รวมร้านคาเฟ่หมา-แมวนั่งชิลล์ ที่คนรักสัตว์ต้องห้ามพลาด

สำหรับใครที่ชอบเล่นกับน้องหมา น้องแมว วันนี้เราได้รวมร้านคาเฟ่หมา-แมวนั่งชิลล์ ที่คนรักน้องหมา น้องแมว ไม่ควรพลาดเลยค่ะ เพราะแต่ละคาเฟ่ มีทั้งน้องหมา น้องแมว หลากหลายสายพันธุ์ ที่สำคัญแต่ละตัวก็น่ารักแบบสุด ๆ แถมยังขี้อ้อนอีกด้วย แต่ในช่วงนี้ยังไม่สามารถไปคาเฟ่ต่าง ๆ ได้ เหล่าทาสหมา ทาสแมว ก็สามารถจดลงลิสต์ หมดโควิดเมื่อไหร่ รีบไปเล่นกับน้อง ๆ กันได้เลยค่ะ

แจกพิกัดคาเฟ่หมา คาเฟ่แมว หมดโควิดเมื่อไหร่ไปเล่นกับน้อง ๆ กัน!

Dog in Town Ekkamai

คาเฟ่ Dog in Town Ekkamai เป็นคาเฟ่น้องหมา ที่น้องหมาแต่ละตัวจะมีชื่อเป็นรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งที่นี่ก็มีน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์เล็ก พันธุ์ใหญ่ แถมแต่ละตัวก็น่ารัก ๆ คาเฟ่นี้ยังสามารถเล่นกับน้องหมาได้ตลอด แบบไม่มีรอบ ไม่มีชั่วโมง สำหรับใครที่ชอบหมา ก็ห้ามพลาดคาเฟ่นี้เลยค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีขนม และเครื่องดื่ม ที่ทานไป เล่นกับน้องหมาไปด้วยได้เลยค่ะ
ที่อยู่: 16/1 ซ.เอกมัย 6 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดบริการ: เปิดทุกวัน เวลา 11:00 – 20:00 น.
เบอร์โทร: 088-942-4964
Facebook: Dog In Town – Dog Cafe คาเฟ่หมาเอกมัย
Instagram: dog_in_town

 

Big Dog Café

คาเฟ่ Big Dog Café เป็นคาเฟ่หมาใหญ่ใจดี เพราะคาเฟ่แห่งนี้มีแต่น้องหมาตัวใหญ่ ๆ ที่มีหลากหลายสายพันธุ์ แถมยังเป็นสายพันธุ์หายากอีกด้วย ทั้งนี้ก็ยังมีน้องหมาตัวเล็ก ซึ่งจะสับเปลี่ยนเวียนมาให้เราได้เล่นกันเป็นรอบ ๆ ค่ะ นอกจากน้องหมาแล้ว คาเฟ่แห่งนี้ก็ยังมีทั้งอาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้ได้เลือกทานกันด้วยค่ะ ใครชอบน้องหมา ห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ
ที่อยู่: 88 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดบริการ: เปิดทุกวัน เวลา 09:00 – 22:00 น.
เบอร์โทร: 095-259-2392, 083-898-2350
Facebook: Big Dog Cafe “คาเฟ่หมาใหญ่ใจดี”
Instagram: bigdogcafe

 

Caturday Cat Café

คาเฟ่ Caturday Cat Café เป็นคาเฟ่แมวน่ารัก ๆ ที่เดินทางสะดวก เพราะคาเฟ่อยู่ติดกับ BTS ราชเทวี ซึ่งภายในคาเฟ่ก็จะเต็มไปด้วยลวดลาย รูปวาด และภาพน้องแมวเต็มไปหมด ซึ่งน้องแมวของที่นี่ก็มีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ แถมแต่ละตัวก็น่ารักกันแบบสุด ๆ นอกจากนี้ที่ร้านก็ยังมีขนม และเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้ได้เลือกทานกันเยอะมาก ๆ สำหรับใครที่ชอบน้องแมว ห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ
ที่อยู่: 89/70 โครงการโคโค่วอล์ค ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดบริการ: อังคาร – พุธ เวลา 12:00 – 21:00 น. / เสาร์ – อาทิตย์ 11:00 – 21:00 น.
เบอร์โทร: 02-6565247
Facebook: Caturday cat cafe
Instagram: caturdaycatcafe

 

Makura Cat Cafe’

คาเฟ่ Makura Cat Cafe’ เป็นคาเฟ่แมว ที่น้องแมวส่วนใหญ่ จะเป็นน้องแมวที่รับอุปการะมาเลี้ยง ซึ่งน้องแมวของที่นี่ก็มีหลากหลายตัวให้ได้เลือกเล่นกันด้วยค่ะ นอกจากนี้อาหารของที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งอาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม สำหรับใครที่ชอบน้องแมวน่ารัก ๆ และขี้อ้อนแบบสุด ๆ ก็แนะนำคาแฟ่ที่นี่เลยค่ะ
ที่อยู่: 3 4 ซอยศรีนครินทร์ 51 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดบริการ: จันทร์ / พุธ – พฤหัสบดี เวลา 12:00 -20:30 น. / ศุกร์ – อาทิตย์ เวลา 12:00 -21:45 น.
เบอร์โทร: 087-002-9899
Facebook: Makura Cat Cafe’
Instagram: makura_cat_cafe

สรุป

คาเฟ่น้องหมา น้องแมว เหล่านี้ เป็นคาเฟ่ที่ไม่ได้มีดีแค่น้องหมา และน้องแมว แต่ยังมีดีที่อาหาร ทั้งอาหารคาว ขนมหวาน และเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่คุณสามารถเลือกทาน เลือกดื่ม และนั่งเล่นชิลล์ ๆ กับน้องหมา น้องแมวไปด้วย แต่ช่วงนี้ก็คงต้องรอให้สถานการณ์โควิดดีขึ้นก่อน ถึงจะสามารถไปเล่นกับน้องหมา น้องแมวกันได้นะคะ


เกี่ยวกับ Thaidigitalprint
Thaidigitalprint เราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์ โดย บริษัท เอ็ม.ไอ.ดับบลิว.กรุ๊ป จำกัด เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ และรักษามาตรฐานมาโดยตลอด มั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ทางด้านงานพิมพ์มากกว่า 29 ปี

10 คีย์ลัดบนแป้นพิมพ์ ช่วยให้การทำงานบน PC ง่ายขึ้น

การใช้งานคอมพิวเตอร์ (PC) โดยปกติเราจะใช้เมาส์ในการสั่งงาน ซึ่งอาจจะทำงานได้ล่าช้า ดังนั้น การใช้ปุ่มลัดคีย์บอร์ดจะช่วยให้เราทำงานได้เร็วกว่าการที่จะใช้เมาส์ที่ใช้กันโดยทั่วไป และจะช่วยประหยัดเวลาในการทำงานได้มากอีกด้วย ว่าแต่จะมีคีย์ลัดอะไรบ้าง ที่ทุกคนควรจำ และนำไปใช้กัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ

10 คีย์ลัดบนแป้นพิมพ์ รู้ไว้ ใช้งานง่าย

1. Ctrl + F : การค้นหา

2. Windows + M : ย่อหน้าต่างทั้งหมดให้เล็กสุด

3. Ctrl + Shift + T : เรียกคืนหน้าต่างที่พึ่งปิดไป

4. Alt + D : ไปยังแถบที่อยู่บนเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องใช้เมาส์

5. Ctrl + D : ใช้ในการบุ๊กมาร์ก

6. Ctrl + Shift + N : สร้างโฟลเดอร์ใหม่

7. Ctrl + Alt + V: วางข้อความที่พึ่งเขียนไปในฟอร์แมตอื่น ๆ

8. Ctrl + A : เลือกทั้งหมด

9. Alt + Print Screen : ถ่ายภาพหน้าต่างที่กำลังใช้งานอยู่

10. Windows + (+) / (-) : ใช้ซูมหน้าจอเข้าและออก (ขยาย / ย่อ)

ทั้ง 10 คีย์ลัดบนแป้นพิมพ์ที่เรานำมาฝาก เป็นคีย์ลัดที่ใช้กันบ่อย ๆ ซึ่งเราก็หวังว่าทั้ง 10 คีย์ลัดนี้จะช่วยให้การทำงานบนคอมพิวเตอร์ (PC) ของคุณ ทำงานได้ง่ายขึ้น และประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น

แจกสูตรดีท็อกซ์ลำไส้ ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

หลาย ๆ คน อาจจะเคยได้ยินคำว่า ท็อกซ์ ซึ่งการดีท็อกซ์นั้น คือ การช่วยให้การขจัดสารพิษตกค้างในร่างกายที่เกิดจากการรับประทานอาหารต่าง ๆ เข้าไปได้ เพราะอย่าง พวกอาหารเนื้อสัตว์หรืออาหารอื่น ๆ ที่เราทานเข้าไป บางส่วนอาจจะไม่สามารถถูกย่อยได้ทั้งหมด จึงหลงเหลือ และเกิดเป็นเมือกสะสมในลำไส้แล้วก่อให้เกิดสารพิษเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดจนอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย หรืออาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ ซึ่งการดีท็อกซ์ลำไส้ ก็สามารถทำเองได้ง่าย ๆ อย่างการทานน้ำผัก ผลไม้ ดังนั้น ในวันนี้เราจึงได้นำสูตรดีท็อกซ์ลำไส้ ทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน มาฝากทุกคนกันค่ะ

5 สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ ทำง่าย ๆ รสชาติดี


สูตรที่ 1 น้ำมะนาวผสมกับน้ำอุ่น
เริ่มกันที่สูตรแรก เป็นสูตรที่ทำง่าย และหาส่วนผสมได้ง่ายที่สุด นั่นคือ สูตรน้ำมะนาว ยิ่งหากได้ดื่มหลังตื่นนอนให้ได้ต่อเนื่องกันทุกวัน ไม่นานจะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่อาทิตย์แรก และรับรองเลยว่า ทั้งสุขภาพภายใน และผิวพรรณภายนอกจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
ส่วนผสม
มะนาวครึ่งลูก
น้ำเปล่า 2-4 แก้ว
วิธีทำ
1. ผ่ามะนาวตามแนวนอนครึ่งลูก
2. บีบน้ำมะนาวที่หั่นไว้ใส่ลงในน้ำอุ่น จากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วดื่มทันที

สูตรที่ 2 กล้วยน้ำว้าผสมกับนมจืด
สูตรนี้เป็นสูตรที่ทำได้ง่าย ดื่มง่าย และรสชาติอร่อย ซึ่งแนะนำให้ดื่มตอนเช้าทันทีหลังตื่นนอน เพราะท้องของยังว่างอยู่ และให้ทำติดต่อกัน 3 วัน จะทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นแถมขับถ่ายเป็นเวลาด้วย และช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ได้ดีอีกด้วย
ส่วนผสม
กล้วยน้ำว้า 2 ลูก
นมสดรสจืด 2 กล่อง
วิธีทำ
1. นำกล้วยน้ำว้ามาปอก แล้วใส่เครื่องปั่น
2. ใส่นมสดรสจืดตามลงไป แล้วปั่นรวมให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน

สูตรที่ 3 เม็ดแมงลักผสมกับน้ำอุ่น
สูตรน้ำเม็ดแมงลัก เป็นอีกสูตรที่ทำง่าย และในเม็ดแมงลักมีกากใยอาหารที่ช่วยกระตุ้นประสาทรอบ ๆ ลำไส้ ทำให้เกิดความรู้สึกอยากถ่าย และความพิเศษนอกจากนั้นคือ ยังช่วยดูดซับไขมันไม่ดี (LDL-cholesterol) ให้ขับออกมาพร้อมกับอุจจาระอีกด้วย
ส่วนผสม
เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา
น้ำอุ่น 1 แก้ว
วิธีทำ
1. ล้างเม็ดแมงลักผ่านตะแกรงให้สะอาด
2. แช่เม็ดแมงลักในน้ำอุ่นประมาณ 30 นาทีให้พองเต็มที่
3. ดื่มก่อนนอนสัก 1-2 ชั่วโมง ดื่มได้ทุกวัน หรือจะดื่มอาทิตย์ละ 3-4 วันก็ได้เช่นกัน

สูตรที่ 4 โยเกิร์ตผสมกับนม น้ำผึ้ง มะนาว
เป็นอีกสูตรที่มีรสชาติดี ทานง่าย ที่สำคัญช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้ดี เพราะเมนูนี้อาจจะเป็นยาระบายอ่อน ๆ แนะนำควรกินตอนเช้าหลังจากที่เราดื่มน้ำสะอาดไปแล้ว 1-2 แก้ว แค่นี้ก็ทำให้สบายท้อง และพุงยุบอีกด้วย
ส่วนผสม
– โยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วย
– มะนาวครึ่งลูก
– น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
– นมสดรสจืด 1 กล่อง
วิธีทำ
1. บีบน้ำมะนาวใส่แก้ว ตามด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา แล้วใส่โยเกิร์ตลงไปครึ่งถ้วย
2. สำหรับนมสด หากแช่เย็นมาควรนำไปอุ่นให้หายเย็น แล้วเทลงในแก้วเป็นลำดับสุดท้าย
3. คนให้เข้ากันจนกระทั่งน้ำผึ้งไม่ติดช้อน ก็ดื่มได้ทันที หลังจากนั้นดื่มน้ำอุ่นตามอีกสักครึ่งแก้ว

สูตรที่ 5 น้ำหมักผลไม้
สูตรสุดท้าย เป็นสูตรที่มีส่วนผสมเยอะ ทั้งผัก และผลไม้ ซึ่งเป็นสูตรที่ดื่มง่าย ให้ความสดชื่นได้ดี ที่สำคัญสรรพคุณก็แน่นเหมือนส่วนผสมเลย เพราะทั้งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหลอดเลือด ลดไขมัน เสริมภูมิต้านทาน และช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ให้ถ่ายง่ายด้วย
ส่วนผสม
– น้ำสะอาด 1 ลิตร
– เลมอน 1 ลูก
– มะนาว ครึ่งลูก
– สตรอว์เบอร์รี่สไลด์ 5 ลูก หรือส้มหั่นแว่น 1 ลูก
– แตงกวา 3-4 ลูก
– มิ้นต์ หรือใบสะระแหน่ 3- 4 ใบ
วิธีทำ
1. นำผลไม้ไปล้างให้สะอาด แล้วหั่นเตรียมให้เรียบร้อย
1.นำผักผลไม้ที่เตรียมไว้ใส่ในขวดน้ำ
3. ปิดฝาใส่ตู้เย็น แช่ 2 ชั่วโมง ดื่มได้เลย หากน้ำพร่องไปครึ่งหนึ่งสามารถเติมน้ำเข้าไปใหม่ได้ ไม่ต้องกินกาก และไม่ควรแช่เกิน 12 ชั่วโมง เพราะผักผลไม้อาจเสีย เกิดเชื้อโรคได้

การทำดีท็อกซ์ลำไส้แบบธรรมชาติ โดยเริ่มต้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ที่เป็นอีกทางที่จะช่วยล้างพิษ และฟื้นฟูสุขภาพลำไส้ใหญ่ของเราได้ ซึ่งทั้ง 5 สูตรข้างต้นที่เรานำมาฝาก เป็นสูตรที่กินง่าย รสชาติอร่อย และจะมาช่วยล้างสารพิษ แบบวิธีธรรมชาติ ๆ ที่ปลอดภัย ทำกินเองได้ และไม่อันตรายแน่นอน

ตัดตกและระยะปลอดภัย สำคัญกับการออกแบบงานพิมพ์อย่างไร ?

ในการออกแบบงานพิมพ์ สิ่งที่สำคัญ และไม่ควรมองข้าม นั่นคือ การต้องเผื่อระยะตัดตกงาน และระยะปลอดภัย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้รูปภาพของสิ่งพิมพ์ออกมาสวยงามได้ขนาดตามที่ต้องการ ดังนั้น วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับระยะตัดตก และระยะปลอดภัย รวมไปถึงความสำคัญของระยะตัดตก และระยะปลอดภัย ในการออกแบบงานพิมพ์กันค่ะ

ระยะตัดตก และระยะปลอดภัย 2 สิ่งที่จำเป็นในการออกแบบงานพิมพ์
โดยไฟล์งานสำหรับส่งให้โรงพิมพ์จำเป็นต้องมี “ระยะตัดตกงาน และระยะปลอดภัย” ให้ทุกงานพิมพ์เสมอ เพื่อให้งานนั้นตัดออกมาเรียบร้อย สวยงาม ได้คุณภาพ ซึ่งระยะตัดตก และระยะปลอดภัย ควรมีระยะทุกด้านอย่างน้อย 3 มม. เพื่อที่ชิ้นงานที่ออกแบบมีความเรียบร้อยตรงกับความต้องการของเจ้าของงาน ซึ่งระยะตัดตก (Bleed) คือ พื้นที่ที่อยู่นอกขอบงานออกไป และพื้นที่ส่วนนี้จะถูกตัดทิ้งไปโดยไม่ได้ใช้งานแต่อย่างใด ส่วนระยะปลอดภัย (Margin) คือ จะอยู่ด้านในขอบของชิ้นงานเข้ามา และส่วนนี้จะไม่ถูกตัดจากเครื่องตัดกระดาษ ทั้งนี้หากงานพิมพ์ไม่มีตัดตก การตัดงานออกมาอาจจะเห็นเป็นขอบขาว ไม่เรียบร้อย เนื่องจากการตัดงานของโรงพิมพ์จะตัดทีละร้อย ๆ ใบ อาจจะมีความคลาดเคลื่อนได้บ้าง ดังนั้น งานพิมพ์ที่มีระยะตัดตก และระยะปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการออกแบบงานพิมพ์ ทั้งนี้ก่อนจะส่งไฟล์งานให้กับโรงพิมพ์ จึงควรทำอาร์ตเวิร์คให้สมบูรณ์แบบที่สุด นอกจากนี้ถ้าหากลูกค้าจัดทำไฟล์งานร้อยยังทำให้การผลิตเป็นไปได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจพิมพ์งานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับพิมพ์งานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก ทั้งนี้เรายังรับออกแบบและพิมพ์การ์ดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร ใบปลิว โบรชัวร์ โปสเตอร์ คูปอง การ์ดเชิญ เมนูอาหาร ปฏิทิน หนังสือ นิตยสาร โฟโต้บุ๊ค ฯลฯ ซึ่งลูกค้าสามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบขาวดำ หรือ 4 สี หรือแม้แต่การพิมพ์สีพิเศษ ต่าง ๆ พิมพ์ 1 หน้า หรือ 2 หน้า แล้วแต่ลูกค้าออกแบบ นอกจากนั้นการพิมพ์นามบัตรสามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความน่าสนใจได้หลากหลาย อาทิ เคลือบ PVC แบบมัน/ด้าน, Spot UV , ปั๊มเคเงิน/ทอง, ปั๊มนูน/จม เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

รวมสถานที่รับบริจาคสิ่งของเหลือใช้…ได้บุญ ได้ประโยชน์

เชื่อว่าหลาย ๆ คน อาจจะเคยเจอปัญหาของล้นบ้าน ทั้งของที่ใช้แล้ว ละยังไม่ได้ใช้ แต่จะเอาไปทิ้งก็เสียดาย ดังนั้น วันนี้เราเลยจะแนะนำสถานที่รับบริจาคสิ่งของเหลือใช้ ที่คุณสามารถนำสิ่งของต่าง ๆ ไปบริจาคได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ หนังสือต่าง ๆ ตุ๊กตา ของเล่น เครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬา เป็นต้น ซึ่งองค์กรบริจาคที่เรานำมาฝากก็มีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งใครอยากบริจาคแบบไหน ก็สามารถนำไปบริจาคแบบนั้นได้ และนอกจากสิ่งของที่เราเลือกไปบริจาคแล้ว เรายังสามารถซื้อสิ่งของอื่น ๆ ไปบริจาคเพิ่มได้ หรือจะบริจาคเป็นเงินก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้สิ่งของที่นำไปบริจาค ควรเป็นที่ยังใช้ได้ เพื่อให้คนที่รับสิ่งของได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่อีกด้วย

แนะนำสถานที่รับบริจาคสิ่งของเหลือใช้


มูลนิธิกระจกเงา
สิ่งของที่รับบริจาค ได้แก่ ชุดนักเรียน เสื้อผ้าสภาพดี เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ หนังสือเรียน หนังสือมือสอง นิตยสาร กระดาษที่ไม่ใช้งานแล้ว เช่น กระดาษA4 กระดาษกล่องลังต่าง ๆ รวมถึงตู้เย็นเก่า ตู้เย็นพัง เพื่อผลิตเป็นตู้ใส่หนังสือ ในชื่อ ตู้หนังสือเย็น ๆ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ ของส่วนหนึ่งจะมอบให้กับผู้ขาดแคลน ชุมชน ผู้ประสบภัยในเมือง และต่างจังหวัด และอีกส่วนจะถูกนำมาระดมทุนที่ร้านแบ่งปันภายในมูลนิธิกระจกเงา
ที่อยู่ในการบริจาค: มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 (แยก 4-7) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
เบอร์โทรศัพท์: 02-973-2236 ,02-973-2237,02-973-3533 ,02-973-3833
เฟซบุ๊ก: มูลนิธิกระจกเงา
เว็บไซต์: http://www.mirror.or.th/

ปันกัน โดย มูลนิธิยุวพัฒน์
สิ่งของที่รับบริจาค ได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หนังสือ เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน เครื่องเรือน ตุ๊กตา ของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬา และของอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ ซึ่งทางมูลนิธิจะนำไปจำหน่ายในราคาถูกแก่ผู้ที่สนใจเพื่อนำรายได้เป็นทุนการศึกษาแก่เด็กขาดโอกาสในมูลนิธิยุวพัฒน์
ที่อยู่ในการบริจาค: โครงการร้านปันกัน โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ เลขที่ 7 ซอยอ่อนนุช 90 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
เบอร์โทรศัพท์: 02- 301-1096 , 081-903-6639
เฟซบุ๊ก: ปันกัน สังคมแห่งการแบ่งปัน
เว็บไซต์: https://pankansociety.com/

มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย
สิ่งของที่รับบริจาค เป็นสิ่งของอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ เพื่อช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาที่กำลังได้รับความเดือดร้อน และยังรับเป็นกระดาษ A4 ที่ใช้แล้วทั้งหน้าเดียว หรือสองหน้า ปฏิทินตั้งโต๊ะปีเก่า ๆ เพื่อนำไปทำสมุดอักษรเบรลล์ให้กับผู้พิการทางสายตา
ที่อยู่ในการบริจาค: สำนักบริหารมูลนิธิฯ เลขที่ 420 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
เบอร์โทรศัพท์: 02-3548365-8, 02-3548370-71
เฟซบุ๊ก: มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
เว็บไซต์: https://www.blind.or.th/

สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
สิ่งของที่รับบริจาคประจำเดือน มิถุนายน ได้แก่ ยาฆ่าเชื้อ ยาบรรเทาอาการคัน ยารักาอาการแพ้ ยาแก้ภูมิแพ้ชนิดน้ำ นมผงเด็กแรกเกิด นมผงสำหรับเด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป นมกล่อง UHT รสจืด หน้ากากอนามัย สำหรับเด็ก ปรอทวัดไข้ สายดูดเสมหะ ผ้าขนหนู ข้าวสาร น้ำมันมะกอก ซึ่งของทุกอย่างจะต้องเป็นของสำหรับเด็ก เนื่องจากสิ่งของที่รับบริจาคเหล่านี้ จะนำไปให้เด็ก ๆ ที่อาศัยในสถานสงเคราะห์
ที่อยู่ในการบริจาค: สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท เลขที่ 78 / 24 หมู่ 1 ถนนภูมิเวท ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
เบอร์โทรศัพท์: 02-584-7255
เฟซบุ๊ก: สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท
เว็บไซต์: https://phayathaibabieshome.dcy.go.th/

มูลนิธิบ้านนกขมิ้น
สิ่งของที่รับบริจาค ได้แก่ ข้าวสาร อาหารแห้ง อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา สิ่งของเหลือใช้เสื้อผ้ามือสอง หนังสือ กระเป๋า รองเท้า ของเล่น ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งดี และเสีย ของใช้จิปาถะทั่วไป ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ส่วนหนึ่งจะมอบให้กับผู้ขาดแคลน ชุมชน ผู้ประสบภัยในเมืองและต่างจังหวัด และอีกส่วนจะถูกนำมาระดมทุนที่ร้านแบ่งปันภายในมูลนิธิกระจกเงา
ที่อยู่ในการบริจาค: มูลนิธิบ้านนกขมิ้น เลขที่ 89 ซอยเสรีไทย 17 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
เบอร์โทรศัพท์: 02-375-6497, 02-375-2455
เฟซบุ๊ก: มูลนิธิบ้านนกขมิ้น Baannokkamin Foundation
เว็บไซต์: www.baannokkamin.org

องค์กรบริจาคที่เรานำมาฝาก แต่ละองค์กรมีความต้องการสิ่งของที่ทั้งเหมือนกัน และแตกต่างกัน ซึ่งคุณสามารถเลือกองค์กรที่คุณอยากบริจาคได้ หรือจะกระจายสิ่งของไปบริจาคกับองค์กรอื่น ๆ ที่ต้องการสิ่งของเหล่านั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งการบริจาคสิ่งของ นอกจากจะช่วยให้คุณสามารถจัดห้อง จัดระเบียบชีวิตได้มากขึ้นแล้ว ยังทำให้คุณได้ทำบุญ และทำให้คุณจิตใจปลอดโปร่งโล่งอีกด้วย

Trick หุ่นดี ผิวสวย ช่วยลดน้ำหนักได้ ด้วยการดื่มน้ำเปล่า

น้ำเปล่า เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ที่สุดของร่างกาย เนื่องจากน้ำทำหน้าที่ขับเคลื่อนหลายระบบในร่างกาย และช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้เซลล์ เพื่อที่จะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ น้ำยังมีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยคลายร้อน ช่วยลดน้ำหนัก ลดสิว แถมได้ผิวสวยอีกด้วย ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำ Trick หุ่นดี ผิวสวย ช่วยลดน้ำหนักได้ด้วยการดื่มน้ำเปล่า ว่าแต่จะต้องดื่มน้ำช่วงไหนบ้าง แล้วต้องดื่มน้ำกี่แก้ว ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

วิธีดื่มน้ำเปล่า เพื่อหุ่นดี ผิวสวย หน้าใส


ดื่มน้ำหลังตื่นนอน
หลังจากตื่นนอน ให้ดื่มน้ำทันที 2 แก้ว ในขณะที่ท้องว่าง ซึ่งจะช่วยในการดีท็อกซ์ลำไส้ ขับถ่ายคล่องแล้ว และทำให้ผิวใสอีกด้วย

ดื่มน้ำก่อนอาหารเช้า
ก่อนทานอาหารเช้า 30 นาที ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพราะน้ำเปล่าจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ขึ้น แถมยังช่วยให้อิ่มเร็วขึ้นอีกด้วย


ดื่มน้ำช่วงสาย ๆ
ช่วงสาย ๆ หรือหลังจากทานอาหารเช้าไปแล้ว 1 ชั่วโมง ให้ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว เพื่อให้ร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ในช่วงเวลานี้ ดื่มน้ำเปล่าจะช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย และจะช่วยย่อยอาหารได้ดี


ดื่มน้ำก่อนอาหารกลางวัน
ก่อนทานอาหารกลางวัน 30 นาที ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อจะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และป้องกันการทานอาหารมากเกินไป และหลังจากทานอาหารเสร็จ ให้จิบน้ำล้างปากได้เล็กน้อย


ดื่มน้ำหลังอาหารกลางวัน
หลังทานอาหารกลางวันไปแล้ว 1 ชั่วโมง ให้ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว จะช่วยย่อยอาหารได้ดี และน้ำเปล่าจะช่วยขับของเสียออกจากร่างกายด้วย


ดื่มน้ำก่อนอาหารเย็น
ก่อนทานอาหารเย็น 30 นาที ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว จะช่วยลดความอยากอาหาร และช่วยให้อาหารย่อยง่ายขึ้น
ดื่มน้ำช่วง 19.00-21.00 น.


ในช่วงหัวค่ำ เวลา 19.00-21.00 น. ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว โดยใช้การจิบน้ำไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ระบบเลือด ระบบลำไส้ทำงานได้ดี และช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวก ผิวพรรณสวยผ่องขึ้น


ดื่มน้ำก่อนนอน
ก่อนนอน 1 ชั่วโมง ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อจะช่วยล้างสิ่งตกค้างในลำไส้ ทั้งนี้เมื่อตื่นเช้ามารับรองพุงแบนแน่นอน

การดื่มน้ำในแต่ละวัน ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อจะช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกายของเราให้ลงได้ และถ้าดื่มก่อนมื้ออาหาร ก็จะช่วยลดความอยากอาหารลงได้ อีกทั้งยังช่วยในการย่อยอาหารให้ระบบย่อยอาหารทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรดื่มมากเกินไป เพราะจะทำให้ไตทำงานหนักได้ ดังนั้น จึงควรดื่มน้ำให้พอดี ๆ เพียงพอกับร่างกายของตัวเองในแต่ละวันนะคะ

How to… เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปฉีดวัคซีนโควิด-19

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากระลอกแรกสู่ระลอกที่ 3 ทำให้มีผู้ติดเชื้อขยายไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ซึ่งในตอนนี้มีการกำหนดช่วงเวลาของการลงทะเบียนฉีดวัคซีนไว้เรียบร้อยแล้ว และได้เริ่มมีการกระจายฉีดวัคซีนไปในหลาย ๆ กลุ่ม เริ่มตั้งแต่กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง กลุ่มแพทย์ พยาบาล กลุ่มพื้นที่เสี่ยงสีแดง และได้เริ่มทยอยฉีดให้กับประชาชนทั่วไปแล้ว ซึ่งในการเข้ารับวัคซีนโควิด-19 หลายคน ๆ ก็ยังคงกังวลในเรื่องการเตรียมตัว การปฏิบัติทั้งก่อน และหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งในวันนี้เราจึงจะมาแนะนำการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปฉีดวัคซีนโควิด-19 กันค่ะ


ก่อนฉีดวัคซีน
1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และงดออกกำลังกายหนัก สองวันก่อนฉีดวัคซีน
2. วันที่ฉีดควรดื่มน้ำอย่างน้อย 3-5 แก้ว และงดของที่มีคาเฟอีน รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
3. รับประทานอาหารให้เรียบร้อย หากมียารักษาโรคประจำตัวก็ให้รับประทานได้เลย
4. หากเจ็บป่วย มีไข้ ไม่สบาย ให้เลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
วันฉีดวัคซีนโควิด
1. ลงทะเบียน วัดไข้ วัดความดันโลหิต และชีพจร รวมถึงซักประวัติ คัดกรอง และประเมินความเสี่ยงก่อน ซึ่งต้องลงนามในหนังสือยินยอมด้วย
2. รับการฉีดวัคซีน ควรฉีดเข้ากล้ามเนื้อแขนที่ไม่ค่อยถนัด
3. หลังฉีดแล้วเจ้าหน้าที่จะให้รอสังเกตอาการในบริเวณสถานที่ฉีดอีก 30 นาที รับบัตร และเอกสารปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน พร้อมสแกนไลน์หมอพร้อม
หลังฉีดวัคซีนโควิด
1. หลังจากฉีดวัคซีน 1-2 วัน อาจมีไข้ ปวด บวม แดง ร้อนบริเวณฉีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อได้
2. ถ้ามีไข้ หรือปวดเมื่อยมากจนทนไม่ไหว สามารถกินยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม ครั้งละหนึ่งเม็ด ให้ห่างกัน 6 ชั่วโมง ห้ามกินยาจำพวก Brufen, Arcoxia, Celebrex เด็ดขาด
3. หากมีอาการอื่น ๆ เช่น มีไข้สูงมาก มีผื่นลมพิษ หน้ามืด เป็นลม แขนขาอ่อนแรง หรือเจ็บหน้าอก ควรรีบไปพบแพทย์ หรือโทร 1669 ทันที
ทั้งนี้สำหรับคนที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว ก็ยังคงต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงไปในพื้นที่แออัด เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร เพื่อป้องกันตนเองจากการรับเชื้อโควิด-19ค่ะ

กักตัวอยู่บ้าน ทำขนมง่าย ๆ ด้วยไมโครเวฟ

อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยในตอนนี้ ยังคงมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 อยู่ทุกวัน ซึ่งในแต่ละวันมีจำนวนผู้ติดเชื้อค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงทำให้หลาย ๆ คน ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ไม่ออกไปไหน และอาจจะทำให้รู้สึกเบื่อ ดังนั้น วันนี้เราเลยจะมาแนะนำเมนูขนมทำง่าย ทำได้ด้วยไมโครเวฟเครื่องเดียว ไว้ทำเป็นกิจกรรมแก้เบื่อ แถมยังไม่ได้ฝึกการทำขนมเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ว่าแต่จะมีเมนูอะไรน่าสนใจบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

คุกกี้นูเทลล่า

วัตถุดิบ
ไข่แดง 1 ฟอง
นูเทลล่า 150 กรัม
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 70 กรัม
ดาร์กช็อกโกแลต
วิธีทำ
1. นำนูเทลล่าออกมาพักในอุณหภูมิห้อง 20 นาที จากนั้นนำนูเทลล่าลงไปในถ้วย และใส่ไข่แดงมาผสมให้เข้ากัน
2. ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ลงไปถ้วยผสม จากนั้นคนส่วนผสมให้เข้ากัน โดยให้แป้งมีลักษณะเหนียวสามารถปั้นเป็นก้อนได้
3. นำแป้งมาปั้น เป็นรูปคุกกี้ โดยสอดไส้ด้วยดาร์กช็อกโกแลตไว้ตรงกลาง
4. นำแป้งคุ้กกี้ที่ได้ เข้าไมโครเวฟ 600 วัตต์ ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที หลังจากนั้นนำออกจากเตาอบ พร้อมทานได้เลย

บราวนี่

วัตถุดิบ
แป้งสาลีอเนกประสงค์ ¾ ถ้วยตวง
ไข่ไก่ 2 ฟอง
เนย 3/4 ถ้วยตวง (150 กรัม)
ผงโกโก้ 2/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายป่นละเอียด 2 ถ้วยตวง
กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
เกลือป่น ¼ ช้อนชา
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ หรือช็อกโกแลตชิพ ตกแต่งหน้าบราวนี่
วิธีทำ
1. เริ่มจากร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ และเกลือลงในภาชนะที่เตรียมไว้
2. นำน้ำตาลทราย และผงโกโก้มาผสมกันแล้วร่อน จากนั้นนำไปผสมกับแป้งที่ร่อนไว้ก่อนหน้านี้
3. ละลายเนยในไมโครเวฟ ทิ้งไว้ให้พออุ่น และตอกไข่ใส่ชาม ตีให้เข้ากัน เติมกลิ่นวานิลลาลงไป
4. จากนั้นนำไปผสมทั้งหมดกับส่วนผสมแห้งที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากันจนเนื้อเนียน
5. เพิ่มช็อกโกแลตชิพ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรืออัลมอนด์ ได้ตามใจชอบ
6. นำถ้วยที่สามารถเข้าไมโครเวฟมาทาเนยให้ทั่ว เทส่วนผสมทั้งหมดลงไปในถ้วย
7. นำถ้วยเข้าเตาไมโครเวฟให้ใช้ไฟแรงสุดเป็นเวลา 5 – 7 นาที หรือใช้ไฟ 450 วัตต์ อบทีละ 1 นาทีจนสุก หลังจากนั้นนำออกจากไมโครเวฟ พร้อมทานได้

บานอฟฟี่พาย

วัตถุดิบ
แครกเกอร์ 80 กรัม
เนยจืดละลาย 50 กรัม
น้ำตาลทราย 30 กรัม
น้ำเปล่า 20 กรัม
น้ำร้อน 20 กรัม
นมข้นหวาน 60 กรัม
กล้วยหอม 2 ลูก
วิปปิ้งครีม 150 กรัม
ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. บดแครกเกอร์ผสมกับเนยละลาย คนให้เข้ากัน นำใส่ในฐานภาชนะ กดให้แน่น นำไปแช่เย็น ประมาณ 20-30 นาที พอให้เนยแข็งตัว
2. ทำซอสคาราเมล เริ่มจากละลายน้ำตาลทรายกับน้ำเปล่า นำเข้าไมโครเวฟไฟแรง 800 วัตต์ ประมาณ 2-3 นาที ให้น้ำตาลไหม้เป็นสีน้ำตาล
3. จากนั้นนำมา ใส่น้ำร้อน และนมข้นหวาน แล้วคนให้ซอสข้นเหนียวเล็กน้อย พักให้เย็น
4. ใส่กล้วยหอม และซอสคาราเมลต่อจากฐานพาย จากนั้นตีวิปปิ้งครีมให้ตั้งยอด บีบวิปปิ้งครีมต่อจากส่วนผสมกล้วย แล้วโรยด้วยผงโกโก้ พร้อมทานได้

ช็อกบอล

วัตถุดิบ
ขนมปัง 20 แผ่น
ผงโกโก้ 1/2
ช็อคโกแลต 1 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช (ไว้ผสมช็อคโกแลตถ้าข้นเกินไป)
ช็อคโกแลต
บานาน่าช็อกโกแลต
โกโก้ครั้นช์
คอนเฟลกซ์
เม็ดน้ำตาลสี
อัลมอลด์สไลด์ อบสุกแล้ว
วิธีทำ
1. นำขนมปังไปปั่นให้ละเอียด เมื่อปั่นละเอียดแล้ว ใส่โกโก้ตามลงไป ปรับความเข้มตามใจชอบ แล้วปั่นเข้าด้วยกัน เสร็จแล้วเทใส่ชามผสม
2. นำช็อกโกแลตเข้าไมโครเวฟครั้งละ 30 วินาที – 1 นาที เอาออกมาคน จนกว่าจะละลายดี เมื่อช็อกโกแลตละลายดีแล้ว นำไปผสมในชามขนมปัง คลุกเคล้าไปมาให้เข้ากัน
3. เมื่อเข้ากันดีแล้ว ให้ปั้นเป็นรูปทรงกลม แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมง
4. ระหว่างรอช็อกบอลเซ็ตตัว ให้เวฟช็อคโกแลตรอจนละลายดี
5. ใช้ไมเสียบลูกชิ้น เสียบช็อกบอลไว้ แล้วนำไปเคลือบช็อกโกแลตที่เตรียมไว้
6. โรยด้วยคอนเฟลกซ์ ตกแต่งช็อกบอลตามชอบ พร้อมทานได้

เค้กช็อกโกแลต

วัตถุดิบ
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
เนยสด 1/2 ถ้วยตวง
นมสด 1/3 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ผงโกโก้ 5 ช้อนโต๊ะ
เบคกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
ผงฟู 1/4 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
วานิลลา 1/2 ช้อนชา
วิปปิ้งครีม 50 กรัม
ช็อกโกแลต 100 กรัม
วิธีทำ
1. นำน้ำตาลผสมกับผงโกโก้ และเนยสด จากนั้นเอาเข้าไมโครเวฟ 800 วัตต์ เป็นเวลา 2 นาที
2. หลังจากนั้นนำออกมาคนส่วนผสมให้เข้ากัน วางทิ้งไว้ให้พออุ่น ๆ แล้วใส่วานิลลา นมสด และไข่ คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่แป้ง ผงฟู และเบคกิ้งโซดา คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน
3. ตักใส่แป้นพิมพ์ ใส่แค่ 1 ใน 3 ของพิมพ์ เพราะเนื้อเค้กจะฟูขึ้นเป็น 3 เท่าตัว
4. นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟแรง 600 วัตต์ เป็นเวลา 1.30 นาที เพียงเท่านี้เป็นอันเสร็จส่วนของเนื้อเค้ก
5. ทำหน้าเค้ก โดยนำช็อโกแลตกับวิปปิ้งครีมผสมกัน จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟแรง 800 วัตต์ เป็นเวลา 1.30 นาที
6. นำหน้าเค้กตกแต่งเนื้อเค้ก ถือเป็นอันเสร็จสิ้น พร้อมทาน

เป็นยังไงกันบ้างคะกับเมนูทั้งหมดที่เรานำมาฝาก ต้องบอกเลยว่าแต่ละเมนูน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ แถมทำได้ง่าย ๆ แค่ใช้ไมโครเวฟ และใครที่ชอบเมนูไหนก็สามารถนำสูตรที่เรานำมาฝากไปลองทำทานกันดูได้เลยค่ะ หรือจะลองทำทุกเมนูเลยก็ได้นะคะ แต่รับรองว่าทุกเมนูอร่อยแน่นอนค่ะ

แจกพิกัดเล่นเซิร์ฟสเก็ตสุดฮิต 9 สถานที่ในกรุงเทพ

กีฬาที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก เซิร์ฟสเก็ต (Surf Skate) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับสเก็ตบอร์ด แต่ก็มีความต่างอยู่เล็กน้อย โดยเซิร์ฟสเก็ต เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่มีความท้าทายสูง สามารถเล่นคนเดียวได้ และมีอุปกรณ์ไม่เยอะ ซึ่งสำหรับใครที่กำลังหาที่เล่นเซิร์ฟสเก็ตอยู่ล่ะก็ วันนี้เราจะมา แจกพิกัดเล่นเซิร์ฟสเก็ตสุดฮิต 9 สถานที่ ในกรุงเทพกันค่ะ จะมีที่ไหนบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

9 พิกัดเล่นเซิร์ฟสเก็ต ฟรี ทั่วกรุงเทพ

  1. CentralWorld

ที่นี่เปิดพื้นที่ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองกว่า 1,000ตารางเมตร ให้เป็นแลนด์มาร์ก ลานสเก็ต เพื่อให้สายเซิร์ฟมาสนุกกันได้ และที่นี่ยังสอนฟรี มีแผ่นให้ยืมเล่น อีกทั้งยังมีบริการ Wifi ฟรี, มีบริการน้ำดื่ม, จุดปฐมพยาบาล และบริการถ่ายภาพโดยช่างภาพมืออาชีพอีกด้วย นอกจากนี้ยังเดินทางง่ายสุด ๆ เพราะมีทั้งรถไฟฟ้า และรถเมล์ผ่าน

ที่อยู่ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการลานสเก็ตเปิด ทุกวัน เวลา 16.00 น. – 21.00 น.

 

  1. CentralPlaza Lardprao

ได้จัดลานสเก็ตที่ชั้น 1 ให้เล่นกันสนุก ๆ ทั้งเซิร์ฟสเก็ต สเก็ตบอร์ด ลองบอร์ด และที่นี่ยังสอนฟรี มีแผ่นให้ยืมเล่น อีกทั้งยังมีบริการ Wifi ฟรี,มีบริการน้ำดื่ม,จุดปฐมพยาบาล และบริการถ่ายภาพโดยช่างภาพมืออาชีพอีกด้วย

ที่อยู่: ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการ: ลานสเก็ตเปิด ทุกวัน เวลา 16.00 น. – 21.00 น.

 

  1. Huamark Skatepark

ที่นี่เป็นสนามกีฬาของสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย ดังนั้น ที่นี่จึงมีอุปกรณ์ครบครัน พร้อมคำแนะนำดี ๆ จากนักเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่มีประสบการณ์ เป็นแหล่งรวบรวมมิตรภาพ และแหล่งหัดเล่นของเซิร์ฟสเก็ตมือใหม่ได้เป็นอย่างดี

ที่อยู่: ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 น. – 21.00 น.

 

  1. สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ)

อีกหนึ่งจุดที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการไป เซิร์ฟสเก็ต และ สเก็ตบอร์ด ค่ะ เพราะรายล้อมไปด้วยต้นไม้ บรรยากาศดี อากาศก็ดี และยังมีบริเวณที่กว้างขวางอีกด้วย และหากใครเล่นไม่เป็น ที่นี่ยังมีชมรมคอยให้คำแนะนำ และส่วนใครไม่มีบอร์ดที่นี่ก็มีให้ยืมลองเล่นก่อนได้อีกด้วย

ที่อยู่: ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 06.00 น. – 20.30 น.

 

  1. ตลาดนัดมะลิ เลียบด่วนเมืองทอง

ที่นี่นอกจากจะเป็นตลาดขายของต่าง ๆ แล้ว ที่นี่ยังเปิด ลานสเก็ต ให้สายกีฬา เซิร์ฟสเก็ต สเก็ตบอร์ด ทั้งหลาย ได้มารวมตัวกัน โชว์ลีลาท่าสวยกันได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีกูรูที่คอยแนะนำเทคนิคการเล่นให้อีกด้วย

ที่อยู่: ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 39 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

วันเวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 18:00 น. – 22:00 น.

 

  1. The Crystal เลียบด่วนรามอินทรา

ลานสเก็ตบอร์ดของที่นี่ จัดที่ลานจอดรถชั้น 8 และชั้นลอยของห้าง ซึ่งนอกจากจะมีพื้นที่กว้างมาก ๆ แล้ว ยังมีวิวสวย ๆ ให้ได้มากินลมชมวิวไปด้วย เล่นเซิร์ฟสเก็ตกันไปด้วย

ที่อยู่: ลานจอดรถชั้น 8 และชั้นลอย เดอะ คริสตัล ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการ: ลานสเก็ตเปิด เวลา 16.00 น. – 22.00 น.

 

  1. Mega Bangna

ลานลานสเก็ตของที่นี่จดบนชั้นดาดฟ้า อาคารจอดรถอิเกีย บริเวณชั้น 4 เมกาบางนา ซึ่งเปิดพื้นที่ในการเล่นสเก็ตทุกประเภท

ที่อยู่: ชั้นดาดฟ้า อาคารจอดรถอิเกีย ชั้น 4 เมกาบางนา ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

วันเวลาทำการ: ลานสเก็ตเปิด เวลา 16.00 น. – 22.00 น.

 

  1. สนามหลวง

ที่นี่เป็นลานสเก็ตใจกลางพระนคร ที่เปิดให้สายเอ็กซ์ตรีม มาเซิร์ฟสเก็ต กันได้อย่างเต็มที่ เพราะที่นี่มีลานที่กว้างขวาง อากาศปลอดโปร่งโล่งสบาย ลมก็เย็น แถมได้เห็นวิวสวย ๆ ของวัดพระแก้ว และพระบรมมหาราชวังอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถมาวิ่งหรือปั่นจักรยานได้

ที่อยู่: ถนนราชดำเนินกลาง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 18:00 น. – 22:00 น.

 

  1. สะพานพระราม 8

ที่นี่เป็นที่เล่นสเก็ตบอร์ดเปิด 24 ชั่วโมง อยากเล่นตอนไหนก็มาเล่นได้เลย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีพื้นที่กว้าง ลมพัดเย็นสบาย มีวิวแม่น้ำให้ได้ชมอีกด้วย

ที่อยู่: ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

วันเวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 21.00 น.

ใครอยู่ใกล้ที่ไหนก็สามารถไปเล่นกันได้เลยค่ะ เพราะแต่ละที่ฟรี แถมยังเดินทางได้สะดวกอีกด้วย ทั้งนี้ การเล่นเซิร์ฟสเก็ต ควรหาซื้ออุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกนิรภัย สนับแขน และสนับเข่า เป็นต้น เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และป้องกันการบาดเจ็บได้ค่ะ

รวม 5 เว็บทำ Presentation ฟรี!! ใช้งานง่าย สวยแบบมืออาชีพ

สำหรับคนที่ทำงานในสายที่ต้องพรีเซ้นต์งานให้กับหัวหน้า หรือ ลูกค้า บ่อย ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดนอกจากเนื้อหาในการพรีเซ้นต์งานแล้ว ก็คือ ตัวสไลด์ หรือตัว Presentation ที่เตรียมไปนำเสนอ ซึ่งถ้าคุณทำออกมาได้โดดเด่น และน่าสนใจ ก็จะช่วยให้ผู้ฟัง สนใจที่จะรับฟังการพรีเซ้นต์งานของคุณขึ้นอีกด้วย ดังนั้น วันนี้เราเลยรวม 5 เว็บทำ Presentation ฟรี!! ใช้งานง่าย สวยแบบมืออาชีพมาฝากกันค่ะ

แนะนำเว็บไซต์ทำ Presentation สวย ๆ ทำง่าย ๆ แถมฟรีด้วย

Canva

เป็นเว็บไซต์ที่ลูกเล่นเยอะ ใช้งานง่าย ทำได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็น Presentation, ออกแบบ Logo,ภาพโปสเตอร์, โฆษณา Facebook, รูปภาพลง IG Story, การ์ดแต่งงาน, ใบปลิว, หน้าปกคลิปยูทูป ฯลฯ นอกจากเว็บไซต์แล้ว ก็ยังมีเวอร์ชั่นแอปพลิเคชันบนมือถือให้ใช้งานได้ง่ายอีกด้วย

ดาวน์โหลดได้ที่: https://www.canva.com/

Slidesgo

เป็นเว็บไซต์ที่เหมาะกับนักพรีเซ้นต์เป็นอย่างมาก เพราะมีรูปแบบที่หลากหลาย มีสีสันสวยงาม และทางเว็บไซต์มีหมวดหมู่ที่หลากหลายให้ได้เลือกใช้ เช่น การศึกษา มาร์เก็ตติ้ง Business เป็นต้น และจุดเด่นของเว็บไซต์นี้ คือ สามารถดาวน์โหลด Template เพื่อไปทำพรีเซ้นต์เทชั่นได้ทั้งในPowerPoint และ Google Slide

ดาวน์โหลดได้ที่: https://slidesgo.com/

Powerpoint Hub

เป็นเว็บไซต์ที่แบ่ง Templateออกไว้เป็นแบบสัดส่วนที่ชัดเจนในหลากหลายสไตล์ ซึ่งทำให้คนที่ทำพรีเซ้นต์ สามารถเลือกดาวน์โหลดไปใช้ได้ นอกจากนี้ Templateพรีเซ้นต์เทชั่นของเว็บไซต์นี้ไม่ได้แจกแค่ layout หรือ Cover บนหน้า slide เท่านั้นนะ แต่ยังมีทั้ง Graph icon และชุดสีสำหรับทำพรีเซ้นต์เทชั่นให้ได้ใช้กันแบบเต็ม ๆ อีกด้วย

ดาวน์โหลดได้ที่: https://www.powerpointhub.com/

Presentation Go

เป็นเว็บไซต์ที่ใช้โทนสีสุภาพ รูปแบบเรียบง่าย สะอาดตา และยังมีTemplate หลากหลายให้ได้เลือกใช้ นอกจากTemplate พาวเวอร์พอยท์แล้ว ก็ยังมีกราฟ ตารางข้อความ และกราฟฟิกเล็ก ๆ รวมถึงตัวอย่างปฏิทินให้เลือกโหลดไปใช้งานได้อีกด้วย

ดาวน์โหลดได้ที่: https://www.presentationgo.com/

Smile Template

เป็นเว็บไซต์ที่เหมาะกับคนชอบทำพรีเซ้นท์ในแนวอินโฟกราฟิก ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่าย เอาหลายTemplateมารวมกันเป็นอันเดียวก็ได้ และในเว็บไซต์นี้ ก็ยังมีTemplate อื่น ๆ ไว้ให้ใช้ ไม่ว่าจะทำการ์ด โบรชัวร์ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ

ดาวน์โหลดได้ที่: https://www.smiletemplates.com/

ทั้ง 5 เว็บไซต์ที่เรานำมาฝาก ล้วนเป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานได้ง่าย และแต่ละเว็บไซต์ก็ค่อนข้างหลากหลาย สามารถทำได้หลายอย่าง ซึ่งทำให้คุณสามารถออกแบบ Presentation ได้สวยแบบมืออาชีพแน่นอนค่ะ และที่สำคัญที่สุด ทั้ง 5 เว็บไซต์นี้ คุณสามารถใช้งานได้ฟรี ๆ เลยค่ะ

Exit mobile version