สูตรคุมน้ำหนักง่าย ๆ ถ้าทำตามได้ เห็นผลชัวร์!

ในปีนี้อาจจะมีหลาย ๆ คน ที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องกักตัวทำงานอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหน ซึ่งปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ สำหรับใครที่กำลังอยากเปลี่ยนหุ่นพังให้ปังรับปีใหม่ วันนี้เราก็มีสูตรคุมน้ำหนัก ที่ถ้าคุณทำตามได้ คุณก็จะสามารถลดน้ำหนักได้ทันปีใหม่ พร้อมหุ่นใหม่ และสุขภาพที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ ถ้าอยากรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

 

สูตรคุมน้ำหนักง่าย ๆ ถ้าทำตามได้ เห็นผลชัวร์!

ปรับเปลี่ยนความคิดใหม่

ก่อนที่จะเริ่มลดน้ำหนัก สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ปรับจูนทัศนคติให้เข้าใจก่อนว่าในการลดน้ำหนัก รีดไขมันส่วนเกิน การคุมอาหารมีส่วนสำคัญถึง 70% ขณะที่การออกกำลังกายมีผลเพียง 30% เท่านั้น เพราะในแต่ละวัน เราใช้เวลากับการกินมากกว่าอย่างอื่น การกินจึงกลายเป็นทั้งคุณ และโทษได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้น เราจึงควรดูว่าอาหารที่เรากินไปในแต่ละวันมีอะไรบ้าง จะได้ปรับลดได้ถูกจุด

 

กินอาหารครบ 3 มื้อ แบบมีคุณภาพ

การกินอาหารครบ 3 มื้อ ก็เป็นสิ่งที่คนลดน้ำหนัก ต้องให้ความสำคัญ ถึงแม้ว่าการดูแลอาหารจะเป็นตัวแปรสำคัญของการควบคุมน้ำหนัก แต่ถ้าเลือกกินให้ถูกหลักโภชนาการ เลือกซื้อจากแหล่งที่มีคุณภาพ เน้นผักหรือผลไม้มากกว่าของหวานหรือชาไข่มุก ก็ยังสามารถกินอาหารได้ 3 มื้อตามปกติ แต่ต้องเลือกเมนูที่มีการปรุงน้อย ๆ เน้นเมนูต้ม ผัด แกง นิ่ง เป็นหลัก

 

ผัก ผลไม้อย่าให้ขาด

การกินผัก ผลไม้มากขึ้น แทนพวกของจุกจิกหรือของหวาน นอกจากจะช่วยในการลดน้ำหนักได้แล้ว ที่สำคัญยังมีแร่ธาตุ และกากอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกผลไม้ที่จะกินด้วย เพราะผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลเยอะ มีคอเลสเตอรอลสูง ดังนั้น จึงควรทานในปริมาณที่พอดี ๆ และ เลือกทานเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรทานก่อนนอน แต่อาจจะทานก่อนไปออกกำลังกายแทน

 

เลือกเนื้อสัตว์ออร์แกนิค

การเลือกเนื้อสัตว์ออร์แกนิค 100% ไม่เพียงตอบโจทย์สำหรับคนที่อาจจะมีโรคบางอย่าง และต้องหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งต่าง ๆ แต่ยังรวมถึงคนที่อยากป้องกันตัวเองก่อนจะเป็นโรค ด้วยการเลือกกินของดีมีคุณภาพ โดยไม่ทำร้ายตัวเอง นอกจากนี้ ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปทุกชนิดให้มากที่สุด และเน้นกินอาหารจากธรรมชาติ

 

ให้ความสำคัญกับเครื่องปรุง
เครื่องปรุงที่นำมาประกอบอาหารในปัจจุบันมีเครื่องปรุงที่ลดโซเดียม เครื่องปรุงที่ใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล และเครื่องปรุงอื่น ๆ อีกมากมาย ที่สามารถทำให้คุณทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งอาหารแบบนี้จะเรียกว่าอาหารคลีน คือ อาหารที่ปรุงน้อย ๆ แต่มีครบทั้งรูป รส และกลิ่นที่ช่วยชูรส แถมอาหารคลีน ยังเป็นอาหารที่ช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีมาก ๆ

 

สรุป

การที่จะเริ่มต้นลดน้ำหนัก อย่างเรื่องที่ต้องทำ คือ การทำความเข้าใจว่าการกินอาหาร และการออกกำลังกาย ถ้าทำควบคู่กันไปได้ก็จะยิ่งทำให้ลดน้ำหนักได้ดี และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้การลด ก็ไม่ควรที่จะหักโหมมากขึ้น เพราะอาจจะทำให้ร่างกายรับไม่ไหวได้ ดังนั้น การลดน้ำหนักที่ดี ก็ควรค่อยเป็นค่อยไป แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าผลลัพธ์ออกมาดีแน่นอนค่ะ

 

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

รวมไอเดียเลือกของขวัญปีใหม่ให้แฟน

ปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงกำลังหาของขวัญดี ๆ ของขวัญที่ถูกใจให้กับแฟนสักชิ้น เพื่อเป็นเหมือนการขอบคุณ และอยากมอบสิ่งดี ๆ ให้กับคนรัก ที่หมั่นใส่ใจ และดูแลรักษาความสัมพันธ์ของกัน และกันตลอดมา ซึ่งเราก็ได้รวมไอเดียเลือกของขวัญปีใหม่ให้แฟน ที่ให้ได้ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย มาฝากกันค่ะ รับรองว่าของขวัญแต่ละชิ้นถูกใจทั้งผู้รับ และสุขใจทั้งผู้ให้แน่นอนค่ะ

 

รวมไอเดียเลือกของขวัญปีใหม่ให้แฟน ให้ได้ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย

 


น้ำหอม
น้ำหอมถืออีกหนึ่งเป็นไอเทมคู่กายสำหรับหนุ่มสาวหลาย ๆ คนอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคุณรู้ว่าแฟนของคุณชอบน้ำหอมกลิ่นไหนเป็นพิเศษ คุณก็ซื้อน้ำหอมให้เป็นของขวัญปีใหม่ได้เลยค่ะ รับรองว่าแฟนของคุณจะต้องชอบของขวัญชิ้นนี้แน่นอนค่ะ แถมหอมถูกใจทั้งคุณแฟน และคุณด้วยค่ะ

 


นาฬิกาข้อมือ
ถ้าแฟนของคุณเป็นคนชอบใส่นาฬิกา การซื้อนาฬิกาให้เป็นของขวัญปีใหม่ ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสามารถใช้งานได้บ่อย ซึ่งการเลือกซื้อนาฬิกาข้อมือให้เลือกที่เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้งานของแฟนกันดู รับรองว่าถูกใจแน่นอน ยิ่งสมัยนี้นาฬิกาข้อมือก็มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์อีกด้วย

 


แว่นกันแดด
ถ้าแฟนของคุณเป็นคนชอบใส่แว่นกันแดด หรือชอบเดินทางท่องเที่ยว การเลือกซื้อแว่นกันแดดดี ๆ ให้กับแฟนเป็นของขวัญปีใหม่ ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดี แต่ทั้งนี้ควรให้คนสนิทที่รู้จักของเทสต์แฟชั่นของแฟนช่วยเลือก จะได้ถูกใจทั้งคนรับ และสบายใจกับคนให้ที่ได้เห็นเขาเอาไปใช้ด้วย

 


กระบอกน้ำพกพา
การให้กระบอกน้ำพกพาเป็นของขวัญวันปีใหม่ ถือว่าเป็นของขวัญที่ดี เพราะสามารถใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะใช้พกไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ หรือจะใช้เวลานั่งทำงาน ก็สามารถพกพาได้สะดวก เก็บความร้อน เก็บความเย็นได้ดี เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ชอบไปเที่ยว และชอบดื่มน้ำมาก ๆ

 


กล้องฟิล์ม
ปัจจุบันกล้องฟิล์ม ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะให้ความรู้สึกสุดคลาสสิค และโทนสีภาพที่เป็นเอกลักษณ์ ดังนั้น การซื้อกล้องฟิล์มให้เป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับแฟน ถือว่ามีความหมายที่ดี และใช้งานได้จริง เหมาะไว้ไปถ่ายรูปฟิล์มตอนไปเที่ยวมาก ๆ ค่ะ

 

สรุป

ของขวัญแต่ละชิ้นที่เราเลือกมาให้ เป็นของขวัญที่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้บ่อย ซึ่งรับรองว่าถูกใจคุณแฟนแน่ ๆ ซึ่งในการเลือกซื้อของแต่ละชิ้นก็ให้เลือกจากความชอบ และไลฟ์สไตล์ของคุณแฟน รับรองว่าคุณแฟนจะต้องประทับใจแน่ ๆ ค่ะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

มาแยกขยะกันเถอะ…ดีต่อเรา ดีต่อโลก

การแยกขยะ สามารถช่วยลดปัญหาขยะล้นโลกได้มากกว่าที่คุณคิด เพียงแค่ทุกคนแยกขยะได้ถูกวิธี และทิ้งขยะลงถูกถัง ซึ่งในบทความนี้เราก็จะพาคุณไปทำความรู้จักกับขยะแต่ละประเภท และการใช้ถังขยะแต่ละสี ว่าแต่ละสีจะสามารถทิ้งขยะประเภทใดได้บ้าง ถ้าไม่อยากให้ขยะล้นโลก เราก็ไปแยกขยะกันเลยค่ะ

 

ประเภทของขยะ และการใช้ถังขยะแต่ละสี

ขยะทั่วไป จะทิ้งใน ถังขยะสีน้ำเงิน ซึ่งขยะทั่วไปเป็นขยะที่มักจะย่อยสลายไม่ได้ หรือย่อยสลายยากแต่ไม่เป็นพิษ เช่น ซองขนม กล่องโฟม ถุงพลาสติก ภาชนะปนเปื้อนอาหาร กระดาษชานอ้อย เป็นต้น ซึ่งขยะเหล่านี้ไม่คุ้มค่าต่อการรีไซเคิล จำเป็นต้องหาวิธีกำจัดอย่างถูกวิธี ซึ่งการแยกขยะประเภทนี้สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัสดุใหม่ได้

 

ขยะย่อยสลายได้ จะทิ้งใน ถังขยะสีเขียว ซึ่งขยะย่อยสลายได้หรือขยะอินทรีย์ เป็นขยะที่เน่าเสีย และย่อยสลายได้เร็ว เช่น เศษอาหาร เปลือกผลไม้ เศษผัก เนื้อสัตว์ เศษใบไม้แห้ง ซึ่งการแยกขยะประเภทนี้สามารถนำไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ใส่ต้นไม้ แปลงผักสวนครัวได้

 

ขยะรีไซเคิล จะทิ้งใน ถังขยะสีเหลือง ซึ่งขยะรีไซเคิล เป็นขยะที่เราทิ้งไปแล้วสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้งได้ ไม่ใช่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เช่น ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง กล่องกระดาษ กระดาษ ซึ่งการแยกขยะประเภทนี้สามารถนำไปผลิตขาเทียม ผลิตหลังคารีไซเคิล ผลิตหลอดไฟ และผลิตจีวรพระสงฆ์ได้

 

ขยะอันตราย จะทิ้งใน ถังขยะสีแดง ซึ่งขยะอันตราย เป็นขยะที่มีสารปนเปื้อนวัตถุอันตรายชนิดต่าง ๆ เช่น สารพิษ วัตถุติดเชื้อได้ วัตถุกัดกร่อน เช่น ถ่านไฟฉาย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยาหมดอายุวัตถุไวไฟ กระป๋องเสปรย์ เป็นต้น ซึ่งการแยกขยะประเภทนี้เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี ไม่ไห้รั่วซึมลงแหล่งน้ำ หรือชั้นผิวดิน

สรุป

การแยกขยะ ทำให้เรากำจัดขยะได้ถูกวิธีมากขึ้น ช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มการนำขยะกลับมารีไซเคิล ซึ่งจะเหลือขยะที่ต้องกำจัดน้อยลง ขยะบนโลกก็จะลดลงด้วย นอกจากนี้ของที่สามารถกลับมารีไซเคิลได้จะช่วยเพิ่มรายได้ และลดทรัพยากรโลกในการผลิตใหม่อีกครั้งด้วย ดังนั้น ก่อนทิ้งขยะทุกครั้ง อย่าลืมแยกขยะ และทิ้งขยะให้ถูกถังด้วยนะคะ

เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

หน้าหนาวปีนี้ห้ามพลาด! รวมสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว

เดือนตุลาคม เป็นสัญญาณของฤดูหนาวที่ใกล้จะมาถึง ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คน ได้เตรียมตัว เตรียมใจ ให้พร้อมกับการไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ซึ่งฤดูหนาวในประเทศไทยจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวไปรับลมหนาว เราก็มีสถานที่ดี ๆ มาแนะนำกันค่ะ รับประกันความหนาว และความฟินจากวิวหมอกสวย ๆ เลยค่ะ

รวมสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว ที่ปีนี้ห้ามพลาด!

 

ม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
ม่อนแจ่ม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เป็นดอยที่เต็มไปด้วยสวนผัก สวนดอกไม้ อากาศเย็นสบาย ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่สีเขียว ที่มองดูแล้วสบายตา แนะนำให้ไปเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือหน้าหนาว เมื่อไอน้ำเจอกับความเย็น กลั่นตัวเป็นละอองน้ำ ทำให้เกิดทะเลหมอกสีขาวปุกปุย สร้างความสวยงามให้แก่ผู้พบเห็น เหมาะแก่การไปพักผ่อนมาก ๆ อากาศเย็นสบาย ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย
ที่ตั้ง : ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

 

ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์
ภูสอยดาว อยู่ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ซึ่งมีพื้นที่ป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ป่าธรรมชาติสวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะน้ำตกภูสอยดาว และการผจญภัยขึ้นสู่ลานกว้างสนสามใบอันสวยงาม พร้อมชมทุ่งดอกไม้ป่า โดยเฉพาะดอกหงอนนาค สีม่วงสดใส เต็มลานสน ภูสอยดาว มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี แนะนำมาให้มาเที่ยวช่วงน่าหนาวจะฟินกับบรรยากาศสุด ๆ แถมยังได้ชมดอกไม้ กล้วยไม้ และต้นเมเปิล ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก ๆ
ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ตำห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

 

ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย
ภูชี้ฟ้า อยู่ติดชายแดนประเทศลาว ซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงแนวยาวไปตามชายแดน ปลายสุดขอองหน้าผามีลักษณะคล้ายนิ้วมือชี้ยื่นออกไป จึงเป็นที่มาของชื่อ ภูชี้ฟ้า ทำให้สัมผัสอากาศหนาวบนยอดภู ชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก และธรรมชาติอันสวยงาม ทิวเขาสลับซับซ้อน สุดลูกหูลูกตา ริมทางมีต้นไม้ ดอกไม้ ขึ้นเรียงราย สีสันสดใส เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวพักผ่อน สูดอากาศสดชื่น และชมทะเลหมอกในหน้าหนาวรับรองว่าฟินสุด ๆ
ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

 

ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ปางอุ๋ง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ทิวสนสองใบรายล้อมอ่างเก็บน้ำ ให้บรรยากาศสุดโรแมนติค สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินสะท้อนผิวน้ำสวย ๆ อีกทั้งยังมีไฮไลท์สำคัญ คือ สายหมอก ที่ปกคลุมอ่างเก็บน้ำ และบริเวณรอบ ๆ ตลอดทั้งปี ยิ่งไปช่วงหน้าหนาว จะได้บรรยากาศหนาว ๆ กางเต็นท์ ผิงไฟ ให้ความฟินสุด ๆ อีกทั้งใกล้ ๆ ปางอุ๋ง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกด้วย อาทิเช่น หมู่บ้านรักไทย สะพานซูตองเป้ พระตำหนักปางตอง เป็นต้น
ที่ตั้ง : โรงเรียนบ้านรักไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

วนอุทยานภูลังกา จังหวัดพะเยา
วนอุทยานภูลังกา เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาสันปันน้ำ จึงเหมาะสำหรับนักนิยมธรรมชาติที่ชอบการเดินป่าพิชิตยอดดอยสูง ซึ่งเหมาะสำหรับการชมทิวทัศน์ในช่วงฤดูหนาวเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในเส้นทางเดินพิชิตยอดดอยภูลังกาจะผ่านสันดอยต่าง ๆ ซึ่งระหว่างทางจะมีสวนสมุนไพร สวนกล้วยไม้ และพันธุ์ไม้หายาก และยังมีนกมากมายหลายชนิดให้ได้ชม รวมไปถึงทุ่งดอกโคลงเคลงซึ่งจะบานเบ่งสะพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาวด้วย
ที่ตั้ง : วนอุทยานภูลังกา ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา

 

สรุป

ทั้งหมดก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาวที่เรานำมาฝากกันค่ะ ใครชอบแบบไหนก็สามารถเลือกตามที่ตัวเองชอบเลยเลยค่ะ แต่รับรองว่าทุกที่ที่เรานำมาแนะนำสวย และอากาศดีอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ในการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อน ๆ ก็อยากลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ ใส่หน้าอนามัยเวลาอยู่ข้างนอก ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ หรือ เจลแอลกอฮอล์ ยืนห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร เพื่อให้เที่ยวได้อย่างสนุก และปลอดภัยจากโรคร้ายค่ะ


เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

4 เทคนิคพิเศษเพิ่มมูลค่าให้กับงานพิมพ์

การเพิ่มมูลค่าให้กับงานพิมพ์ ด้วยการใช้เทคนิคพิเศษในการพิมพ์ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยทำให้งานพิมพ์ชิ้นนั้น ๆ ของคุณมีความสวยงาม โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าของงานพิมพ์ให้ดูดี ดูมีราคา และดูพรีเมี่ยมได้เป็นอย่างดี โดยเทคนิคต่าง ๆ ที่ได้นำมาใช้กับงานพิมพ์นั้น จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ไปชมกันเลยค่ะ

 

4 เทคนิคพิเศษเพิ่มมูลค่าให้กับงานพิมพ์

 

1. การพิมพ์สีพิเศษ

การพิมพ์สีพิเศษในงานพิมพ์ หรือ Pantone ที่มีค่าสีเฉพาะตัว โดยจะมีรหัสสีกำหนด เมื่อพิมพ์ออกมาสีที่ได้จะตรงกับไกด์สี Pantone ที่เลือกไว้ ทำให้ได้สีที่แม่นยำ และสีไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งสีพิเศษที่นิยมกันทั่วไป คือ สีทอง และสีเงิน มีทั้งแบบที่เป็นมันวาว มีความเงาของสี และแบบด้าน โดยส่วนมากจะนิยมเน้นสีของโลโก้สินค้าหรือแบรนด์

 

2. การปั๊มฟอยล์

การปั๊มฟอยล์ หรือเรียกอีกอย่างว่า ปั๊มเค โดยสีที่นิยมมากที่สุด คือ เคเงิน และเคทอง เพราะช่วยเพิ่มความหรูหรา โดดเด่น ในแบบเฉพาะคุณ เช่น การ์ดแต่งงาน นามบัตร ปกหนังสือ บรรจุภัณฑ์สินค้าต่าง ๆ และยังปรับใช้ได้กับงานพิมพ์ได้หลากหลายประเภท นอกจากนี้สีในการปั๊มฟอยล์ ยังมีสีอื่น ๆ ให้เลือก เช่น สีโรสโกลด์ สีทองเเดง สีชมพู สีน้ำเงิน สีเขียว สีแดง เป็นต้น

 

3. การปั๊มนูน และ การปั๊มจม

การปั๊มนูน เป็นวิธีการกดทับกระดาษให้นูนขึ้น ส่วนการปั๊มจม เป็นวิธีการกดทับกระดาษให้ลึกลง ตามแบบของแม่พิมพ์ ซึ่งการปั๊มทั้ง 2 แบบ นิยมใช้กับ ชื่อ โลโก้ หรือลวดลายของงานพิมพ์ เช่น นามบัตร การ์ด ปกหนังสือ กล่องสินค้า เป็นต้น ซึ่งการปั๊มนูน และการปั๊มจม ช่วยเพิ่มความสวยงามโดยให้กระดาษดูมีมิติมากขึ้น ทำให้ดูมีราคา มีเอกลักษณ์ และดูพรีเมี่ยม

 

4. การสปอตยูวี

การสปอตยูวี (Spot UV) หรือการเคลือบเฉพาะจุด สามารถทำได้ทั้งรูปภาพ ลวดลาย ตัวอักษร รวมถึงข้อความต่าง ๆ ทำให้งานพิมพ์ดูมีมิติ โดดเด่น และสะดุดตาแก่ผู้พบเห็น ช่วยเพิ่มมูลค่าให้งานดูแพง และยังเพิ่มมูลค่าทางการขายสินค้าได้อีกด้วย ซึ่งการสปอตยูวีจะนิยมทำลงบนงานพิมพ์ที่มีผิวด้าน เพราะจะทำให้งานมีความโดดเด่นมากกว่าผิวเงา

สรุป

เทคนิคพิเศษต่าง ๆ ที่เรานำมาฝาก สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับงานพิมพ์ของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์สีพิเศษ การปั๊มฟอยล์ การปั๊มนูน การปั๊มจม หรือการสปอตยูวี ต่างก็มีความสวยงามที่แตกต่างกันไป ซึ่งคุณสามารถเลือกเทคนิคพิเศษเหล่านี้ ให้เหมาะกับงานพิมพ์ของคุณได้ตามที่ต้องการ และแน่นอนว่างานพิมพ์ของคุณก็จะออกมาดูโดดเด่น สวยงาม และดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
สำหรับท่านใดที่สนใจพิมพ์งานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบและผลิตงานพิมพ์ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนามบัตร คูปอง เมนูอาหาร การ์ดเชิญ ปฏิทิน หนังสือ นิตยสาร กล่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

 


เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

7 ท่าโยคะง่าย ๆ ยืดกล้ามเนื้อ คลายปวดเมื่อย

อาการปวดเมื่อยส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดแขน หรือแม้กระทั่งอาการตึงต้นขา ซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานนาน ๆ การใส่รองเท้าส้นสูง การยืนเป็นเวลานาน ๆ การเล่นกีฬา การวิ่ง ล้วนเป็นสาเหตุของการปวดเมื่อยได้ ซึ่งการบรรเทาอาการปวดเมื่อยเหล่านี้ สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยการทำท่าโยคะยืดกล้ามเนื้อ คลายปวดเมื่อย ที่เรานำมาฝากกันค่ะ

 

7 ท่าโยคะง่าย ๆ ช่วยคลายปวดเมื่อย

 

ท่าพระจันทร์เสี้ยว

เป็นท่าที่ช่วยยืดเส้นของสะโพก ด้านหน้าของต้นขา และกระดูกเชิงกราน อีกทั้งยังเสริมสร้างขา และกล้ามเนื้อหลัง รวมไปถึงยังสร้างความแข็งแรงให้ไหล่ได้อีกด้วย
วิธีทำ เริ่มจากก้าวขาซ้ายไปยาว ๆ ควรระวังให้เท้าอยู่ในระดับเดียวกันกับมือ เหนือเข่าวางพื้น ปลายเท้าแนบพื้น จากนั้นยกลำตัวขึ้นดันเขาไปด้านหน้า เปิดสะบัก แอ่นหน้าอก เงยหน้าขึ้น พยายามให้มือแตะถึงพื้น แล้วทำสลับข้าง ทำค้างไว้ข้างละ 20 วินาที ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง

 

ท่าสะพาน

เป็นท่าที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อแผ่นหลัง และกล้ามเนื้อต้นขายืดหยุ่นได้ดี แล้วยังช่วยผ่อนคลายไปจนถึงบั้นเอว เป็นการช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้ามาทั้งวัน
วิธีทำ ให้นอนหงายชันเข่าทั้ง 2 ข้างขึ้น ยกเอว และสะโพกขึ้น พยายามให้มือจับที่ส้นเท้าแต่ถ้าไม่ไหวให้วางแขนแนบกับพื้น ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง

 

ท่าอูฐ

เป็นท่าที่ช่วยให้ยืดกล้ามเนื้อท้อง ลำไส้ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเส้นประสาทสันหลัง ลดอาการปวดหลัง และสามารถช่วยแก้อาการหลังค่อมได้อีกด้วย
วิธีทำ นั่งคุกเข่าเอนตัวไปด้านหลัง จากนั้นเหยียดแขนจับข้อเท้าทั้งสองข้างจนด้านหน้ารู้สึกตึง สูดหายใจเข้า สูดหายใจออก ค้างไว้ 30-45 วินาที ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง

 

ท่างู
เป็นท่าที่ช่วยทำให้กระดูกสันหลังยืดหยุ่น ลดอาการปวดหลังได้ หากฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ ข้อมือ และนิ้วมือแข็งแรงมากขึ้น
วิธีทำ  นอนคว่ำแนบกับพื้น ดันลำตัวไปด้านหน้าขึ้นด้วยฝ่ามือสองข้าง แอ่นตัวให้ตึง และเงยศีรษะไปด้านหลัง ให้รู้สึกตึงที่กระดูกสันหลัง ค้างไว้ 30 วินาที ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง

 

ท่าวัว
เป็นท่าที่ช่วยคลายอาการปวดหลังได้ดีมาก ๆ อีกทั้งยังทำให้กล้ามเนื้อหลัง และกระดูกยืดหยุ่นแข็งแรงได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ยังช่วยคลายความตึงของกระดูกสันหลัง และช่วยลดพุงได้ด้วย
วิธีทำ ให้คุกเข่า วางมือสองข้างลงด้านหน้าความกว้างประมาณหัวไหล่ จากนั้นแอ่นหลังลงจนตึง ยกสะโพกขึ้นเล็กน้อย เงยหน้าขึ้น ถ้าทำถูกต้องจะรู้สึกได้ถึงความตึงของกระดูกสันหลัง ทำค้างไว้ 20 วินาที ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง

 

ท่านั่งพับตัว
เป็นท่าที่ช่วยแก้อาการปวดเอว ปวดต้นขา และสะโพก อีกทั้งยังช่วยยืดกล้ามเนื้อหลัง ไหล่ และกล้ามเนื้อต้นขาได้ดีมาก ๆ
วิธีทำ เริ่มจากนั่งแล้วเหยียดขาไปข้างหน้าทั้งสองข้าง หายใจเข้ายกมือขึ้นเหนือศีรษะ จากนั้นหายใจออก ค่อย ๆ เอื้อมมือทั้งสองข้างไปแตะที่ปลายเท้า พยายามให้ขาตึง ห้ามงอขา ก้มให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วนับค้างไว้ 10-15 วินาที ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง

 


ท่ายืนก้มตัว
ท่านี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหลัง ไหล่ และกล้ามเนื้อต้นขา นอกจากนี้ยังช่วยยืดหยุ่นกล้ามเนื้อต้นขา และทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นแข็งแรงขึ้นด้วย
วิธีทำ เพียงแค่ค่อย ๆ โน้มก้มตัวลงมาด้านหน้า ยืดขาให้ตึง พยายามให้ลำตัวแนบกับต้นขามากที่สุด หากสามารถยืดตัวได้มาก ๆ ให้ใช้มือจับไว้ที่ด้านหลังข้อเท้า ค้างไว้ 20 วินาที แล้วกลับสู่ในท่ายืน ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง

สรุป

7 ท่าโยคะที่เรานำมาฝาก เป็นท่าที่ทำตามได้ง่าย ๆ ที่สำคัญถ้าทำเป็นประจำ นอกจากจะช่วยคลายปวดเมื่อยได้แล้ว ยังทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย แต่ถ้าหากทำท่าโยคะต่าง ๆ แล้วยังไม่ดีขึ้น หรือปวดรุนแรง หรือปวดบ่อย ๆ แนะนำให้ไปหาหมอเช็คร่างกายกันค่ะ

 


เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

DIY สายคล้องแมสก์ ทำเองได้ ไม่ต้องกลัวหาย

เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ทุกคนทั่วโลกต้องใส่แมสก์หรือหน้ากากอนามัย ถึงแม้ในปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยจะเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ก็กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของทุกคน ไม่ว่าจะออกไปซื้อของ เดินห้าง หรือไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ก็ต้องใส่แมสก์ทุกครั้ง แต่ทั้งนี้เวลาที่คุณต้องถอดแมสก์ เพื่อรับประทานอาหาร การจะเก็บแมสก์ และไม่ทำให้แมสก์หาย อาจจะเป็นเรื่องยาก ดังนั้น การใช้สายคล้องแมสก์จึงเป็นไอเทมที่ตอบโจทย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยป้องกันการทำแมสก์หายในขณะที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านได้ ซึ่งในวันนี้เราก็มีไอเดีย DIY สายคล้องแมสก์ ทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ต้องกลัวหาย จากวัสดุใกล้ตัว มาฝากทุกคนกันค่ะ

 

DIY สายคล้องแมสก์ ทำเองได้ง่าย ๆ จากวัสดุใกล้ตัว

 

สายคล้องแมสก์จากลูกปัด

วัสดุ และอุปกรณ์
ลูกปัด
เอ็นสำหรับร้อยลูกปัด
ตะขอสร้อยแบบก้ามปู 2 ชิ้น
กรรไกร

วิธีทำ
1. วัดขนาดความยาวของเอ็นตามต้องการ
2. นำปลายด้านหนึ่งของเอ็นร้อยเข้ากับตะขอเอาไว้
3. ร้อยลูกปัดใส่ปลายเอ็นอีกอีกข้าง โดยให้เหลือปลายเอาไว้ผูกกับตะขอด้วย
4. เมื่อร้อยลูกปัดครบแล้วนำปลายเอ็นไปผูกกับตะขออีกชิ้น เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

สายคล้องแมสก์จากเชือก

วัสดุ และอุปกรณ์
เชือก
ตัวปิดปลายเชือก 2 ชิ้น
กาวร้อน / ปืนกาว
ตะขอสร้อยแบบก้ามปู 2 ชิ้น
กรรไกร

วิธีทำ
1. ตัดเชือกให้มีความยาวตามต้องการ
2. หยอดกาวใส่ในตัวปิดปลายเชือกทั้งสองชิ้นไว้
3. นำปลายเชือกแต่ละด้านใส่เข้าไปในตัวปิดปลายเชือกแต่ละอัน
4. เมื่อกาวแห้ง และเชือกติดแน่นสนิทแล้ว นำไปร้อยติดกับตะขอ เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย

 

สายคล้องแมสก์จากสร้อยคอ

วัสดุ และอุปกรณ์
สร้อยคอสำเร็จรูป

วิธีทำ
เพียงแค่นำสร้อยที่ไม่ได้ใช้แล้วมาทำเป็นสายคล้องแมสก์ แต่ถ้าหากสร้อยที่มีสั้นไป สามารถนำสร้อยอีกเส้นมาต่อความยาวเพิ่มโดยใช้ห่วงเชื่อมแทน จากนั้นจัดให้ตะขอเกี่ยวอยู่ที่ปลายสองด้าน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

สายคล้องแมสก์จากริบบิ้น

วัสดุ และอุปกรณ์
ริบบิ้น
ตะขอสร้อยแบบก้ามปู / กร ะดุมแป๊กพลาสติก (หากใช้กระดุมต้องมีคีมหนีบ) 2 ชิ้น
เข็ม และด้าย
กรรไกร

วิธีทำ
1. วัดขนาดริบบิ้นให้มีความยาวที่สามารถคล้องใส่ และถอดออกจากศีรษะได้
2. นำปลายริบบิ้นทั้งสองด้านสอดเข้ากับตะขอแล้วเย็บติด เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย

 

สายคล้องแมสก์จากโซ่หมากเก็บ

วัสดุ และอุปกรณ์
โซ่หมากเก็บ
ตะขอสร้อยแบบก้ามปู 2 ชิ้น

วิธีทำ
1. นำโซ่หมากเก็บมาร้อยตามความยาวที่ต้องการ
2. นำปลายทั้งสองด้าน ไปร้อยเข้ากับตะขอ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

สายคล้องแมสก์จากเชือกถัก

วัสดุ และอุปกรณ์
เชือกคอตตอน
ตะขอสร้อยแบบก้ามปู 2 ชิ้น
กรรไกร

วิธีทำ
1. ถักเชือกลวดลายต่าง ๆ ให้มีความยาวที่สามาถคล้องใส่ และถอดออกจากศีรษะได้ โดยเหลือปลายทั้งสองด้านไว้สำหรับใส่ตะขอ
2. นำปลายเชือกที่ถักเสร็จแล้วผูกกับตะขอทั้งสองด้าน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

สายคล้องแมสก์จากเศษผ้า

วัสดุ และอุปกรณ์
เศษผ้าลวดลลายตามชอบ
ตะขอสร้อยแบบก้ามปู 2 ชิ้น
กรรไกร
เข็มและด้าย

วิธีทำ
1. ตัดเศษผ้าในลักษณะเดียวกับริบบิ้น ความยาวเท่ากัน จำนวน 2 ชิ้น
2. เย็บผ้าสองชิ้นเข้าด้วยกัน เก็บขอบให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการรุ่ย
3. นำปลายทั้งสองด้านสอดเข้ากับตะขอแล้วเย็บติด เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

สรุป

ต้องบอกเลยว่าแต่ละไอเดีย สามารถทำตามได้ง่าย ๆ แถมวัสดุ และอุปกรณ์ ก็หาซื้อได้ง่าย บางชิ้นก็สามารถหาได้จากในบ้าน เพื่อน ๆ ชอบสายคล้องแมสก์แบบไหน ก็สามารถนำไปทำตามกันได้เลยค่ะ


เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

10 ไอเดียแต่งห้องนอนสไตล์มินิมอล

การแต่งห้องนอนสไตล์มินิมอล เป็นอีกหนึ่งกระแสที่มาแรงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสไตล์มินิมอล (Minimal) เป็นการตกแต่งแบบเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น หรือเครื่องใช้น้อยชิ้น อย่างการใช้เตียงอเนกประสงค์ เฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย ซึ่งสไตล์มินิมอลนั้นจะใช้โทนสีอ่อน โมโนโทน (Monotone) หรือเอิร์ธโทน (Earth Tone) ทั้งนี้การตกแต่งสไตล์มินิมอลจะเหมาะสำหรับการผ่อนคลาย สงบ และสบายตา เหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรง่าย ๆ แต่ห้องที่ออกมาก็จะดูดี ดูสวยงาม และน่าอยู่มาก ๆ ดังนั้น ในบทความนี้เราเลยได้นำ 10 ไอเดียแต่งห้องนอนสไตล์มินิมอล มาฝากกันค่ะ

 

10 ไอเดียแต่งห้องนอนสไตล์มินิมอล อยู่ในห้องนอนได้ทั้งวัน ไม่มีเบื่อ

เลือกใช้สีโทนธรรมชาติ
การเลือกใช้สีโทนธรรมชาติ ในการทาสีห้องนอน และของตกแต่งด้วยสีที่ไม่ฉูดฉาด เช่น สีขาว สีครีม สีน้ำตาลอ่อน สีเขียวตุ่น ๆ หรือสีของวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ เป็นต้น คู่กับสีขาว จะทำให้ห้องนอนดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น

 

ใช้เครื่องนอนแบบมินิมอล
การใช้เครื่องนอนแบบมินิมอล หรือใช้เครื่องนอนแบบเรียบง่าย เช่น ผ้าปูที่นอน และผ้านวมสีขาว สีน้ำตาล สีครีม เรียบ ๆ ก็จะให้ความมินิมอล สงบ และสบายตา น่านอน

 

เลือกวัสดุผ้านุ่ม ๆ พริ้ว ๆ
การเลือกวัสดุผ้านุ่ม ๆ พริ้ว ๆ อย่างการใช้ผ้าม่านบางเบา ให้ความรู้สึกเบาสบาย เช่น พวกผ้าม่านก็เน้นสีขาว สีครีม และให้โปร่งแสง ให้แสงผ่านได้ และเลือกชุดเครื่องนอนหรือพรมที่ดูนุ่มฟู

 

ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบเรียบ ๆ
การใช้เฟอร์นิเจอร์แบบเรียบ ๆ โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักเป็นสีขาว หรือเป็นวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้ หวาย แต่เน้นที่ดูเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายเยอะ ก็จะทำให้ห้องดูความมินิมอล และสบายตา

 

เลือกเฟอร์นิเจอร์พื้นต่ำ ๆ
การเลือกเฟอร์นิเจอร์พื้นต่ำ ๆ อย่างการใช้ฟูกวางกับพื้นแทนเตียงนอน โต๊ะนั่ง โซฟาเตี้ย ๆ จะดูสบายกว่า เพราะห้องเล็ก เฟอร์นิเจอร์ต่ำ ๆ จะทำให้มีระยะถึงเพดานมากขึ้น ทำให้ห้องดูกว้าง

 

จัดโต๊ะข้างเตียง
การจัดโต๊ะข้างเตียง ให้เป็นระเบียบ สะอาดตาอยู่เสมอ จะช่วยทำให้ห้องดูดี ดูน่าอยู่ ซึ่งการจัดโต๊ะข้างเตียง ยังเป็นหัวใจหลักของความมินิมอลอีกด้วย

 

ใช้โคมไฟสีโทนอุ่น
การใช้โคมไฟสีโทนอุ่น จะให้ความรู้สึกสบาย หมาะกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ควรเลือกแสงไฟในห้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งไฟเพดาน และโคมไฟ จะได้ไม่ขัดตา และอบอุ่น

 

เพิ่มของใช้เครื่องไม้หรือหวายสาน
การเพิ่มของใช้เครื่องไม้หรือหวายสาน จะทำให้ห้องดูมีความอบอุ่นเพิ่มขึ้น เช่น ตะกร้าผ้าหวาย เก้าอี้ไม้ โคมไฟไม้ ชั้นไม้สีอ่อน เป็นต้น

 

กระจกช่วยให้ห้องกว้างขึ้น
การนำกระจกมาวางในห้อง จะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น และโปร่งขึ้น เหมาะมากสำหรับคนที่ห้องนอนเล็ก จะใช้เป็นกระจกแขวนผนังหรือตั้งพื้นเต็มตัวก็ได้ แต่ถ้าเลือกกระจกแบบแขวนแนะนำให้เลือกขนาดใหญ่

 

เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับห้อง
การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับห้อง เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นในการแต่งห้องสไตล์มินิมอล โดยการการนำเอาต้นไม้มาตั้งไว้หรือจัดดอกไม้สดลงแจกันมาวางในห้อง จะช่วยทำให้ห้องมีความสดชื่น และดูสบายตามากยิ่งขึ้น

 

สรุป

เป็นยังไงบ้างคะกับทั้ง 10 ไอเดียที่เรานำมาฝาก ต้องบอกเลยว่า สไตล์มินิมอลจะเน้นเรียบง่าย ของน้อย สีสันธรรมชาติ ซึ่งถ้าหากเพื่อน ๆ อยากแต่งห้องสไตล์มินิมอลล่ะก็ สามารถนำทั้ง 10 ไอดียที่เรานำมาฝาก ไปแต่งตามได้เลยค่ะ รับรองว่าห้องที่ออกมาจะได้สไตล์มินินมอลแน่นอนค่ะ

 


เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

10 น้ำสมุนไพร ทำดื่มง่าย ดีต่อสุขภาพ

เครื่องดื่มสมุนไพร เป็นเครื่องดื่มที่ทั้งอร่อย และบำบัดโรคได้ด้วย เพราะเครื่องดื่มสมุนไพรแต่ละชนิด ก็จะมีสรรพคุณมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ที่สำคัญราคาไม่แพง ดื่มได้ตลอดเวลา ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะเกิดจากการใช้ใบ ดอก ผล เกสร เปลือก รากของพืช มาผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด อาจใช้วิธีการต้มดื่มเป็นน้ำสมุนไพร ดังนั้น ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำ 10 น้ำสมุนไพร ทำดื่มง่าย ดีต่อสุขภาพ มาฝากทุกคนกันค่ะ

 

1. น้ำเก๊กฮวย
เก๊กฮวย เป็นสมุนไพรช่วยดับร้อน ช่วยระบบย่อยอาหาร และลดความดันโลหิต เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต อีกทั้งยังช่วยแก้อาการไอ และช่วยขับลม ระบายได้อีกด้วย

ส่วนผสม
ดอกเก๊กฮวยแห้ง 1 กำมือ
น้ำ 2 ลิตร
น้ำตาลทราย 500 กรัม
ใบเตย 10 ใบ

วิธีทำ

1. ต้มน้ำกับใบเตยจนเดือด ใส่ดอกเก๊กฮวยลงไปเคี่ยวสักพัก
2. ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนให้ละลาย รอจนเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ พักไว้จนเย็น
3. พอน้ำเก๊กฮวยเริ่มอุ่นยกลงกรอง ตักใส่แก้วหรือบรรจุใส่ขวด

 

2. น้ำกระเจี๊ยบ
กระเจี๊ยบ มีสรรพคุณขับเสมหะทำให้ชุ่มคอ ละลายเสมหะ บรรเทาอาการไอ ทั้งนี้น้ำกระเจี๊ยบ ยังเป็นน้ำที่เอกลักษณ์ที่สีแดง และมีกลิ่นหอม รสชาติหวานอมเปรี้ยว แก้ดับกระหายได้ดี

ส่วนผสม
ดอกกระเจี๊ยบแดงแห้ง 1 กำมือ
พุทราจีน 1 กำมือ
น้ำ 1-1.5 ลิตร
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. ล้างดอกกระเจี๊ยบแดงแห้ง และพุทราจีนในน้ำสะอาด เอาเศษฝุ่น
2. ต้มน้ำจนเดือดแล้วใส่กระเจี๊ยบกับพุทราจีนลงไปต้ม เคี่ยวจนน้ำเริ่มเปลี่ยนสี เติมเกลือป่น และน้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้ละลาย ยกลงกรองเอากากออก พักไว้จนเย็น
3. เทใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง พร้อมดื่ม หรือเทเก็บใส่ขวดแช่เย็นเก็บไว้ดื่ม

 

3. น้ำใบเตย
ใบเตย ถือว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์มากมาย ประกอบด้วยวิตามิน และเกลือแร่หลากหลายชนิด ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงหัวใจ สมอง และยังต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

ส่วนผสม
ใบเตยหอม
เกลือ
น้ำตาลทราย
น้ำเปล่า

วิธีทำ
1. ล้างใบเตยให้สะอาด หั่นเป็นท่อน เตรียมไว้
2. ตั้งน้ำจนเดือด ใส่ใบเตยลงไป ต้มไปเรื่อย ๆ จนเดือด และน้ำเปลี่ยนสี ตักเอาใบเตยออก ปิดเตา
3. ใส่น้ำตาลทราย และเกลือลงไปเล็กน้อย คนจนน้ำตาลละลาย พักทิ้งไว้จนเย็น
4. ตักใส่แก้วน้ำแข็ง จัดเสิร์ฟ พร้อมดื่ม

 

4. น้ำอัญชัน
อัญชัน นิยมเอามาสกัดใช้สีในการผสมเพิ่มความสวยงามให้กับอาหาร และขนมต่าง ๆ ทั้งนี้อัญชัน ยังมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะบำรุงสายตา ลดน้ำตาลในเลือด ขับปัสสาวะ ฯลฯ
ส่วนผสม
ดอกอัญชันสด
น้ำ 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
1. ล้างดอกอัญชันให้สะอาด
2. นำดอกอัญชันไปต้มกับน้ำ ประมาณ 2-3 นาที จนน้ำเดือด และเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
3. เติมน้ำตาลทรายลงไปต้มจนละลายหมด ยกลงจากเตา กรองดอกอัญชันออก
4. รอจนน้ำอัญชันเริ่มอุ่น เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง พร้อมดื่ม

 

5. น้ำตะไคร้
ตะไคร้ เป็นพืชสารพัดประโยชน์มาก ๆ นอกจากนำมาทำอาหารได้ มีกลิ่นหอม และยังเป็นน้ำสมุนไพรที่ดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม ลดความดันโลหิตสูง ช่วยขับปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ด้วย

ส่วนผสม
ตะไคร้สด หรือตะไคร้แห้ง 2 ขีด
น้ำตาลทราย 1.2 กก.
น้ำสะอาด 1.5 ลิตร

วิธีทำ
1. ล้างตะไคร้สดให้สะอาด หั่นท่อน เตรียมไว้
2. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ตะไคร้ที่ล้างไว้สะอาดแล้วลงไป ต้มต่ออีก 10 นาที
3. ใส่น้ำตาลทราย ต้มต่อ 10 นาที เบาไฟแล้วทิ้งไว้อีก 10 ยาทีให้น้ำตาลลัด
4. ปิดแก๊ส รอให้เย็น ตักใส่แก้วพร้อมกับน้ำแข็ง

 

6. น้ำมะตูม
มะตูม เป็นพืชสมุนไพรที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มดับกระหาย เพราะมีกลิ่นหอมหวาน ช่วยให้ชุ่มคอ อีกทั้งยังมี่ประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะช่วยขับลม แก้อาการท้องผูก และรักษาโรคกระเพาะ

ส่วนผสม
มะตูมแห้ง 5 ชิ้น
น้ำ 1 ลิตร
น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม

วิธีทำ
1. นำมะตูมแห้งไปย่างไฟหรือคั่วในกระทะจนมีกลิ่นหอม เตรียมไว้
2. ใส่น้ำลงในหม้อตามด้วยมะตูมที่ย่างไฟแล้วลงไปต้มด้วยไฟกลางจนน้ำเดือด และเริ่มเปลี่ยนสี ประมาณ 10-15 นาที
3. ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปคนผสมจนละลายหมด เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนน้ำเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ยกลงจากเตา กรองเอากากออก พักทิ้งไว้จนเย็น
4. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง พร้อมดื่ม

 

7. น้ำดอกคำฝอย
ดอกคำฝอย เป็นดอกไม้จากพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่มีประโยชน์มากมาย ๆ ทั้งบำรุงโลหิต สลายลิ่มเลือด ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง และลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

ส่วนผสม
ดอกคำฝอย 10 กรัม
ใบเตย 10 ใบ
น้ำเปล่า 5 ลิตร
น้ำตาลทรายแดง 200 กรัม

วิธีทำ
1. ล้างดอกคำฝอยผ่านน้ำ 1 รอบ พักไว้
2. ใส่ใบเตยลงไปต้มในน้ำก่อน พอน้ำเริ่มเดือดใส่ดอกคำฝอยลงไปต้ม 10 นาที
3. ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป ต้มให้เดือดอีกครั้ง ปิดแก๊ส
4. ใช้ผ้าขาวบางกรองดอกคำฝอย และใบเตยทิ้งไป
5. ทิ้งไว้ให้เย็น จนตกตะกอน ค่อย ๆ ตักน้ำใส่ขวด จะดื่มแบบร้อน หรือแบบเย็นก็หอมชื่นใจ

 

8. น้ำสำรอง
น้ำสำรอง เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้ไอ คันคอ คอเจ็บไม่มีเสียง ขับเสมหะ แก้อาการร้อนใน และกระหายน้ำได้อีกด้วย

ส่วนผสม
ลูกสำรอง (ตัดหัวท้ายออก) 10 ลูก
น้ำ 1 ลิตร
น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. แช่ลูกสำรองในน้ำสะอาดจนพองตัวออกเป็นเส้นวุ้น เลือกเอาแต่วุ้น สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
2. ใส่เนื้อสำรองลงในหม้อต้มกับน้ำจนเดือด ใส่น้ำตาลทรายแดง คนผสมจนน้ำตาลทรายละลาย ยกลงจากเตา
3. ตักใส่แก้ว พร้อมดื่มขณะร้อน ๆ หรือพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท เทใส่ขวดเก็บไว้ดื่มแบบเย็น

 

9. น้ำใบบัวบก
ใบบัวบก จะมีกลิ่นเหม็นเขียวหน่อย ๆ แต่ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงสมอง และบรรเทาอาการนอนไม่หลับได้ด้วย อีกทั้งยังบรรเทาอาการเจ็บคอ ร้อนใน และกระหายน้ำ

ส่วนผสม
ใบบัวบก 600 กรัม
น้ำ 6 ถ้วย
ใบเตย มัดเป็นปม 2-3 ใบ
น้ำเชื่อม 1+1/2 ถ้วย

วิธีทำ
1. ล้างใบบัวบกให้สะอาด สะเด็ดน้ำออกจนหมด จากนั้นหั่นเป็นท่อนสั้น ๆ เตรียมไว้
2. ต้มน้ำกับใบเตยจนเดือด พักทิ้งไว้จนน้ำอุ่น
3. แบ่งใบบัวบกเป็น 6 ส่วน ทยอยใส่ลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุกที่อุ่นแล้ว 1 ถ้วยลงปั่นจนละเอียดเป็นน้ำ ทำซ้ำจนหมด ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง เอาแต่เฉพาะน้ำ เตรียมไว้
4. ใส่น้ำเชื่อมลงในน้ำใบบัวบก คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
5. ใส่น้ำแข็งลงในแก้ว เทน้ำใบบัวบกใส่ลงไป พร้อมดื่ม หรือเทขวดปิดฝาให้สนิท นำเข้าตู้เย็น เก็บไว้ดื่มได้

 

10. น้ำขิง
ขิง เป็นสมุนไพรไทยที่มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย อีกทั้งยังกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค ลดอาการอักเสบ และอื่น ๆ อีกมากมาย

ส่วนผสม
ตะไคร้ 100 กรัม
น้ำดื่มสะอาด 500 มิลลิลิตร
น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำตะไคร้มาล้างให้สะอาด สะเด็ดน้ำให้แห้ง หั่นเป็นท่อนแล้วทุบให้แตกใส่ถ้วยเตรียมไว้
2. ตั้งหม้อบนเตาใส่น้ำดื่มสะอาด เปิดไฟปานกลางรอจนน้ำเดือด ใส่ตะไคร้ที่เตรียมไว้ ต้มให้น้ำตะไคร้เป็นสีเขียว
3. เมื่อน้ำตะไคร้เข้มได้ที่แล้ว ให้ตักเอาตะไคร้ออก แล้วใส่น้ำตาลทรายตามความชอบ คนให้น้ำตาลละลาย ปิดไฟ
4. กรองน้ำตะไคร้ ที่ต้มเสร็จอีกครั้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อยพร้อมรับประทาน

 

สรุป

น้ำสมุนไพรทั้ง 10 ชนิด ต่างก็เป็นน้ำที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญแต่ละชนิดก็มีประโยชน์มากมาย ดื่มได้บ่อย ๆ และดีต่อสุขภาพอีกด้วยค่ะ

 


เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

แนะนำรูปแบบปฏิทินที่นิยมมากที่สุด

ปฏิทินที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน มีรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งรูปแบบปฏิทินที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ ปฏิทินตั้งโต๊ะ ปฏิทินโปสเตอร์ ปฏิทินนามบัตร โดยปฏิทินแต่ละแบบ ก็สามารถเลือกใช้ตามพื้นที่ และความเหมาะสม ซึ่งใบทความนี้เราจะพาคุณไปดูว่ารูปแบบปฏิทินที่นิยม ในแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไร สามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

 

รูปแบบปฏิทินยอดนิยม


ปฏิทินตั้งโต๊ะ
เป็นปฏิทินแบบที่นิยมมากที่สุด มีขนาดมาตรฐานอยู่ 2 ขนาด คือ 6 x 8 นิ้ว และ 7 x 9 นิ้ว มีทั้งแบบแนวตั้ง และแนวนอน มีฐานปฏิทินสำหรับตั้งวางได้ พร้อมใส่ห่วงยึดกับปฏิทินให้เปิดใช้งานได้ง่าย ขนาดกระทัดรัด พกพาจัดเก็บง่าย สามารถใส่รูปภาพ และข้อมูลได้ตามต้องการ นิยมในกลุ่มวัยรุ่น จนถึงวัยทำงาน ทำเป็นของที่ระลึก ของขวัญแจกสำหรับปีใหม่ได้

 


ปฏิทินโปสเตอร์
เป็นปฏิทินที่มีขนาดเริ่มต้นที่ A3(29.7 x 42 cm) เป็นรูปแบบปฏิทินรวมทั้งปี โดยใน 1 หน้ากระดาษ จะมีปฏิทิน 12 เดือน สามารถใส่รูปภาพเพิ่มเติม หรือระบุข้อความได้ โดยลักษณะงานจะตัดเป็นโปสเตอร์แผ่น ๆ นิยมนำไปติดกับผนังห้องทำงาน ผนังบ้าน หรือจะเพิ่มเจาะรูใส่ตาไก่สำหรับแขวนโชว์ตามตำแหน่งที่ต้องการได้

 


ปฏิทินนามบัตร
เป็นปฏิทินที่ขนาดเท่ากับนามบัตรทั่วไป คือ 9 x 5.5 cm ตัดปลิวเป็นแผ่น ๆ ทำได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน สามารถพกพาใส่กระเป๋าสตางค์ได้ สามารถใส่รูปภาพ หรือทำเป็นภาพคอลเลคชั่นต่าง ๆ เพื่อให้ดูน่าสะสม เป็นของที่ระลึกได้ จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เป็นอย่างมาก โดยอีกด้านนึงของบัตรจะเป็นปฏิทินรวม 12 เดือนที่ใช้งานได้จริง

สรุป

ปฏิทินแต่ละแบบก็มีรูปร่าง และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไป ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบ ก็สามารถที่จะใส่รูปภาพเพิ่มเติม หรือระบุข้อความได้อีกด้วย และสำหรับท่านใดที่สนใจพิมพ์ปฏิทินต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับออกแบบและพิมพ์ปฏิทินทุกรูปแบบ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นปฏิทินตั้งโต๊ะ ปฏิทินโปสเตอร์ ปฏิทินนามบัตร โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

 


เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

Exit mobile version