รวม 5 เว็บทำ Presentation ฟรี!! ใช้งานง่าย สวยแบบมืออาชีพ

สำหรับคนที่ทำงานในสายที่ต้องพรีเซ้นต์งานให้กับหัวหน้า หรือ ลูกค้า บ่อย ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดนอกจากเนื้อหาในการพรีเซ้นต์งานแล้ว ก็คือ ตัวสไลด์ หรือตัว Presentation ที่เตรียมไปนำเสนอ ซึ่งถ้าคุณทำออกมาได้โดดเด่น และน่าสนใจ ก็จะช่วยให้ผู้ฟัง สนใจที่จะรับฟังการพรีเซ้นต์งานของคุณขึ้นอีกด้วย ดังนั้น วันนี้เราเลยรวม 5 เว็บทำ Presentation ฟรี!! ใช้งานง่าย สวยแบบมืออาชีพมาฝากกันค่ะ

แนะนำเว็บไซต์ทำ Presentation สวย ๆ ทำง่าย ๆ แถมฟรีด้วย

Canva

เป็นเว็บไซต์ที่ลูกเล่นเยอะ ใช้งานง่าย ทำได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็น Presentation, ออกแบบ Logo,ภาพโปสเตอร์, โฆษณา Facebook, รูปภาพลง IG Story, การ์ดแต่งงาน, ใบปลิว, หน้าปกคลิปยูทูป ฯลฯ นอกจากเว็บไซต์แล้ว ก็ยังมีเวอร์ชั่นแอปพลิเคชันบนมือถือให้ใช้งานได้ง่ายอีกด้วย

ดาวน์โหลดได้ที่: https://www.canva.com/

Slidesgo

เป็นเว็บไซต์ที่เหมาะกับนักพรีเซ้นต์เป็นอย่างมาก เพราะมีรูปแบบที่หลากหลาย มีสีสันสวยงาม และทางเว็บไซต์มีหมวดหมู่ที่หลากหลายให้ได้เลือกใช้ เช่น การศึกษา มาร์เก็ตติ้ง Business เป็นต้น และจุดเด่นของเว็บไซต์นี้ คือ สามารถดาวน์โหลด Template เพื่อไปทำพรีเซ้นต์เทชั่นได้ทั้งในPowerPoint และ Google Slide

ดาวน์โหลดได้ที่: https://slidesgo.com/

Powerpoint Hub

เป็นเว็บไซต์ที่แบ่ง Templateออกไว้เป็นแบบสัดส่วนที่ชัดเจนในหลากหลายสไตล์ ซึ่งทำให้คนที่ทำพรีเซ้นต์ สามารถเลือกดาวน์โหลดไปใช้ได้ นอกจากนี้ Templateพรีเซ้นต์เทชั่นของเว็บไซต์นี้ไม่ได้แจกแค่ layout หรือ Cover บนหน้า slide เท่านั้นนะ แต่ยังมีทั้ง Graph icon และชุดสีสำหรับทำพรีเซ้นต์เทชั่นให้ได้ใช้กันแบบเต็ม ๆ อีกด้วย

ดาวน์โหลดได้ที่: https://www.powerpointhub.com/

Presentation Go

เป็นเว็บไซต์ที่ใช้โทนสีสุภาพ รูปแบบเรียบง่าย สะอาดตา และยังมีTemplate หลากหลายให้ได้เลือกใช้ นอกจากTemplate พาวเวอร์พอยท์แล้ว ก็ยังมีกราฟ ตารางข้อความ และกราฟฟิกเล็ก ๆ รวมถึงตัวอย่างปฏิทินให้เลือกโหลดไปใช้งานได้อีกด้วย

ดาวน์โหลดได้ที่: https://www.presentationgo.com/

Smile Template

เป็นเว็บไซต์ที่เหมาะกับคนชอบทำพรีเซ้นท์ในแนวอินโฟกราฟิก ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่าย เอาหลายTemplateมารวมกันเป็นอันเดียวก็ได้ และในเว็บไซต์นี้ ก็ยังมีTemplate อื่น ๆ ไว้ให้ใช้ ไม่ว่าจะทำการ์ด โบรชัวร์ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ

ดาวน์โหลดได้ที่: https://www.smiletemplates.com/

ทั้ง 5 เว็บไซต์ที่เรานำมาฝาก ล้วนเป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานได้ง่าย และแต่ละเว็บไซต์ก็ค่อนข้างหลากหลาย สามารถทำได้หลายอย่าง ซึ่งทำให้คุณสามารถออกแบบ Presentation ได้สวยแบบมืออาชีพแน่นอนค่ะ และที่สำคัญที่สุด ทั้ง 5 เว็บไซต์นี้ คุณสามารถใช้งานได้ฟรี ๆ เลยค่ะ

เทรนด์บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ในปี 2021 ที่เจ้าของแบรนด์ควรรู้

บรรจุภัณฑ์ในปัจจุบัน นอกจากจะสวยงาม โดดเด่น คงทนแล้ว ยังต้องตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการสร้างคุณค่าต่อสังคมด้วย ซึ่งผู้ผลิตหลายเจ้า จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย จะมีบรรจุภัณฑ์ประเภทใดบ้าง ไปชมกันเลยค่ะ

บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม

  1. บรรจุภัณฑ์กินได้

บรรจุภัณฑ์กินได้ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่จะช่วยให้ปริมาณขยะในประเทศลดลง เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น หากบรรจุภัณฑ์สามารถรับประทานได้ ก็จะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติก และช่วยโลกได้  ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์กินได้ เช่น ฟิล์มแครอท ที่นำมาห่อลูกอม และผลไม้กวน แก้วน้ำกินได้ ที่ทำจากสาหร่ายทะเล และสารอินทรีย์ที่ให้ความหวาน สี และรสชาติก็มาจากผัก และผลไม้ สามารถนำมาใส่เครื่องดื่ม และกัดกินได้ทั้งใบ

  1. บรรจุภัณฑ์สร้างสรรค์

บรรจุภัณฑ์สร้างสรรค์  เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาให้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การออกแบบโหลน้ำผึ้งที่มีรูปทรงหกเหลี่ยม ซึ่งสามารถเป็นตัวแทนของน้ำผึ้ง และยังสามารถนำมาวางซ้อนกันเป็นรูปทรงของรังผึ้งได้ด้วย หรือที่้แขวนชาทรงไม้แขวนเสื้อ เป็นต้น นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์สร้างสรรค์  ยังเป็นตัวแทนที่สามารถสื่อสารแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

  1. บรรจุภัณฑ์ไบโอ

บรรจุภัณฑ์ไบโอ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ สามารถปลูกหมุนเวียน และทดแทนกันได้โดยใช้ระยะเวลาอันสั้น เช่น ข้าวโพด อ้อย มันสําปะหลัง โดยมีคุณสมบัติสามารถย่อยสลายได้เอง ซึ่งถือเป็นการลดการทำลายสิ่งแวดล้อม และปริมาณขยะจากการใช้พลาสติก ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ไบโอ เช่น หลอดกระดาษ กล่องกระดาษ ที่ทำมาจากชานอ้อย

  1. บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล

บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล เป็นบรรจุภัณฑ์ที่เกิดจากการนำขยะมารีไซเคิล ทั้งขยะพลาสติก โลหะ ขยะอีคอมเมิร์ซจำนวนมาก เช่น กระดาษจากกล่องบรรจุสินค้าออนไลน์ กล่องไปรษณีย์ เป็นต้น โดยนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพ โดยเฉพาะการหลอม เพื่อให้เป็นวัสดุใหม่แล้วนำกลับมาใช้ได้อีก ซึ่งวัสดุที่ผ่านการแปรสภาพนั้นอาจจะเป็นผลิตภัณฑ์เดิมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ก็ได้ ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล เช่น ขวดน้ำอัดลม ที่เปลี่ยนมาใช้ขวดพลาสติกพีอีทีแบบใส เพื่อให้สามารถนำขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถุงบรรจุภัณฑ์ชนิดเติม ได้ใช้เม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนชนิดพิเศษ ที่สามารถรีไซเคิลได้อย่างสมบูรณ์

บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดล้วนเป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ที่จะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกได้ เพราะบรรจุภัณฑ์บางชนิดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และบรรจุภัณฑ์บางชนิดสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ จึงช่วยให้ปริมาณขยะในโลกลดลงได้อีกด้วย

รู้จักกับความแตกต่างของโหมดสี RGB และ CMYK

โหมดสี RGB และ CMYK เป็นโหมดสีในการทำงานพิมพ์ และการออกแบบ ซึ่งทั้งสองโหมดนี้ เมื่อมองผิวเผินอาจดูไม่แตกต่างกัน เพราะเป็นโหมดสีเหมือนกัน แต่ความเป็นจริงแล้วทั้งสองโหมดสีนี้มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นที่มาของสี ลักษณะของสี และการนำไปใช้งาน ซึ่งในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับค่าสีที่แตกต่างกัน ระหว่าง RGB และ CMYK และทั้งสองโหมดสีนี้จะมีผลกับงานพิมพ์อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ

โหมดสี RGB
RGB เป็นสีที่ใช้สำหรับการแสดงผลบนหน้าจอชนิดต่าง ๆ อย่าง หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ หน้าจอโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสี RGB ประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ RED (แดง), GREEN (เขียว), BLUE (น้ำเงิน) เป็นสีที่เกิดจากแสงที่มีความยาวคลื่นต่างกันมารวมตัวกันทำให้เกิดเป็นสีต่าง ๆ ซึ่งงานที่เหมาะกับโหมดสี RGB จะเป็นงานประเภท สื่อดิจิตอล เช่น งานออกแบบ เว็บไซต์ สื่อโฆษณาออนไลน์ เป็นต้น
โหมดสี CMYK
CMYK เป็นสีที่ใช้สำหรับงานพิมพ์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น โปสเตอร์ ป้ายไวนิล บรรจุภัณฑ์ หนังสือ นามบัตร ฯลฯ ซึ่งสี CMYK ประกอบด้วย 4 สี คือ CYAN (ฟ้าอมเขียว), MAGENTA (แดงอมม่วง), YELLOW (เหลือง), KEY (ดำ) เป็นสีที่เกิดจากการดูดกลืนของแสงที่สะท้อนจากวัตถุ โดยเมื่อแสงสีขาวตกกระทบกับวัตถุสีต่าง ๆ คลื่นแสงบางส่วนจะดูดกลืนไว้แล้วสะท้อนออกมาเฉพาะบางสีเท่านั้น

ค่าสีที่แตกต่างกันมีผลกับงานพิมพ์อย่างไร
การใช้โหมดสีทั้ง 2 แบบ สามารถแบ่งแยกประเภทการใช้งานได้ง่าย ๆ นั่นก็คือ ถ้าต้องการสีที่แสดงบนผลทางหน้าจอก็จะเลือกใช้ RGB เท่านั้น แต่ถ้าเป็นสีที่ต้องพิมพ์ออกมา ไม่ว่าจะพิมพ์ในรูปแบบใดก็ตาม จะต้องใช้ค่าสีของ CMYK ซึ่งสำหรับไฟล์งานที่ต้องส่งให้โรงพิมพ์ควรตั้งค่าสีให้อยู่ในโหมดสี CMYK เพื่อไม่ให้สีเพี้ยน เพราะไฟล์งานที่ตั้งค่าสีเป็นโหมด RGB เมื่อพิมพ์ด้วยโหมดสี CMYK สีที่ได้จะเพี้ยนไปจากสีต้นฉบับที่ได้มา

โดยชนิดของไฟล์งาน สำหรับส่งให้โรงพิมพ์ มีดังนี้
PDF เซฟไฟล์แบบ High Quality Print เพื่อให้ไฟล์ละเอียดและคมชัด
ai (illustrator) create outline font และ embed images ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันข้อมูลเด้งหรือตกหล่น
psd (photoshop) ควรตั้งค่าความละเอียด 300 dpi ขึ้นไป
ทั้งนี้ทุกไฟล์งาน ให้ตั้งค่าเว้นระยะตัดตกงาน และเผื่อระยะขอบงาน 3-5 mm. เพื่อให้งานพิมพ์ของคุณออกมาสวยงาม ตามแบบที่ต้องการ

พาเที่ยวทิพย์ กลัวโควิด-19 อยู่บ้านก็เที่ยวได้

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เราไม่สามารถไปเที่ยวที่ไหนไกล ๆ ได้ และอาจจะทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้เทคโนโลยีในปัจจุบัน ก็ได้เอื้อประโยชน์ให้กับเราที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ได้ไปเดินสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งถ้าอยากไปเที่ยวที่ต่าง ๆ ในโลก ก็ไม่จำเป็นต้องมีตั๋วเครื่องบินหรือนั่งเครื่องบินไปถึงนู่นก็เที่ยวได้ ซึ่งการเที่ยวแบบนี้เราเรียกว่า Virtual Tour คือ การเที่ยวเสมือนจริง ที่จะทำให้เราได้ไปเปิดหู เปิดตา และได้รู้จักกับประเทศต่าง ๆ มากขึ้นค่ะ ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำเว็บไซต์ที่จะพาคุณไปท่องเที่ยวเสมือนจริง มาฝากกันค่ะ

แนะนำเว็บไซต์เที่ยวทิพย์ ผ่านออนไลน์


Drive and Listen
เป็นเว็บท่องเที่ยวที่คุณจะได้รับบทเป็นคนขับรถที่กำลังขับรถอยู่บนถนนตามเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศใน โลกไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลี สวิสเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ตุรกี สเปน เยอรมนี และอีกหลาย ๆ เมือง ในหลาย ๆ ประเทศ ให้คุณได้ชมวิวในเมืองอย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ เว็บไซต์นี้ยังมีฟังก์ชันเพิ่มความเร็วรถ เปิดเสียง Street Noise ซึ่งก็คือเสียงบนถนนจริง ๆ แล้วก็ยังมีวิทยุเปิดเพลงฟังขณะขับรถด้วย ยิ่งทำให้ได้อารมณ์เหมือนได้ไปเที่ยว จริง ๆ


Air Pano
เป็นเว็บท่องเที่ยวที่มีภาพสวยมาก ๆ และสามารถหมุนได้ 360 องศา โดยเว็บนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ไม่ก็แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จะไปดูแสงเหนือ เที่ยวซานโตรินี เหยียบทะเลทรายซาฮารา ก็มีทั้งหมด มีทั้งที่เป็นภาพพาโนรามาให้เราคลิก ๆ หมุน ๆ หามุมเอง กับแบบเป็นคลิปวิดีโอที่เล่นไป แต่เราก็คลิก ๆ หมุน ๆ หามุมได้เองเหมือนกัน นอกจากนี้ตัวเว็บยังมีเพลงบรรเลงให้ฟังขณะชมภาพได้อีกด้วย


Google Map
เป็นเว็บดูแผนที่ ที่จะสามารถเปลี่ยนไปท่องเที่ยวได้ ซึ่งวิธีการไปเที่ยวทิพย์ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เข้าหน้า Google ธรรมดา แล้วพิมพ์สถานที่ที่อยากไป เช่น อยากไปกำแพงเมืองจีน ก็พิมพ์ Great Wall of China ตามด้วย Street View แล้วกดค้นหา พอ Google ขึ้นรูปแผนที่มาให้ ก็มองไปที่มุมขวาล่าง หารูปคนตัวเล็ก ๆ สีเหลืองกดที่รูปคน แล้วไปกดที่รูปสถานที่ซ้ายมืออีกครั้ง ก็ได้เที่ยวแล้ว แต่หากอยากได้มุมมอง 360 องศา ก็กดที่ Street View & 360° ก็สามารถทำได้สบาย


Google Earth
เป็นเว็บท่องเที่ยวที่จะได้ภาพจากดาวเทียม ซึ่งวิธีการเที่ยว คือ เข้าหน้า Google ธรรมดา แล้วพิมพ์สถานที่ที่อยากไป เช่น พิมพ์ Big Ben of England ตามด้วย Google Earth หลังจากนั้น Google จะขึ้นลูกโลกพร้อมหมุดตรงที่ที่เราอยากไป ด้านบนขวามือจะมีรูปของสถานที่นั้น ๆ ไปกดที่รูป แล้วก็จะดึงเข้าสู่วงโคจร ทะยานลงไปที่นั่นให้ฟีลเหมือนเมืองของเล่น แต่ถ้าอยากลงไปเดินเล่นบนถนน ก็ไปที่มุมขวาล่าง หารูปคนตัวเล็ก ๆ สีเหลืองแล้วกดที่รูปคน ก็จะได้ลงไปเดินเล่นบนถนนแล้ว


Google Arts & Culture
เป็นเว็บท่องเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ออนไลน์ ที่จะจำลองเหมือนเราเข้าไปเดินชมงานในพิพิธภัณฑ์นั้นจริง ๆ โดยความพิเศษ คือ มีโอกาสได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่หาชมได้ยาก อาทิ Dr. Bhau Daji Lad Mumbai City Museum หรือ Tokyo Fuji Art Museum ฯลฯ รวมทั้งยังรวบรวมผลงานของศิลปินมากมายไว้อย่างครบถ้วน ได้แก่ Vincent Van Gogh, Rambrandt, Picasso, Fernando Botero และ Georges Seurat ฯลฯ เหมาะกับคนที่ชอบไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เป็นอย่างมาก


Tourism Thailand
เป็นเว็บไซต์ท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นวัด พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ทำให้ได้บรรยากาศแบบไปเที่ยวเองในแต่ละภาค แต่ละจังหวัด ซึ่งในช่วงที่การออกจากบ้านยังทำได้ยากแบบนี้ การใช้วิธีนี้ไปเที่ยวในประเทศก่อนก็น่าสนใจเหมือนกัน


เที่ยวสวนสัตว์แบบออนไลน์
เป็นการเปิดช่องทางพาเที่ยวชมสวนสัตว์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก สำนักอนุรักษ์ และวิจัย Bureau of Conservation and Research ให้ประชาชนสามารถร่วมรับชมชีวิตของสัตว์แต่ละชนิดภายในสวนสัตว์แต่ละแห่ง ได้ผ่านไลฟ์รายการ “ZOO AT HOME” โดยจะพาทุกคนไปทัวร์สวนสัตว์เพื่อไปดูวิถีชีวิต สัตว์แต่ละชนิดแบบใกล้ชิด และให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์แต่ละชนิด นอกจากนี้ ยังมีเพจสวนสัตว์นครราชสีมา KORAT ZOO และสวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo ที่มีการไลฟ์สดให้คุณได้ดูสัตว์ เหมือนกับทุกคนได้ไปอยู่ในสวนสัตว์จริง ๆ


ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีมากนัก และทำให้คุณไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ไม่ว่าจะทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ดังนั้น การเที่ยวทิพย์ หรือ ท่องเที่ยวเสมือนจริง ก็จะช่วยให้คุณได้ไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณเคยไป และไม่เคยไป เหมือนเป็นการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่นั่นเอง

ออกกำลังกายฉบับหนุ่ม-สาวออฟฟิศอยู่ที่ทำงานก็เป๊ะได้

สำหรับหนุ่ม สาวออฟฟิศ ที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมนาน ๆ แถมยังต้องฝ่าฟันปัญหาจราจรที่รถติดหนักหลังเลิกงาน กว่าจะถึงบ้านก็อาจเหนื่อยจนแทบหมดแรง และกินเวลาถึงค่ำมืดดึกดื่น จึงทำให้พนักงานออฟฟิศหลายคนไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย แต่ในวันนี้เรามีวิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ระหว่างเดินทางไปทำงานหรือขณะทำงานอยู่ที่โต๊ะ คุณก็สามารถออกกำลังกายไปด้วยได้ เพราะการนั่งนาน ๆ ไม่ค่อยได้ขยับตัว อาจเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ ว่าแต่จะมีวิธีอะไรบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

จัดท่านั่งให้ถูกต้อง
การจัดท่านั่งให้ถูกต้อง จะช่วยให้คุณนั่งได้สบาย และยังทำให้คุณมีบุคลิกภาพที่ดีอีกด้วย ซึ่งการนั่งที่ถูกต้อง ต้องนั่งให้เต็มเก้าอี้ สะโพก และขา ตั้งฉาก 90 องศา ปรับพนักพิงให้อยู่ที่ 100-110 องศา และเวลานั่งพิงพนัก ไม่ควรก้มหน้ามาชิดกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และไม่ควรยกไหล่ในขณะพิมพ์งาน ทั้งนี้การนั่งที่ถูกต้องยังช่วยลดต้นขาได้อีกด้วย

ขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์
การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เป็นวิธีที่จะช่วยเบิร์นไขมัน ทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น แถมยังช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้การขึ้นบันไดสามารถเผาผลาญพลังงานส่วนเกินได้ ถึง 8 – 11 กิโลแคลอรีต่อนาที ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายทั่วไป ส่วนการลงบันไดจะใช้พลังงานประมาณ 1 ใน 3 ของการขึ้นบันได

ขยับร่างกายระหว่างนั่งทำงาน
ขณะที่นั่งทำงานในแต่ละวัน คุณควรที่จะขยับปรับเปลี่ยนอิริยาบถทุก 1-2 ชั่วโมง อย่างการขยับเขยื้อนร่างกายด้วยการยืดเส้นยืดสาย และอาจฝึกกล้ามเนื้อโดยลองหาอุปกรณ์เล็ก ๆ อย่างดัมเบลหรือยางยืดมาออกกำลังกายขณะพักเที่ยงหรือช่วงเวลาที่ว่างจากงาน

ลุกขึ้นยืนเป็นระยะ
การนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะนาน ๆ จะทำให้คุณรู้สึกปวดเมื่อยได้ ดังนั้น คุณควรที่จะลุกเดินไปไหนบ้าง และควรลุกขึ้นเป็นช่วง ๆ เพื่อยืดเส้นยืดสาย และขาได้ออกกำลัง เช่น ลุกไปเข้าห้องน้ำ ลุกไปคุยงานกับเพื่อนอีกโต๊ะ ก็จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น แถมยังช่วยป้องกันกระดูกสันหลังผิดรูปได้

ยืดบริหารกล้ามเนื้อแขน
การนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบให้อวัยวะตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอ่อนล้า และมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งการยืดบริหารกล้ามเนื้อแขน สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เอามือประสานกันไว้แล้วยกขึ้น และยกลง ทำครั้งละ 20 ที ทั้งหมด 3 เซต ก็จะช่วยกระชับแขนได้ดีมาก และช่วยเรื่องหน้าท้องได้นิดหน่อย แถมยังแก้ง่วง และแก้ปวดเมื่อยได้อีกด้วย

ยืดบริหารกล้ามเนื้อขา
นั่งทำงานนาน ๆ ต้องงอขา ห้อยขาทั้งวัน อาจเกิดอาการปวดข้อ ปวดเข่าขึ้นมาได้ และส่งผลเสียกับกล้ามเนื้อขา และสะโพกได้ ซึ่งการยืดกล้ามเนื้อขา ทำได้โดยนั่งหลังตรงพิงพนักเก้าอี้ ยกขาขวาเหยียดไปข้างหน้า ให้ปลายเท้าตั้งฉากขึ้น แล้วกระดกข้อเท้าเข้าหาตัว พร้อมแขม่วท้อง แล้วงอเข่าลง สลับไปทำอีกข้าง ทำข้างละ 10 ครั้ง วันละ 2-3 รอบ ก็จะทำให้อาการดีขึ้น

ทั้งหมดเป็นวิธีการบริหารร่างกายด้วยวิธีง่าย ๆ ที่คุณสามารถออกกำลังกายได้ แม้อยู่ในออฟฟิศ ซึ่งการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีแล้ว ยังช่วยไม่ให้เป็นออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตของชาวออฟฟิศอย่างเรา ๆ ด้วยค่ะ

แนะนำสื่อสิ่งพิมพ์รักษ์โลกด้วยกระดาษคราฟท์

ปัจจุบันเทรนด์รักษ์โลก ยังคงเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และใช้สิ่งของจากธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ผลิตหลาย ๆ แบรนด์ จึงลดการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ และนำวัสดุทางเลือกใหม่ ๆ เข้ามาใช้ หนึ่งในนั้นก็คือกระดาษคราฟต์ ซึ่งกระดาษคราฟต์ เป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และยังสามารถนำมากลับมาใช้ซ้ำได้อีกด้วย นอกจากนี้กระดาษคราฟต์ ยังมีความหนาให้เลือกได้หลายแกรม จึงทำให้กระดาษชนิดนี้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับกระดาษคราฟต์ให้มากขึ้นกันค่ะ

ทำความรู้จักกับกระดาษคราฟท์ สิ่งพิมพ์รักษ์โลก
กระดาษคราฟท์ คืออะไร ?
กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) เป็นกระดาษที่มีกระบวนการผลิตผ่านกรรมวิธีทางเคมี หรือที่เรียกกันว่า “เยื่อเคมี” ซึ่งผลิตโดยการนำเยื่อจากธรรมชาติ หรือการนำเนื้อไม้จากต้นไผ่ ต้นปอ ต้นยูคาลิปตัส และต้นสน มาเข้าสู่กรรมวิธีการผลิตด้วยกระบวนการทางเคมี เมื่อนำเข้าไปผลิตแล้ว ก็จะได้เป็นกระดาษคราฟท์น้ำตาลที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติของเนื้อไม้นั่นเอง นอกจากนี้กระดาษคราฟท์ยังมีความยืดหยุ่นและ ความแข็งแรงอีกด้วย
งานพิมพ์ที่เหมาะกับกระดาษคราฟท์
เนื่องจากกระดาษคราฟท์ เป็นวัสดุที่ทนทาน และคุ้มค่า อีกทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้กระดาษบาง ๆ มาประยุกต์ทำเป็นของสวยงาม ทำเป็นของตกแต่ง นอกจากนี้ ก็มีกระดาษคราฟท์ที่มีความหนา และแข็ง ด้วยความแข็งแรง และทนทาน พร้อมทั้งใยกระดาษมีความเหนียว จึงมีผู้นำกระดาษลักษณะนี้ไปใช้เพื่อกันกระแทก เพื่อช่วยลดความเสียหายของสินค้าหรือของที่แตกหักง่าย ๆ รวมถึงอาจนำไปใช้ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ และสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ดังนี้
สติ๊กเกอร์

สายคาดสินค้า


กล่องบรรจุภัณฑ์


ถุงกระดาษ


ซอง


การ์ด & โปสการ์ด


นามบัตร


เมนูอาหาร


ซึ่งสิ่งพิมพ์เหล่านี้ เป็นสิ่งพิมพ์ที่เราสามารถพบเห็นกันได้ทั่วไป และพบเห็นได้บ่อย ๆ นั่นเอง
ประโยชน์ของกระดาษคราฟท์
1. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กระดาษคราฟท์ เป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ จึงเป็นวัสดุทางเลือกที่ผู้ผลิตหลายแบรนด์ต้องการลดการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้สารเคมี และน้ำที่ใช้ในระหว่างการคราฟต์ ยังสามารถเอากลับมาใช้ซ้ำได้อีกด้วย
2. มีความแข็งแรงทนทาน
เนื่องจากเยื่อกระดาษคราฟต์ เป็นเยื่อกระดาษจากกรรมวิธีทางเคมีจะมีความเหนียว และนุ่มกว่าวิธีเชิงกลที่ใช้ในการผลิตกระดาษแข็งทั่วไป ซึ่งมักจะผลิตกระดาษออกมาให้มีความหนาบางหลายขนาด เริ่มตั้งแต่ความหนาระหว่าง 100 ถึง 500 แกรม และที่สำคัญกระดาษคราฟต์มีน้ำหนักเบามาก
3. เพิ่มความโดดเด่นให้กับชิ้นงาน
เนื้อสัมผัสของกระดาษคราฟต์ สามารถสื่อถึงความเป็นธรรมชาติได้ และสีน้ำตาลของกระดาษยังสร้างเอกลักษณ์ให้กับบรรจุภัณฑ์ และสื่อถึงความเรียบง่ายได้อย่างชัดเจน จึงเหมาะกับธุรกิจสีเขียว ที่ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
4. ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย
กระดาษคราฟต์ แทบไม่มีข้อจำกัดสำหรับการประยุกต์ใช้ เพราะคุณสมบัติที่ดีหลายประการ จึงสามารถนำมาผลิตได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นปกสมุด กล่องอาหาร กระดาษห่อของขวัญ ป้ายแท็กสินค้า และอื่น ๆ รวมไปถึงทนแทนการใช้พลาสติก ตั้งแต่ครอบแก้วกาแฟ ไปจนถึงถุงช้อปปิ้ง
5. นำกลับมาใช้ซ้ำได้
เนื่องจากกระดาษคราฟต์ มีความโดดเด่นเรื่องความแข็งแรง จึงทำให้กระดาษชนิดนี้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีกหลายครั้ง เพราะทนต่อสภาพแวดล้อม แสงแดด ความชื้น และละอองน้ำได้ดี ถือเป็นหนึ่งในหลัก 3 R เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน


สำหรับท่านใดที่สนใจพิมพ์งานพิมพ์ด้วยกระดาษคราฟท์ ThaiDigitalPrint.com เรารับพิมพ์งานพิมพ์ต่าง ๆ ด้วยกระดาษคราฟท์ ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก ทั้งนี้เรายังรับออกแบบและพิมพ์งานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์ สายคาดสินค้า กล่องบรรจุภัณฑ์ ถุงกระดาษ ซอง การ์ด โปสการ์ด นามบัตร และเมนูอาหาร ซึ่งลูกค้าสามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบขาวดำ หรือ 4 สี หรือแม้แต่การพิมพ์สีพิเศษ ต่าง ๆ พิมพ์ 1 หน้า หรือ 2 หน้า แล้วแต่ลูกค้าออกแบบ นอกจากนั้นการพิมพ์ยังสามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความน่าสนใจได้หลากหลาย อาทิ Spot UV , ปั๊มเคเงิน/ทอง, ปั๊มนูน/จม เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

เมนูอาหารคลีน 7 วัน ไม่เบื่อ ไม่อ้วน

อาหารคลีน (Clean Food) คือ การกินอาหารตามหลักโภชนาการ ต้องกินให้ครบทั้ง 5 หมู่ กินให้หลากหลาย เหมาะสมตามวัย และต้องเป็นอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป หรือถ้ามีการแปรรูปก็ต้องน้อยที่สุด ลดเครื่องปรุง เปรี้ยว เค็ม หวาน อาหารหมักดอง รวมไปถึงอาหารที่ปราศจากสารปนเปื้อน ได้แก่ ยาฆ่าแมลง สารกันบูด สารปรุงแต่ง กลิ่น สี และรสชาติ ซึ่งการกินอาหารคลีน ต้องเลือกแต่สารอาหารที่ร่างกายต้องการ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน

ในปัจจุบันการกินอาหารคลีนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วน หรือฟิตหุ่นสร้างกล้าม แต่ถึงอย่างนั้นคนทั่วไปก็สามารถกินอาหารคลีนได้ โดยไม่ต้องเคร่ง ต้องคลีนทั้งหมด แต่เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการกิน ให้สุขภาพร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ และหากใครที่กำลังสนใจอยากกินอาหารคลีน วันนี้เราได้นำเมนูอาหารคลีน 7 วัน ไม่เบื่อ ไม่อ้วน ยิ่งกินยิ่งดีมาฝากกันค่ะ

วันจันทร์
มื้อเช้า: ขนมปังไข่คน โดยนำขนมปังไปปิ้งจนกรอบ และนำพักไว้ หลังนั้นใส่น้ำมันลงกระทะ ตั้งไฟอ่อน ๆ ให้ร้อน แล้วตอกไข่ลงกระทะ ปรุงรสพริกไทยดำ และซีอิ๊วสูตรโซมเดียมต่ำ คนไข่ในกระทะขยี้ ๆ คน ๆ จนความสุกแล้วแต่ชอบ แล้วนำมาวางบนขนมปังที่พักไว้ พร้อมเสิร์ฟ

มื้อเที่ยง: ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + คั่วกลิ้งไก่ + ไข่ต้ม โดยนำขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง กระเทียม พริกไทยดำเม็ด พริกแห้ง ขมิ้นมาโขลก แล้วนำไปผัดเครื่องให้หอมก่อน แล้วใส่ไก่สับ เสิร์ฟหั่นใบมะกรูดซอยเป็นเส้น ๆ ไว้โรยหน้าปิดท้าย หากกลัวไม่อิ่มก็เพิ่มไข่ต้มได้อีก 1 ฟอง
มื้อเย็น: สลัดผักอกไก่ ไข่ต้ม โดยนำอกไก่ที่ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำให้สุกทั่วชิ้น แล้วนำไปอบด้วยหม้ออบลมร้อน หลังจากนั้นนำไข่ไปต้ม แล้วนำไปวางบนผักสลัดต่าง ๆ ที่เตรียมไว้

วันอังคาร
มื้อเช้า: ไข่ดาวอะโวคาโด โดยนำอะโวคาโดผ่าออกเป็น 2 ซีก แล้วเอาเม็ดออก จากนั้นตอกไข่ไก่ใส่ลงไป แล้วนำไปใส่หม้ออบลมร้อน อบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส ประมาณ 10-15 นาที ก็พร้อมทานได้เลย แต่ถ้ากลัวไม่อิ่มอาจจะเพิ่มขนมปังโฮวีลอีก 1 แผ่นก็ได้เช่นกัน
มื้อเที่ยง: ข้าวผัดกิมจิ โดยนำกระเทียมมาผัดให้หอม แล้วใส่ไข่ลงไปผัดจนไข่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นใส่ผักกิมจิ และข้าวลงไปผัด จากนั้นปรุงรสตามใจชอบ เมื่อผัดทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว ก็ตักใส่จาน เพิ่มผักสดตามต้องการ พร้อมทานได้เลย
มื้อเย็น: ต้มจืดไข่น้ำหมูสับ โดยนำไข่มาเจียวแล้วทอดด้วยน้ำมันมะกอก พักไว้ นำสันในหมูสับให้ละเอียดปั้นเป็นก้อน จากนั้นต้มน้ำให้เดือด ใส่หมูก้อนลงไป ตามด้วยวุ้นเส้น ไข่เจียว ผักกาดขาว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว โรยผักชี

วันพุธ
มื้อเช้า: สลัดผลไม้กรีกโยเกิร์ต โดยนำกรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ และผลไม้แคลอรี่ต่ำอย่าง สับปะรด แอปเปิลเขียว สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และส้ม แล้วนำผลไม้ที่เตรียมไว้มา คลุกเคล้าเข้ากับกรีกโยเกิร์ต เสร็จแล้วรับประทานได้เลย
มื้อเที่ยง: ข้าวหน้าแซลมอนเทอริยากิ โดยนำซอสเทอริยากิสำเร็จรูป 1 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่นให้เจือจางเอา แล้วนำมาหมักปลาแซลมอน จากนั้นนำไปย่างบนกระทะเทฟล่อน สุกแล้วโรยงา ทานคู่ ข้าวกล้องร้อน ๆ และผักสด ผักลวก ตามใจชอบ
มื้อเย็น: อกไก่นุ่มพริกไทยดำ โดยนำอกไก่ลอกหนังคลุกซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ นมสดไขมันต่ำ และพริกไทยสับละเอียด ทิ้งไว้สักพัก แล้วนำเข้าเตาอบหรือหม้ออบร้อน ระหว่างรอไก่สุก ให้นำบล็อกโคลีไปนึ่งจนสุก แล้วพักไว้ เมื่อไก่สุกจัดใส่จาน แล้วนำบล็อกโครีที่นึ่งไว้ลงมาย่างในกระทะใบเดิมที่ใช้ย่างไก่ เติมเกลือเพิ่มรสชาติได้เล็กน้อย จนเริ่มมีสีสันสวยงามก็ยกลงจัดจานกันได้เลย

วันพฤหัสบดี
มื้อเช้า: แซนด์วิชเนยถั่วกล้วย โดยนำขนมปังโฮวีลไปปิ้งจนกรอบ หลังจากนั้นทาเนยถั่วบาง ๆ แล้วหั่นกล้วยหอมเป็นแว่น ๆ วางตามลงไป แล้วนำขนมปังอีกแผ่นมาปิด ก็พร้อมทานได้เลย แต่ถ้ากลัวว่าจะไม่อิ่มอาจจะทานคู่กับนมวัวไขมันต่ำ หรือนมอัลมอนด์
มื้อเที่ยง: ข้าวผัดอกไก่ โดยนำถั่วลันเตา แครอทหั่นเต๋า และหัวหอมใหญ่ ผัดลงไปจนเครื่องหอมแล้วนำข้าวสวยหุงแล้วใส่ทีละครึ่งถ้วย ตามด้วยไข่ไก่ ผัดให้เข้ากันแล้วจึงใส่ข้าวสวยที่เหลือ กับโรยเนื้อไก่สับที่ต้มไว้สุกแล้ว
มื้อเย็น: น้ำพริกปลาทูผัดแห้ง + ไข่ต้ม โดยนำพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม เนื้อปลาทูย่าง ปั่นรวมกันแล้วเอาไปผัดในน้ำมันคาโนล่า ใช้เพียง 1 ช้อนชา ทานคู่กับผักสด และผักลวกตามชอบ ทั้งนี้อาจจะเพิ่มไข่ต้มเข้าไปด้วยก็ได้เช่นกัน

วันศุกร์
มื้อเช้า: โจ๊กข้าวโอ๊ตอกไก่ โดยนำอกไก่ไปนึ่งให้สุก แล้วยกพักไว้ และฉีก ๆ เตรียมไว้ จากนั้นตั้งน้ำ และใส่ข้าวโอ๊ตลงไป คนจนข้าวโอ๊ตเริ่มสุก แล้วใส่ไก่ฉีกลงไป รอน้ำเดือดอีกทีใส่เห็ดหอมคน ๆต่อไปปรุงรสตามใจชอบ ก็สามารถทานได้เลย
มื้อเที่ยง: ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + แกงส้มกุ้ง โดยนำน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำพริกแกงส้ม มาผสมเป็นเครื่องแกงส้มแบบคลีน ๆ จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือด ใส่ผัก และกุ้ง หลังจากนั้นฉีกใบมะกรูดตบท้ายเพื่อให้ได้กลิ่นหอม แล้วทานคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รี่
มื้อเย็น: เมี่ยงปลาเผา โดยนำปลาทับทิมที่ล้างทำความสะอาดแล้ว นำเข้าหม้ออบลมร้อนจนเนื้อปลาสุกทั่วทั้งตัว ระหว่างรอเนื้อปลาสุก เตรียมผักนึ่ง ผักสด ลวกเส้นหมี่ข้าวกล้อง และปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดด้วยรากผักชีสับละเอียด พริกขี้หนูสับ กระเทียมปั่น ซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง

วันเสาร์
มื้อเช้า: ไข่กระทะ โดยนำสเปรย์น้ำมันมะกอกมาฉีดบาง ๆ ลงในกระทะ พอกระทะเริ่มร้อนได้ที่ ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป พอไข่ขาวเริ่มสุกได้ที่ ก็เริ่มเทส่วนผสมทั้งหลายลงไป เริ่มจากแครอท เมล็ดข้าวโพด ถั่วแระญี่ปุ่น และอกไก่สับที่รวนไว้ ตั้งไฟต่ออีกสักพักจนไข่ขาวสุก ส่วนไข่แดงเลือกความสุกตามชอบ พอได้ที่ก็จัดการโรยต้นหอมลงไป ปิดไฟ โรยพริกไทยนิดหน่อย พร้อมเสิร์ฟ
มื้อเที่ยง: ข้าวยำปลาทู โดยนำปลาทูไปนึ่งให้สุก จากนั้นเลาะแต่เอาแต่เนื้อมายีให้พอละเอียด พักไว้ก่อน มาเตรียมน้ำยำ โดยใช้พริกขี้หนูสับ ซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำมะนาว น้ำผึ้ง ปรุงรสให้เข้ากัน นำเนื้อปลาทูที่เตรียมไว้ลงไปคลุก ใส่ตะไคร้ซอย แล้วขยำให้เนื้อเข้ากัน ตามด้วยใส่หอมแดง ผักชีฝรั่ง ผักชี ต้นหอม คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง ทานคู่กับข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ และผักสดตามต้องการ
มื้อเย็น: ข้าวลาบไก่สับ ไข่ต้ม โดยนำไก่สับ รวนให้สุก แล้วนำหอมแดง ผักชี ใบเลื่อย สะระแหน่ พริกป่น มะนาว ข้าวคั่ว น้ำปลา เอาทุกอย่างคลุกด้วยกัน ทานคู่กับไข่ต้ม ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และผักสดตามชอบ

วันอาทิตย์
มื้อเช้า: โยเกิร์ตแอปเปิล กราโนล่า โดยนำแอปเปิลมาล้างน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หรือแบบลูกเต๋าพอดีคำก็ได้ หลังจกานั้นนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติตักใส่ถ้วย เสร็จแล้วนำแอปเปิลที่หั่นเตรียมไว้วางลงไปบนโยเกิร์ตเลย และโรยหน้าด้วยกราโนล่า อาจจะราดน้ำผึ้งนิดหน่อยเพิ่มความอร่อย
มื้อเที่ยง: ข้าวกะเพราอกไก่สับ โดยนำกระเทียม พริกชี้ฟ้าสับละเอียด ใส่ลงในกระทะที่มีน้ำมันมะกอก ตามด้วยใส่อกไก่สับ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำตาลทรายแดง และใส่ใบกะเพรา กินพร้อมข้าวกล้อง หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ อาจจะเพิ่มไข่ต้มลงไปด้วย
มื้อเย็น: ยำไก่ยอสันในหมูสับ โดยนำไก่ยอมาหั่นเป็นแว่น ๆ ลวกให้สุกแล้วพักไว้ ใช้เนื้อหมูสันในสับละเอียดนำไปต้มให้สุก จากนั้นทำน้ำยำ ด้วยพริกขี้หนูสับ ซีอิ๊วขาวโซเดียมต่ำ น้ำมะนาว น้ำผึ้ง ปรุงรสให้เข้ากัน ใส่หมูยอ และหมูสับลงไปคลุกให้เข้ากัน ใส่หอมแดง หัวหอม ผักชีฝรั่ง มะเขือเทศ คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง โรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์

อาหารคลีนที่เรานำมาฝาก เป็นเมนูที่ทำได้ง่าย ๆ มีทั้งเมนูต้ม เมนูผัด เมนูยำ ทำให้การทานอาหารคลีนไม่น่าเบื่อ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถนำเมนูเหล่านี้ไปปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ อาจจะสลับวัน สลับเมนูกันได้ แต่แนะนำว่าเมนูเช้า ก็ควรจะเป็นเมนูเช้า ไม่สลับเช้าไปกลางวัน หรือกลางวันไปกลางคืนจะดีที่สุด สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักก็ทานอาหารคลีน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ก็จะยิ่งทำให้เห็นผลมากยิ่งขึ้น

รวมทะเลไทยน่าเที่ยว หมดโควิดไปเที่ยวกัน

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ การไปเที่ยวทะเลสวย ๆ นอนชิล ๆ รับลมเย็น ๆ ชมวิวริมหาด เป็นการพักผ่อนที่ดีมาก ๆ อีกทั้งยังเป็นการชาตพลังก่อนกลับไปทำงาน เพราะนอกจากจะได้พักผ่อนแล้ว ยังได้ทำกิจกรรมสนุก ๆ อีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวมจุด Check-in ทะเลไทยน่าเที่ยว หมดโควิดเราไปเที่ยวกัน มาฝากทุกคนกันค่ะ

เกาะล้าน พัทยา
เกาะล้าน เป็นเกาะที่น้ำทะเลสีฟ้าคราม หาดทรายขาวละเอียด และมีชายหาดหลายหาดให้ได้ไปเยี่ยมชมกัน ซึ่งหาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ หาดตาแหวน เพราะเป็นชายหาดที่มีพื้นที่กว้าง หาดทรายขาว และมีกิจกรรมมากมาย ทั้งบานาน่าโบ้ท เจ็ทสกีให้ได้เล่นกัน ที่สำคัญมีสะพานไม้สวย ๆ ทอดยาวให้เดินเล่นไปจนถึงหาดสังวาลย์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีหาดอื่น ๆ อย่าง หาดทองหลาง หาดแสม หาดตายาย หาดเทียน และหาดนวล ซึ่งแต่ละหาดก็จะมีบรรยากาศที่ต่างกันออกไป
ที่ตั้ง : อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

เกาะแสมสาร สัตหีบ
เกาะแสมสาร บนเกาะจะมีชายหาดที่สามารถเล่นน้ำ และดำน้ำได้ 2 ชายหาด คือหาดเทียน และหาดลูกลม หาดเทียน ซึ่งหาดลูกลมเป็นชายหาดที่สวยที่สุดของเกาะ มีทรายขาวละเอียด และน้ำทะเลสีฟ้าใส มีจุดชมวิวที่สามารถเห็นวิวทะเลในมุมสูงได้อย่างงดงาม ทั้งนี้เกาะแสมสาร ยังมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย ทั้งเล่นน้ำชิล ๆ เล่นวอลเล่ย์บอลชายหาด พายเรือคายัค ปั่นจักรยานชมเส้นทางธรรมชาติบนเกาะแสมสาร ดำน้ำดูปะการัง หรือนั่งเรือท้องกระจก ก็สามารถเลือกได้เลยค่ะ
ที่ตั้ง : ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เกาะหลีเป๊ะ สตูล
เกาะหลีเป๊ะ มีชายหาดหลัก ๆ 3 หาด หาดแรก คือ หาดพัทยา เป็นหาดที่เรือทุกลำจอดรับส่งนักท่องเที่ยว และมีรีสอร์ทติดหาดยาวไปจนสุดหาดเลย หาดที่สอง คือ หาดซันเซ็ท เป็นจุดรวมตัวของนักท่องเที่ยวที่รอชมพระอาทิตย์ตก และหาดสุดท้าย คือ หาดซันไรส์ ดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ซึ่งการมาเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ ยังมีกิจกรรมดำน้ำดูปะการัง และพายเรือคายัคชมความสวยงามรอบ ๆ เกาะหลีเป๊ะ เป็นอีกเกาะที่ควรมาเที่ยวจริง ๆ ค่ะ
ที่ตั้ง : ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

หมู่เกาะสิมิลัน พังงา
หมู่เกาะสิมิลัน เป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน ซึ่งมี 9 เกาะ เรียงจากเหนือมาใต้ คือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยันเกาะเมี่ยง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลกเกาะสิมิลัน และเกาะบางู โดยหมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามทั้งบนบก และใต้น้ำ มีปะการังที่สวยงามหลายชนิด สามารถดำน้ำ ได้ทั้งน้ำตื้น น้ำลึก และยังสามารถพบปลาที่หายาก เช่น วาฬ โลมา ปลาไหลมอเรย์ สำหรับใครที่ชอบดำน้ำดูปะการัง และปลาหายากต่าง ๆ แนะนำให้มาเที่ยวที่นี่เลยค่ะ
ที่ตั้ง : ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา

เกาะกูด ตราด
เกาะกูด ได้รับการขนานนามว่า อันดามันแห่งทะเลตะวันออก เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยว และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งเกาะกูด มีหาดทรายขาวสะอาดสวยงาม เต็มไปด้วยดงมะพร้าวเรียงรายอยู่ด้านตะวันตก โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา เชิงเขามีสวนมะพร้าว และป่าชายเลน หาดส่วนใหญ่อยู่ทางด้านตะวันตก หาดทรายขาว น้ำทะเลใส และมีคลองเจ้าเป็นธารน้ำสายสำคัญหล่อเลี้ยงชีวิตบนเกาะ เป็นเกาะที่น่ามาผักผ่อนเป็นอย่างมาก เพราะคุณจะได้สัมผัสกับธรรมาติที่แท้จริง
ที่ตั้ง : ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

เกาะเต่า-เกาะนางยวน สุราษฎร์ธานี
เกาะเต่า มีอ่าว และชายหาดหลายแห่ง เช่น หาดทรายรี อ่าวโฉลกบ้านเก่า หาดทรายแดง อ่าวหินวง อ่าวโตนด อ่าวเทียนออก ฯลฯ ซึ่งเกาะเต่า ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบดำน้ำ เพราะมีจุดดำน้ำทั้งดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกที่สวยงามหลายจุด ในส่วนของเกาะนางยวน ประกอบไปด้วย 3 เกาะเชื่อมกันด้วยสันทรายสีขาว 3 เส้น สามารถเดินข้ามไปมาได้ และจากเกาะนางยวนก็สามารถมองเห็นเกาะเต่าได้ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังที่มีฝูงปลาขนาดเล็กสีสันสวยงามมากมาย
ที่ตั้ง : อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เกาะพีพี กระบี่
หมู่เกาะพีพี จะประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่ ๆ คือ เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล และเกาะเล็ก ๆ ข้างเคียง คือ เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ ซึ่งเกาะพีพีดอน และเกาะพีพีเล เป็นเวิ้งหรืออ่าวใหญ่ที่ภายในมีหาดทรายขาวสะอาดสวยงาม น่าเล่นน้ำ และดำน้ำดูปะการัง ทั้งนี้เกาะพีพีดอน ยังเป็นศูนย์กลางของหมู่เกาะพีพี มีสิ่งอำนวยความสะดวกค รวมทั้งยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วย นอกจากนี้เกาะพีพี ประกอบด้วยอ่าว 2 อ่าวที่เป็นเวิ้งอ่าวคู่ คือ อ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัมคั่นด้วยที่ราบเล็ก ๆ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว
ที่ตั้ง : เกาะพีพีดอน ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

เกาะขาม สัตหีบ
เกาะขาม เป็นเกาะเล็ก ๆ ในอำเภอสัตหีบ ที่มีน้ำทะเลใส หาดทรายขาว เหมาะสำหรับมาเล่นน้ำพักผ่อน และยังมีกิจกรรมหลายอย่างให้ได้ทำ ไม่ว่าจะเป็น ดำน้ำดูปะการัง นั่งเรือท้องกระจกชมสัตว์ใต้ทะเล พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน หรือเดินชมพันธุ์ไม้ธรรมชาติตามเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บนเกาะขาม ซึ่งการมาเที่ยวเกาะขาม สามารถเที่ยวได้แบบไปเช้าเย็นกลับ ไม่สามารถค้างคืนได้เนื่องจากเป็นเกาะที่อนุรักษ์ไว้โดยกองทัพเรือ เป็นอีกเกาะที่น่ามาพักผ่อนสุด ๆ เลยค่ะ
ที่ตั้ง : ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เกาะมัดสุม สุราษฎร์ธานี
เกาะมัดสุม หรือที่เรียกว่า เกาะหมู เนื่องจากมีหมูอาศัยอยู่ที่นี่จริง ๆ ซึ่งเกาะมัดสุมเป็นเกาะที่อยู่ใกล้กับเกาะสมุย ตัวเกาะมีรูปร่างเล็ก ๆ แคบ ๆ ไม่กว้างมากนัก สามารถเดินเท้าจากด้านหนึ่งของเกาะไปยังอีกด้านหนึ่งได้ ทั้งเกาะจะถูกล้อมไปด้วยใบไม้สีเขียว และทรายสีขาว พร้อมกับปะการังที่สวยงามเหมาะสำหรับการดำน้ำ พายเรือคายัค นอนชิล ๆ หรือเล่นกับน้องหมู ก็ผ่อนคลายแบบสุด ๆ เลยค่ะ
ที่ตั้ง : ตำบลตลิ่งงาม เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เกาะทั้งหมดที่เรานำมาฝาก ล้วนเป็นเกาะที่สวยงาม หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด ซึ่งแต่ละเกาะก็มีความสวยงามที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ในแต่ละเกาะก็ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทุกคนได้ไปเที่ยวเล่น และพักผ่อนกัน ใครอยากไปเกาะไหน ก็สามารถเลือกได้ตามความชอบเลยค่ะ

ความแตกต่างของงานพิมพ์ระบบ Digital และระบบ Offset

หลาย ๆ คน อาจจะเคยได้ยินงานพิมพ์ระบบดิจิตอล (Digital Printing) และงานพิมพ์ระบบออฟเซ็ท (Offset Printing) ที่มีคุณภาพที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน และมีมาตรฐานด้านงานพิมพ์สีที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ถึงอย่างนั้นงานพิมพ์ทั้ง 2 ระบบนี้ก็มีความแตกต่างกัน ซึ่งถ้าคุณรู้ว่าความแตกต่างของ 2 ระบบนี้ แตกต่างกันอย่างไร ก็จะทำให้คุณเลือกประเภทงานพิมพ์ได้เหมาะสม และทำให้งานของคุณได้งานที่มีคุณภาพสูงสุดอีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปดูงานพิมพ์ Digital & Offset ต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้ประเภทงานพิมพ์ให้เหมาะสม และได้คุณภาพ

งานพิมพ์ระบบดิจิตอล (Digital Printing)
เป็นการพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และสามารถสั่งพิมพ์ได้โดยตรงจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เพียงแค่มีไฟล์งาน ส่งเข้าคอมพิวเตอร์ที่พ่วงกับเครื่องพิมพ์ ก็สามารถสั่งพิมพ์งานได้เลย หากต้องการแก้ไขงานก็สามารถแก้ไขอาร์ตเวิร์คแล้วใช้ไฟล์ใหม่สั่งพิมพ์แทนไฟล์เดิมได้ ซึ่งงานพิมพ์ระบบดิจิตอลเหมาะกับงานพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำ จำนวนน้อย 1 ชิ้นก็สามารถทำได้ หรือสามารถพิมพ์งานได้ตามที่ต้องการใช้งานจริง ทั้งนี้งานพิมพ์ในระบบนี้ไม่ต้องทำเพลท ก็สามารถพิมพ์ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงได้ และสามารถรันข้อมูล ตัวเลข ตัวอักษรต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ที่สำคัญใช้เวลาผลิตไม่นานมาก ซึ่งงานพิมพ์ที่นิยมพิมพ์ในระบบดิจิตอล เช่น นามบัตร ใบปลิว หนังสือ เป็นต้น

งานพิมพ์ระบบออฟเซ็ท (Offset Printing)
เป็นการพิมพ์ที่ใช้หลักการน้ำกับน้ำมันไม่รวมตัวกัน โดยสร้างเยื่อน้ำไปเกาะอยู่บนบริเวณไร้ภาพของแผ่นแม่พิมพ์ เมื่อรับหมึก หมึกจะไม่เกาะน้ำ แต่จะไปเกาะบริเวณที่เป็นภาพแล้วถูกถ่ายลงบนผ้ายาง และกระดาษพิมพ์ต่อ ซึ่งงานพิมพ์ทุกงานต้องทำเพลท หรือที่เรียกว่า แม่พิมพ์ เหมาะสำหรับงานพิมพ์ปริมาณมาก ๆ ไม่เร่งรีบ เพราะใช้เวลาในการผลิตมากกว่างานพิมพ์ระบบดิจิตอล ทั้งนี้งานพิมพ์ในระบบนี้จะเน้นภาพที่มีความละเอียดสวยงาม รวมถึงเพิ่มลูกเล่นพิเศษ เช่น เคลือบยูวี เคลือบ PVC เคลือบด้าน เคลือบมัน ไดคัท เป็นต้น หากยิ่งสั่งจำนวนเยอะ ราคาก็จะยิ่งถูกลง ซึ่งงานพิมพ์ที่นิยมพิมพ์ในระบบออฟเซ็ท เช่น การ์ด หนังสือ วารสาร นิตยสาร เป็นต้น

งานพิมพ์ระบบดิจิตอล และระบบออฟเซ็ท มีความแตกต่างกัน คือ หากต้องการงานพิมพ์ปริมาณน้อย รวดเร็ว ประหยัดเวลา สามารถแก้ไขได้ทุกงาน และลงทุนไม่มาก ถือว่างานพิมพ์ดิจิตอลตอบโจทย์ แต่หากต้องการงานพิมพ์ในปริมาณมาก ๆ เน้นคุณภาพ รายละเอียดคม และไม่เร่งรีบเรื่องระยะเวลาการผลิตมากนัก งานพิมพ์ออฟเซ็ทจะเหมาะมากกว่า ซึ่งเมื่อคุณทราบข้อแตกต่างของงานพิมพ์ทั้ง 2 ระบบแล้ว ก็จะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้ประเภทงานพิมพ์ให้เหมาะสมกับงานพิมพ์ของคุณมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

สำหรับท่านใดที่สนใจพิมพ์งานพิมพ์ต่าง ๆ ThaiDigitalPrint.com เรารับพิมพ์งานพิมพ์ต่าง ๆ ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ยิ่งพิมพ์จำนวนเยอะ ราคาต่อชิ้นยิ่งถูก ทั้งนี้เรายังรับออกแบบและพิมพ์การ์ดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร ใบปลิว โบรชัวร์ โปสเตอร์ คูปอง การ์ดเชิญ เมนูอาหาร ปฏิทิน หนังสือ นิตยสาร โฟโต้บุ๊ค ฯลฯ ซึ่งลูกค้าสามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบขาวดำ หรือ 4 สี หรือแม้แต่การพิมพ์สีพิเศษ ต่าง ๆ พิมพ์ 1 หน้า หรือ 2 หน้า แล้วแต่ลูกค้าออกแบบ นอกจากนั้นการพิมพ์นามบัตรสามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความน่าสนใจได้หลากหลาย อาทิ เคลือบ PVC แบบมัน/ด้าน, Spot UV , ปั๊มเคเงิน/ทอง, ปั๊มนูน/จม เรารับประกันงานพิมพ์คุณภาพด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการพิมพ์เพื่อคุณภาพของงานพิมพ์ที่ดีที่สุด

ต้นไม้มงคล ปลูกง่าย ความหมายดี บ้านไหนมีแล้วรวย

สำหรับคนที่ชอบปลูกต้นไม้ ดอกไม้ เชื่อว่าหลาย ๆ คน อาจะมีต้นไม้มงคลอยู่ที่บ้านกันบ้างแล้ว ซึ่งการปลูกต้นไม้มงคลไว้ในบ้านหรือตัวบ้าน มีความเชื่อกันว่าจะช่วยในเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน ความรัก และครอบครัวอีกด้วย ซึ่งต้นไม้มงคลก็มีให้เลือกทั้งไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ประดับ ดังนั้นวันนี้เราเลยนำต้นไม้มงคล ปลูกง่าย ความหมายดี บ้านไหนมีแล้วรวย มาฝากกันค่ะ

ต้นวาสนา
ต้นวาสนา ถือเป็นไม้เสี่ยงทายคนไทยโบราณ เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจนต้นออกดอกจะช่วยให้คนในครอบครัวได้รับโชคลาภ ปรารถนาสิ่งใดก็จะได้ดังหวัง และส่งเสริมให้มีความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคง โดยลักษณะของพันธุ์ไม้ชนิดนี้มีใบเรียม แหลม ยาว สีเหลืองหรือสีขาวอมเหลือง ดอกวาสนามีสีขาวไปจนถึงสีชมพู มีกลิ่นหอม ซึ่งการดูแลรักษา ควรวางไว้ในจุดที่อากาศถ่ายเท แดดรำไร และรดน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

ต้นกวักมรกต
ต้นกวักมรกต เป็นไม้ประดับที่มีชื่ออันเป็นสิริมงคล และยังเป็นไม้เสี่ยงทาย ซึ่งเชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะช่วยส่งเสริมให้มีโชคลาภ ปรารถนาอะไรก็มักจะสมหวัง ถ้าสามารถปลูกแล้วมีดอกให้เห็นด้วย จะยิ่งร่ำรวยมากขึ้น นอกจากนี้ต้นกวักมรกต ยังช่วยกรองอากาศ และช่วยดูดสารพิษในบ้านได้อีกด้วย ซึ่งการดูแลก็ง่าย เพราะเป็นไม้ประดับที่สามารถปลูกได้ในบ้าน และนอกบ้าน ไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อย ๆ แค่รดน้ำอาทิตย์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว

ต้นโป๊ยเซียน
ต้นโป๊ยเซียน เป็นต้นไม้มงคลจากประเทศจีน เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะนำโชคลาภมาสู่คนในบ้าน และคอยคุ้มครองปกป้องคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข และถ้าปลูกต้นโป๊ยเซียนออกดอกได้ 8 ดอกขึ้นไป จะทำให้มีโชคลาภ ร่ำรวยเงินทอง มีหน้าที่การงานที่ดี ซึ่งการดูแลก็ง่ายมาก ๆ เพราะเป็นต้นไม้ที่ทนทาน ชอบแสงแดดรำไร ไม่ชอบความชื้น ทนแล้งได้ดี โดยรดน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

ต้นกวนอิม
ต้นกวนอิม เป็นไม้ยืนต้นที่มีชื่อใกล้เคียงกับเทพเจ้าของชาวจีน และชาวไทยให้ความเคารพบูชากันทั่วไป เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะช่วยเสริมสิริมงคล ส่งผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวยให้แก่บ้าน และผู้อาศัย ซึ่งต้นกวนอิม เป็นต้นไม้ที่ชอบแดดรำไรหรือแดดจัดก็ได้ รดน้ำไม่ต้องบ่อยแค่รดอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

ต้นเศรษฐีเรือนใน
ต้นเศรษฐีเรือนใน ลักษณะเด่นคือใบเรียวยาวขอบสีเขียว และมีเส้นสีขาวตรงกลาง เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะช่วยป้องกันอันตราย และช่วยเสริมสิริมงคล เสริมโชคลาภ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษภายในอาคารที่พักอาศัย และช่วยกำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ ที่มาจากวัสดุก่อสร้างภายในบ้านในอากาศได้ ดังนั้นคนที่เป็นภูมิแพ้ ควรปลูกต้นนี้ไว้มาก ๆ ซึ่งการดูแลก็ง่าย เนื่องจากเป็นพืชที่ไม่ค่อยชอบน้ำ รดน้ำเพียงสัปดาห์ละครั้ง และตั้งอยู่ในที่แดดรำไร

ต้นลิ้นมังกร
ต้นลิ้นมังกร เป็นต้นไม้มงคลที่มีความแข็งแรง ทนทาน ดูแลง่าย เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะช่วยปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีให้ออกไปจากชีวิต นอกจากนี้ยังมีความสามารถช่วยดูดซับสารพิษ และฟอกอากาศในบ้านได้ ซึ่งการดูแลก็ง่าย ถ้าวางไว้ในร่มรดน้ำอาทิตย์ละครั้ง แต่ถ้าวางไว้ข้างนอกหรือในบริเวณที่มีแสงส่อง รดน้ำอาทิตย์ละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

ต้นชวนชม
ต้นชวนชม เป็นพืชไม้ดอกไม้ประดับมงคลที่คนไทยนิยมปลูก ที่สำคัญยังให้ดอกสีชมพูสวยสด เชื่อว่าถ้าปลูกไว้ที่บ้านจะทำให้คนในบ้านเป็นที่นิยมชมชอบ มีเสน่ห์ดึงดูดคนรอบข้างให้ชวนมองชวนชม ซึ่งการปลูกก็ง่าย เพราะต้นชวนชมทนต่อสภาพทนแล้งได้ดี ทนแดด สามารถปลูกไว้กลางแจ้งได้ ควรรดน้ำวันละครั้ง ไม่ควรให้น้ำมากเกินไปเพราะจะทำให้รากเน่าได้

ต้นไม้มงคลที่เรานำมาฝาก แต่ละต้นล้วนมีความหมายดี แถมยังปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก อีกทั้งยังช่วยเสริมโชคลาภ ช่วยเพิ่มความสดชื่นในบ้าน แถมบางต้นยังช่วยฟอกอากาศอีกด้วย สำหรับใครที่อยากปลูกต้นไม้ อาจจะลองหาต้นไม้มงคลมาปลูกดูกันได้ค่ะ นอกจากจะทำให้บ้านสดชื่นแล้ว ยังได้ความเป็นมงคลให้แก่บ้านอีกด้วย

Exit mobile version