดมาจากการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ จากปัญหามลภาวะทางทะเล ไม่ว่าจะเรื่องบรรจุภัณฑ์ ขยะพลาสติกทางทะเล ฯลฯ ที่ส่งผลให้ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้ในปี 2021 เป็นสีที่ตระหนักถึงปัญหา และยังเป็นจุดเริ่มต้นของค่านิยมใหม่ด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม

Blue Fog สีเทา
Blue Fog (15-4008 TCX) เป็นสีเทา ที่แสดงถึงความสงบ และความผ่อนคลาย ซึ่งเป็นสีโทนกลาง ที่ถูกนำมาใช้งานอยู่เป็นประจำ เพราะสามารถปรับใช้ได้ในหลายพื้นที่ ถือเป็นสีในการปรับสมดุลของชีวิต ที่สำคัญยังเป็นสีในการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีได้อย่างดี และด้วยเหตุผลจากการปรับใช้ได้ในหลายรูปแบบทั้งในโทนสว่างหรือจะเป็นโทนเข้มก็ตาม อีกทั้งยังเป็นสีที่ทำให้พักสายแล้ว ยังสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย สร้างความสงบ ให้เกิดขึ้นจากการลดทอนรายละเอียดที่มากให้น้อยลง

Fiesta สีส้มแสด
Fiesta (17-1564 TCX) เป็นสีส้มแสด ที่แสดงถึงตัวแทนของพลังใจ กระตุ้นการรับรู้ โดยสีส้มแสด สามารถมาปลดล็อกความกังวลจากวิกฤตโควิด-19 ที่อาจทำให้หลายคนเบื่อหน่ายกับงาน และการใช้ชีวิต รวมไปถึงสร้างความบันเทิง นอกจากนี้ยังเป็นสีมงคลที่ใช้ในการอวยพร ทั้งนี้สีส้มแสดนั้นยังเป็นสีที่มีจุดเด่น คือสามารถตอบสนองต่อจิตใจผู้มองเห็นได้อย่างดี จึงถูกนำมาใช้ในการสร้างจิตวิทยาค้าขาย การดึงดูดการตัดสินใจ และเป็นการกระตุ้นต่อมการรับรู้ของแบรนด์ได้ดี

เทรนด์สีมาแรง ปี 2021 ที่เราได้นำมาอัปเดต แต่ละสีก็มีความหมายที่แตกต่างกันไป รวมถึงยังส่งผลต่อความรู้สึกที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้นเมื่อเราทราบเทรนด์สีของปีนี้แล้ว ก็สามารถนำไปปรับใช้ประกอบในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อีกด้วย

Exit mobile version